เมื่อหลายเดือนก่อน
ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เดินทางไปทัศนศึกษาเพื่อชมความงามของธรรมชาติที่วนอุทยานแห่งชาติ
Yosemite อีกครั้ง หลังจากที่เคยไปมาแล้วสองครั้งด้วยกัน
คราวนี้พวกเราเดินทางไปกันทั้งหมด 6 คนด้วยกัน ซึ่งมีเพื่อนที่เพิ่งเดินทางมาจากเมืองไทยไปด้วย
2 คน โดยมีชาวอเมริกันที่แสนใจดีชื่อ มร.ฮาเวิร์ด มิลเลอร์ เป็นสารถีขับรถให้และเป็นไกด์พาเที่ยวไปทุกแห่งตามที่พวกเราอยากจะไป
วันนั้นพวกเราพากันออกเดินทางจากซานฟรานซิสโกตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อเดินทางมุ่งหน้าไปที่วนอุทยานแห่งชาติ
Yosemite เพราะถ้าหากไปสาย ก็อาจจะเจอกับปัญหารถติด ทำให้การเดินทางล่าช้าลง
ซึ่งพวกเราก็เตรียมเสบียงเดินทางไปด้วยอย่างเต็มที่ ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และผลไม้
สำหรับเอาไว้รับประทานยามหิว
ในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่บนถนน มร.ฮาเวิร์ดจะคอยดูเกน้ำมันอยู่ตลอดเวลาว่ายังมีน้ำมันเหลืออยู่อีกมากน้อยแค่ไหน
ถ้าเหลือน้อยก็จะได้จอดแวะเติมน้ำมันตามปั้มข้างทาง และถือโอกาสลงไปเช็คเครื่องยนต์ด้วย
ซึ่งปรากฏว่าต้องเติมน้ำมันทั้งขาไปและขากลับถึงสองครั้งด้วยกัน และมีการจอดพักเครื่องเป็นช่วงๆ
ทำให้การเดินทางไม่มีอุปสรรคใดๆ เกิดขึ้น เพราะพวกคนขับรถได้เตรียมพร้อมทุกอย่าง
เนื่องจากเคยได้รับบทเรียนจากการไปเที่ยวคราวก่อน ที่น้ำมันรถหมดกลางทาง จนต้องพากันถ่ายน้ำมันจากรถคันอื่นไปใส่แทน
ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและเสียทั้งอารมณ์ไปตามๆ กัน ซึ่งทำให้ได้ข้อคิดว่า ก่อนจะขับรถเดินทางออกไปไหนนั้น
เราควรที่จะสำรวจตรวจตราดูรถให้เรียบร้อยเสียก่อน ไม่ควรประมาทหรือนิ่งดูดาย
แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยก็ตาม เพราะมิเช่นนั้นแล้ว อาจจะทำให้เกิดปัญหาหรือมีอุปสรรคระหว่างการเดินทางได้
และบางทีอาจจะทำให้ไม่สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้ตามที่ปรารถนาเอาไว้.
