ฝนหลงฤดูที่พรั่งพรูตกลงมาอย่างหนักหน่วงเมื่อหลายวันก่อน
ช่วยชุบชีวิตหมู่แมกไม้และใบหญ้านานาพันัธุ์ให้มีความเบิกบานเขียวขจีขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากที่ต้องแห้งเหี่ยวและอับเฉามาเป็นเวลานานหลายเดือน เพราะขาดแคลนน้ำมาหล่อเลี้ยง
หญ้าที่เคยแห้งกรอบและล้มตาย บัดนี้ก็กลับแตกหน่ออ่อนฟื้นชีวิตมามีสีเขียวดังเดิม
แมกไม้นานาพันธุ์ที่ใบร่วงหล่นสู่พื้นดินจนเหลือแต่กิ่งก้านที่ว่างเปล่าในช่วงที่ผ่านมา
ครั้นเมื่อได้รับน้ำฝนที่ตกลงมาจากฟ้าในวันนั้น เดี๋ยวนี้ก็กำลังผลิใบอ่อนสัเขียวออกมาจนแทบจะทุกต้น
คล้ายกับว่ากำลังมีความสุขอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อการรอคอยอันยาวนานได้สิ้นสุดลงและมาถึงเสียที
ผืนดินที่เคยแตกระแหงเพราะขาดน้ำ บัดนี้ก็กลับชุ่มชื้นและดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
จนทำให้เมล็ดพันธุ์พืชเล็ก ๆ ที่แอบซ่อนตัวอยู่ใตต้ดินมีโอกาสได้งอกเงยขึ้นมาดูโลก
และรอวันที่จะเจริญเติบใหญ่ขึ้นในวันต่อ ๆ ไป
ใช่จะมีเพียงเท่านั้นก็หาไม่ หากแต่ฝนตกในวันนั้นยังสามารถช่วยขจัดและชะล้างสิ่งสกปรกโสโครก
เช่น เขม่าควัน หรือฝุ่นละอองที่เกาะติดตามถนนหนทางหรืออาคารบ้านเรือนต่าง ๆ
ให้หมดไปด้วย ซึ่งทำให้อาคารบ้านเรือนและสถานที่ต่าง ๆ แลดูดีสะอาดตามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
น้ำ จึงเป็นทรัพยากรที่มีคุณูปการะอย่างยิ่งใหญ่
ไม่ใช่เฉพาะสำหรับมนุษย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังมีความหมายและมีความสำคัญอย่างยิ่งใหญ่ต่อสรรพสิ่งทั้งปวง
ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ในฐานะที่น้ำเป็นแหล่งก่อกำเนิของทุกสิ่งและเป็นสิ่งที่จะช่วยหล่อเลี้ยงทุกชีวิตและทุกสรรพสิ่งให้มีความเบิกบานและชุ่มชื้นตลอดเวลา
ซึ่งถ้าหากปราศจากน้ำเสียแล้ว สรรพสิ่งก็มิอาจจดำรงอยู่ต่อไปได้อีก
อย่างไรก็ตาม สำหรับสังคมมนุษย์ในยุคสมัยปัจจุบัน
ถึงแม้ว่าเราจะมีทรัพยากรน้ำใช้ในการอุปโภคและบริโภคอย่างเพียงพอ แต่ก็ดูเหมือนว่าสังคมของมนุษย์เราในวันนี้กลับหาน้ำดีที่มีความสำคัญและยิ่งใหญ่อีกประเภทหนึ่งไม่ค่อยพบ
นั่นก็คือ "น้ำใจ"
น้ำใจ คือ ตัวแทนแห่งคุณธรรมหรือความดี ความงาม ความรัก ความสงสาร หรือความหวังดีและความปรารถนาดี ที่เกิดขึ้นและมีอยู่ภายในจิตใจของมนุษย์แต่ละคน ซึ่งจะสือแสดงออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมในแง่ของการกระทำความดีงามต่อกันและกันอย่างไร้ขอบเขตทางกาย คือ การกระทำที่ประกอบด้วยความเมตตา และทางวาจา คือ การใช้คำพูดที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตา โดยมีจิตใจหรือความคิดเป็นผู้คอยควบคุมและบงการอยู่เบื้องหลัง
น้ำฝนที่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน สามารถที่จะชุบพื้นปฐพีและสรรพสิ่งให้ชุ่มชื้นและมีชีวิตชีวาได้ฉันใด
น้ำใจที่คนเราคอยหยิบยื่นให้ซึ่งกันและกันอยู่เสมอด้วยความรักและความห่วงใยอย่างเต็มเปี่ยม
ก็สามารถที่จะชุบชีวิตของผู้คนให้มีความหวังและมีกำลังใจขึ้นมาอย่างอัศจรรย์ได้เช่นเดียวกัน
น้ำใจ จึงเป็นสิ่งที่ประเสริฐ เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องมี
และเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะพึงสร้างสรรค์ขึ้นมาให้มากที่สุด
