Computer and Web Graphics
ขอบเขตของงานกราฟิก
งานกราฟิกไม่ได้จำกัดอยู่ที่การวาดภาพ หรือการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยการวาด
เท่านั้น ในปัจจุบันงานกราฟิก มีขอบเขตกว้างมาก ซึ่งสามารถสรุปได้คร่าวๆ
ดังนี้
การวาดภาพ เขียนภาพ
การออกแบบสัญลักษณ์ ป้ายโฆษณา
การประชาสัมพันธ์
งานโทรทัศน์
งานละคร
งานหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ
งานออกแบบบ้าน ที่พักอาศัย และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น สุขภัณฑ์
การแกะสลัก
การประดิษฐ์ดอกไม้ วัตถุต่างๆ
การออกแบบกล่อง วัตถุหีบห่อ
การออกแบบเสื้อผ้า
คุณค่าของงานกราฟิก
เนื่องจากงานกราฟิกเน้นในการสื่อสารด้วยศิลปะระหว่างผู้สร้าง กับผู้รับ
(ผู้ดู ผู้
เห็น) ดังนั้นคุณค่าของงานกราฟิกก็จะเกี่ยวข้องกับผลระหว่างผู้สร้างและผู้รับด้วยเช่น
กัน คือ
เป็นสื่อกลางในการสื่อความหมาย
สร้างระบบการเรียนรู้
สร้างความเร้าใจ น่าสนใจ ประทับใจ และความเชื่อถือได้ของผลงาน
สร้างความคิดสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ โดยการประยุกต์ความคิดจากผลงานเดิม
สร้างอาชีพและรายได้
ได้แนวคิดที่ดี มองโลกในแง่ดี เห็นความสวยงามของชีวิต
จรรโลงความดีงามในจิตใจของมนุษย์ให้สืบต่อไป
ความสำคัญของงานกราฟิก
เนื่องจากงานกราฟิกเน้นในการสื่อสารด้วยศิลปะระหว่างผู้สร้าง กับผู้รับ
(ผู้ดู ผู้
เห็น) ดังนั้นงานกราฟิกจึงมีความสำคัญดังนี้
ช่วยสรุปความคิด จินตนาการออกมาเป็นข้อมูลที่สื่อสารได้ง่าย
สร้างระบบการถ่ายทอดที่มีความเด่นชัด แปลความหมายได้รวดเร็ว
ช่วยสร้างสรรค์วัตถุประดิษฐ์ใหม่ และมีประโยชน์ต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของมนุษย์
สร้างระบบการเรียนรู้ สร้างแนวคิดใหม่ๆ
สร้างค่านิยมทางความคิดที่งดงาม
_ สร้างความเจริญก้าวหน้าให้ธุรกิจ สังคม
ไฟล์กราฟิก
งานคอมพิวเตอร์กราฟิก จะมีการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะไฟล์ (File) ซึ่งมีหลาย
ฟอร์แมต การศึกษาฟอร์แมตของไฟล์กราฟิกจึงมีความสำคัญเช่นกัน ทั้งนี้ไฟล์กราฟิก
ต่างๆ พอจะสรุปได้ดังนี้
Windows Bitmap - ไฟล์กราฟิกที่มีส่วนขยาย .bmp หรือ .dib สามารถแสดงสี
ได้ตั้งแต่ 2, 16, 256 และ 16 ล้านสี พบได้กับโปรแกรมกราฟิกทั่วไป เช่น
Paint,
PhotoShop, PaintShop นับเป็นไฟล์กราฟิกแบบพื้นฐานที่สุดที่ผู้สร้างและผู้ใช้
ได้พบเห็น ตัวอย่างเช่น ไฟล์ภาพสำหรับทำ Wallpaper ของ Microsoft
Windows นั่นเอง
FlashPix - ไฟล์กราฟิกที่พัฒนาโดย Kodak เพื่อใช้ในการถ่ายโอนและแสดง
ไฟล์ภาพขนาดใหญ่ ที่มีความละเอียดสูง มีส่วนขยายเป็น .fpx แสดงผลได้ใน
โหมด Gray Scale และ RGB มีความรวดเร็วสูงในการถ่ายโอนไฟล์
Graphic Interchange Format - ไฟล์กราฟิกที่พัฒนาเพื่องานแสดงผลผ่าน
เว็บไซต์ โดย CompuServe เป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็ก ส่วนขยายคือ .gif และมีสอง
รูปแบบย่อยในการจัดเก็บไฟล์ คือ GIF87 และ GIF89 ที่สามารถแสดงผลแบบ
