WWW.MOHANAMAI.COM
เชื่อมโยงความคิด ผูกมิตรปวงประชา นำพารูปแบบประชาสังคม นิยมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต สุจริตในแนวทาง
สสอ.
เครือข่ายหมออนามัย
I HOME Iการปฏิรูปสุขภาพ Iอ่านวารสาร Iภาคีหมออนามัย I ข้อมูลพื้นฐาน Iโฮมเพจ สอ./สสอ.I ดาวน์โหลดบทความIความเคลื่อนไหวฯ I ......About usI
เครือข่ายหมออนามัย

 แนวทางปฏิบัติในการดำเนินงาน บริการ ด้านการรักษาพยาบาล ของ สถานีอนามัย

แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า
1. ผู้ให้บริการควรได้รับการพัฒนาทางวิชาการด้านการรักษาพยาบาล โดยเข้ารับการอบรมเพื่อการฟื้นฟู ความรู้ เสริมความรู้ทางวิชาการใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอตามความจำเป็น
2. เตรียมอุปกรณ์ ให้เพียงพอ อยู่ในสภาพพร้อมใช้ และถูกต้องตามหลัก Sterile technique ตรวจสภาพการใช้งาน วันหมดอายุ ของยา น้ำยา

แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ
1. การตรวจร่างกายผู้ป่วยและการซักประวัติ

  • จัดเตรียมระบบการบันทึกข้อมูลการป่วยโดยใช้ OPD Card หรือ อาจจัดเก็บในคอมพิวเตอร์
  • การซักประวัติผู้ป่วย ควรซักอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบของโรคที่เป็นไปได้ ครอบคลุมถึงอาการทั่วไป อาการสำคัญ และประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
  • ตรวจและประเมินสภาพร่างกาย จิตใจ และ สังคม ค้นหาสาเหตุ การเจ็บป่วย ตามขั้นตอนทางวิชาการ รวมถึงประวัติการแพ้ยา
  • ดูประวัติเก่าจาก OPD card หรือ ที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์
2. การบันทึก
  • ต้องบันทึกข้อมูลประวัติที่ซักจากผู้ป่วยโดยละเอียดทั้งหมด
  • บันทึกการวินิจฉัยโรคโดยใช้ชื่อเต็มไม่เขียนชื่อย่อ อย่างเช่น URI ให้เขียน Upper Respiratory tract Infection
  • การลง medical record ควรบันทึกทั้ง ปัญหาของผู้ป่วยในปัจจุบัน ในอดีต ประวัติการแพ้ยา พฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค ประวัติการฉีดวัคซีน การรักษา ที่ผู้ป่วยได้รับทั้งหมด ชนิดยา ขนาด และจำนวน การส่งชัณสูตร และผลการชัณสูตร และคำแนะนำที่ให้ผู้ป่วยในแต่ละครั้ง
  • การบันทึกเพื่อการส่งต่อ ต้องอ่านง่าย บอกรายละเอียดของปัญหา การตรวจร่างกาย และสิ่งที่ค้นพบ การรักษาที่ให้แล้ว เหตุผลที่ส่งต่อ และสิ่งที่ควรดำเนินการในขั้นต่อไป
  • ทั้งนี้ เพื่อคุณภาพบริการที่ผู้ป่วยได้รับ และ การประเมินผลคุณภาพบริการจากระบบบันทึก 3. การเตรียมอุปกรณ์และเวชภัณฑ์
  • จัดเก็บเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ให้เป็นหมวดหมู่สะดวกต่อการใช้
4. การเก็บสิ่งสำรวจเพื่อชันสูตร
  • ให้บันทึก ชื่อ - สกุล ผู้ป่วยให้ชัดเจน รวมถึงวันเดือนปี ที่เก็บ ชนิดของสิ่งสำรวจ
5. การชันสูตร
(1.) การตรวจหาน้ำตาลและไข่ในปัสสาวะ - จัดเตรียมแถบวัดน้ำตาลและไข่ขาวในปัสสาวะ - เก็บแถบวัดที่อุณหภูมิห้องและไม่ถูกความชื้น - ปิดฝาขวดให้แน่น - ตรวจสอบวันหมดอายุเป็นระยะ และก่อนการใช้งาน
(2) การตรวจหาน้ำตาลในเลือด - จัดเตรียมเครื่อง Dextro Stick - จัดเตรียมแถบทดสอบน้ำตาลในเลือด - เก็บแถบวัดอุณหภูมิที่ถูกต้อง - ตรวจสอบวันหมดอายุเป็นระยะ และก่อนการใช้งาน
(3) การตรวจหา blood group - จัดเตรียม slide - จัดเตรียมน้ำยาตรวจ - ตรวจสอบวันหมดอายุเป็นระยะ และก่อนการใช้งาน
(4) การตรวจหาการตั้งครรภ์ ( HCG ในปัสสาวะ ) - จัดเตรียมแถบทดสอบการตั้งครรภ์ - เก็บที่อุณหภูมิ เหมาะสมตามคู่มือ - ตรวจสอบวันหมดอายุเป็นระยะ และก่อนการใช้งาน - ดูคู่มือการกตรวจและการแปลผล
(5) ในกรณีของ Hematocrit - จัดเตรียมเครื่องปั่น Hematocrit พร้อมสเกลอ่านค่า - จัดเตรียม tube Hematocrit ชนิด Heparin - จัดเตรียมดินน้ำมันสำหรับอุดปลาย tube ในกรณีตรวจ Hemoglobin หรือ ในกรณีของ Hemoglobin - จัดเตรียมเครื่องวัดเทียบสี - จัดเตรียม น้ำยา 0.1 N Hydrochloric acid - จัดเตรียม Sahli pipette
(6) การตรวจโดยใช้กล้องจุลทรรศน์
6.1 การตรวจหาเชื้อมาเลเรีย
6.2 การตรวจหาไข่พยาธิจากอุจจาระ
การตรวจหาเชื้อวัณโรคจากเสมหะ

- จัดเตรียมกล้องจุลทรรศน์ 2 ตาใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งกำเนิดแสง - จัดเตรียมสีย้อม Giemsa และ Acid fast - จัดเตรียมแผ่นสไลด์พร้อมที่เปิด ( Cover glass ) - จัดเตรียมน้ำมันสำหรับตรวจดูกล้องจุลทรรศน์ด้วยหัว 100 x - จัดเตรียม 0.9% normal saline สำหรับตรวจหาไข่พยาธิ - จัดเตรียมโปสเตอร์ภาพเชื้อมาเลเรีย เชื้อวัณโรค และไข่พยาธิ พร้อมตัวอ่อน (7) การตรวจ VDRL หรือ RPR หรือ USK - จัดหาคู่มือการเก็บเลือด - มีการแยกซีรั่มใส่ขวดสะอาดพร้อมบันทึก ชื่อ สกุล ของผู้ป่วยส่งพร้อมใบส่งตรวจ - กรณีไม่สามารถส่งตรวจได้ในวันที่เจาะเลือดต้องเก็บซีรั่มในตู้เย็นช่องแช่แข็ง - จัดเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการเจาะเลือด (8) การทำ Rectal swab - จัดเตรียมไม้ Swab ที่ปราศจากเชื้อ - จัดเตรียมอาหารถนอมเชื้อ Cary Blair - ดูคู่มือการเก็บ Rectal swab 6. การป้องกันการติดเชื้อ 6.1 universal precautions

    • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วยหรือ
    • หลีกเหลี่ยงการเกิดบาดแผลขณะทำงาน โดยเฉพาะควรระมัดระวังการถูกเข็มที่ใช้กับผู้ป่วยตำมือด้วยการไม่พยายามสวมเข็มกลับคืนในปลอกเข็ม หรือหักงอเข็มเมื่อใช้แล้ว แล้วระมัดระวังของที่มีคมทั้งหลาย
    • เข็มที่ใช้แล้วควรทิ้งให้เป็นที่เป็นทางเพื่อไม่ให้ผู้อื่นถูกเข็มตำโดยบังเอิญ โดยจำเป็นต้องทิ้งในภาชนะที่ไม่แตกรั่วได้ง่าย ที่ดีที่สุดคือควรทิ้งลงในกระป๋องโลหะที่ปากแคบ และเมื่อเต็มก็ปิดฝาและส่งเผาหรือทำลายต่อไปได้โดยสะดวก
    • สวมถุงมือทุกครั้งเมื่อจะกระทำการใด ๆ ที่อาจจะมีโอกาสสัมผัสกับเลือดหรือน้ำเหลืองของผู้ป่วยได้ และควรล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนใช้ถุงมือ และหลังถอดถุงมือออกด้วยทุกครั้งเนื่องจากถุงมืออาจมีรอยรั่วที่มองไม่เห็นได้
    • สวมเสื้อคลุมหรือผ้ากันเปื้อนทุกครั้งในกรณีที่คาดว่าอาจจะมีการกระเด็นของเลือด หรือน้ำเหลืองในการกระทำงานบางอย่างโดยเฉพาะพวกที่ต้องมีการดูด ดัน หรือพ่นกระจายของเลือด หรือน้ำเหลือง
    • สวมแว่นตา ( goggles ) ป้องกันและผ้าปิดจมูก ในกรณีที่อาจจะมีการกระเด็นของเลือด หรือน้ำเหลืองเข้าตา เช่น การทำฟันที่มีการกรอหรือพ่น
    • ห้ามใช้ปากดูดหรือเป่าในการกระทำใด ๆ กับตัวผู้ป่วยเองหรือกับเลือดหรือน้ำเหลืองของผู้ป่วยก็ตาม หรือแม้แต่กับเครื่องมือที่มีเลือด น้ำเหลือง ของผู้ป่วยปนเปื้อนอยู่ เช่น ห้ามทำ mouth - to mouth resuscitation กับผู้ป่วยที่ไม่ทราบประวัติแน่นอน ห้ามใช้ปากดูดพิษจากบาดแผล
    • ทำความสะอาดสถานที่และบริเวณที่ปนเปื้อนเลือดหรือน้ำเหลืองของผู้ป่วยทันที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น 0.05 % Sodium hypochlorite หรือ 70 % Alcohol
    • เครื่อมือเครื่องใช้ที่จะต้องสัมผัสกับเลือดหรือน้ำเหลืองของคนไข้โดยตรง ถ้าเป็นไปได้พยายามใช้เครื่องมือที่เป็นของที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ ( disposable ) แต่ถ้ามีความจำเป็นที่ต้องนำกลับมาใช้อีกก็ให้นำไปอบฆ่าเชื้อให้ถูกต้องตามกระบวนการ
  • 6.2 infectious control (1) การเฝ้าระวังการติดเชื้อ การกระจายการติดเชื้อ การเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
    • การเฝ้าระวังการติดเชื้อในผู้รับบริการ
    • การเฝ้าระวังการติดเชื้อในเจ้าหน้าที่
    • การเฝ้าระวังการติดเชื้อในสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม
    (2) การป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ โดย การควบคุมการทำความสะอาด การทำลายเชื้อ การทำให้ปราศจากเชื้อ
    • กำหนดวิธีการและระยะเวลาการทำความสะอาดอาคาร สถานที่และอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้
    • การใช้น้ำยา Antiseptics และ Disinfectants ต้อง ควบคุมคุณภาพ วิธีการผสม และการบรรจุในภาชนะที่ผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อ และน้ำยาที่ได้รับการผสมแล้วต้องระบุชื่อน้ำยา และความเข้มข้น วันที่ผลิต วันที่หมดอายุ
    • การควบคุมเทคนิคบริการ
    วิธีการล้างมือ (1) Normal hand washing ข้อบ่งชี้ : มือเปื้อน , ก่อนสัมผัสผู้ป่วยภูมิต้านทานโรคต่ำ น้ำยาที่ใช้ได้แก่ สบู่ก้อน   (2) Hygienic hand washing ข้อบ่งชี้ : หลังสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ , หลังสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อโรค น้ำยาที่ใช้ Chlorhexidine 4% หรือ Iodophor 7.5 % (3) Surgical hand washing ข้อบ่งชี้ : ก่อนทำหัตถการ น้ำยาที่ใช้ Chlorhexidine หรือ Iodophor 7.5 %
  • การควบคุมสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม
    1) การกำจัดขยะ (1) ขยะติดเชื้อแยกจากขยะไม่ติดเชื้อ (2) ถังขยะมีฝาปิดถังมิดชิด 2) การกำจัดเข็มฉีดยาและขอมีคมที่ใช้แล้ว (1) ใช้ภาชนะมีฝาปิดมิดชิด และเข็มไม่สามารถแทงทะลุผ่านออกมาได้ (2) บรรจุน้ำยาฆ่าเชื้อไว้ในภาชนะบรรจุเข็มฉีดยา (3) นำภาชนะบรรจุเข็มฉีดยาที่เต็มแล้วไปกำจัด 6.3 การทำให้เครื่องมือปราศจากเชื้อ ( sterilization )
    การเคลื่อนย้ายเครื่องมือที่ปนเปื้อน
    - เคลื่อนย้ายในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด
    การทำความสะอาดเครื่องมือ
    ล้างด้วยผงซักฟอก
    ใช้แปรงขัดล้างตามซอกมุมโดยขัดล้างใต้น้ำ
    • เช็ดให้แห้ง จากนั้นผึ่งหรืออบให้แห้ง
    จัดเตรียม/ห่ออุปกรณ์เพื่อนำไปทำให้ปราศจากเชื้อ
    วัสดุที่ใช้ห่อต้องเป็นวัสดุที่ยอมให้อากาศหรือน้ำผ่านเข้าออกได้ และทนทานต่อการ

