ทุก ๆ
ครั้งที่เราแหงนมองดูท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งปราศจากเมฆหมอกมาบดบัง
เราจะมองเห็นหมู่ดวงดาวน้อยใหญ่ส่องแสงสกาวแวววาวระยิบระยับอยู่เต็มฟากฟ้า ซึ่งทำให้ท้องฟ้าดูเหมือนมีชีวิตและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความฝันมากมาย
ที่รอคอยให้ทุกชีวิตปีนป่ายขึ้นไปค้นหาและไขว่คว้าเอามาประดับใจตน
เรามักจะมีความรู้สึกที่ดี ๆ เกิดขึ้นมากมายอยู่เสมอ
ในทุก ๆ ครั้งที่เรามีโอกาสได้มองดูดวงดาวบนฟากฟ้า ซึ่งดูเหมือนจะทำให้เรารู้สึกมีความสุข
เบิกบาน อบอุ่น และคลายความทุกข์กังวลได้อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
อาจมีหลาย ๆ ครั้งที่เรารู้สึกท้อแท้ สับสน โดดเดี่ยว
เหงา หรือมืดมนไม่มีทางไป แต่เมื่อเรารวบรวมจิตใจให้มั่นคงและยืนเพ่งมองดูท้องฟ้าอย่างเงียบ
ๆ เราจะรู้สึกได้ถึงเสียงกระซิบอันแผ่วเบาจากดวงดาวนับล้านดวง ที่พร้อมจะอยู่เป็นเพื่อน
คอยห่วงใยเอาใจช่วย และคอยเป็นกำลังใจให้กับเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันช่วยทำให้เรารู้สึกมีความสบายใจ
มีความหวังและมีกำลังใจขึ้นอย่างประหลาด
สำหรับคนที่รักท้องฟ้าหรือดวงดาวเป็นชชีวิตจิตใจแล้ว
ดวงดาวและท้องฟ้าดูช่างมีความสำคัญและมีความหมายที่ยิ่งใหญ่มากเกินกว่าสิ่งใด
ๆ ในฐานะที่เป็นตัวแทนแห่งความรัก ความดีงาม ความเมตตา ความฝัน ความอบอุ่น ความศรัทธา
และความรู้สึกดี ๆ ทั้งปวง ที่จะเป็นสิ่งคอยช่วยจรรโลงชีวิตของมนุษย์ให้มีความสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา
ดวงดาว จึงไม่ใช่จะมีความสำคัญเฉพาะกับท้องฟ้าเพียงเท่านั้น
หากแต่ยังมีความหมายและความสำคัญต่อชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์ทุกชีวิต ในฐานะที่ช่วยทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่อย่างมีความหวังมากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุที่ว่ามนุษย์ต่างก็ใฝ่ฝันและปรารถนาที่จะให้ตนเองมีชีวิตที่ดีงามดุจดั่งดวงดาวที่สุกใสอยู่บนฟากฟ้าเหมือนกันทุกๆ
คน
และด้วยเหตุที่มนุษย์อยากจะให้ชีวิตของตนเป็นดุจดั่งดวงดาว
จึงมีใครต่อใครมากมายที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นที่จะปีนป่ายขึ้นไปให้ถึงซึ่งดวงดาวหรือฟากฝั่งแห่งความฝัน
อันได้แก่ความสำเร็จที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ซึ่งก็มีบ้างบางคนที่สหวังและได้เป็นดาวสมความตั้งใจ
ในขณะที่อีกหลายคนก็เป็นได้แค่เพียงดาวตกเท่านั้นเอง และบ่อยครั้งที่ใครต่อใครมักจะได้เรียนรู้ความจริงว่า
บนดวงดาวหรือความสำเร็จเหล่านั้น แท้ที่จริงมิใช่จะมีแต่ความสุขหรือความเบิกบานเพียงอย่างเดียว
หากแต่ยังมีความทุกข์ ความเหน็บหนาว และความเงียบเหงาอ้างว้างซุกซ่อนอยู่ภายในอีกด้วย
