อ่าน The Return of the King ฉบับย่อ  กลับหน้าแรก

(หอคอยคู่พิฆาต) ฉบับย่อ
nbsp;         เหตุการณ์เริ่มหลังจากการแตกสลายของพันธมิตรแห่งแหวน โฟรโดกับแซมร่วมกันเดินทางไปทางตะวันออกข้ามเทือกเขาอีมิน มูอิล เพื่อไปยังมอร์ดอร์ ส่วนพันธมิตรที่เหลืออันได้แก่ สไตรเดอร์ เลโกลัส และกิมลี่นั้น>

ตัดสินใจที่จะไปช่วยเหลือเมอร์รี่กับพิพพินที่ถูกออร์คจับตัวไป ทั้งสามติดตามรอย

ออร์คไปอย่างไม่รั้งรอ ข้ามเนินซาร์น เกเบรียน จนไปถึงชายแดนของโรฮันทางตะวันตก พวกเขาเดินทางกันตลอดทั้งวันทั้งคืน

จึงเหน็ดเหนื่อยมาก สไตร์เดอร์ได้พบรอยเท้าเล็กๆของฮอบบิทและเข็มกลัดพรายจากลอริเอนที่ทิ้งไว้ในดิน จึงรู้ว่าพวกเขายังไม่ตาย พวกเขาเดินทางไปยังตะวันตกจนเข้าเขตโรฮัน ตอนนั้นเอง จึงถูกรุมล้อมโดยทหารม้าโรเฮียร์ริม แห่งโรฮัน หรือบุรุษอาชาไนย ซึ่งนำโดยนายพลจัตวาแห่งริตเดอร์มาร์ก เอโอแมร์ พวกเขาไม่ไว้วางใจคนแปลกหน้า จนกระทั่งอารากอร์นประกาศตนว่าเป็นทายาทแห่งอิซิลดูร์ พร้อมทั้งดาบนาร์ซิล พวกเขาจึงยอมช่วยเหลือโดยเอโอแมร์ยกม้าให้ทั้งสาม2ตัว คืออาร็อด และฮาซูเฟล พวกเขากล่าวว่าได้ฆ่าพวกออร์คไปหมดแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยของพวกฮอบบิทเลย เอโอแมร์หวังว่าพวกเขาจะตามไปช่วยในสงครามที่พระราชวังเอโดรัส แต่พวกเขาปฏิเสธแล้วจึงเดินทางต่อไป  เข้าเขตป่าฟังกอร์น

ดินแดนอันตราย: ป่าฟังกอร์น

     เมอร์รี่และพิพพินถูกจับตัวถูลู่ถูกังมากับพวกออร์คอย่างทุกข์ทรมานเป็นเวลาหลายวัน

โดยไม่มีโอกาสรู้ถึงชะตากรรมของเพื่อนๆและของตน ครั้งหนึ่งพิพพินได้โอกาส จึงแอบวิ่งไปทิ้งรอยเท้าไว้พร้อมทั้งเข็มกลัดพรายเผื่อว่าจะมีใครตามมาช่วย ในระหว่างนั้นเองพวกออร์คซึ่งมีสองเผ่าคือ  อุรุคไฮ หรือออร์คผู้รับใช้ซารูมาน มือสีขาว และออร์คจากลุกซ์บูร์กผู้รับใช้ดวงตาของเซารอน เกิดการทะเลาะวิวาทกันเอง เนื่องจากไม่พอใจแต่ละฝ่ายมีนายต่างกัน ไม่ช้าพวกทหารม้าโรเฮียร์ริมก็ตามมาทันแล้วฆ่าฟันพวกออร์ค  เมอร์รี่กับพิพพินได้โอกาสที่กริชนัค แอบมาค้นมา"ของล้ำค่า" จึงได้

แอบหนีมาจากสงครามนั้นได้ในที่สุด แล้วเดินทางต่อไปอย่างอ่อนล้า เข้าสู่ป่าฟังกอร์น ป่าโบราณ