ฉีกขาด ได้แก่ ผ้าหรือกระดาษ

    • วัสดุที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้อีกได้ ต้องนำมาซักและทำให้แห้ง ก่อนนำมาห่อ
    • การห่อต้องเป็นแบบ Square fold หรือ Envelope fold
    • กรณีที่ใช้กล่องหรือ Dressing drum ( rigid container) ต้องมีรูพรุนหรือช่องให้ไอน้ำและอากาศผ่านเข้าออกได้ดีในขณะนึ่ง และต้องสามารถปิดช่องรูพรุนหลังนึ่งแล้วได้
    1. การจัดเรียงของในห้องนึ่ง
    จัดเรียงในแนวตะแครงข้างหรือจัดเรียงให้หยดน้ำจากการผ่านของไอน้ำขณะนึ่ง ไหลออก

ได้ง่ายในขั้นตอนการทำให้แห้ง เพื่อมิให้มีการขังของน้ำภายในห่อของที่นึ่งแล้ว

    ต้องมีช่องว่างระหว่างห่อของที่นึ่งเพื่อให้ไอน้ำผ่านห่อของที่นึ่งได้ทุกห่อ
    การทำให้ปราศจากเชื้อและการฆ่าเชื้อ
    การทำให้ปราศจากเชื้อ เครื่องมือที่ใช้ต้องทำให้ปราศจากเชื้อ(ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน) โดย
  • การนึ่งด้วยไอน้ำ การอบแก๊ส เป็นต้น
    • การฆ่าเชื้อ ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉิน ได้แก่การแช่ของใน Glutaraldehyde 2% มากกว่า
  • 30นาที หรือ Iodophore มากกว่า 15 นาที น้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้แล้วห้ามนำมาใช้อีก
    • ข้อปฏิบัติของผู้ล้างเครื่องมือ
    • สวมหมวกเพื่อเก็บผม
    • สวมแว่นตาหรือ Face shield ป้องกันการกระเด็นของน้ำในขณะล้างสู่บริเวณใบหน้า
    • สวมใสัถุงมืออย่างหนาเพื่อป้องกันการทิ่มแทง หรือถูกของมีคมบาดในขณะล้าง
    • สวมผ้ากันเปื้อน

7. การเตรียมเวชภัณฑ์ยา

  • การคัดเลือกยา ( drug selection ) : ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญคัดเลือกยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษา และ

ทบทวนรายการยาอย่างสม่ำเสมอ

  • การจัดหายา ( drug procurement ) : สำรวจปริมาณ และ ประเภทยาที่ต้องการ และจัดทำแผนการใช้ยา
  • การเก็บรักษา ( storage ) : เก็บเป็นระบบ หาง่าย first - in , first out , เก็บในที่สะอาด อุณหภูมิ

พอเหมาะ, ตรวจสอบวันหมดอายุของยา แยกยาเป็นสัดส่วน ยาฆ่าเชื้อ สารอันตราย ยาใช้ภายนอก ออกจากยากินและยาฉีด

  • การกระจายยา ( drug distribution ) : จ่ายยาอย่างสมเหตุสมผล , ตรวจสอบยาก่อนจ่าย , ให้ข้อมูลบนฉลากซองอย่างครบถ้วน , สถานที่จ่ายยา ชื่อยา ชื่อผู้ป่วย ข้อแนะนำ วิธีใช้ คำเตือน วันที่ วิธีใช้ ฯลฯ
  • การเบิก : เบิกจำนวนพอใช้ในระยะเวลา 2 เดือน และ เมื่อจำนวนเหลือต่ำกว่า 1 เดือนให้เริ่มเบิกคืน

แนวทางปฏิบัติเพื่อวัดผลลัพธ์ ดำเนินการประเมินผลโดยการ rapid survey จาก ระบบบันทึกข้อมูล สำรวจจากประชาชนในชุมชน หรือ สำรวจจากประชาชนหน้าประตูทางออกในกรณีตรวจสอบความถูกต้องการจ่ายยา 1. เตรียมออกแบบเก็บข้อมูล เพื่อการประเมินตามตัวชี้วัด 2. เก็บข้อมูล 3. วิเคราะห์ ประเมินผล 4. นำเสนอเพื่อปรับปรุงปัจจัยนำเข้า และ กระบวนการ แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า 1. ผู้ให้บริการควรได้รับการอบรมฟื้นฟูความรู้ เรื่อง การช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นระยะ 2- 3 ปีต่อครั้ง เพื่อฟื้นฟูความรู้ และ รับความรู้ใหม่มาช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. เตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือ และยาในการช่วยชีวิตเบื้องต้น ให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ ไม่เสื่อมหรือ หมดอายุการใช้ และในสภาพพร้อมใช้ได้ทันที หยิบง่าย แนวทางปฏิบัติของกระบวนการการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง รวดเร็ว

    1. ซักประวัติ สาเหตุการป่วยและอาการสำคัญ ให้ได้ข้อมูลเพียงพอสำหรับวินิจฉัยโรค เก็บ ประเด็นสำคัญ ให้ครบถ้วน อย่างรวดเร็ว 2. วิเคราะห์โรคตามหลักวิชาการ
    การช่วยชีวิตฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. ลำดับความสำคัญของปฏิบัติการช่วยชีวิต 2. ดำเนินการช่วยชีวิตผู้ป่วยตามหลักวิชาการ และมาตรฐานวิชาชีพ
    การส่งต่อผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย1. เตรียมระบบการสื่อสาร ที่สามารถแจ้งส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานบริการอื่นได้อย่างทันท่วงที 2. ดำเนินการการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ตามหลักวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพการลงบันทึกประวัติการเจ็บป่วย การวินิจฉัยโรคเบื้องต้น การรักษาที่ให้อย่างละเอียด หากมีการส่งต่อให้ส่งข้อมูลดังกล่าวไปให้สถานบริการขั้นต่อไปด้วย
    การซ้อมปฏิบัติรักษาพยาบาลในภาวะฉุกเฉิน 1. คัดเลือกปัญหาที่ต้องให้การรักษาพยาบาลในภาวะฉุกเฉิน มาซ้อมปฏิบัติการฉุกเฉิน ปีละ 1 ครั้ง 2. ดำเนินการซ้อมปฏิบัติการโดยใช้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและวัสดุอุปกรณ์จริงที่จะ ต้องใช้ยามฉุกเฉิน แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า ผู้ให้บริการควรได้รับการอบรมฟื้นฟูความรู้ การรักษาพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรังตามสภาพปัญหาในพื้นที่ แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ 1. ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการติดตามให้การดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่บ้าน
    เก็บข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อโรค การวินิจฉัยโรค การรักษาที่ได้รับ หัตการต่าง ๆ ยาที่ผู้ป่วยได้รับ ประวัติการแพ้ยาจากผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่สถานีอานามัย ผู้ป่วยที่ถูกส่งตัวกลับมาจากโรงพยาบาล หรือจากการเยี่ยมบ้านของเจ้าหน้าที่สถานีอานามัย
    ข้อมูลที่อยู่ของผู้ป่วย

