มื่อสมัยที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาอยู่ที่โรงเรียนประจำหมู่บ้านเมื่อ
20 ปีที่แล้ว บ่อยครั้งที่ข้าพเจ้ามักจะโดนคุณครูตีหรือทำโทษอยู่เสมอ เพราะตนเองเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะเกเร และไม่กลัวใคร บางครั้งตัวคนเดียวเคยชกกับคู่ปรับตัวโตๆ ที่มีถึงสามคนก็มี แม้ตนเองจะถูกรุมยำใหญ่จนพ่ายแพ้และเลือดกลบปากก็ตาม แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายที่ใครจะมาดูหมิ่นไม่ได้ ซึ่งเป็นความคิดแบบเด็กๆ ในสมัยนั้น

ความเกเรและความซุกซนของข้าพเจ้า มักจะนำความเดือดร้อนมาสู่ตัวเองอยู่เสมอ จนบางครั้งก็ถูกครูตีด้วยไม้เรียวหน้าห้องเรียน เพราะไปรังแกผู้หญิงจนร้องไห้ขี้มูกโป่ง หรือแกล้งเพื่อนโดยการนำสมุดดินสอไปซ่อนไว้ จนเพื่อนหาไม่เห็นแล้วไปฟ้องครู พอครูหาเจอก็เลยถูกทำโทษอีกตามเคย ไม้เรียวของครูกับข้าพเจ้าเลยกลายเป็นของคู่กันตลอดมา

แต่ประสบการณ์การถูกตีครั้งยิ่งใหญ่ที่ข้าพเจ้าถูกครูตีจนลืมไม่ลงและทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองอย่างสิ้นเชิง ก็คือตอนที่ถูกครูใหญ่ตีหน้าเสาธงตอนเข้าแถวเคารพธงชาติต่อหน้าเพื่อนนักเรียนประมาณ 900 คน

เรื่องมีอยู่ว่า พวกเราซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.6 ต่างก็พากันเกลียดครูสอนคณิตศาสตร์มากๆ
เพราะท่านสอนยาก และชอบตีนักเรียนด้วยพวงกุญแจที่ทำด้วยเชือกไนล่อนเวลานักเรียนตอบไม่ได้ เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งคิดจะแกล้งครูเลยไปหาหมามุ่ยใส่ถุงมาไว้ที่ห้อง บอกว่าจะเอาไปใส่รองเท้าของครูสอนคณิตศาสตร์ แต่เธอบอกว่าไม่กล้า ข้าพเจ้าก็เลยรับอาสาจัดการเอง

แต่ช่างเคราะห์ร้ายเหลือเกินที่ไปเจอครูผู้หญิงคนหนึ่งจับได้เสียก่อนขณะที่กำลังทำท่าจะเอาหมามุ่ยหย่อนใส่ร้องเท้าของครูสอนคณิตศาสตร์ เลยถูกครูยึดหลักฐานเอาไปทั้งหมด ปล่อยให้ข้าพเจ้าเดินก้มหน้าแบกความทุกข์ไว้แต่เพียงผู้เดียว

เช้าวันต่อมา ข้าพเจ้าต้องออกไปยืนโชว์ตัวเดี่ยวๆ ต่อหน้าครูและเพื่อนๆ เกือบพันคนอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะยอมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ยอมซัดทอดไปถึงเพื่อนผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ ผลก็คือ ข้าพเจ้าถูกครูใหญ่ที่รูปร่างใหญ่โตสมชื่อฟาดด้วยไม้เรียวขนาดใหญ่อย่างไม่ปราณีถึง 10 ครั้งด้วยกัน จนขาและหลังอาบไปด้วยรอยเลือด ท่ามกลางความอนาถใจของครูทุกคน โดยมีเพื่อนๆ อีกหลายสิบคนแอบร้องไห้ตามไปด้วย จากนั้นข้าพเจ้าก็วิ่งร้องไห้กลับไปบ้าน และเป็นไข้ไม่ได้มาโรงเรียนถึง 2 วัน ซึ่งทำให้เกิดความสำนึกว่าตนเองเป็นคนไม่ดี และตั้งใจที่จะเลิกพฤติกรรมเกเรที่ไม่ดีทั้งหมดเหล่านั้น โดยจะเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ จะเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน และจะเป็นศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไป

ถึงวันนี้ ทุกๆ ครั้งที่ข้าพเจ้าคิดถึงเหตุการณ์ตอนถูกครูตีครั้งสุดท้ายขึ้นมาทีไร ข้าพเจ้าจะรู้สึกเสียววูบที่ขาและหลัง เกิดความหวาดกลัวต่อไม้เรียวของครู ไม่คิดจะที่จะทำความผิดใดๆ อีก ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะผ่านไปและรอยไม้เรียวที่ขาและหลังจะหายสนิทไปนานแล้ว หากแต่ภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้นกลับยังคงดำรงอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้าอย่างไม่มีวันลืมเลือน

จากเด็กเลี้ยงควายบ้านนอกและเด็กเกเรคนหนึ่งในอดีต ที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษาเพราะความยากจน ต่อมาข้าพเจ้ากลับมีโอกาสได้ไปศึกษาเล่าเรียนที่ต่างประเทศ และมีโอกาสได้เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแห่งนี้ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเหมือนกับความฝันในยามที่กำลังหลับ

ข้าพเจ้ารู้สึกคิดถึงคุณครู คิดถึงไม้เรียวที่ครูฟาดลงบนแผ่นหลังในวันนั้น ซึ่งได้ช่วยขัดเกลาและช่วยกระตุ้นจิตสำนึกจนทำให้ข้าพเจ้ามีความอดทน กล้าหาญ เข้มแข็ง และมีวันนี้ได้ คำพูดที่ว่า "ไม้เรียวสร้างคน" จึงเป็นคำพูดที่เป็นความจริงที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความรู้สึกนึกคิดและความคิดเห็นของคนเราก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย คนในปัจจุบันต่างก็ยึดหลักแห่งเสรีภาพและให้ความเคารพในสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสมบัติที่ติดตัวมนุษย์ทุกคนมาตั้งแต่เกิด การพูดและการกระทำการรุนแรงใดๆ จึงถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของปัจเจกบุคคลได้ ไม่เว้นแม้แต่ระบบการลงโทษนักเรียนในสถานศึกษา

เมื่อเร็วๆ นี้กระทรวงศึกษาธิการของไทยได้ออกระเบียบใหม่ให้สถานศึกษาทุกแห่งห้ามใช้
"ไม้เรียว" ลงโทษนักเรียน ซึ่งก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและคนที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นธรรมดาของคนในสังคมที่มีลักษณะเป็นนานาจิตตัง ต่างคนต่างก็มีความคิดเป็นของตนเอง.

ฝ่ายที่เห็นด้วยบอกว่าเป็สิ่งที่ควรนำมาใช้เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและตรงกับหลักเสรีภาพและหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไป ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มีความเห็นว่าไม่ควรที่จะมีการห้าม เพราะถ้าหากไม่มีการลงโทษนักเรียนที่ทำความผิดแล้วจะทำให้นักเรียนทำอะไรตามใจตนเองมากยิ่งขึ้นซึ่งจะทำให้การเรียนการสอนไม่ได้ผล เพียงแต่ให้ลงโทษอย่างมีเหตุผลมากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการลงโทษที่รุนแรงเกินเหตุหรือไร้เหตุผล ซึ่งก็เป็นมุมมองที่มีความแตกต่างกัน

สำหรับข้าพเจ้าแล้ว แม้จะเห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยเสียทั้งหมด เพราะคิดว่าถึงอย่างไรไม้เรียวก็จะยังคงมีบทบาทในการขัดเกลาเด็กๆ ให้เป็นคนดีได้มากกว่าการตามใจจนเหลิงและไร้เหตุผลเป็นไหนๆ เพียงแต่ต้องตั้งอยู่บนฐานของเหตุผลและความมีจิตเมตตาเท่านั้นเอง.



 

ไม้เรียวของครูกับชีวิตของผม

 

Hosted by www.Geocities.ws

1