พื้นโปร่งใส และภาพเคลื่อนไหวได้
สีบนจอภาพคอมพิวเตอร์
จอภาพคอมพิวเตอร์ แสดงสีด้วยระบบ RGB โดยการเปล่งแสงจากหลอดภาพ
โดยคอมพิวเตอร์จะควบคุมปริมาณของแสงที่เปล่งออกมาแต่ละจุด โดยการอาศัยการ
รวมค่าที่แตกต่างกันของ RGB ในการสร้างสีบนจอภาพ ทั้งนี้หากเปิดจอคอมพิวเตอร์
และมีสีทั้งสามสีปรากฏพร้อมๆ กันในค่าเดียวกัน สีที่ปรากฏบนจอจะเป็นสีขาว
ดังนั้น
การเปล่งแสง โดยใช้ค่าที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดสีสรรต่างๆ บนจอภาพนั่นเอง
ระบบสี RGB เป็นระบบสีทีมีลักษณะเป็นสีธรรมชาติมาก ทำให้ภาพต่างๆ บนจอภาพมี
ความคมชัด เสมือนจริง แต่ก็มีจุดอ่อน คือ ระบบการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ด้วย
คอมพิวเตอร์ใช้การผสมสีโหมด CMYK ดังนั้นภาพบนจอภาพ เมื่อสั่งพิมพ์ บาง
ตำแหน่ง บางสีของภาพบนจอ จะปรากฏเป็นสีเพี้ยนบนกระดาษ เพราะจำนวนสีมี
ความแตกต่างกันนั่นเอง
โหมดสี
การสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ จะต้องเกี่ยวข้องกับโหมดสี (Color Mode) ดัง
นั้นผู้สนใจงานกราฟิก ควรสนใจโหมดสีด้วย เพื่อให้การสร้างงานกราฟิกได้ผลตรงตาม
ต้องการ ทั้งนี้โหมดสีบนระบบคอมพิวเตอร์ มีรายละเอียดดังนี้
โหมด Bitmap - เป็นโหมดสีที่เก็บข้อมูลของสี 1 บิตต่อพิกเซล โดยแสดงสีได้
เพียงสีขาวและสีดำ ไม่มีการไล่โทนสี ลักษณะภาพที่ได้จึงมีความหยาบ แต่ได้
ภาพที่มีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับภาพลายเส้น
Indexed Color - โหมดสีที่ใช้ตารางในการเทียบสี โดยใช้ข้อมูลจำนวน 8
บิตต่อ
พิกเซล ทำให้แสดงสีได้ 256 สี ต่อพิกเซล ข้อเสียคือมีเลเยอร์ภาพเพียงเลเยอร์
เดียว ทำให้ภาพขาดรายละเอียดไป
Grayscale - โหมดสีภาพขาวดำ ที่สามารถไล่โทนได้ 256 ระดับ
RGB Color - เป็นโหมดสีที่ใช้ Channel สีจำนวน 3 สี ได้แก่ แดง, เขียว,
น้ำเงิน
และแต่ละสีไล่เฉดสีได้ 256 ระดับ เมื่อรวมทั้ง 3 สี จะสามารถแสดงสีได้ถึง
16.7
ล้านสี ซึ่งเหมาะต่อการตกแต่งภาพ
Duotone - โหมดสีสำหรับภาพแบบ Monotone, Duotone, Tritone, Quotone
โดยรูปภาพจะแสดงแบบ Grayscale เพียง Channel เดียว มีค่า 8 บิตต่อพิก
เซล
CMYK Color - โหมดสีจาก Channel สี 4 สี คือ Cyan (ฟ้า), Magenta
(บานเย็น), Yellow, Black แต่ละสีเก็บข้อมูล 8 บิต เป็นโหมดที่เหมาะสำหรับ
งานพิมพ์
Multichannel - โหมดสีที่มีการเก็บข้อมูลสี 8 บิตต่อพิเซล แสดงสีได้
256 สี ใช้
ในงานพิมพ์บางอย่าง
Lab Color - โหมดสีเสมือนจริง ใช้ค่า Lightness แทนความสว่าง มีค่า 0
- 100
และค่า a แทนสีเขียวถึงสีแดง และค่า b แทนสีน้ำเงิน ซึ่งมีค่า +120 ถึง
-120 ใช้
ในงานพิมพ์ระดับสูง
การบีดอัดภาพแบบ LZW
การบีบอัดภาพแบบ LZW (Lempel, Ziv, Welch) เป็นรูปแบบการบีบอัดภาพที่
พบในภาพฟอร์แมต GIF ที่ใช้การบีบอัดและขยายแบบ 8 บิตที่ "ไม่สูญเสียข้อมูล"
คือ
การบีบอัดแบบ LZW จะไม่มีการลบข้อมูลใดๆ เมื่อมีการบีบอัด พัฒนาโดยทีม
Lempel-Ziv และปรับปรุงโดย Terry Welch จากหน่วยงาน Sperry Corporation