ป่าฟังกอร์นเป็นป่าที่มีผืนใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในมิดเดิลเอิร์ธ อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำเอนท์มูด ป่าแห่งนี้ลอร์ดเคเลบอร์นได้เตือนไว้ว่าเป็นที่อันตราย แต่ทั้งสองไม่มีทางเลือกจึงต้องหนีเข้ามา ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินนั้นเอง เขาก็ได้พบสิ่งมีชีวิตอันน่าอัศจรรย์ใจที่สุด นั่นคือ  เอ๊นท์ Ent หรือต้นไม้ที่พูดได้และเคลื่อนไหวได้ เขามีนามว่า ทรีเบียร์ดหรือฟังกอร์น เป็นผู้รักษาป่าแห่งนี้ เอ๊นท์มีรูปร่างคล้ายต้นไม้ แต่มีดวงตาและใบหน้าคล้ายคน

พูดได้และไม่ชอบความรีบร้อน ด้วยมีชีวิตที่ยืนยาวและเก่าแก่ที่สุดในโลก ทรีเบียร์ดเป็นเอ๊นท์ที่อายุมากที่สุด พวกเขาพาสองฮอบบิทไปพักที่บ้านและเลี้ยงดูอย่างดี พร้อมกับความเกลียดชังซารูมานที่ทำลายต้นไม้ฮูออร์น (Huorn) รอบๆ ออร์ธังค์  จึงได้ระดมพรรคพวกเอ๊นท์ด้วยกัน เพื่อวางแผนครั้งใหญ่ในชีวิตเอ๊นท์ การตอบโต้พ่อมดซารูมานแห่งออร์ธังค์

 

พ่อมดขาว

        สไตรเดอร์ เลโกลัสและกิมลี่ ยังคงติดตามรอยสองฮอบบิท ด้วยความหวังที่ยังเหลืออยู่ พวกเขาเดินทางเข้ามาในป่าฟังกอร์นอย่างไม่มีทางเลือก เพราะร่องรอยของฮอบบิทนั้นมาทางนั้น ในตอนกลางคืน กิมลี่ไ่ด้เห็นชายแก่ในชุดขาว จึงระแวดระวังยิ่งขึ้น ด้วยคิดว่าเป็นซารูมานที่มาสอดแนม พร้อมๆกับม้าที่เอโอแมร์ให้มาก็หายไป

ทั้งสามคนได้เผชิญหน้ากับชายแก่ในชุดขาวอีกครั้งบนเนินสูงในป่าฟังกอร์น  กิมลี่และเลโกลัสเตรียมตัวจะทำร้ายเพราะคิดว่าเป็นซารูมาน แต่ในทันใดนั้นเอง

ความจริงก็ปรากฏออกมาว่า  เขาคือแกนดาลฟ์ หรือมิธรันเดียร์ ผู้ซึ่งกลับมาจากความตายจากการต่อสู้กับปีศาจบัลร็อก และได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดขาวเช่นเดียวกับซารูมาน ทุกคนๆเต็มไปด้วยความพิศวงและยินดีที่สถานการณ์ที่เลวร้ายกับดีขึ้น

แกนดาลฟ์ได้กล่าวว่าเขาได้ไปหยุดที่โรฮันเป็นแห่งแรก เพื่อเข้าเฝ้าราชาเธโอเดน  แต่ที่วังเมดูเซลด์กลับมีคนคอยให้ร้ายซึ่งเป็นสมุนของซารูมาน แกนดัลฟ์จึงขอยืมม้าฝีเท้าดีที่สุดในโลกชาโดว์แฟ็กซ์มา ซึ่งทำให้พระราชาเธโอเดนทรงพิโรธ แกนดัลฟ์บอกว่าพวกเมอร์รี่และพิพพินปลอดภัยและอยู่กับพวกเอ๊นท์ จึงให้ทั้งสามคนติดตามเขาไปยังโรฮันเพื่อช่วยเหลือพระราชาเธโอเดน

 