อย่ามัวแต่รอคอยน้ำใจหรือความเมตตาสงสารจากผู้อื่น แต่จงเรียนรู้ที่จะเป็นคนหยิบยื่นน้ำใจแห่งความห่วงใยให้กับผู้อื่นอยู่เสมอ
จงเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้มากกว่าการเป็นผู้รับ เพราะความสุขที่เกิดจากการให้
ช่างยิ่งใหญ่และแตกต่างยิ่งนักกับความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้คอยรับเพียงอย่างเดียว
สังคมมุษย์ในวันนี้
ดูเหมือนว่านับวันสังคมเราก็ยิ่งจะหาน้ำใจไมตรีจากผู้คนได้อย่างยากเย็นและน้อยลงทุกที
สังคมวันนี้กำลังขาดแคลนคนดีและคนที่มีน้ำใจอย่างวิกฤต
มองไปทางไหน ก็มีแต่คนที่จิตใจคับแคบและเห็นแก่ตัว ไม่ว่าจะมองซ้ายหรือมองขวา
ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง เราก็จะพบเห็นแต่คนที่แล้งน้ำใจและพบเจอแต่คนที่ถือว่าธุระไม่ใช่อยู่ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะพบว่า นักเรียนหญิงถูกจี้บนรถเมล์ไปขมขื่นกลางวันแสก
ๆ ,คนตาบอดถูกรถชนตาย, พระ-คนชราและหญิงมีครรภ์ยืนห้อยโหยรถเมล์, กระเป๋ารถเมล์ไล่พระลงจากรถเพราะไม่มีเงินค่าโดยสาร,คนงานกระโดดตึกและฆ่าตัวตาย
เพราะขาดการเหลียวแลจากนายจ้าง,สามีตบตีทำร้ายภรรยา,นักฟุตบอลทีมชาติไล่ตีกันอลางสนามแข่งขัน,พระโรคประสาทถูกตำรวจทำวิสามัญฆาตกรรม
ฯลฯ เป็นต้นซึ่งความโหดร้ายทารุณเหล่านี้ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมและความตกต่ำทางจิตใจของคนในยุคสมัยปัจจุบัน
ที่ยืดถือเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นสรณะมากเกินไป
สังคมของเราคงจะมีความสงบสุขและดีขึ้นกว่านี้มากมายนัก
ถ้าหากเราทุก ๆ คนหันกลับมาเอาใจใส่ซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น รักและปรารถนาดีต่อกันอยู่เสมอ
รู้จักการให้อภัย ปลอบโยนและให้กำลังใจกันในยามที่มีใครต้องได้รับความทุกข์หรือหม่นหมอง
รู้จักที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่นให้มาก และคอยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่น้ำใจและความรักให้ซึ่งกันและกันอยู่เสมอ
ๆ
ความสกปรกและสิ่งโสโครกใด ๆ ที่มีอยู่ แม้จะมากมายสักเพียงใด แต่เราก็สามารถที่จะขจัดออกไปได้ โดยการใช้น้ำหรือน้ำยาไปชะล้าง
แต่สำหรับจิตใจอันสกปรกเห็นแก่ตัว และเต็มด้วยกิเลสของคนแล้ว
คงยากที่จะหาน้ำยาหรือสิ่งใด ๆ มาชำระล้างให้มีความสะอาดขึ้นมาได้ แม้แต่หลักธรรมของพระพุทธองค์ทั้งปวง
ก็ไม่สามารถที่จะนำมากำจัดความสกปรกเหล่านั้นให้หมดสิ้นไปได้ ถ้าหากว่าตัวของเขาเองไม่เคยมีความคิดที่จะพัฒนา
ปรับปรุงหรือเปลี่ยนตนเองให้ดีขึ้น
ท้องทุ่งที่แห้งขอดและปราศจากน้ำในฤดูแล้ง ยังพอมีความหวังที่จะชุบชีวิตต้นไม้และใบหญ้าที่แห้งเหี่ยวให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ เมื่อฤดูฝนก้าวเข้ามาถึง
แต่สังคมที่ปราศจากคนดีมีน้ำใจและเต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัวนั้น
คงยากที่จะพัฒนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองได้ตามที่ปรารถนา และนับวันก็ยิ่งจะมีแต่ความแห้งเหี่ยวและเสื่อมโทรมอยู่ตลอดเวลา
น้ำใจ จึงเป็นสิ่งที่ประเสริฐ
และเป็นสิ่งที่มนุษย์จะต้องหยิบยื่นและมอบให้แก่กันและกันอยู่เสมอ ๆ
เพราะถ้าหากปราศจากความมีน้ำใจเสียแล้ว สังคมของมนุษย์ก็คงจะไม่มีความแตกต่างใด ๆ กับสังคมของสัตว์เดรัจฉาน ที่มีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นและคอยที่จะประหัตประหารตลอดเวลา.
|
น้ำเอยน้ำใจ
|