ซึ่งได้
รวมกับ Unisys ในปี 1986 โดย Unisys ได้เป็นเจ้าของสิทธิบัตรในเทคโนโลยีนี้ด้วย
Image for Digital Archives
รูปภาพต่างๆ ที่นำมาใช้กับระบบ Digital Archives จำเป็นต้องนำเสนอรูปภาพ
เพื่อประกอบการนำเสนอในลักษณะต่างๆ เช่นภาพต้นฉบับ, ภาพสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์
ฯลฯ โดยภาพที่ได้มานั้นมีทั้งจากภาพที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพระบบดิจิทัล
(Digital
Camera) ภาพจากเครื่องกราดภาพ (Scanner) ซึ่งมีความแตกต่างทั้งในด้านความ
ละเอียด (Resolution) ขนาดภาพ (Image Size) และแนวของภาพ (Orientation)
เมื่อมี
ย่อยในไฟล์ภาพนั้นๆ และสามารถเรียกดูได้จากซอฟต์แวร์เฉพาะ
พัฒนาโปรแกรมจัดการรูปภาพ
โปรแกรมจัดการรูปภาพเป็นโปรแกรมที่พัฒนาด้วยความสามารถ Action ของ
Adobe PhotoShop ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเติมข้อมูล Metadata แบบ
อัตโนมัติ, การย่อขนาดภาพตามรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสม
มาตรฐานรูปแบบการนำเสนอภาพ
การนำเสนอภาพ มีหลากหลายลักษณะ รูปแบบของภาพที่เหมาะสมจะช่วยให้
ภาพนำเสนอได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดพื้นที่ของสื่อบันทึก
ภาพต้นฉบับ
สื่อสิ่งพิมพ์
Digital Archive
Presentation
Format
JPEG, TIFF
TIFF
JPEG
JPEG
Resolution
Up to 350 dpi
Up to 350 dpi
72-150 dpi
72 dpi
Size
Up to 1840 x 1232 pixels
Up to 1840 x 1232 pixels
Up to 1024 x 768 pixels
Up to 1024 x 768 pixels
From
Digital Camera, Scanner
Image Editor
Folder
original
dtp
archive
present
ภาพต้นฉบับ
Database
Website
Preview
Format
JPEG, TIFF
JPEG
JPEG, GIF, PNG
GIF, PNG
Resolution
Up to 350 dpi
72 dpi
72 dpi
72 dpi
Size
Up to 1840 x 1232 pixels
300 x 250 pixels
300 x 250 pixels
100 x 100 pixels
From
Digital Camera, Scanner
Image Editor
Folder
original
database
web
preview
Format
รูปแบบของไฟล์ภาพที่ใช้ในการจัดเก็บภาพ โดยปกติไฟล์ภาพจะมีขนาดโตมาก
การเลือกรูปแบบที่เหมาะสมต่อการนำเสนอจะช่วยให้ภาพมีขนาด (File Size)
เล็กลง โดยคงความคมชัดไว้ในระดับดี อันเป็นการประหยัดพื้นที่ของสื่อบันทึก
ข้อมูลได้เป็นอย่างดี
o JPEG
รูปแบบของการจัดเก็บภาพแบบ Joint Photographer's Experts
Group ที่เหมาะสมกับการนำเสนอทั้งระบบสื่อมัลติมีเดีย และเว็บไซต์
เนื่องจากเป็นรูปแบบที่สามารถกำหนดขนาดของไฟล์ได้ตามความ
เหมาะสม (File Compression) เช่น ภาพที่ต้องการนำเสนอบนเว็บไซต์
แต่ไม่เน้นความละเอียด อาจจะกำหนดให้คุณภาพของภาพลดลงเหลือ
50% ของภาพต้นฉบับ หรือภาพที่ต้องการนำเสนอด้วยความชัด ก็อาจ
จะลงลงเหลือ 80% ก็ได้ นอกจากนี้หากไฟล์ภาพมีขนาดโตมาก ก็อาจ
จะกำหนดคุณสมบัติการแสดงผลแบบหยาบ แล้วค่อยๆ ละเอียดเมื่อ
เวลาผ่านไป ที่เรียกว่าคุณสมบัติ Progressive ส่วนขยายของไฟล์รูป
แบบนี้คือ .jpg หรือ .jpeg