    2. ประเมินความต้องการของผู้ป่วยที่บ้าน

        • วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการในด้าน

    (1) ลักษณะบริการที่ควรให้แก่ผู้ป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ (2) ความถี่ห่างของการเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้านเพื่อการกำหนดเวลาเยี่ยมบ้าน (3) คำแนะนำที่ควรให้แก่ผู้ป่วย 3. การวางแผน ให้การรักษาและติดตามดูแลผู้ป่วยที่บ้าน

        • นำข้อมูลของผู้ป่วยเรื้อรังมาวางแผนให้การรักษาพยาบาล เตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือและยา ให้พร้อมก่อนออกเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน
        • วางแผนตารางเวลาออกเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน

    4. การออกให้บริการผู้ป่วยเรื้อรังที่บ้าน

        • ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเรื้อรัง พร้อมให้คำแนะนำการดูแลตนเอง และญาติดูแลผู้ป่วย
        • ตรวจเช็คสุขภาพของผู้ป่วย เช่น การวัดความดันโลหิต การตรวจหาน้ำตาลในเลือด
        • ตรวจหาภาวะแทรกซ้อน
        • ให้การพยาบาล ( nursing care ) แก่ผู้ป่วยที่ทำหัตถการ

    5. บันทึกอาการผู้ป่วยและการรักษาพยาบาลที่ให้ที่บ้านลงในประวัติของผู้ป่วย 6. ประเมินสุขภาพผู้ป่วยจากประวัติการเจ็บป่วย และวิเคราะห์สถานะสุขภาพ             แนวทางปฏิบัติในการดำเนินงาน บริการ ด้านส่งเสริมสุขภาพ ของ สถานีอนามัย                           แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้านอนามัยแม่และเด็ก แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ 1. จัดให้มีการดูแลหญิงมีครรภ์อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ

      จัดบริการคลีนิคฝากครรภ์อย่างน้อย 1 วัน/สัปดาห์

        • จัดให้หญิงมีครรภ์ได้รับการตรวจเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคทางทันตกรรม สุขภาพจิต
        • ติดตามหญิงมีครรภ์ที่ขาดความต่อเนื่องและผู้ป่วยที่ส่งต่อไปรักษาที่สถานบริการใกล้บ้าน
      • จัดเตรียมระบบส่งต่อหญิงมีครรภ์

    - ปัจจัยเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ ( High Risk Pregnancy) - การตั้งครรภ์ผิดปกติ ( Abnormal Pregnancy) - หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน ( Complicated Case )

      • จัดให้มีการดำเนินการสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์แก่หญิงมีครรภ์ (รวมให้สุขภาพจิตศึกษา )
      • ให้อาหารเสริมแก่หญิงมีครรภ์ที่มีดัชนีมวลกายต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
      • จ่ายยาเม็ดธาตุเหล็กและแคลเซียมแก่หญิงมีครรภ์ทุกราย ( ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 จนถึงคลอด ) เพื่อป้องกันโรคโลหิตจาง
      • จัดบริการให้คำปรึกษาแก่หญิงมีครรภ์และหญิงหลังคลอดที่มีปัญหาสุขภาพกาย/จิต/สังคม
      • จัดให้มีการบริการทำคลอดที่ปลอดภัย
    - มีเตียงรอคลอด - มีการเฝ้าระวังการคลอดโดยใช้ Labour Curve - มีห้องทำคลอด / ส่วนทำคลอดและอุปกรณ์ในสภาพพร้อมใช้ได้แก่คลอดปกติ
      • จัดให้มีระบบบริการและส่งเสริมสุขภาพมารดาหลังคลอด
      • มารดาหลังคลอดเลี้ยงบุตรด้วยนมตนเองอย่างน้อย 4 เดือนแรกยกเว้นกรณีมารดาเป็นโรคที่ไม่สามารถให้นมบุตรได้
      • มารดาหลังคลอดทุกรายได้รับการสอนสุขศึกษาและได้รับคู่มือการดูแลบุตรและแนวปฏิบัติตนหลังคลอดจากเจ้าหน้าที่
      • สนับสนุนติดตามกลุ่มแม่ในชุมชนเพื่อส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก

    2. เฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงและปัญหาสุขภาพที่สำคัญในขณะตั้งครรภ์

        • เฝ้าระวังพื้นฐาน

    (1) วัดความดันโลหิต (2) จัดให้มีการชั่งน้ำหนักและการวัดส่วนสูงเพื่อหาดัชนีมวลกาย ( Body Mass Index ) (3) จัดให้มีการตรวจจากห้องปฏิบัติ - Urine Sugar และ Albumin - Hct

        • เฝ้าระวังปัญหาสุขภาพเฉพาะ

    (1) ตรวจคัดกรองหญิงมีครรภ์เพื่อค้นหาโรคเฉพาะในรายที่สงสัยได้แก่ ทันตกรรม ธาลัสซีเมีย ปัญหาสุขภาพจิต โรคพันธุกรรม ( รวมทั้งปัญญาอ่อน ) (2) จัดทำทะเบียนคัดกรองหญิงมีครรภ์ที่พบเชื้อ HIV +ve และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่ให้รับการอบรมให้เป็น Counseller 3. มีการดูแลและส่งเสริมสุขภาพทารกและเด็ก เด็กก่อนวัยเรียน

        • การดูแลทารกแรกคลอดที่สถานบริการสถานสุขภาพ

    (1) ชั่งน้ำหนังและตรวจสอบร่างกายทารกแรกเกิดและประเมินสภาวะเด็กแรกเกิด ( Apgar Score ) ความพิการแต่กำเนิด (2) ทารกแรกเกิดได้รับการโอบการจากแม่แบบเนื้อแบบเนื้อและกนะตุ้นให้ดูดนม ภายในครึ่งชั่งโมงหลังคลอดทุกราย (3) ฉีดวัคซีนป้องกันโรค , ตับอักเสบครั้งที่ 1 แก่มารกแรกเกิดทุกราย (4) หยอด Vit K .1 หยอดหรือฉีด Vit K 0.1 cc แก่ทารกแรกเกิดทุกราย (5) การจัดทำโครงการสายสัมพันธ์แม่ - ลูก ( พ่อ ) (6) มีการดูแลทารกเมื่อจำหน่ายไปอยู่ที่บ้านครบ 3 เดือน ตามเกณฑ์ (7) มีบริการคลีนิคเด็กดี 1 วัน/เดือน (8) เฝ้าระวังติดตามการพัฒนาและส่งเสริมสุขภาพภาวะโภชนาการของทารก อย่างต่อเนื่องตามคู่มือการตรวจสุขภาพเด็ก 0-6 ปี

