การป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้าสาเหตุที่ทำให้หม้อแปลงเกิดความเสียหาย1.การลัดวงจรที่ขดลวดทำให้ขดลวดเกิดความเสียหาย และทำให้แกนเหล็กไหม้2.การลัดวงจรที่แกนเหล็กเกิดจาการเสื่อมสภาพของฉนวนระหว่างขดลวดที่พันรอบแกนเหล็ก และ ระหว่างแผ่นแกนเหล็ก ทำให้เกิด eddy current ทำให้เกิดความร้อนเกิดขึ้นการพกพร่องที่ตัวถังของหม้อแปลง( ภายใน )เกิดจากการที่น้ำมันลดน้อยลง ทำให้การเป็นฉนวนลดน้อยลง และเพิ่มความร้อนมากขึ้น , ท่อระบายความร้อน พกพร่องทำให้อุณหภูมิสูงมากขึ้นภายในหม้อแปลงมีน้ำมันหม้อแปลง (เพื่อปิดช่องว่างอากาศ ทำให้ไม่เกิด partial discharge) หรือไม่เกิดประกายไฟ
สาเหตุข้อบกพร่องภายนอกตัวหม้อแปลง1. การรับภาระเกินขนาดของหม้อแปลง2.การลัดวงจรในระบบ3. แรงดันสูงเกินไป4. ความถี่ที่ต่ำลง1. การรับภาระเกิน
ทำให้หม้อแปลงเกิดความร้อน เพราะ watt มากเกินไปทำให้ความสามารถของหม้อแปลงในการระบายความร้อนไม่เพียงพอกล่าวคือ w= I2R เมื่อมีภาระมากขึ้นกระแสก็เพิ่มขึ้นw= I2R , R=1 ohm , I=100Aw= (100)2(1)w= 1000 wattแต่ถ้า ภาระมากเกินกระแสเท่ากับ I = 150 Aw= (150)2(1)w= 22500 watt2. การลัดวงจรในระบบ
การลัดวงจรในระบบ ทำให้หม้อแปลงชำรุด เนื่องมาจากการลดลงของ Impedance 4% หรือ 4 เท่าของ rate กล่าวคือ หม้อแปลงจะจ่ายกระแสจาก 100 A เพิ่มเป็น 2500 A ซึ่งเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดแรงบีบอัดในหม้อแปลงที่มีขดลวดทำให้เกิดการลัดวงจรวิธีการป้องกัน...............เพิ่ม Impedance ของ หม้อแปลงให้มากขึ้น3.ความดันสูงเกินไป E = ค่า rms ของรงดันเหนี่ยวนำKf = ค่า factor ของแรงดันBm = ความหนาแน่นของเส้นแรงแม่เหล็กA = พื้นที่หน้าตัดของแกนเหล็กf = ความถี่ของ EN = จำนวนรอบของขดลวดเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงจาก 50 Hz และ Vaolt เพิ่ม, Kf เพิ่ม ,Bm เพิ่ม , คือการเพิ่มเส้นแรงแม่เหล็ก เป็นผลให้มีระดับความร้อนเพิ่มขึ้นทำให้ฉนวนชำรุด4.ความถี่ในระบบต่ำ f มีการเปลี่ยนแปลงลดต่ำลง ในขณะที่ E ยังคงที่ ทำให้ Bm จะต้องเพิ่มมากกว่าปกติทำให้เกิดความร้อน มีผลต่อฉนวนเช่นกัน ทำให้หม้อแปลงมีอายุการทำงานน้อยลงการป้องกันความร้อนสูงเกินหม้อแปลง (Over heating protection)สาเหตุตัวระบายความร้อนชำรุดเสียหายครีบระบายความร้อนมีฝุ่นเกาะมาก ทำให้ระบายความร้อนได้น้อยหลัการป้องกัน***น้ำมันในหม้อแปลงที่อยู่ทางด้านบนจะมีอุณหภูมิสูงกว่าทางด้านล่างของหม้อแปลง***จากการที่น้ำมันที่มีความร้อนสูงจะอยู่ด้านบนของหม้อแปลง ทำให้สามารถตรวจจับ ความร้อนได้โดยการติด Senser ทางด้านบนของหม้อแปลง และต่อไปยังตัววัดค่าปริมาณความร้อน ## เมื่อ Senser ได้รับความร้อนที่มากขึ้น ทำให้อากาศหรือของเหลวขยายตัวไปดันเข็มบอกปริมาณความร้อนของหม้อแปลง(เรียกว่า Oil temperature)แต่จุดที่ร้อนมากที่สุดไม่ได้อยู่ที่น้ำมันแต่เป็นขดลวด ซึ่งขึ้นอยู่กับกระแสที่ใหลเข้าหม้อแปลง คือถ้ามีกระแสใหลเข้ามากความร้อนก็จะมากทำให้ตรวจสอบได้ดังนี้ทำให้อุณหภูที่ได้เกิดจาก (อุณหภูมิที่ได้จากน้ำมัน + อุณหภูมิที่เกิดจากปริมาณการใหลของกระแสที่ผ่าน Resistor) และความร้อนรวมกันเรียกว่า (Thermal image techique)หรือแบบจำลองเชิงความร้อน ความร้อนที่ส่งไปยัง Senser เพื่อบอกปริมาณความร้อนที่เกทบอกปริมาณ ![]()