o TIFF
รูปแบบของการจัดเก็บภาพแบบ Tagged-Image File Format ซึ่งเป็น
รูปแบบที่ใช้เก็บภาพพร้อมรายละเอียดต่างๆ เช่น เลเยอร์ (Layer),
Annotation, โหมดภาพทั้งระบบ CMYK, RGB, Lab Color ตลอดจนข้อ
มูลประกอบอื่นๆ ตามต้นฉบับเดิมของภาพ จึงเป็นรูปแบบที่เหมาะสม
ต่อการเก็บบันทึกภาพต้นฉบับ และภาพสำหรับใช้ประกอบการสร้างสื่อ
สิ่งพิมพ์ ส่วนขยายของไฟล์รูปแบบนี้คือ .tif
o PNG
รูปแบบการจัดเก็บภาพแบบ Portable Network Graphics ซึ่งเป็นรูป
แบบล่าสุดในการนำเสนอภาพผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เนื่องจาก
สามารถแสดงผลได้ในระบบสีเต็มพิกัด (True Color), มีขนาดไฟล์เล็ก
และควบคุมคุณภาพได้ตามที่ต้องการ มีการกำหนดให้พื้นภาพเป็นพื้น
โปร่งใสได้ (Transparent) รวมทั้ง การแสดงผลแบบหยาบสู่ละเอียด
(Interlaced) ส่วนขยายของไฟล์รูปแบบนี้คือ .png
Resolution
ภาพจากกล้องบันทึกภาพระบบดิจิทัล และเครื่องกราดภาพ จะเป็นภาพแบบ
บิตแมป (Bitmap) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความละเอียดของภาพ ดังนั้นการ
กำหนดความละเอียดของภาพที่เหมาะสม จะเป็นการช่วยประหยัดพื้นที่ของสื่อ
บันทึกได้เป็นอย่างดี หน่วยของความละเอียดเรียกว่า จุดต่อนิ้ว (Dot per
Inch
หรือ Pixel per Inch) ทั้งนี้ภาพต้นฉบับที่ได้จากเครื่องกราดภาพ ควรกำหนด
ความละเอียดไว้ที่ 300 dpi ไว้ก่อน แล้วค่อยทำการเปลี่ยนความละเอียดให้
เหมาะสมต่อไปดังรายการที่กำหนด
Size
หมายถึงขนาดของภาพที่วัดในหน่วย Pixel ประกอบด้วยค่าความกว้าง (Width)
และความยาว (Height) ของภาพ ขนาดของภาพมีส่วนสัมพันธ์กับการนำภาพ
ไปใช้งาน โดยภาพต้นฉบับทั้งจากกล้องบันทึกภาพระบบดิจิทัล และเครื่องกราด
ภาพ ควรกำหนดขนาดภาพให้โตเป็นพิเศษ เพื่อใช้เป็นภาพต้นฉบับ ทั้งนี้ไม่ควร
ต่ำกว่า 1024 ? 768 pixels และปรับลดลงตามลักษณะการนำไปใช้ที่กำหนดใน
รายการข้างต้น
From
หมายถึงการได้มาของภาพ อันประกอบด้วยภาพจากกล้องบันทึกภาพดิจิทัล
และภาพจากเครื่องกราดภาพ
o ในกรณีที่ใช้กล้องบันทึกภาพดิจิทัล ควรกำหนด Image Size ของภาพ
ให้มากกว่า 1024 ? 768 pixels แบบ Fine Image
o ภาพจากเครื่องกราดภาพ ควรกำหนด Image Size ของภาพให้มากกว่า
1024 ? 768 pixels หรือกำหนด % ของการสแกนภาพไว้ประมาณ 150
250% ของภาพถ่ายต้นฉบับ และกำหนดความละเอียด (Resolution)
ของภาพไว้ที่ 300 dpi
Folder
การตั้งชื่อโฟลเดอร์สำหรับแยกประเภทของภาพตามรูปแบบการใช้งาน
มาตรฐานการตั้งชื่อโฟลเดอร์และไฟล์
การตั้งชื่อโฟลเดอร์และชื่อไฟล์ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นคืน ตัว
อย่างการกำหนดมาตรฐานการตั้งชื่อ
ภาพต้นฉบับ ใช้ชื่อโฟลเดอร์ และชื่อไฟล์ตามจริง ซึ่งได้จากกล้องบันทึก
ภาพดิจิ
ทัล หรือร้านถ่ายภาพที่แปลงภาพเป็นระบบดิจิทัล
ภาพใช้งานลักษณะต่างๆ การกำหนดชื่อโฟลเดอร์และชื่อไฟล์ จะต้องใช้หลัก
การดังนี้
o ชื่อโฟลเดอร์และชื่อไฟล์ จะต้องประกอบด้วย
?? อักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก หรือผสมกับตัวเลข 0 9
?? ใช้เครื่องหมายได้เฉพาะ ขีดกลาง (Underscore)
?? ส่วนขยาย โปรแกรมจะกำหนดให้โดยอัตโนมัติ
o สร้างโฟลเดอร์หลักตามรูปแบบการใช้งาน
สร้างโฟลเดอร์ย่อยที่เหมาะสม
มาตรฐาน Image Metadata
ปัญหาใหญ่ของการเก็บรูปภาพในระบบคอมพิวเตอร์ก็คือ การค้นคืนภาพ
(Image Retrieval) และการอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพ (Copyright) แต่ด้วย
เทคโนโลยี Metadata ทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดไปได้
Adobe PhotoShop 7.0 ได้ตระหนักถึงความต้องการในการค้นคืนภาพ และการป้อง
กันลิขสิทธิ์ของภาพ จึงได้นำเทคโนโลยี Metadata ระบบ XMP มาใช้ในการสร้างราย
ละเอียดประกอบรูปภาพ ซึ่งสนับสนุนทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อันจะช่วยให้การ
ค้นคืนภาพกระทำได้สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถอ้างอิงความเป็น
เจ้าของภาพ ที่เผยแพร่ผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ ได้พร้อมๆ กัน
Image Metadata ในระบบ XMP (eXtensible Metadata Platform)
ที่พัฒนาโดย The Newspaper Association of America (NAA) และ The
International Press Telecommunications Council (IPTC) ซึ่งเป็น Image
Metadata ที่ใช้งานได้กับโปรแกรม Adobe PhotoShop 7.0 และสามารถนำ
เสนอข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับรูปภาพ เช่น Title, Author, Position, Caption,
Copyright, URL, Keyword, Categories, Detail of org
Metadata EXIF: EXchangeable Image File Format
เป็น Metadata ที่ได้จากกล้องบันทึกภาพดิจิทัล พัฒนาโดย The Japanese
Electronics Industry Development Association (JEIDA)
XMP (eXtensible Metadata Platform)
Adobe PhotoShop 7.0 ได้ตระหนักถึงความต้องการในการค้นคืนภาพ และ
การป้องกันลิขสิทธิ์ของภาพ จึงได้นำเทคโนโลยี Metadata ระบบ XMP มาใช้ในการ
สร้างรายละเอียดประกอบรูปภาพ ซึ่งสนับสนุนทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อันจะ
ช่วยให้การค้นคืนภาพกระทำได้สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถอ้างอิง
ความเป็นเจ้าของภาพ ที่เผยแพร่ผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ ได้พร้อมๆ กัน
เปิดใช้งานโปรแกรม Adobe PhotoShop 7.0
เปิดไฟล์ภาพ (ควรเปิดไฟล์ภาพต้นฉบับ)
คลิกเลือกเมนูคำสั่ง File, File Info
ปรากฏหน้าต่างการทำงาน ดังนี้
ป้อนรายการกำกับ Metadata ในแต่ละรายการที่ต้องการ โดยโปรแกรมรองรับ
ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันการป้อนรายการ จากนั้นบันทึกไฟล์ซ้ำลงในชื่อเดิม
การค้นคืนรูปภาพจาก Metadata
รูปภาพที่ป้อนรายการกำกับ Metadata โดยเฉพาะ Keyword สามารถนำข้อ
ความ Keyword ดังกล่าวมาเป็นคำค้นคืน เพื่อช่วยในการค้นหารูปภาพ ทั้งนี้การค้นคืน
รูปภาพ กระทำได้โดย
คลิกปุ่ม
เลือกรายการคำสั่ง Search, For Files or Folders...