      • เฝ้าระวัง / ติดตามการพัฒนาการ

    (1) ชั่งน้ำหนักเด็กทารกเกิดถึง 60 เดือน ทุก 3 เดือน หรือทุกครั้งที่มารับบริการ ที่สถานบริการ (2) ติดตามการพัฒนาการของเด็กให้เหมาะสมตามวัยและพัฒนาการทางจิตใจ สติปัญญาและสังคม (3) การติดตามดูแลเด็กที่มีปัญหาทางสุขภาพ (4) ติดตามเด็กขาดสารอาหารระดับ 2 3 ทุกเดือน (5) เฝ้าระวัง / คัดกรองปัจจัยเสี่ยงโรคและปัญหาที่สำคัญตามวัย - ธาลัสมีเมีย - ความพิการ

        • จัดทำทะเบียนคัดกรอง
        • ส่งเสริมภาวะโภชนาการ

    (1) ให้อาหารเสริมแก่เด็กขาดสารอาหารระดับ 3 2 และ 1 (2) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กทารกได้กินนมมารดาอย่างเดียว 4 เดือน

        • ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค

    (1) สนับสนุนการให้ความรู้และคำปรึกษาแก่พ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเด็ก เกี่ยวกับเรื่อง โภชนาการพัฒนาการของเด็ก โรคทางพันธุกรรม ความพิการแต่กำเนิด อุบัติเหตุในบ้าน ปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก (2) ส่งเสริมพัฒนาการในกลุ่มเด็กปัญญาอ่อน 0 - 5 ปี (3) สนับสนุนให้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย (4) การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟัน - ให้ความรู้แก่แม่เกี่ยวกับการทำความสะอาดปากฟันและการเลือก อาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็ก - เคลือบฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ เคลือบหลุมร่องฟัน (5) ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสำหรับเด็ก 0-5 ปี ดังนี้ 5 แรกเกิด BCG , HB 5 2 เดือน DTP1, OPV 1, HB2 5 4 เดือน DTP2 , OPV2 5 6 เดือน DTP2 , OPV3, HB3 5 9-12 เดือน MMR1 5 ปีครึ่ง - 2 DTP4, OPV4 5 4 -5 ปี DTP5 , OPV5        แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า . เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน พัฒนาการของเด็ก การเปลี่ยนแปลงของสังคม และจิตวิทยาวัยรุ่น ทันตกรรมป้องกัน แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ 1. จัดบริการตรวจสุขภาพกายนักเรียนที่โรงเรียนและเยาวชนที่โรงเรียน 1.1 จัดให้มีการเฝ้าระวังป้องกันแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะการเรียนรู้

        • ให้บริการอนามัยดวงตาในนักเรียน ป.1 - ม.6 ทุกคน ปีละครั้ง
        • สนับสนุนให้โรงเรียนวัดสายตาขั้นตอนด้วยแผนทดสอบสายตา เช่น E chart

    สายตาผิดปกติตั้งแต่ 6/12 ขึ้นไปวัดด้วย Pin Hole และให้การช่วยเหลือ

        • ติดตามดูแลนักเรียนที่สายตาผิดปกติให้ได้รับการแก้ไขโดยการสวมแว่นตา
        • นักเรียน ป.1 - ป.4 ทุกคนทุกโรงเรียนทุกสังกัดได้รับการตรวจสอบการได้ยินด้วยเครื่องทดสอบการได้ยิน
        • นักเรียนที่มีปัญหาภาวะการได้ยินปกติและ/หรือเป็นโรคหูได้รับการส่งต่อเพื่อการรักษาและแก้ไข

    1.2 การเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพ ค้นหาปัญหา และให้บริการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน และ เยาวชน 1.2.1 การเฝ้าระวังพื้นฐาน (1) เฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็ก 5 -19 ปี ทุกคนทุกโรงเรียนทุก สังกัดได้รับการชั่งน้ำหนัก / วัดส่วนสูงและประเมินภาวะการเจริญเติบโต โดยใช้เกณ ฑ์น้ำหนัก/อายุ , ส่วนสูง / อายุ , และน้ำหนัก / ส่วนสูง (2) สนับสนุนนักเรียนที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ได้รับการช่วยเหลือแก้ไข (3) ค้นหาเด็กพัฒนาผิดปกติทางร่างกายโดย ตรวจโครงสร้างร่างกาย กระดูกสันหลัง แขนขา คดงอ รวมถึงความผิดปกติทางจิตใจ     1.2.2 การเฝ้าระวังปัญหาเฉพาะ

        • อนามัยช่องปาก

    (1) ทันตกรรมป้องกัน - ทำ Plaque control - เคลือบฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ - เคลือบหลุมร่องฟัน (2) ทันตกรรมบำบัด - อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินน้ำลาย

        • เฝ้าระวังติดตามโรคขาดสารอาหารไอโอดีนในเด็กนัดเรียนชั้น ป.1 - ป.6 ทุกคนทุกโรงเรียนทุกสังกัด

    (1) ตรวจคอพอกในนักเรียนประถมศึกษา ปีละ 1 ครั้ง (2) สนับสนุนให้โรงเรียนประถมศึกษาทุกแห่งใช้เกลือเสริมไอโอดีนปรุง อาหารกลางวัน (3) กระจายยาเม็ดไอโอดีนในโรงเรียนที่มีอัตราคอพอกเกินร้อยละ 20 (4) ตรวจสอบมาตราฐานเกลือเสริมไอโอดีน

        • เฝ้าระวังและป้องกันโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กนักเรียนประถมศึกษา

    (1) เจาะเลือดหาค่า Hct (2) จ่ายยาเม็ดธาตุเหล็กแก่เด็กนักเรียนที่โลหิตจาง

        • เฝ้าระวังและป้องกันโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียในนักเรียนสังกัด สปช. นักเรียนที่เข้าใหม่ชั้น ป.1 หรือ ม.1 ทุกคนที่ยังไม่ผ่านการคัดกรอง

    - ตรวจคัดกรองนักเรียนเพื่อค้นหาผู้ป่วย - ถ้าผิดปกติให้ส่งเจาะเลือดที่ โรงพยาบาล

        • เฝ้าระวังและค้นหาเด็กนักเรียนและเยาวชนที่มีปัญหาสุขภาพจิต

    - ค้นหาเด็กนักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพจิต (โรคลมชัก โรคจิต ปัญญาอ่อน ) - ให้คำปรึกษาเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต - สนับสนุนให้ชุมชนจัดกิจกรรมครอบครัวอบอุ่น