ชีวิตคนเราก็คงจะเหมือนกับรถยนต์คนหนึ่ง
ที่กำลังแล่นไปสู่จุดหมายปลายทางที่รออยู่เบื้องหน้า จะแตกต่างกันบ้างก็ตรงที่ว่า
รถยนต์นั้นมีจุดหมายปลางทางในการเดินทางที่แน่นอนว่าจะไปไหนและหยุดตรงนั้น อะไรคือปลายทางของรถยนต์
ในขณะที่ชีวิตคนเรานั้น กลับไม่มีสิ่งใดเป็นจุดหมายปลายทางที่แน่นอนแท้จริง มีแค่เพียงการคาดหวังเอาไว้ว่าตรงนั้นตรงนี้
แต่พอเดินทางไปถึงตรงจุดนั้นแล้ว ก็กลับพบว่าตรงนั้น หาใช่เป็นจุดหมายที่แท้จริงของชีวิตแต่อย่างใดไม่
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของชีวิตจะอยู่
ณ แห่งหนใดก็ตาม ก็เป็นหน้าที่ของเราเองที่จะต้องนำพาชีวิตของตนเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตนวาดหวังเอาไว้นั้นให้จงได้
ด้วยความอดทน กล้าหาญ และความเข้มแข็งที่ตนมีอยู่
ในการเดินทางแต่ละครั้งนั้น ก่อนเดินทางที่จะออกเดินทาง เจ้าของรถยนต์ต้องคอยสำรวจตรวจตราดูเครื่องยนต์อย่างรอบคอบ เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจว่าจะไม่ทำให้รถยนต์มีปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง ฉันใด
ในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราก็เช่นเดียวกัน
เราควรที่จะสำรวจตรวจดูตัวเองอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะลงมือทำสิ่งใดลงไป เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมเอาไว้
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือบกพร่องเกิดขึ้นในภายหลัง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคทำให้การดำเนินชีวิตไม่มีความราบรื่นและเป็นไปด้วยความยากลำบาก
เราไม่ควรที่จะใช้ชีวิตหรือดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความประมาทและขาดความระมัดระวัง
หากแต่จงหมั่นสำรวจตรวจตราดูตัวเองตลอดเวลา รวมทั้งการหมั่นสร้างความเข้มแข็ง
กล้าหาญ และอดทนให้เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เสมอด้วย เพื่อจะทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันมีความง่ายขึ้น
ในการเดินทางแต่ละครั้งนั้น น้ำมันหรือเชื้อเพลิงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับรถยนต์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้รถยนต์สามารถโลดแล่นไปสู่หนทางเบื้องหน้าได้อย่างดี ถ้าปราศจากน้ำมันหรือเชื้อเพลิงเสียแล้ว รถยนต์ก็ไม่อาจจะแล่นไปสู่หนทางข้างหน้าได้ ฉันใด
ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน
เราควรที่จะแสวงหาน้ำมันหรือเชื้อเพลิงให้กับชีวิตอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นปัจจัยผลักดันทำให้ชีวิตมีพลังและพร้อมที่จะโลดแล่นไปสู่หนทางเบื้องหน้าได้อย่างมีความมั่นใจ
ซึ่งน้ำมันหรือเชื้อเพลิงสำหรับเติมให้กับชีวิตของคนเรานั้น ก็คือ "กำลังใจ"
นั่นเอง
กำลังใจ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนเรา
ในฐานะที่จะเป็นแรงกระตุ้นหรือผลักดันทำให้ชีวิตมีความหวังและมีความมั่นอกมั่นใจในการที่จะลงมือสร้างสรรค์ผลงานหรือสิ่งดีงามต่างๆ
ให้เกิดกับชีวิตและสังคม ซึ่งถ้าหากปราศจากกำลังใจเสียแล้ว บางทีคนเราก็คงจะไม่ความแตกต่างใดๆ
กับซากศพที่เดินได้ เพราะมีแต่ตัว แต่ปราศจากจิตใจหรือไร้ความหวังในชีวิต
ด้วยเหตุนี้ เราจึงควรที่จะหมั่นเติมน้ำมันหรือสร้างกำลังใจให้เกิดขึ้นกับชีวิตของตนอยู่ตลอดเวลา
เพื่อทำให้ชีวิตมีความคึกคักและเบิกบานมั่นใจอยู่เสมอ ซึ่งเราสามารถจะสร้างกำลังใจให้กับตนเองได้
ทั้งจากการให้กำลังใจแก่ตนเอง และการสร้างกำลังใจจากปัจจัยภายนอกหรือจากคนอื่น
จงอย่าปล่อยให้ชีวิตเป็นเหมือนกับรถยนต์ที่ปราศจากน้ำมันหรือเชื้อเพลิงเลย.
|
ชีวิตกับรถยนต์
|