โครงการศึกษาเพื่อวางแผนงานวิจัยเพื่อการพัฒนาการเกษตร

ศาสตราจารย์ ดร. มนตรี จุฬาวัฒนทล และ คณะ
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

โครงการศึกษาเพื่อวางแผนงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเกษตร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับระบบการวิจัยการเกษตร และการให้ทุนวิจัยสนับสนุนเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการนำเสนอระบบการวิจัยการเกษตรที่จะเอื้อต่อการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการวิจัยการเกษตรแห่งชาติ (สวกช.) ให้เป็นองค์การมหาชน รายงานความก้าวหน้าฉบับนี้จะเป็นผลการดำเนินการในระยะเวลา 4 เดือน (เมษายน-กรกฎาคม 2544) วิธีการศึกษาประกอบด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและอินเตอร์เนต และการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

รายงานความก้าวหน้าฉบับนี้นำเสนอสาระที่ได้จากการศึกษาและการสัมภาษณ์ ซึ่งพอสรุปโดยสังเขปดังนี้

(1) ประเทศไทยอยู่ในระหว่างการปรับระบบการบริหารการวิจัยและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวิจัยของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตองค์ความรู้ที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ กลไกที่นำมาใช้เป็นกรอบในการปรับระบบบริหารการวิจัยของประเทศ ได้แก่ การจัดแบ่งหน้าที่และการประสานงานของ “จตุภาคีการวิจัย” อันประกอบด้วยรัฐผู้กำหนดนโยบายการวิจัย (สภาวิจัยแห่งชาติ) ผู้สนับสนุนการวิจัย (สำนักงบประมาณ) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) ผู้ทำวิจัย (สถาบันอุดมศึกษา หน่วยวิจัยของรัฐและเอกชน) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ผู้ใช้ผลงานวิจัยในภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนผู้รับผลกระทบจากผลงานวิจัย)

(2) การวิจัยการเกษตรของไทยจำเป็นต้องได้รับการปรับให้สอดคล้องกับบริบทของการแข่งขันในตลาดโลกที่มีกติกา และวิธีปฏิบัติที่เข้้มข้นมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น และมุ่งสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยการเน้นบทบาทของภาคเอกชน และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศที่พัฒนาแล้วได้นำการจดสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามา ปกป้องผลประโยชน์จากงานวิจัยการเกษตร ทำให้ประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยเสี่ยงต่อการสูญเสียภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองให้แก่ต่างประเทศ นับเป็นข้อขัดแย้งในระดับโลก

(3) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ริเริ่มให้มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการวิจัยการเกษตรแห่งชาติ (สวกช.) การศึกษาพบว่าความคิดริเริ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูงของรัฐและเอกชนเป็นอย่างดี การจัดตั้งกองทุนพัฒนาการวิจัยการเกษตร และบุคลากรเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ สวกช. ดำเนินงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น แต่กรอบแนวคิดของกองทุนฯ จะต้องมุ่งเน้นการสนับสนุนการวิจัยการเกษตรที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเฉพาะส่วนที่จะเสริมสร้างขีดความสามารถที่จะใช้ในการวิจัยเท่านั้น นอกจากเงินกู้เริ่มต้น 3,500 ล้านบาทแล้ว กองทุนฯ จะต้องแสวงหาเงินเข้ากองทุน โดยการขอตั้งงบประมาณประจำปี รับโอนทรัพย์สินที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดหาให้ และระดมทุนจากต่างประเทศ นอกจากนี้กองทุนฯ อาจร่วมกับภาคเอกชนให้การสนับสนุนการวิจัยการเกษตร ซึ่งจะช่วยให้กองทุนฯ สามารถให้การสนับสนุนการวิจัยการเกษตรได้มากขึ้น

(4) สวกช. จะต้องดำเนินการให้มี
  • ระบบบริหารองค์การมหาชนและกองทุนที่คล่องตัวและตรวจสอบได้ ระเบียบการบริหารควรมีลักษณะและขอบเขตใกล้เคียงกับระเบียบบริหารของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
  • ทิศทางและขอบเขตการสนับสนุนการวิจัยการเกษตรที่จะนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และสอดคล้องกับนโยบายการวิจัยแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (2545-2549) ซึ่งได้กำหนดให้มีชุดโครงการวิจัยแห่งชาติด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร 12 โครงการ
  • การแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ของราชการให้เอื้อต่อการวิจัยการเกษตรเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ การพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่และการประสานงานวิจัย ครบวงจรระหว่างรัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย เช่น การออกระเบียบให้ข้าราชการที่เป็นนักวิจัยในภาครัฐได้รับค่าตอบแทนเช่นเดียวกับนักวิจัย ที่ทำหน้าที่สอนในสถาบันอุดมศึกษา
  • การแก้ไขกฎหมายการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา อันเป็นประโยชน์ต่อการนำผลงานวิจัยการเกษตรสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยพิจารณากฎเกณฑ์ที่กำหนดโดยองค์การค้าโลก
  • กลไกใหม่ๆ ที่จะส่งเสริมอาชีพนักวิจัยการเกษตรและการนำผลงานวิจัยการเกษตรออกสู่ภาค ธุรกิจ เช่น การมีโรงบ่มเพาะเทคโนโลยี และการให้นักวิจัยลาราชการแบบ sabbatical
  • กลไกสนับสนุนการวิจัยการเกษตรของภาคเอกชนโดยการร่วมทุน และ สวกช. ให้การสนับสนุน ค่าตอบแทนให้แก่นักวิจัย แต่ภาคเอกชนสนับสนุนด้านอุปกรณ์และค่าใช้สอยในการทำวิจัย

(5) ความสำเร็จของ สวกช. จะสามารถตรวจสอบได้โดยใช้ตัวชี้วัดความสำคัญใน 4 ด้าน คือ (1) ประสิทธิภาพของการวิจัยการเกษตรของรัฐ (2) ผลงานวิจัย การเกษตรที่ได้นำไปใช้ประโยชน์ เชิงพาณิชย์ (3) นักวิจัยการเกษตรเพิ่มมากขึ้นทั้งจำนวนและคุณภาพ และ (4) ความคล่องตัว ของหน่วยงานวิจัยภาครัฐ


21 มกราคม 2545
ฐิฏิกา วัชโรทัย
โทร: 09-8853092
โทรสาร: 02-6282432
email: [email protected]
Hosted by www.Geocities.ws

1