        • เฝ้าระวังและค้นหาเด็กนักเรียนและเยาวชนติดยาเสพติด

    - ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ สำรวจ ค้นหาเด็ก นักเรียนและเยาวชนที่ติดยาเสพติด - จัดกลุ่มผู้ติดยาเสพติดในแต่ละประเภท เช่น ยาบ้า เฮโรอีน ฯ - ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือในการบำบัด และ ฟื้นฟูสุขภาพผู้ติด ยาเสพติด - สนับสนุนกิจกรรมบำบัดยาเสพติด - สนับสนุนแนวทางการใช้ชุมชนบำบัด ( community therapy ) และการใช้ ชุมชนแก้ไขปัญหา ( community correction ) - เจ้าหน้าที่ปฎิบัติตนเป็นแบบอย่างไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งการผลิต จำหน่าย และการบริโภค

        • ให้ความรู้คำปรึกษาแนะนำแก่ครูอนามัย
        • ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพนักเรียนในการประชุมผู้ปกครอง

    ปีละ 1 ครั้ง

        • จัดให้มีการส่งเสริมและดำเนินการออกกำลังกาย

    (1) เผยแพร่งานประชาสัมพันธ์งานออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (2) ให้มีการจัดตั้งชมรมและหาสถานที่การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

        • ส่งเสริมและสนับสนุนงานสาธารณสุขมูลฐานในโรงเรียน

    (1) อบรมอาสารสมัคสาธารณสุขประจำโรงเรียน ( อสร. ) ทุกโรงเรียนทุก สังกัด ( อสร. 1 คน : นักเรียน 10 - 15 คน ) (2) ติดตามผลการปฏิบัติงานของ อสร. เดือนละ 1 ครั้ง 2. ติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเยาวชนนอกระบบโรงเรียน

        • ประสานงานกับพัฒนาชมชนหรือองค์กรท้องถิ่นจัดให้มีการอบรมผู้นำด้าน

    สาธารณสุขของศูนย์เยาวชนตำบล

        • ติดตามสนับสนุนให้ผู้นำด้านสาธารณสุขปฏิบัติงานตามบทบาท

                      แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน การส่งเสริมสุขภาพแก่ประชากรในวัยแรงงาน การ แก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการประกอบอาชีพ แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ 1. การเฝ้าระวังสุขภาพพื้นฐานทั่วไปให้แก่ประชากรวัยแรงงาน อายุ 15 - 59 ปี (1) ตรวจสุขภาพประจำปี 1 ครั้ง/ปีในผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป - วัดความดันโลหิต 2 ให้ความรู้ คำแนะนำ (1) การใช้ท่าทางในการทำงานตามลักษณะอาชีพอย่างถูกวิธี (2) ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด ตับ ช่องปาก 3 บริการสุขภาพสำหรับผู้อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ อายุ 14 - 44 ปี (1) การค้นหาโรคในระยะเริ่มแรก ( early detection )

        • มะเร็งปากมดลูกในกลุ่มสตรีอายุ 35 - 59 ปี

    (1) คัดกรองด้วยการตรวจ Pap Smear (2) ให้ความรู้แก่ประชาชน เกี่ยวกับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (3) ติดตามดูแลผู้ป่วยที่ผลการตรวจ Pap Smear ผิดปกติ (4) เตรียมประสานหน่วยงาน ที่มีสุขภาพในการให้การรักษา ผู้ป่วยมะเร็งปาก มดลูก โดยสามารถส่งต่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เร็วที่สุด

        • มะเร็งเต้านมในกลุ่มสตรีอายุ 35 ปี ขึ้นไป

    (1) ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับอาการหรืออาการแสดง ของมะเร็งเต้านมใน ระยะเริ่มแรก เช่น การมีก้อนที่เต้านม ลักษณะการเคลื่อนที่ของก้อน (2) แนะนำให้ประชาชนตรวจเต้านมด้วยตัวเอง

        • ความดันสูง โดยการวัดความดันในประชากรอายุ 40 ปี ขึ้นไป หรือ กลุ่มเสี่ยง
        • เบาหวาน โดยการตรวจปัสสาวะในประชากรอายุ 40 ปี ขึ้นไป หรือ กลุ่มเสี่ยง

    (2) การตรวจร่างกายเบื้องต้น แก่หญิง / ชาย ซึ่งเป็นคู่ครอง โดยการโดยการเช็คประวัติ ครอบครัว ประวัติการเจ็บป่วยร้ายแรงของคู่สมรส ตรวจร่างกายทั่วไปวัดความดัน โลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ( ตามความจำเป็น / มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ) (3) จัดให้มีบริการวางแผนครอบครัว

        • บริการคลีนิค วางแผนครอบครัว ในสถานีอนามัยอย่างน้อย 1 วัน/สัปดาห์

    ซักประวัติ ตรวจร่างกายประเมินสภาพความต้องการ และความเสี่ยงในการคุมกำเนิด และ ให้บริการคุมกำเนิดชนิดชั่วคราว

        • ให้คำปรึกษาเรื่องพันธุ์กรรม ความพิการแต่กำเนิด และสุขภาพการเจริญพันธุ์
        • ณรงค์วางแผนครอบครัวให้หญิงวัยเจริญพันธุ์มีบุตรคนแรกมากกว่า 20 ปี และผู้ที่มีบุตรเพียงพอแล้วคุมกำเนิดวิธีถาวร
        • จัดให้มีการดำเนินการสุขศึกษาเรื่องการวางแผนครอบครัว โดยพันธุกรรม ปัจจัยและพฤติกรรมการเสี่ยง โรคที่เกี่ยวกับการเจริญพันธุ์
        • มีการให้คำแนะนำ / ส่งต่อ ในรายที่ต้องการคุมกำเนิดชนิดถาวร

    (4). จัดบริการอนามัยช่องปาก

        • ตรวจวิเคราะห์โรคในช่องปากด้วยเครื่องมือตรวจพื้นฐานแยกโรคฟันผุ และโรคของเหงือกออกจากกัน
        • จัดกิจกรรม Plaque Control
        • เคลือบคลุมร่องฟัน อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินน้ำลาย

    (5) เฝ้าระวังและค้นหาเด็กนักเรียนและเยาวชนติดยาเสพติด - ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ สำรวจ ค้นหาผู้ติดยาเสพติด - จัดกลุ่มผู้ติดยาเสพติดในแต่ละประเภท เช่น ยาบ้า เฮโรอีน ฯ - ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือในการบำบัด และ ฟื้นฟูสุขภาพผู้ติด ยาเสพติด - สนับสนุนกิจกรรมบำบัดยาเสพติด - สนับสนุนแนวทางการใช้ชุมชนบำบัด ( community therapy ) และการใช้ ชุมชนแก้ไขปัญหา ( community correction ) - เจ้าหน้าที่ปฎิบัติตนเป็นแบบอย่างไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งการผลิต จำหน่าย และการบริโภค 4. มีบริการสุขภาพสำหรับผู้อยู่ในวัยหลังเจริญพันธ์ อายุ 45 - 59 ปี