วังทองเอโดรัส

         ทั้งสี่คนเดินทางมาถึงโรฮัน แต่คนที่โรฮันดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก  เนื่องจากแกนดัลฟ์ถูกมองว่าเป็นผู้นำข่าวร้าย ที่จริงเพราะมีกริม่า  เวิร์มทัง ที่ปรึกษาของราชาเธโอเดนคอยให้ร้ายและคอยยับยั้งไม่ให้ราชาออกรบ  ซึ่งแท้ที่จริงเขาเป็นพวกของซารูมาน แกนดัลฟ์ได้ปรากฏต่อหน้าพระราชาและช่วยให้พระองค์คืนสติกลับมา  แผนการของกริมาจึงถูกเปิดโปงและถูกขับไล่ออกจากโรฮัน ที่นั่นเองพระราชาได้เตรียมพระองค์ออกรบเพื่อไปช่วยกอนดอร์ พร้อมทั้งให้เอโอวีน หลานสาวซึ่งเป็นแม่หญิงขาวแห่งโรฮัน คอยดูแลโรฮันไว้

เอโอวีนนั้นเป็นขัตติยนารีซึ่งเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว นางมีผมสีทองเหมือนคลื่นแม่น้ำ ร่างสูงโปร่ง งดงามแต่ดูเศร้า  เอโอวีนดูจะต้องใจอารากอร์นตั้งแต่แรกเห็น แต่พวกอารากอร์นและราชาเธโอเดนได้นำทัพไปช่วยเหลือในสงครามที่ถ้ำผาเฮล์ม

และฮอร์นบูร์ก ในเขตชายแดนของกอนดอร์เสียก่อน

 

ถ้ำผาเฮล์ม

        ถ้ำผาเฮล์มมีชื่อเสียงเนื่องจากตั้งชื่อตาม เฮล์ม นักรบผู้กล้าเชื้อสายเอออร์ล  (หรือบรรพบุรุษของชาวโรฮัน) ได้เข้ามาหลบในที่นี้ตอนที่รบในสงคราม  ถ้ำผาเฮล์มและฮอร์นบูร์ก เป็นปราการที่เข้มแข็งของโรฮัน แต่กระนั้นพวกออร์ค คนป่าชาวฮารัด  และรูห์น ซึ่งถูกปลุกปั่นให้ออกมาสู้รบกับชาวนูเมนอร์ มีจำนวนมหาศาล  แม้ราชาจะทรงยกทัพมาช่วย แต่กำแพงก็ยังถูกข้าศึกตีแตก อารากอร์น เลโกลัส กิมลี่ และเอโอแมร์ สู้และตะลุมบอนกับพวกออร์คอย่างสุดชีวิต แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ เมื่อกำแพงพังทลาย  การรบนั้นเกิดขึ้นอย่างยาวนานตลอดคืน  จนกระทั่งในตอนเช้านั่นเอง แกนดัลฟ์ได้ขี่ม้าชาโดว์แฟ็กซ์มาพร้อมกับขบวนสิ่งมีชีวิตที่มีพลังมากที่สุด  เอ๊นท์นั่นเอง พวกเอ๊นท์มีพลังยิ่งกว่าโทรลล์ และสามารถทำลายได้แม้แต่เหล็กหรือก้อนหิน ในไม่ช้าพวกเอ๊นท์ก็กำจัดออร์คจนหมดสิ้น เป็นอันว่าชนะศึกที่ถ้ำผาเฮล์ม  แกนดัลฟ์ได้ให้พระราชาเธโอเดนและคนสนิทไม่กี่คนตามไปทางตะวันตกไปยังออร์ธังค์

 

ออร์ธังค์พินาศ

       พวกเอ๊นท์นั้นได้สะสมความโกรธแค้นต่อการที่ซารูมานทำลายต้นไม้อย่างไม่บันยะบันยัง

อย่างมาก จึงระดมกำลังเอ๊นท์ทุกตัวและเหล่าฮูออร์นใกล้ไอเซนการ์ด พร้อมทั้งเมอร์รี่และพิพพิน เดินทางไปยังออร์ธังค์และทำลายสิ่งก่อสร้างรอบๆออร์ธังค์จนพังพินาศ แล้วยังนำน้ำจากแม่น้ำไอเซนมาต้มจนเดือดคั่งอยู่รอบหอคอยออร์ธังค์ จนซารูมานไปไหนไม่รอด  เมื่อราชาและคณะเดินทางมาถึง ก็ได้พบแต่เศษซากปรักหักพังอยู่รอบๆเมือง  ในขณะนั้นเองเมอร์รี่กับพิพพินซึ่งถูกสั่งให้เฝ้ายามก็ออกมาต้อนรับ อารากอร์น เลโกลัสและกิมลี่จึงตื่นเต้นดีใจที่ในที่สุดการตามหาก็สิ้นสุดลง

