WWW.MOHANAMAI.COM
เชื่อมโยงความคิด ผูกมิตรปวงประชา นำพารูปแบบประชาสังคม นิยมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต สุจริตในแนวทาง
เครือข่ายหมออนามัย
I HOME Iการปฏิรูปสุขภาพ Iอ่านวารสาร Iภาคีหมออนามัย I ข้อมูลพื้นฐาน Iโฮมเพจ สอ./สสอ.I ดาวน์โหลดบทความIความเคลื่อนไหวฯ I ......About usI
เครือข่ายหมออนามัย

จิตเป็นนาย ปีที่ 11 ฉบับที่ 4 ( ..-..45)

ตอน มารู้จักกับ “ความโกรธ” กันเถอะ

โดย…อัจฉรา   สกุนตนิยม    [email protected]

        คุณเคยรู้สึกหงุดหงิด โมโห โกรธาใคร หรืออะไรสักอย่างบ้างไหมคะ  แน่นอนเลย ต้องเคยมีบ้าง คนรอบข้างก็แสดงออกให้เห็นได้บ่อย บางครั้งคนเราอาจจะโกรธใครสักคน หรือโกรธอะไรบางอย่าง โกรธได้แม้กระทั่งลมฟ้าอากาศ การเกิดความโกรธและการแสดงความโกรธก็เป็นนิสัยอย่างหนึ่งของคนเราเหมือนกัน บางคนโกรธง่าย บางคนโกรธยาก แล้วระยะเวลาที่กว่าจะหายโกรธนั้นก็ไม่เท่ากัน ส่วนหนึ่งในจำนวนคนที่โกรธยากนี้ หากมีอารมณ์โกรธขึ้นมาแล้ว จะแสดงออกมาด้วยคำพูดและท่าทางที่ก้าวร้าวรุนแรง แล้วตัวคุณเองล่ะคะเป็นแบบไหน มีใครโกรธง่ายหายเร็วเหมือนดิฉันบ้างไหม (หาเพื่อน) แล้วทำไมคนเราถึงต้องมีความรู้สึกโกรธ มันเกิดจากอะไร และจะมีผลเสียอย่างไรบ้างหรือไม่ ไปสืบหามาจากตำหรับตำราแล้วหละค่ะ อ่านแล้วก็รู้สึกชอบใจและรู้จักความโกรธขึ้นมาบ้าง จึงขอนำมาเล่าให้คุณๆ ได้ฟังกันด้วย

ความโกรธเป็นลักษณะของความรู้สึกหรือแรงผลักดันภายในที่กระตุ้นให้คนเราแสดงพฤติกรรมออกมาได้หลายๆอย่าง ความโกรธเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคนเมื่อสิ่งที่คนเราต้องการหรือคาดหวังไว้ล้มเหลวลงไป เกิดความรู้สึกผิดหวัง รู้สึกไม่มีความมั่นคงแน่นอน ความเชื่อมั่นในตนเองและการช่วยเหลือตนเองได้ลดน้อยลง เมื่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้แล้วจะทำให้เกิดความต้องการที่จะมีอำนาจให้มากขึ้นและเหนือกว่าคนอื่น เป็นการทดแทนหรือชดเชยสิ่งที่ขาดหายไป หากแสดงความโกรธออกมาด้วยการกระทำอย่างอิสระและสังคมยอมรับจะทำให้คนๆนั้นรู้สึกพึงพอใจ และรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่คนเราส่วนใหญ่แสดงออกให้เห็นว่าตนเองมีอำนาจเหนือคนอื่นนั้นก็คือ การแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวทั้งด้วยคำพูดและการกระทำ อาจใช้วิธีการกล่าวคำหยาบคาย พูดจากระทบกระเทียบ ประชดประชันให้คนฟังเสียใจ รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ หรืออาจใช้วิธีทำให้ของใช้ใกล้มือเสียหายด้วยการทุบหรือขว้างปาสิ่งของใส่พื้นหรือใส่คนอื่น หรือการทำให้คนอื่นได้รับบาดเจ็บด้วยการฉุดกระชาก ลาก ตบ ทุ่ม ตี ชก ต่อย เตะ เฆี่ยน หรือใช้อาวุธประเภทมีด หรือปืน   ทำร้ายร่างกาย พฤติกรรมก้าวร้าวนี้เป็นกลไกการต่อสู้อุปสรรคที่พบได้มากและบ่อยที่สุด ความรู้สึกโกรธจะแตกต่างจากความวิตกกังวลตรงที่ เมื่อใครก็ตามที่มีความรู้สึกวิตกกังวล แล้วแสดงออกมาตามความรู้สึกนั้น ก็ไม่ได้ทำให้คนๆนั้นรู้สึกพึงพอใจ หรือรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจขึ้นมาเลย

