วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับสิ่งแวดล้อม

ศ. ดร. มนตรี จุฬาวัฒนทล
ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


บทสรุป

การพัฒนาประเทศไทยในระยะ 20-30 ปีข้างหน้า จำเป็นจะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย ทั้งนี้เพื่อสร้างสังคมไทยให้มีคุณภาพ มีปัญญาและมีความสมานฉันท์ ประเทศไทยจะต้องมุ่งหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แรงกดดันจากการแข่งขันในโลกเสรีและอุปสรรคอันเกิดจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ ด้วยเหตุนี้ไทยในอนาคตจะต้องกระบวนทัศน์ใหม่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 3 ประการหลักคือ

สิ่งแวดล้อมเป็นเพียงส่วนย่อยในภาคการผลิตและการบริการ ต้องเปลี่ยนเป็นสิ่งแวดล้อมเป็นฐานหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน
การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่าย ต้องเปลี่ยนเป็น แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมสามารถทำเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้
การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเร่งการผลิตและการบริการ ต้องเปลี่ยนเป็น การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ที่ผ่านมาประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม รัฐได้จัดทำนโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ พ.ศ. 2540-2559 กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนงานต่างๆ รองรับนโยบายดังกล่าว และได้ประเมินสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของชาติเกี่ยวกับพื้นที่ลุ่มน้ำ ทรัพยากรแร่และพลังงาน พื้นที่ชายฝั่งทะเลและมหาสมุทร ภาวะมลพิษ สิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชน สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม ได้พบว่าสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของไทยได้เสื่อมโทรมลงมา อันเนื่องมาจากการเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะที่ผ่านมา

การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมไทยที่ผ่านมาได้ใช้การจัดการเป็นมาตรการหลัก และได้ละเลยความสำคัญของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ทั้งๆ ที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสิ่งแวดล้อมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเดียวกัน นอกจากนี้ การจัดการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมายังมีลักษณะโดยสังเขปดังนี้

รัฐเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของชาติ ในขณะที่ภาคการผลิต (อุตสาหกรรมและการเกษตร) พยายามหลีกเลี่ยงการเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยได้ผล และเสียค่าใช้จ่ายมาก เพราะเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ
รัฐยิ่งใช้มาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งทำให้ประเทศต้องนำเข้าเทคโนโลยีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพิ่มมากขึ้น เพราะไทยลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมน้อยมาก
การรณรงค์และการให้การศึกษาฝึกอบรมให้ประชาชนมีจิตสำนึกและช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยเกิดผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะนิสัยรักความสะดวกสบายและความหย่อนวินัยของคนไทย
สิ่งแวดล้อมมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธกิจของหน่วยราชการหลายหน่วยงาน แต่ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ เอกชน และองค์กรเอกชนมักจะติดขัดด้วยปัญหาต่างๆ

ในระยะหลัง รัฐได้ปรับนโยบายจากการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ปลายเหตุมาเป็นการป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้นเหตุ แต่ถ้าจะให้การ พัฒนาในอนาคตเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยจะต้องกำหนดวิสัยทัศน์ 2020 มุ่งสู่ “ไทยเขียวสดใส” ซึ่งประกอบด้วย เศรษฐกิจที่พัฒนาและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยไทยจะต้องเร่งรัดการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม 7 ด้าน คือ


ด้านฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
ด้านเฝ้าระวังและป้องกันสิ่งแวดล้อม
ด้านขจัดมลพิษ
ด้านการผลิตอย่างไร้มลพิษ
ด้านการประหยัดพลังงาน
ด้านการประหยัดน้ำ
ด้านการนำกลับมาใช้ใหม่

ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม จะต้องมีบทบาทนำในการปรับพันธกิจของหน่วยงานภายในกระทรวงฯ และ ประสานพันธกิจของกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนและประชาชนให้ดำเนินการไป สู่เป้าหมายที่จะนำไปสู่ “ไทยเขียวสดใส” ใน 20 ปีข้างหน้า


Last updated: September 2543
created and developed by Thitika Vajrodaya
email: [email protected]


Hosted by www.Geocities.ws

1