ป้อนคำสำคัญ (Keyword) ของรูปภาพที่ต้องการค้น ในรายการ Containing
text: แล้วคลิกปุ่ม Search Now (หรืออาจจะเลือกไดร์ฟ และโฟลเดอร์หลักก่อน
ก็ได้)
โปรแกรมจะทำการค้นหาไฟล์ต่างๆ ที่มีคำตรงกับรายการ Containing text:
และหากพบจะแสดงไฟล์ดังกล่าวในหน้าต่าง Search Results
EXIF Metadata
EXIF Metadata เป็นข้อมูลอธิบายรายละเอียดของภาพที่ได้จากกล้องถ่ายภาพ
ดิจิทัล ซึ่งเมื่อเรียกดูภาพจากโปรแกรมบางประเภu3607 .เช่น Adobe Photoshop
7.0 แล้ว
เรียกใช้คำสั่ง File, File info... จะปรากฏรายการดังนี้
จากนั้นโปรแกรมจะแสดงหน้าต่างแสดงรายละเอียด เมื่อคลิกเลือกรายการ EXIF
จะพบ
Metadata ดังนี้
EXIF Metadata และ ACDSee
นอกจากโปรแกรม Adobe PhotoShop 7.0 โปรแกรมแสดงภาพยอดนิยมชื่อ
ACDSee ยังสามารถแสดงค่า EXIF ของภาพจากกล้องดิจิทัลได้เช่น โดย
เรียกใช้โปรแกรม ACDSee
คลิกเลือกภาพที่ต้องการดูค่า EXIF แล้วคลิกขวาที่รูปภาพนั้นๆ เลือกคำสั่ง
Properties เลือกบัตรรายการ EXIF ปรากฏรายการ Metadata ดังนี้
EXIF Image Viewer
โปรแกรมแสดงค่า EXIF ที่น่าใช้โปรแกรมหนึ่งก็คือ EXIF Image Viewer ซึ่งเป็น
Freeware มีคุณสมบัติเด่นหลายประการคือ
แสดงภาพพร้อม EXIF Metadata
แสดงภาพแบบคลังภาพ
Export EXIF Metadata เป็น Text file เพื่อนำไปใช้งานกับโปรแกรมอื่น
ฟังก์ชันตรวจสอบค่าสีของภาพ
ฟังก์ชันตกแต่งภาพ เช่น การหมุนภาพ
ฟังก์ชันป้อนคำอธิบายรูปภาพ เพื่อใช้ในการสืบค้น
การเรียกใช้งาน กระทำได้โดย
เปิดโปรแกรม EXIF.exe
ปรากฏหน้าต่างทำงานดังนี้
คลิกปุ่ม Browse เพื่อเลือกโฟลเดอร์รูปภาพ จากนั้นโปรแกรมจะแสดงข้อมูล
ไฟล์
สำหรับฟังก์ชันการทำงานอื่นๆ คงไม่ยากที่จะทดลองใช้งาน เพราะมีปุ่มเครื่อง
มือควบคุม พร้อมคำอธิบาย
Present ได้น่าสนใจ
ทั้งสองภาพ ให้ความน่าสนใจแตกต่างกัน ถ้าต้องทำภาพกราฟิก นำเสนอประเด็นการ
พิจารณา การทำงาน ตามลำดับ จากลำดับที่หนึ่งไปลำดับที่สอง ลำดับที่สองไปเรื่อยๆ
การสร้างภาพกราฟิกแบบที่สอง จะให้ความรู้สึก "นำสายตา" ได้ดีกว่าแบบแรกแน่นอน
การแสดงเครื่องหมายลิขสิทธิ์
การพิมพ์เครื่องหมายลิขสิทธิ์ทุกประเภท ตามภาพข้างบน "ผิด" เครื่องหมายลิขสิทธิ์ทุก
ตัว จะต้องมีขนาดเล็กกว่าตัวอักษร เช่น ถ้ากำหนดตัวอักษรขนาด 14pt ควร
กำหนดเครื่องหมายลิขสิทธิ์ให้มีขนาดเพียง 12 pt เป็นต้น ดังภาพล่าง
การวางตำแหน่งถ่ายภาพ
การถ่ายภาพด้วยกล้องถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิทัล หรือกล้องธรรมดา