ความโกรธที่เกิดขึ้นมีหลายระดับ ในระดับที่เล็กน้อยนั้นเกิดขึ้นเมื่อเราไม่มีโอกาสที่จะได้ทำตามที่เราได้คาดหวังเอาไว้ด้วยเหตุปัจจัยอะไรก็ตาม ทำให้เราเกิดความคับข้องใจ ผิดหวัง แล้วแสดงออกมาด้วยคำพูดและท่าทาง ความโกรธระดับเล็กน้อยนี้จะหายไปได้เองและอย่างรวดเร็ว  ไม่ต้องขอรับการช่วยเหลือจากคนอื่น แต่ถ้าเราประสบกับปัญหาหรือสถานการณ์รุนแรงที่จนเราเองไม่สามารถหาทางแก้ไขได้ เช่น การตกงานที่ทำให้ไม่มีรายรับเลยในขณะที่รายจ่ายของครอบครัวยังคงสูงมาก หรือป่วยด้วยโรคที่รู้แล้วว่ารักษาไม่หาย ก็จะเกิดความโกรธ กล่าวโทษสิ่งต่างๆรอบตัวและเก็บซ่อนความรู้สึกไว้และคั่งค้างอยู่ จนแสดงผลออกมาให้เห็นได้ในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันที่แตกต่างออกไปจากเดิม ความโกรธระดับกลางนี้ต้องได้รับความช่วยเหลือจากทีมสุขภาพ และหากเก็บซ่อนความโกรธเอาไว้เนิ่นนานและเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความชิงชัง อาฆาตแค้น หรือผิดหวังอย่างรุนแรง จนรู้สึกว่าตนเองไม่มีความมั่นคง ไม่มีความสามารถในตนเอง จะเกิดความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่นอย่างมาก แล้วแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวที่รุนแรงด้วยการทำร้ายที่เป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง ความโกรธระดับสูงนี้ทีมสุขภาพต้องเข้ามาช่วยเหลือจึงจะทำให้ความโกรธระดับนี้ลดลงไปได้

        พฤติกรรมก้าวร้าวมีหลายรูปแบบ ทั้งก้าวร้าวกับคนหรือสิ่งของที่เป็นต้นเหตุขัดขวางความต้องการของเรา ต่อคนหรือสิ่งของอื่นๆที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับต้นเหตุในอดีตทำให้ยังมีอารมณ์โกรธตกค้างอยู่ ต่อคนหรือสิ่งของอื่นๆที่มีลักษณะแตกต่างไปจากต้นเหตุ หรือก้าวร้าวต่อตัวเราเอง การก้าวร้าวต่อตัวเราเองนี้ มีทั้งที่เป็นการระบายความรู้สึกก้าวร้าวออกมาในทางสร้างสรรค์ และไม่สร้างสรรค์ ในทางสร้างสรรค์จะไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และยังจะทำให้มีสุขภาพจิตดีอีกด้วย เช่น การโกรธคนอื่นที่กล่าวถึงปมด้อยของเรา เราไม่ชอบ จึงพยายามลบล้างคำพูดนั้น ด้วยการฝึกฝนให้มีทักษะความชำนาญด้านอื่นแทน โดยมีความโกรธเป็นแรงผลักดัน

        ความโกรธเป็นลักษณะของความรู้สึกหรือแรงผลักดันภายในที่กระตุ้นให้คนเราแสดงพฤติกรรมออกมาได้หลายๆอย่าง หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวในรูปแบบต่างๆกัน ขึ้นอยู่กับกลไกการต่อสู้อุปสรรคของแต่ละคนเอง กลไกนี้พัฒนามาจากการเรียนรู้ที่เริ่มตั้งแต่ในวัยเด็ก เด็กจะเรียนรู้และเลียนแบบวิธีการแสดงออกของอารมณ์จากคนใกล้ชิด ที่ส่วนมากจะเป็นพ่อแม่ของเด็กเอง เด็กบางคนเก็บกดอารมณ์และความรู้สึกไว้ บางคนหลีกเลี่ยงหรือแยกตัวออกจากสังคม หรือบางคนแสดงความก้าวร้าวออกมา หากครอบครัวใดพ่อแม่โกรธกันแล้วใช้วาจาหยาบคายต่อกันให้เด็กเห็น เด็กคนนั้นจะเกิดความเคยชินว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สังคมรอบตัวเขายอมรับ เขาจะนำวาจาหยาบคายที่เขาคุ้นเคยนี้ไปใช้เป็นนิสัยต่อไป ในครอบครัวที่พ่อแม่โกรธแล้วขว้างปาสิ่งของ เช่น แจกัน หมอน หรือสิ่งของชิ้นใดก็ตามที่อยู่ใกล้มือให้ชำรุดเสียหายหรือขว้างปาใส่กัน เด็กคนนี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่เมื่อโกรธครั้งใดก็จะระบายอารมณ์ด้วยการขว้างปาสิ่งของเช่นเดียวกันกับที่พ่อแม่ทำ หรือในบาง  ครอบครัวที่พ่อแม่ลงโทษลูกอย่างบันดาลโทสะ ไม่ได้ลงโทษอย่างมีเหตุผลที่ถูกต้องหรือสมควร เด็กจะเรียนรู้ว่าการบันดาลโทสะเป็นการซ้ำเติมให้พ่อแม่ลงโทษเขาหนักขึ้นไปอีก ทำให้เขาต้องเก็บกดความโกรธที่ถูกลงโทษอย่างไม่สมควรนั้นเอาไว้ภายใน ไม่สามารถแสดงออกมาได้ จนเกิดความสับสน และเจ็บป่วย

        เรื่องความโกรธค่อนข้างจะจริงจัง ไม่รู้จะเล่าอย่างไรให้ผ่อนคลายค่ะ พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ถึงตรงนี้คุณๆ ก็ได้ทราบถึงลักษณะ ระดับ รูปแบบ สาเหตุ การช่วยเหลือ และผลกระทบของความโกรธพอสังเขปแล้ว คุณคิดว่า คุณเองมีความโกรธอยู่ในระดับใด เกิดจากอะไร และควรจะดูแลตนเองและครอบครัวอย่างไรดีคะ แล้วจะรอฟังคำตอบจากคุณๆ นะคะ J

 

 

สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1