        • เฝ้าระวังปัญหาสุขภาพ โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

    (1) ตรวจเลือด Hct (2) ตรวจปัสสาวะ Albumin, Sugar (3) การวัดความดันโลหิต

        • จัดให้มีบริการส่งเสริมสุขภาพหลังวัยเจริญพันธ์

    (1) ประสานงานส่งต่อสตรีวัยหมดระดูเพื่อการรักษาโรคแพทย์เฉพาะทาง (2) ให้มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและจิตใจแก่สตรีวัยก่อนและหลังหมด ระดูทางสื่อทุกชนิดทุกรูปแบบ (3) จัดคลีนิคหญิงวัยหมดระดู (4) สนับสนุนส่งเสริมสุขภาพ

        • การออกกำลังกาย
        • โภชนาการ

    (5) อนามัยช่องปาก                                           แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน การส่งเสริมสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุ แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ 1. ส่งเสริมความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและการดูแลตนเอง

        • ให้ความรู้เรื่องภาวะการเสื่อมของร่างกาย และการเจ็บป่วยเรื้อรังที่พบในผู้สูงอายุ และการดูแล

    ตนเอง

        • ให้คำแนะนำในการทรงท่าในชีวิตประจำวัน การดำเนินชีวิต ด้านการนอน การกิน

    การขับถ่าย งานอดิเรก และการเคลื่อนไหวตนเอง

        • ส่งเสริมสมาชิกในครอบครัวให้มีศักยภาพในการดูแลผู้สูงอายุ

    2. บริการให้คำปรึกษาทางสุขภาพทั่วไปแก่ผู้สูงอายุในโรค

        • ความดันโลหิตสูง
        • เบาหวาน
        • เบาหวาน
        • สุขภาพช่องปาก
        • สุขภาพจิต
        • โภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ ประเภทอาหารที่ผู้สูงอายุควรกิน ปริมาณพอเหมาะ คุณภาพดี

    3. บริการดูแลสุขภาพที่บ้าน ( home health care )

        • ตรวจวัดความดันโลหิต
        • ชั่งน้ำหนัก
        • ตรวจสุขภาพช่องปาก
        • สังเกตการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ

    4. ส่งเสริม และให้คำแนะนำในการออกกำลังกาย ให้เหมาะสมกับวัย เพื่อการรักษาสภาพร่างกาย ปรับ ปรุงสภาพ ป้องกัน การเสื่อม

        • กายบริหารเช้า 10 นาที
        • กีฬา 3 ครั้ง * 20 นาที / สัปดาห์
        • กีฬาอนุรักษ์ เดินไกล จักรยานไกล สัปดาห์ละครั้ง

               

    แนวทางปฏิบัติในการดำเนินงาน

    บริการ ด้านป้องกันและควบคุมโรค ของ สถานีอนามัย         แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า

    เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน งานระบาดวิทยา การควบคุมป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค

      • แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ 1. การเฝ้าระวังโรคติดต่อ ค้นหา และติดตามปัจจัยเสี่ยง เพื่อการป้องกันโรค
        • สนับสนุนการเฝ้าระวังโรคอย่างสม่ำเสมอและครอบคลุมยิ่งขึ้น เช่น เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ
        • เฝ้าระวังโรคที่พบบ่อยในท้องถิ่น
        • ติดตามสถานการณ์โรคเกิดใหม่ ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศอื่น เช่น โรควัวบ้า จากประเทศอังกฤษ โรคไข้หวัดนกในฮ่องกง ไข้สมองอักเสบจากไวรัสนิปาห์ ในมาเลเซีย หรืออาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส การกลายพันธุ์ของเชื้อไข้หวัดใหญ่
        • ควบคุมพาหะนำโรค และแหล่งโรคในชุมชน

    2. การกำจัดแหล่งกำเนิดของโรค และควบคุมมิให้ลุกลาม หรือระบาดมากขึ้น

        • จัดทำระบบรายงานการเฝ้าระวังโรคให้สามารถรายงานได้อย่างฉับไว ข้อมูลสามารถบ่งชี้ถึงแหล่งกำเนิดโรค ระยะเวลาที่ระบาด ได้
        • สอบสวนโรค หาสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค และการแพร่กระจาย
        • ทำลายหรือควบคุม แหล่งกำเนิดโรค เช่นการฉีดพ่นยาฆ่ายุง ทำลายแหล่งวางไข่ยุง

    เพื่อป้องกันโรคมาลาเรีย ไข้เลือดออก ควบคุมการแพร่กระจายของโรคเอดส์โดยการให้คำแนะนำในการมีเพศสัมพันธ์ การใช้ถุงยางอนามัย

        • ชี้จุดเขตระบาดของโรค
        • พัฒนาระบบการสอบสวนโรค

    3. ให้บริการป้องกันโรค เช่นการฉีดวัคซีนให้ภูมิคุ้มกันในโรคที่ป้องกันได้ บาดทะยัก หัด คอตีบ

    การเจาะหาเชื้อมาเลเรีย การตรวจอุจจาระหาหนอนพยาธิ เก็บเสมหะตรวจเชื้อวัณโรค 4. จัดเตรียมระบบการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเมื่อเกินขีดความสามารถ 5. สนับสนุนให้ประชาชน และภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังโรค เช่น โรคพิษสุนัขบ้า

    6. ให้ความรู้แก่ประชาชนในด้านพาหะนำโรค การแพร่ระบาด การเฝ้าระวังก่อนเกิดการระบาดและเมื่อระบาด   แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า

    เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน งานระบาดวิทยา การควบคุมป้องกันปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค

    แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ เฝ้าระวัง ค้นหา ติดตามปัจจัยเสี่ยง และควบคุมโรค

        1. โรคที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภค เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน มะเร็ง โรคจากการ

          บริโภคแอลกอฮอล์ เฝ้าระวังด้วยระบบข้อมูล คัดกรองด้วยแบบสำรวจ การตรวจเลือด และให้คำแนะนำแก่ประชาชนในด้านการบริโภค การออกกำลังกาย

        2. โรคทางพันธุกรรม เช่นโรค ธาลัสซีเมีย
        • ในกรณีสงสัยว่าบุคลจะเป็นพาหะของโรคให้ส่งตรวจเลือด
        • ในกรณีผู้ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียและเป็นพาหะ ให้คำแนะนำในการวางแผนคุมกำเนิดเพื่อให้ประชากรไทยปลอดจากโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
        1. การบาดเจ็บจากสาเหตุต่างๆ
        2. โรคจากพยาธิสภาพสังคม เช่น โรคยาเสพติด โรคเครียด