การวางตำแหน่งภาพ ควรแบ่งเส้นแนวตั้ง เส้นแนวนอน 3 เส้นให้ตัดกัน แล้ววางให้จุด
ภาพอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่ง ไม่ควรวางไว้กึ่งกลางภาพ ดังตัวอย่าง
ภาพที่วางตำแหน่งกึ่งกลาง ดูน่าเบื่อ
พิจารณาภาพนี้ เป็นยังไงบ้าง
รวมทั้งพิจารณาภาพนี้ด้วย
Indexed Color
Indexed Color เป็นโหมดสีที่นิยมใช้กับภาพ GIF โดยมีการเก็บสีเป็นแผงสี
(Color Palette) ไม่เกิน 256 สี จากปกติที่สีในโหมด RGB จะเก็บค่าสีได้เป็นล้านๆ
สี
ในการแสดงภาพคอมพิวเตอร์จะใช้การประมาณค่าที่u3651 .กล้เคียงที่สุด หรือเลียนสีที่ดีที่สุด
เพื่อนำเสนอภาพให้ออกมาในผลที่ใกล้เคียงความเป็นจริง จำนวนสีของแผงสี สามารถ
กำหนดได้อิสระ เช่นบางภาพอาจจะใช้สีเพียง 12 สีก็ได้ ยิ่งจำนวนสีในแผงสีมีน้อยเท่า
ใด ขนาดไฟล์ภาพก็จะเล็กลงไปด้วย
Image Viewer IrfanView
การแสดงภาพจำนวนมากที่มีในคอมพิวเตอร์ หากต้องแสดงทีละภาพ ก็คงจะ
ทำให้ยุ่งยาก และ ไม่สะดวก ด้วยความสามารถของซอฟต์แวร์กลุ่ม Image Viewer
ที่
ช่วยในการแสดงภาพจำนวนมากในลักษณะภาพเล็กๆ ที่เรียกว่า Thumbnail ทำให้
ซอฟต์แวร์กลุ่มนี้ เป็นซอฟต์แวร์ที่แทบจะขาดเสียมิได้ในการใช้งานคอมพิวเตอร์
ช่วยให้
การแสดงภาพในคอมพิวเตอร์ มีความสะดวก รวดเร็ว
โปรแกรม IrfanView เป็น Free Software ที่มีทั้งฟังก์ชันการแสดงผล (Viewer)
และ
แปลงภาพ (Converter) ที่ทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ Win 9 x/NT, Windows
2000 ,
Windows XP และ Windows 2003 สนับสนุนการนำเสนอ
ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวหลากหลายรูปแบบ เช่น AIF, ANI/CUR, ASF,
AU/SND, AVI, B 3 D, BMP/DIB,
ไฟล์เสียงและภาพยนต์ ASF, AU/SND/AIF, AVI, DAT (Video CD), MID/RMI,
MOV, MP 3 , MPG/MPEG, WAV, WMA, WMV, MOV, QTIF, Mac PICT
FLI/FLC
การดาวน์โหลด
สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้จากเว็บไซต์ www.download.com โดยป้อนคำค้นคือ
image viewer
การเรียกใช้งานโปรแกรม
การดับเบิลคลิกที่ไอคอนโปรแกรมบน Desktop หรือเลือกจากเมนูคำสั่ง Start,
Program, IrfanView, IrfanView 3.91
ปรากฏหน้าต่างโปรแกรม ดังนี้
โดยปกติสีพื้นจอภาพโปรแกรมจะเป็นสีดำ สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยเลือกคำ
สั่ง Options, Properties คลิกเลือกบัตรรายการ Viewing ปรับเปลี่ยนค่าตัว
เลือกจากรายการ