อย่ายัดเยียดข่าวสารนักเลย

โดย Nick Paton Walsh

            แค่อ่านนิตยสารไปได้ครึ่งฉบับ ก็รู้สึกมึนกับข้อมูลข่าวสารที่ทะลักทะลาย นี่ยังไม่นับข้อความจากอีเมล์ โทรสาร โทรศัพท์  และ หนังสือพิมพ์ที่ถาโถมเข้ามา  แถมยังมีข่าวล่าสุดคอยกรอกหูตลอด 24 ชั่วโมง จนชักไม่แน่ใจแล้วว่าข่าวไหนสำคัญกว่ากัน

            ทุกวันนี้เราถูกยัดเยียดด้วยข้อมูลที่ผู้นำเสนอวัดความสำเร็จด้วยปริมาณแทนที่จะเป็นคุณภาพ  และแม้ข่าวสารที่ได้รับจะเป็น.ข้อเท็จจริง. ก็ไม่เกี่ยวข้องหรือตรงกับความต้องการของเรา  จึงไม่แน่แปลกหากพบว่า หนังสือพิมพ์ข่าวสารเยอะเท่ากับที่คนเมื่อ 300 ปี ก่อนจะได้รับรู้ตลอดชีวิต

            เดวิด เชงก์  ผู้เขียนหนังสือชื่อ หมอกควันข้อมูล  เชื่อว่า  การไหลบ่าของข่าวสารทำให้เรามึนงงและตัดสินใจไม่ถูกว่า  ควรเลือกข้อมูลใดมาใช้ประโยชน์  อีกทั้งยังมีผลให้เกิดปัญหาสุขภาพที่แพทย์เรียกกันว่า “ อาการอ่อนล้าทางข้อมูล ”

            อาการที่เห็นชัดคือ เครียด ปวดเกร็งเรื้อรัง และมีผลเสียต่อสายตา  นักจิตวิทยาชาวอังกฤษ กล่าวว่า “ สภาพข่าวสารท่วมท้น  ทำให้สุขภาพจิตทรุดโทรม เพราะเรามัวแต่สนใจข่าวจนปิดกั้นตัวเองจากผู้อื่น  และ การนั่งนิ่งเพื่อติดตามข่าว อาจทำให้เราไม่ได้ออกกำลังเพียงพอ ”

            คนทำงานสมัยนี้มีโอกาสสูงที่จะป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากงานล้นมือ  และ อาจจบลงด้วยการตัดสินใจอะไรไม่ได้หรือไม่ทำอะไรเลย “  แล้วความเครียดจากงานก็ลามไปถึงที่บ้าน “  นักจิตวิทยาอีกรายกล่าง “ เรานอนน้อยลง ความต้องการทางเพศถดถอย   ทั้งที่โดยปกติสมองเราก็อัดแน่นด้วยข้อมูลจนหลับสนิทยากอยู่แล้ว “

            เมื่อมีแนวโน้มว่าข่าวสารจะไหลบ่ามาหาเรามากขึ้นเรื่อย ๆ  จึงจำเป็นต้องหาวิธีบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ

            มองสถานการณ์ให้ออก

            เราถูกยัดเยียดข้อมูลจนบางครั้งแทบจะคิดว่า ไม่น่ามีข่าวสารอะไรที่เรายังไม่รู้  ลองหยุดทบทวนหลังเลิกงานว่า  วันนี้คุณต้องอ่านหรือรับรู้ข้อมูลเพื่อจดจำไว้ใช้ในวันพรุ่งนี้มากน้อยเพียงใด  หากรู้สึกว่ามีข้อมูลหลายเรื่องที่จำไม่ได้  ก็แสดงว่า เริ่มมีปัญหาและต้องการหาทางแก้ไขแล้ว

            คุณพกงานหรือเอกสารเกี่ยวกับงานไปอ่านต่อที่บ้านหรือไม่  ถ้าทำเช่นนั้น แสดงว่า คุณยังจัดการกับข้อมูลไม่ถูกต้องในเวลาทำงานปกติ