สองฮอบบิทพาเพื่อนทั้งสามไปหาที่พักและจัดหาอาหารให้ พร้อมทั้งเล่าถึงเรื่องที่ได้ประสบมา รวมทั้งความโกรธของเหล่าเอ๊นท์ด้วย  ในวันต่อมาพระราชาและแกนดัลฟ์รวมทั้งคนอื่นๆได้เข้าไปเผชิญหน้ากับซารูมานในออร์ธังค์

ซารูมานแม้จะจนตรอกแล้วแต่ก็ยังพยายามใช้วาจาเกลี้ยกล่อมแกนดัลฟ์และพระราชาเธโอเดน

ให้เป็นพวกของเขา ซารูมานนั้นมีเวทมนตร์ทางด้านการโน้มน้าวจิตใจ แต่กระนั้นครั้งนี้ก็ไ่มสำเร็จ ซารูมานถูกแกนดัลฟ์ทำลายไม้เท้า ทำให้หมดอำนาจและขับไล่ออกไป  เวิร์มทังเผลอตัวขว้างหินพาลันเทียร์ลงมาข้างล่าง ทำให้แกนดัลฟ์ได้ของวิเศษซึ่ง

ซารูมานใช้ติดต่อกับเซารอนไป แต่บังเอิญพิพพินได้ไปหยิบมันเข้า จึงเกิดความกระวนกระวายถูกอำนาจครอบงำ กลางดึกเขาแอบขโมยศิลานั้นมาดู

แต่กลับเห็นดวงตาเซารอนจ้องมาอย่างโหดเหี้ยม  แกนดัลฟ์จึงได้ช่วยเหลือเขาและสั่งสอนโทษของความอยากรู้อยากเห็น  คณะของพระราชาจึงแบ่งเป็นสองฝ่าย แกนดัลฟ์พาพิพพินขี่ม้าไปอย่างรวดเร็วลงใต้ไปมินาส ทิริธ เมืองหลวงของกอนดอร์ ในขณะที่หมู่พระราชา อารากอร์น กิมลี่ และเลโกลัส ตรงไปทางโรฮัน

 

การเดินทางของผู้ถือแหวน

 

       ในขณะที่คนอื่นๆต้องยุ่งกับการเตรียมตัวรบ  โฟรโดและแซมกลับมีการเดินทางที่ต่างกันออกไป ตั้งแต่ออกจากพาร์ธ กาเลน มาก็ข้ามภูเขาอีมิน มูอิลอันแหลมคม มุ่งตรงไปยังลุ่มหนองเฉอะแฉะ ก่อนที่เข้าสู่

มอร์ดอร์ แต่ก่อนหน้านั้นโฟรโดไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหนดี  ในระหว่างนั้นเอง กอลลัม ซึ่งติดตามแหวนมาตลอดทางก็ปรากฏตัว โฟรโดและแซมจับตัวมันไว้และบังคับให้ยอมจำนนต่ออำนาจแหวนและนำทาง

ไปมอร์ดอร์ กอลลัมเริ่มพยายามทำตัวดีขึ้นแต่เป็นเพราะยังปรารถนาในแหวน จึง

ยอมนำทางโฟรโดกับแซมไปทางลุ่มหนองเฉอะแฉะ จนผ่านไปทางสมรภูมิโบราณหรือดาร์โกลาด  ซึ่งเป็นสงครามในครั้งThe Last Alliance ที่เหมือนมีวิญญาณสิงสู่ แต่ในที่สุดก็ผ่านไปถึงเทือกเขา เอเรด ลิธุย  หรือเทือกเขาขี้เถ้า ซึ่งเป็นทางเข้าของประตูดำแห่งมอร์ดอร์ ชื่อว่า มอร์รันนอน

