| 30 บาทกระจายอำนาจแหกตา
สวนทางกับกับแนวทางการพัฒนาสาธารณสุขไทย |
|
หนุ่มหมอแคน |
ที่จำเป็นต้องขึ้นหัวข้อเรื่องอย่างนี้ก็เพราะ
2-3 เดือนที่ผ่านมารู้สึกเห็นอะไรบางอย่างที่หมกเม็ดซ่อนเร้นอยู่ในโครงการ
30 บาทชัดขึ้นๆ ครับ ประเด็นที่ 1 กระจายอำนาจ แหกตาทั้งเพครับแต่ก่อนระบบสาธารณสุขในพื้นที่(อำเภอ,ตำบล)มีอำนาจอยู่
2 ขั้วครับ คือสาธารณสุขอำเภอ เน้นเรื่องงานส่งเสริมป้องกันครับ
และ ผอ.รพ.เน้นเรื่องงานรักษาครับ ส่วนชาวบ้านนั้นมีอำนาจระดับหนึ่งคือการมีส่วนร่วมในการะบวนการพัฒนาสาธารณสุขตามระบบสาธารณสุขมูลฐาน
แต่เดี๋ยวนี้อำนาจทั้งหมดตกไปอยู่ที่ ผอ.รพ.แล้วครับเพราะสาธารณสุขอำเภอเหลือแต่อำนาจจอมปลอมครับ
ใครอย่าเถียงดีกว่าครับว่าเงินอำนาจไม่ใช่ของคู่กัน มีเงินย่อมมีอำนาจครับ
สาธารณสุขอำเภอเดี๋ยวนี้พูดไม่ออก เสียงไม่ดังแล้วครับ บางท่านก็รู้ซึ้งถึงสัจธรรมไปแล้ว
เนี่ยผมว่าอีกไม่กี่ปี ตำแหน่งนี้คงมีไว้บรรจุเพื่อลงโทษข้าราชการ
ที่ทำงานไม่WORK ล่ะครับ อีกอย่างผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมระดับผู้บริหารทราบมาว่า
ต่อไป เขาจะลดความสำคัญของ อสม.แล้วครับ การเชื่อมกับชุมชนเขาจะใช้ผู้รับบริการนี่แหล่ะเป็นตัวเชื่อม
ถือเป็นการเปลี่ยนแนวความคิดด้าน การสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
แต่รูปแบบที่ชัดเจนจะเป็นอย่างไรในอนาคตเราคงจะได้เห็นกัน ประเด็นที่
2 สวนทางกับแนวทางการพัฒนาสาธารณสุขไทย เพราะประชาชนลดการพึ่งตนเองลงอย่างมาก
อย่างไม่เคยมีมาก่อน เพราะตลอด 24 ปี ที่ผ่านมาเราชาวสาธารณสุขต่างถูกปลูกฝังมาว่าเราต้องช่วยเหลือ
สนับสนุนให้ประชาชนสามารถพึ่งพา ดูแล สุขภาพของตนเองให้ได้ ตามแนวทางการพัฒนาสาธารณสุขมูลฐาน
แต่ปีนี้พบว่าชาวบ้านไม่รอพึ่งพาตนเองแล้วครับ เมื่อระบบการแพทย์แบบทุนนิยม
การแพทย์ระบบแข่งขัน การแพทย์ระบบเสรี สุดแต่จะเรียกขาน ซึ่งมาตามโครงการ
30 บาท เข้ามาตีตลาดด้วยแคมเปญ และโปรโมชั่นต่างๆมากมาย ชาวบ้านต่างแห่มาใช้บริการในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐมากขึ้น
เพราะแค่ 30 บาท หรือบางคนไม่ต้องเสียเงิน ก็สามารถไปพบแพทย์ได้แล้ว
ปวดหัวได้พารา 10 เม็ดก็ดีใจครับขอให้ได้พบแพทย์ อย่าหลงดีใจกับการที่ชาวบ้านเขาไปใช้บริการอย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง
เวลาแพทย์ออกโอพีดี ที่อนามัยล่ะครับเพราะนั่นหมายถึงว่า อสม.ที่เคยช่วยเหลือเขาเมื่อก่อนกำลังจะหมดความหมาย
หมออนามัยที่เคยดูแลเขาเมื่อก่อนจะหมดความหมาย หมอประจำบ้านที่เคยรักษาเขาจะหมดความหมาย
แล้วถามหน่อยเถอะพื้นที่รับผิดชอบของสถานีอนามัยกว่า 9,000 แห่ง
จะต้องใช้แพทย์สักกี่คนถึงจะเพียงพอกับความต้องการของชาวบ้าน แล้วทำไมถึงพากันไปสร้างประเพณี
และวัฒนธรรมในการใช้บริการด้านสุขภาพของชาวบ้านอย่างนี้ มันกลับตาลปัตรกับแนวทางที่จะให้ชาวบ้านพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ
นี่ไม่ต้องไปพูดถึงการแพทย์แผนไทยเลยครับ หากยังเป็นอย่างนี้ต่อไป
ชาวบ้านก็จะมาShopping บริการสาธารณสุขเป็นว่าเล่นล่ะครับ เพราะ
Promotion ดีอย่างนี้ บริการถึงใจอย่างนี้ งบประมาณมีเท่าไรดั๊มลงมาเลยครับ
ไม่เจ๊งก็เก่งแล้วหรือใครว่าอย่างไรครับ
เสนอความคิดเห็นหน่อยสิครับ
|
|
|
สถาบันพระบรมราชชนก
อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
ติดต่อ IWEBMASTER I I
PORTPOLIO I
I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I
I