    เฝ้าระวังความสัมพันธ์ของครอบครัว ชุมชน

            แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน งานระบาดวิทยา การควบคุมป้องกันสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ เกิดโรค แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ 1. เฝ้าระวัง ค้นหา ติดตาม ปัจจัยและ ควบคุมโรค ( 1 ) โรคจากแหล่งน้ำ / อาหาร

        • เก็บตัวอย่างน้ำดื่ม / น้ำใช้ ส่งตรวจทุก 6 เดือน
        • สำรวจ / ตรวจ ร้านอาหาร การปรุงอาหาร การปกปิดอาหาร การใช้สารเคมี ความสะอาด

    สุขภาพผู้ประกอบอาหาร

        • เฝ้าระวังค่าคุณภาพบ่อน้ำตื้น

    ( 2 ) โรคจากมลพิษทางอากาศ ( 3 ) สารเคมี

        • เฝ้าระวังและติดตาทการตรวจหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผลไม้ พืชผัก อาหาร
        • ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสารเคมีตกค้างในสิ่งบริโภค

    ( 4 ) โรคจากสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอย

        • รณรงค์ให้มีการกำจัดขยะทุกวัน
        • ให้ความรู้เรื่องวิธีการกำจัดขยะ การทิ้งขยะในถังขยะที่ทีฝาปิด
        • สนับสนุนให้มีการควบคุมพาหะนำโรค เช่น หนู แมลงวัน แมลงสาบ

    2. สนับสนุนให้มีการจัดตั้งกลุ่มของชุมชนเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อม แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน งานระบาดวิทยา การควบคุมป้องกันโรคที่เกิดจากการ ประกอบอาชีพ แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ 1. เฝ้าระวัง ค้นหา ติดตาม ปัจจัยเสี่ยง และควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพ (1) จากงานในภาคอุตสาหกรรม

        • เฝ้าระวังมลภาวะทางอากาศ ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละออง ค่าก๊าซ carbonmonoxide sulfur dioxide, nitrogen dioxide , สารตะกั่ว
        • มลพิษของเสียง ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน

    (2) จากงานในภาคเกษตรกรรม เฝ้าระวังสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ที่มีผลต่อสุขภาพ

        • โดยการตรวจหาระดับเอนไซม์โคลีนเนสเตอเรสในเลือดเกษตรกร

    2. เสนอข้อมูลที่ผิดปกติให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบ 3. ให้ความรู้แก่ประชาชน

        • ให้คำแนะนำเรื่องการป้องกันมิให้เกิดโรคจากการทำงานโดยการ สวม Mask , เครื่องกันเสียงดัง
        • ให้คำแนะนำเรื่องการป้องกันอันตรายจากยาฆ่าแมลงโดยใช้เสื้อป้องกัน

                    แนวทางปฏิบัติในการดำเนินงาน บริการ ด้านฟื้นฟูสภาพร่างกาย ของ สถานีอนามัย                                 แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน การฟื้นฟูสภาพผู้พิการ แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ 1. สำรวจและขึ้นทะเบียนผู้พิการ 2. การประเมินความสามารถของผู้พิการ

        • ประเมินพัฒนาด้านการเคลื่อนไหว การใช้อวัยวะ ต่าง ๆ
        • ประเมินสภาพจิตใจ การสื่อความหมาย
        • ประเมินความพิการกับสภาพแวดล้อมของบ้าน หรือ ของโรงเรียน
        1. การปรึกษาแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเมื่อจำเป็น เช่น
        • การตั้งเป้าหมายการฟื้นฟูสภาพให้แก่ผู้ป่วย
        • ความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ เครื่องช่วย
        • ความต้องการคำแนะนำในทางวิชาการ เรื่องการออกแบบการลงน้ำหนักตัว การฝึกควบคุมกล้ามเนื้อ และระบบประสาท

    4. การเตรียมความพร้อมให้ผู้ป่วยในการช่วยเหลือตนเองประกอบกิจวัตรประจำวัน

        • ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติในการช่วยเหลือผู้ป่วยในกิจวัตรประจำวัน เช่น ในผู้ป่วยอัมพาต ให้ คำแนะนำเรื่องการป้อนอาหาร การขับถ่าย การพลิกตะแคงตัว
        • ให้คำแนะนำในการใช้อุปกรณ์ อวัยวะเทียม เครื่องช่วยเดิน แก่ผู้ป่วย

    5. ประสานงานกับสถานบริการระดับต่างๆ เพื่อร่วมทีมงาน ในการส่งเสริมสมรรถภาพผู้พิการ 6. ติดตามเยี่ยม ประเมินผลสภาพผู้พิการอย่างต่อเนื่อง 7. ให้คำแนะนำผู้พิการ ให้ความรู้ เรื่องสถานบริการที่ผู้พิการสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ 8. รวบรวมข้อมูลแหล่งช่วยเหลือผู้พิการ เพื่อเป็นข้อมูลในการแนะนำ / ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน การช่วยเหลือผู้พิการในพื้นที่          

    แนวทางปฏิบัติในการดำเนินงาน

    บริการ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ของ สถานีอนามัย                                       แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า  

    เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน การ drug , food , cosmatic information และ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  

    แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ

        1. การเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ยา อาหาร เครื่องสำอาง
        • ประเมินลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ยา อาหาร เครื่องสำอาง
        • สุ่มเก็บผลิตภัณฑ์บางชนิดที่มีข้อสงสัยจากการประเมินส่งตรวจ
        1. ส่งเสริมให้ประชาชนพึ่งตนเองโดย
        • ให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ความคุ้มค่าในการบริโภค การมีวิจารณญานอย่างเหมาะสมเพื่อประเมินสื่อโฆษณา
        • สร้างกลไกอื่นๆ ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองมากขึ้น เช่นการส่งเสริมให้เกิด “ กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค “ ในชุมชน เป็นการเอื้อให้เกิดชุมชนเข็มแข็ง และมีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค

    3. จัดเตรียมแบบบันทึก และบันทึกข้อมูลลงในระบบรายงาน ( แบบ คบส 1 )    

    แนวทางปฏิบัติของปัจจัยนำเข้า  

        • เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้าน ด้าน สิทธิที่ประชาชนพึงได้รับ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานการประกอบวิชาชีพ มาตรฐานสถานบริการทางการแพทย์ กฎหมายสถานพยาบาล การประกอบโรคศิลป์ ยาสมุนไพร

      แนวทางปฏิบัติของกระบวนการ

        1. ประกาศแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับบริการในด้านราคา และคุณภาพ ที่ประชาชนจะได้รับจากสถานบริการ
        2. ประกาศกฎระเบียบของสถานบริการเพื่อให้ผู้รับบริการสามารถปฎิบัติตนได้ถูกต้อง
        3. ทบทวนและพัฒนาคุณภาพงานบริการอย่างต่อเนื่อง

       

    {1

    1}

    สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
    อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
    ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    Hosted by www.Geocities.ws

    1