นช่วงที่เดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาใหม่ๆ ข้าพเจ้าต้องเดินทางไปเรียนภาษาอังกฤษหลักสูตรพิเศษ เรียกว่า ESL ที่ทางรัฐบาลจัดไว้บริการให้คนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ ที่อ่อนทางด้านภาษาได้มีโอกาสเข้าไปเรียน เพื่อพัฒนาภาษาของตนเองให้ดีขึ้น จะได้เป็นประโยชน์ต่อการติดต่อสื่อสารในการทำงานหรือการติดต่อหน่วยงานของรัฐได้อย่างสะดวก โดยข้าพเจ้าต้องนั่งรถเมล์ไปเรียนเกือบทุกวัน

แต่เนื่องจากโรงเรียนภาษาอยู่ในซอยลึก ข้าพเจ้าก็เลยต้องเดินจากป้ายรถเมล์เข้าไปประมาณครึ่งไมล์ โดยข้างๆ โรงเรียนนั้นเป็นสุสานที่ฝังศพผู้เสียชีวิตในโอกาสต่างๆ ไว้จำนวนมาก บรรยากาศในบริเวณนั้น จึงดูจะเงียบและวังเวงเป็นพิเศษ

คราวหนึ่งข้าพเจ้าไปถึงโรงเรียนก่อนเวลาเข้าเรียนประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากครูสอนภาษาชาวอเมริกันและเพื่อนร่วมชั้นยังไม่มาสักคน ข้าพเจ้าก็เลยเดินเข้าไปนั่งพักที่ม้านั่งใต้ต้นเมเปิ้ลในบริเวณสุสาน ซึ่งแวดล้อมไปด้วยหลุมฝังศพนับหมื่นหลุม

ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบแห่งนั้น มองไปบนท้องฟ้านกนางแอ่นกำลังบินถลาโฉบเหยื่อ ผีเสื้อสีสวยหลายสิบตัวกำลังตอมดอกไม้ที่มีคนเอามาวางไว้เพื่อไว้อาลัยที่หน้าหลุมศพ กระรอกกำลังกัดแทะลูกสนอ่อนสีเขียว ข้าพเจ้านั่งพิจารณาสรรพสิ่งอย่างนิ่งสงบ

ชีวิตดูเหมือนจะมีความรู้สึกสงบ เย็น มีพลัง และเกิดปัญญามากขึ้น ถ้าหากว่าเราได้มีโอกาสในการพักผ่อนหย่อนใจ ปล่อยวางจากภาระหน้าที่ และนั่งพิจารณาไตร่ตรองมองตนเสียบ้าง

ข้าพเจ้ามองไปที่หลุมฝังศพ และเริ่มคิดหาที่มาที่ไปของชีวิต พร้อมกับตั้งคำถามว่าชีวิตคืออะไร เรามาจากไหน กำลังจะเดินทางไปสู่ที่ใด อะไรคือแก่นสาระของชีวิต อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริง ที่ผ่านมาเราได้ทำหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบสมบูรณ์ดีพอหรือยัง เราได้เอาใจใส่ต่อตนเองและดูแลห่วงใยคนรอบข้างมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้เพื่อที่จะแสวงหาคำตอบที่ถูกต้องทั้งหมดให้แก่ชีวิต

หลุมฝังศพที่ตั้งอยู่ข้างหน้า เป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้และเข้าใจถึงสัจจธรรมของชีวิต ซึ่งมีการเกิดขึ้น ดำรงอยู่ชั่วคราว และในที่สุดก็จักต้องดับสิ้นลงไป ดุจดั่งดอกกุหลาบสีสวย ที่มีการผลิดอก เบ่งบาน แล้วก็เหี่ยวแห้งร่วงโรยลงไปในที่สุด ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ ที่ดำรงอยู่อย่างนี้ตราบนิจนิรันดร์

หลุมฝังศพเบื้องหน้าเป็นสัญญลักษณ์ที่ทำให้ข้าพเจ้าและทุกๆ ชีวิต ควรที่จะระลึกถึงสาระแห่งชีวิต ว่าในขณะที่เรายังคงมีชีวิตและลมหายใจอยู่นั้น เราควรที่จะดำเนินชีวิตอย่างไร เราควรที่จะมีท่าทีต่อชีวิต โลก สังคม และสรรพสิ่งอย่างไร และควรที่จะทำอะไรบ้างเพื่อรังสรรคุณค่าและความงดงามให้เกิดขึ้นแก่ตนเองและผู้อื่น