ปรากฏว่าประตูดำปิด และยังมียามคอยเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา โฟรโดรู้สึกหมดหวังอย่างยิ่ง แต่กอลลัมกลับเสนอให้ไปอีกทางหนึ่ง นั่นคือลงใต้ไปตามแคว้นอิธิลิเอน เลียบเทือกเขา เอเฟล  ดูอัธ เพื่อเข้าทางปากทางของมินาส มอร์กูล

ในระหว่างที่เดินทางนี้เอง  โฟรโดกับแซมก็่บังเอิญได้พบกับเจ้าแห่งอิธิลิเอนเข้า  นั่นคือ ฟาราเมียร์ น้องชายของโบโรเมียร์ แห่งกอนดอร์ กับพวก เขาได้พาพวกฮอบบิทไปยังสถานที่ลึกลับ นั่นคือน้ำตกแห่งอิธิลิเอน เฮนเนธ อันนูน  เพื่อสอบถามความเป็นมา ในระหว่างนั้นกอลลัมก็แอบตามมาอย่างลับๆด้วย

แม้ว่าโฟรโดกับแซมจะไม่ได้เปิดเผยความเป็นมาทั้งหมด แต่ฟาราเมียร์ก็รู้เรื่องราวทั้งหมด พร้อมปฏิเสธจะยุ่งเกี่ยวกับแหวน พวกเขาให้เสบียงแซมกับโฟรโดและทั้งสองก็เดินทางต่อไปยังเทือกเขา เอเฟล ดูอัธ

 

ทางสู่มอร์ดอร์

แซม โฟรโด และกอลลัมซึ่งนำทาง  ยังคงเดินทางต่อไปยังทางสามแพร่ง และได้พบกับรูปปั้นกษัตริย์ซึ่งล้มอยู่ พวกเขาเดินทางกันต่อไปเพื่อข้ามเทือกเขาเอเฟล ดูอัธ ซึ่งกอลลัมอ้างว่ามีทางลับๆเข้าไปได้โดยไม่มียามเฝ้า ทั้งสองคนเหน็ดเหนื่อยมาก แต่ก็ต้องเดินทางต่อไป โดยไม่รู้ว่ากอลลัมแอบนำไปสู่มหันตภัย นั่นคือถ้ำแมงมุมชีล็อบซึ่งกินคนเป็นอาหาร  มันสืบเชื้อสายมาจากแมงมุมอุงโกเลียนธ์ในยุคแรก ในตอนที่เข้าไปในถ้ำนั้นกอลลัมได้แอบหายตัวไปเพื่อตกลงกับชีล็อบให้กินฮอบบิทแล้ว

จะได้เอาแหวนคืนมา ด้วยความประมาท โฟรโดจึงถูกชีล็อบต่อยเข้าอย่างจัง และถูกลากไปเป็นอาหาร แต่แซมมาขัดขวางเอาไว้ทันด้วยความบ้าเลือด เขาใช้phial หรือเออาเรนดิลของกาลาเดรียล ส่องสว่างจนชีล็อบตาพร่าแล้วจึงแทงมีดไปจนชีล็อบบาดเจ็บสาหัส แต่แม้กระนั้นโฟรโดก็ยังนอนนิ่งไม่ไหวติง แซมโศกเศร้าเพราะคิดว่าโฟรโดตายแล้ว ในที่สุดจึงทำใจปลดแหวนและดาบของ

โฟรโดออกมาเพื่อจะนำแหวนไปทำลายด้วยตนเอง ในขณะที่กำลังเดินทางออกมานั่นเอง ร่างของโฟรโดก็ถูกพวกออร์ค  นั่นคือชากรัตและเพื่อนเจอเข้า แซมได้ใส่แหวนแล้วแอบไปเงี่ยหูฟัง จึงรู้ว่าโฟรโดที่แท้ยังไม่ตาย และพวกออร์คกำลังจะนำเขาไปให้พรรคพวก แซมโกรธแค้นอย่างบ้าคลั่ง เขารีบตามไปช่วยโฟรโดอย่างสุดชีวิต

(จบหอคอยคู่พิฆาต)

Hosted by www.Geocities.ws