ดวงดาวที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้าเหล่านั้น มีทั้งดาวดวงเล็กและดวงใหญ่
มีทั้งที่กำลังเปล่งประกายเจิดจ้าและที่อับแสง บ้างก็ดำรงอยู่อย่างนั้นตลอดกาลนานแสนนาน
และบ้างก็สูญสลายหายไปตามกระแสแห่งกาลเวลา
มนุษย์ก็คงจะเหมือนกับดวงดาวทั้งหลายเหล่านั้น ที่มีชีวิตและความเป็นไปที่แตกต่างกัน
จะมีที่เหมือนกันอยู่บ้างก็ตรงที่เราต่างก็รักที่จะมีความสุขและเกลียดกลัวต่อความทุกข์
รวมทั้งปรารถนาอยู่เสมอที่จะให้ชีวิตเป็นเหมือนดั่งดวงดาวกันทุก ๆ คน ซึ่งก็มีหลายคนที่มีความฝันที่เป็นจริง
ในขณะที่ความฝันของอีกหลาย ๆ คนก็เป็นได้แค่เพียงความฝันที่ล่องลอย
มนุษย์มิอาจจะเป็นดวงดาวกันได้ทั้งหมด ทั้งนี้เพราะมนุษย์มีเหตุปัจจัยและมีที่มาที่ไปที่แตกต่างกัน
แต่ถึงกระนั้น
มนุษย์ก็อาจจะค้นพบความสุขและความเบิกบานที่แท้จริงได้โดยไม่ยากถ้าหากมนุษย์รู้จักยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน
รู้จักศึกษาเรียนรู้ตนเอง รักและเมตตาต่อกันอยู่เสมอ รู้จักความพอดี-พอใจในชีวิต
รู้จักเสียสละเพื่อผู้อื่น และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติมากยิ่งขึ้น.
ค่ำคืนนี้
.. ณ ขอบฟ้าที่ไกลลิบลับตา
สะเก็ดดาวเล็ก ๆ ดวงหนึ่งได้ร่วงหล่นมายังชั้นบรรยากาศของโลก และเมื่อวิ่งมากระทบเสียดสีกับบรรยากาศของโลกอย่างรวดเร็ว
ทำให้เกิดการลุกไหม้ขึ้น กลายเป็นดาวตกเพียงดวงเดียวที่ส่องแสงสว่างสวยงามในค่ำคืนของราตรีนี้
ดาวตก
ได้ลาจากไปแล้ว
พร้อมกับการดับสูญของดาวดวงเล็ก ๆ ดวงหนึ่ง
หากแต่ชีวิตของมนนุษย์ หาได้ดับสูญตามไปด้วยแต่อย่างใดไม่
ชีวิตของมนุษย์ยังจะต้องดิ้นรน ต่อสู้ฟันฝ่า และก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไปเรื่อย
ๆ จนกว่าจะหมดสิ้นเรี่ยวแรงและลมหายใจ
ชีวิตของคนเรา ตอนเกิดก็มาตัวเปล่า
ไม่ได้นำสมบัติใด ๆ ติดตัวมาด้วยเลย และเช่นเดียวกัน เวลาที่ละจากโลกนี้ไป ก็ต้องไปตัวเปล่า
ๆ โดยที่ไม่สามารถที่จะนำพาเอาสมบัติใด ๆ ที่มีอยู่ติดตัวไปด้วยได้ จะมีก็แต่ความดีงามและความชั่วทั้งหลายที่เราได้กระทำไปแล้วเท่านั้น
ที่จะคอยติดตามเป็นเพื่อนเราไปในทุกหนทุกแห่ง
การสร้างสรรค์ความดีงามให้เกิดขึ้นทํ้งแก่ตนเองและเพื่อผู้อื่นมาก
ๆ ในวันนี้ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงพากันตระหนักและลงมือกระทำให้มากที่สุด
ทำความดีเอาไว้เถิด ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งหรือหน้าที่การงานอะไรก็ตาม
ขอให้คุณหมั่นกระทำความดีเอาไว้มาก ๆ
แล้วคุณจะเป็นดวงดาวที่เปล่งประกายเจิดจ้าอยู่บนฟากฟ้าตราบนิรันดร์ โดยไม่มีวันที่จะร่วงหล่นตกลงสู่พื้นดินเฉกเช่นดาวตกดวงนั้นอีก.
|
ดวงดาวกับชีวิต
|