หากเราได้มีโอกาสพิจารณาถึงสภาพความเป็นไปของชีวิต เราก็จะได้ทราบและเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า ชีวิตทุกชีวิตไม่มีความแตกต่างใดๆ ไม่ว่าจะเป็นคนดีคนเลว ร่ำรวยหรือยากจน สูงต่ำหรือดำขาว ชายหรือหญิง เด็กหรือคนชรา ทุกๆ คนล้วนกำลังก้าวเดินไปสู่หนทางข้างหน้า คือหลุมฝังศพ อันเป็นจุดหมายปลายทางของทุกชีวิต ซึ่งไม่ว่าใครจะอยากหรือไม่อยากก็ต้องไป

เมื่อชีวิตเป็นเช่นนี้ ในทุกๆ ช่วงเวลาของชีวิต เราจึงควรที่จะแสวงหาคุณค่าและเพิ่มความหมายให้กับตนเอง โดยการหมั่นกระทำแต่ในสิ่งที่ถูกต้อง แบ่งปันความรักความเมตตาให้แก่กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ละวางจากความเห็นแก่ตัว หยุดการกอบโกยเพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตนอย่างหน้ามือตามัว และหยุดเบียดเบียนหรือทำร้ายซึ่งกันและกัน เพราะเราต่างก็มีเลือดเนื้อและมีชีวิตจิตใจเช่นเดียวกัน

หากเรามองชีวิตและสรรพสิ่งโดยความเป็นปรากฏการณ์ที่มีการเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และดับไปเป็นธรรมดาตามหลักของธรรมชาติอย่างนี้ บางทีอาจจะทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้น รู้จักการปล่อยวางภาระและความหนักหน่วงที่แบกอยู่บนบ่าลงได้ ซึ่งจะทำให้ชีวิตมีความสุขความสบาย และโปร่งเบา รวมทั้งทำให้มีจิตใจที่เมตตาอ่อนโยนและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากการละวางจากการยึดมั่นถือมั่นในเรื่องราวทั้งหลาย

ในความเป็นจริงแห่งชีวิต เราทุกคนต่างก็มีความทุกข์ติดตัวมา ทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราแต่ละคนมีอยู่แล้ว ก็คือการแบกรับภาระอันหนักหน่วงที่เกิดจากขันธ์ 5 ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ซึ่งเพียงแค่นี้ก็หนักมากเพียงพออยู่แล้ว การดิ้นรนแสวงหาทุกข์อย่างอื่นจากภายนอกมาให้ชีวิตเพิ่มขึ้นอีกโดยไม่จำเป็น จึงมิใช่สิ่งที่เราควรจะแสวงหามาใส่ตัวอีกแต่อย่างใด

การมองโลกในแง่ดี การมองสรรพสิ่งด้วยสายตาที่เมตตาอ่อนโยนและเรียบง่าย การดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท การรู้จักเคารพในศักดิ์ศรีของความมนุษย์ การเปิดใจให้กว้างยอมรับความคิดเห็นจากผู้อื่น และการหมั่นศึกษาไตร่ตรองมองตนอยู่เสมอๆ ถือเป็นวิธีที่จะช่วยทำให้เราเข้าใจชีวิตและโลกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความสงบสุขแห่งชีวิต

วันนั้น เมื่อเสียงสัญญาณเข้าห้องเรียนดังขึ้น ข้าพเจ้าก็ลุกขึ้นและยืนไว้อาลัยแก่ดวงวิญญาณในหลุมฝังศพทุกๆ ดวง ที่ได้สอนให้ข้าพเจ้ามองเห็นความจริงแห่งชีวิตชัดเจนมากยิ่งขึ้นก่อนที่จะเดินทางไปเข้าห้องเรียน โดยจะเก็บงำความรู้สึกดีๆ เหล่านั้นไว้ในความทรงจำตลอดไป พร้อมทั้งจะระลึกอยู่ในใจเสมอว่า..... หนทางข้างหน้า คือ หลุมฝังศพ.


 

หนทางข้างหน้า คือ หลุมฝังศพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1