            คุณสับสนเรื่องชื่อคน ตัวเลข  และรายละเอียดจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นของใครหรือไม่  คุณใส่รายละเอียดมากเกินไปจนทำให้เรื่องนั้น ๆ เข้าใจยากหรือไม่  “ เราอาจกังวลเกินไปจนทำเรื่องง่าย ๆ ให้สลับซับซ้อน  ฉะนั้นจึงควรตีประเด็นที่แก่นของเนื้อหา “ นักจิตวิทยากล่าว

            คุณรู้สึกว่า การนั่งเฉย ๆ โดยไม่หยิบอะไรมาอ่านเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์  บางคนเห็นว่าคนอยู่เฉย ๆ เป็นคนขี้เกียจ    แต่ควรระลึกไว้ว่า สมองจำเป็นต้องกลั่นกรองซึมซับสิ่งที่ได้รับมาตลอดทั้งวัน

            จัดการกับข่าวสารท่วมท้น

            ปิดโทรทัศน์และวิทยุอย่างน้อยวันละสองชั่วโมง  จะได้ไม่ต้องรกสมองด้วยข่าวสารที่ไม่มีประโยชน์ หากไม่จำเป็นก็ปิดโทรศัพท์เคลื่อนที่บ้าง  จะได้ไม่มีใครมารบกวน  หาโอกาสไปพักผ่อนต่างจังหวัด และพกหนังสืออ่านสนุกไปด้วยสักเล่ม  อย่าปล่อยให้ข่าวสารมาแย่งเวลาส่วนตัวไปหมด หาโอกาสไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง

            ขจัดข้อมูลไม่จำเป็น

            สำหรับผู้ที่ติดต่อกับผู้อื่นด้วยคอมพิวเตอร์  ควรตั้งโปรแกรมให้ช่วยแยกยะข่าวสารที่เข้ามา  เช่น  จัดข้อความไม่มีประโยชน์ให้อยู่ในแฟ้ม ”ขยะ”   ข่าวสารส่วนตัวในอีกแฟ้ม  และ ข้อความจากหัวหน้างานไว้ในแฟ้มงานด่วน  วิธีนี้จะช่วยให้คุณเก็บเรื่องไม่สำคัญไว้อ่านภายหลังเมื่อมีเวลาว่าง    ไม่จำเป็นต้องอ่านอีเมล์ทุกเรื่อง  จะได้มีเวลามุ่งทำงานมากขึ้น

            หากพบบทความที่ต้องการอ่านในนิตยสาร  ควรฉีกออกมาหรือทำสำเนาเก็บไว้  จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปอ่านเรื่องอื่นที่ไม่สนใจ    ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต  ควรเรียนรู้การใช้เครื่องมือค้นหาข้อมูล   ( search engine )  ให้เป็นประโยชน์

            อย่าใส่ข้อมูลไร้สาระ

            คิดหาวิธีดีที่สุดในการติดต่อกับผู้อื่น เช่น  จะเลือกส่งข่าวสารไปให้เขาทางโทรศัพท์  อีเมล์ โทรสาร  หรือ  ไปรษณีย์  ดีกว่ากัน   เขียนให้กระชับ  อย่าสำบัดสำนวนจนทำให้คนอื่นเสียเวลา

            หากใช้อีเมล์  ควรเขียนหัวข้อให้ชัดเจนเพื่อช่วยให้ผู้รับตัดสินใจได้ว่า  ควรเปิดอ่านทันที หรือรอไว้ก่อน  อย่าส่งจดหมายลูกโซ่เรืองขำขัน  หรือ ตลกไร้สาระ อย่างเช่น บิลเกตส์จะส่งเงินไปให้ทุกคน

            ตรวจสอบชื่อผู้รับให้แน่ใจว่า ส่งอีเมล์ไปถูกคน  วิธีนี้ช่วยให้ผู้รับไม่ต้องเสียเวลาอ่านข้อความที่ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา  อีกทั้งผู้ส่งก็จะไม่อับอายขายหน้าที่ส่งข้อความไปให้ผู้รับผิดคน

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1