ในบางระบบใช้ contect หลายตัวในการทำงาน โดยการให้สัมพันธ์กับเข็มบวกปริมาณ เช่น 80 องศา พัดลมตัวที่ 1 ทำงาน - 100 องศา พัดลมตัวที่ 2 ทำงาน และถ้าเกิน 110 องศา จะสั่งการให้ Circuit Breaker ทำงานการป้องกันการทำงานผิดปกติในหม้อแปลงโดยการตรวจับในหม้อแปลง1.Buchholz Relay------->ใช้กับหม้อแปลงชนิดน้ำมัน2.Sudden pressure Relay------->ใช้กับหม้อแปลงชนิดน้ำมัน1.Buchholz Relay จุดที่หลวมในหม้อแปลงเกิดความต้านทานสูงทำให้เกิดความร้อนมากเช่นกันทำให้เกิดการเสื่อมของแกนเหล็กหรือการเสื่อมสภาพของขดลวด จากที่กล่าวมาทำให้น้ำมันของหม้อแปลงเกิดการระเหยที่อุณหภูมิ T = 200 - 350 องศา จะได้เป็นก๊าซ เช่น COC2H , CO2C2Hก๊าซเหล่านี้จะลอยตัวขึ้นข้างบนเข้าสู่ Consenrator Tank - เมื่อน้ำมันเกิด gas จะมี Buchholz ดักอยู่ gasจะเข้าสู่ Buchholz ไปแทนที่นน้ำมันมากขึ้นทำให้ลูกลอยเอียงตามปริมาณ gas ที่มากขึ้น ด้วยกรณีนี้ ทำให้ Switch ปรอท 1 contect ทำงาน เป็นสัญญาณเตือนว่ามี gas ในหม้อแปลงมากเกินไป เมื่อ gas ก็สามารถเอาออกได้โดยใช้ท่อของ Gas นำ gas ไปวิเคราะห์ โดยใช้ DGA (Disslore gas analysis)เพราะ gas แต่ละตัว มีส่วประกอบที่แตกต่างกันตามสาเหตุ ของความผิดปกติที่เกิดกับหม้อแปลง![]()
เมื่อเกิดการ Short circuit ในหม้อแปลงทำให้น้ำมันพุ่งขึ้งอย่างรวดเร็ว ไปกระแทก Buchholz Switch ที่จุด Switch ปรอท 2 ทำให้ไป trip การทำงานของ circuit breakerข้อดีของ Buchholz ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในหม้อแปลงจะเห็นได้ทั้งสิ้น แต่จะช้ากว่า relay แบบ differenceSudden pressure relay
หม้อแปลงชนิดนี้ไม่มีวงจรในการเตือน ใช้ได้ทั้งหม้อแปลงที่มี Consenrator tank และไม่มีเมื่อมีการ Short circuit ทำให้เกิดแรงดันรุนแรงไปดันน้ำมัน Tank 2 และผลักแผ่น Diagram ไปต่อกับวงจร Trip circuit breakerOver current relay
ขณะทำงานปกติ relay จะรับกระแส 5 A ซึ่ง relay จะไม่ทำงาน จนกว่าจะมีการ Short circuit จะมีกระแสสูงมาก ทำให้ CT รับกระแสเกินเท่ากับ 10 A ส่งผลให้ relay ทำงานด้วยความรวดเร็ว สั่งให้ circuit breaker ตัดวงจรทันทีข้อดีของรีเลย์ชนิดนี้ ทำงานได้ด้วยความเร้วที่สูง และเลือกค่า pickup ได้ข้อเสียของรีเลย์ชนิดนี้ บางครั้งความผิดปกติไม่ได้เกิดที่หม้อแปลงแต่รีเลย์กลับทำงานด้วย เช่น การต่อแบบ Y จะที่การลัดวงจรที่นอกหม้อแปลง รีเลย์ก็ยังมองเห็นจึงต้องการแก้ปัญหาโดยการตั้ง Timer ให้ยาวนานกว่าปกติการป้องกันแบบกระแสผลต่าง (Differenctial relay)
**** สามารถจำกัดบริเวณได้ ถ้า Diff relay และ Buckhholz ทำงานพร้อมกันแสดงว่า หม้อแปลงเสียหายแน่นอน***ขอ้ดีมีประสิทธิภาพสูง 99 %หลักการเมื่อ I1 กับ I2 มีค่าเท่ากัน รีเลย์ จะไม่ทำงาน : เมื่อ I1กับ I2 มีค่าไม่เท่ากัน รีเลย์ จะทำงานกฎการป้องกันหม้อแปลงโดยการใช้ Differential Relay1).ต้องใช้ CT ที่มีอัตราการทดกระแสต่างกัน ในด้าน Primary และ Secondary ของหม้อแปลงเพราะกระแสในด้านทั้งสองไม่เท่ากัน2).ในกรณีที่เป็นหม้อแปลง 3 เฟส และการต่อขดลวด Primary และ Secondary เป็นคนละแบบ เช่น ด้านหนึ่งเป็นแบบ วาย อีกด้านหนึ่งต้องเป็น เดลต้า จะเป็น Phase shift ระหว่าง กระแสทั้งสองเป็นมุม 30 องศาซึ่งกันและกัน ดังนั้นการต่อ CT จึงต้องต่อขั้วให้ถูกต้อง โดยด้านหม้อแปลงต่อเป็น วาย - เดลต้า และด้าน CT ต่อเป็น เดลต้า - วาย3).หม้อแปลงทั่วไปมี tap charge สามารถเปลี่ยนอัตราส่วนแรงดัน จะทำให้กระแสเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนั้นการตั้งรีเลย์ จะต้องเผื่อกระแสที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากากรเปลี่ยนแปลงของ tap
ยินดีต้อนรับครับ