{1ขวัญและกำลังใจคืออะไร ตามศัพท์ภาษาไทยแล้ว "ขวัญและกำลังใจ" สามารถแยกได้ 2 คำ คือ "ขวัญ" และ "กำลังใจ" มีความหมายดังนี้ " ขวัญ" หมายถึง สิ่งที่ไม่มีตัวตน นิยมกันว่ามีอยู่ประจำชีวิตของคนตั้งแต่เกิดมา เชื่อกันว่าถ้าขวัญอยู่กับตัวก็เป็นสิริมงคล เป็นสุขสบาย จิตใจมั่นคง ถ้าคนตกใจหรือเสียขวัญ ขวัญออกจากร่างไปเสีย ซึ่งเรียกว่าขวัญหาย ขวัญหนี ขวัญบิน เป็นต้น " กำลังใจ" หมายถึง สภาพของจิตใจที่มีความเชื่อมั่น และกระตือรือร้น พร้อมจะ เผชิญกับเหตุการณ์ทุกอย่าง "ขวัญและกำลังใจในการทำงาน" คือ สภาพทางจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน เช่นความรู้สึก นึกคิดที่ได้รับอิทธิพล แรงกดดัน หรือสิ่งเร้าจากปัจจัยหรือสภาพแวดล้อมในองค์การที่อยู่ รอบตัวเขา และจะมีปฏิกิริยาโต้กลับ คือพฤติกรรมในการทำงาน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อผลงานของบุคคลนั้น ขวัญและกำลังใจเป็นอย่างไร ขวัญและกำลังใจ เป็นสภาพทางจิตใจ ทัศนคติ และความรู้สึกที่มีผลส่วนหนึ่งมาจาก การปฏิบัติงานร่วมกับกลุ่มโดยอาจเกิดร่วมกันเป็นกลุ่มในแต่ละบุคคลได้ ขวัญและกำลังใจ อยู่ที่สภาพจิตใจ ทัศนคติ อารมณ์ ของผู้ปฏิบัติงานแต่ละคน รวมทั้งทีมงานทั้งหมด ขวัญและกำลังใจ มีผลกระทบต่องาน ผลผลิต ความร่วมมือ ความกระตือรือร้น วินัย และความสำเร็จของหน่วยงาน ขวัญและกำลังใจ มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับหัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา ลูกน้อง รวมไปถึงผู้มารับบริการและชุมชน ขวัญและกำลังใจ มีผลต่อความมุ่งมั่นและความเต็มใจในการทำงานเพื่อพัฒนางาน และหน่วยงานของตนเอง แม้ว่าขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและวัดได้ยากแต่เราก็สามารถรู้สึกและ สังเกตได้ นอกจากนั้น ขวัญและกำลังใจยังเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารควรรับรู้ เพราะขวัญและ กำลังใจเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จหรือความล้มเหลวได้ ปัจจัยที่มีผลต่อขวัญและกำลังใจ การยกระดับขวัญและกำลังใจทำได้โดยการควบคุม ดูแล ให้ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ ขวัญและกำลังใจอยู่ในสภาพที่ดีมีปัจจัยภายนอกหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจ ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักและพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องภายในหน่วยงานของ ตนเอง รวมทั้งหาทางปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่คิดว่าเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานเพื่อให้ ขวัญและกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชาสูงขึ้น จากการปฏิบัติงานประจำกัน ถ้าเราใส่ใจและลองสังเกตสภาพการณ์ทั่ว ๆ ไป ภายใน หน่วยงานของตนเอง เราจะพบอาการที่สามารถบ่งชี้ถึงสภาพขวัญและกำลังใจที่ตกต่ำหรือ สูงได้ ถ้าหน่วยงานของท่านมีสภาพ ดังนี้ - การโต้เถียงกันอย่างรุนแรงเอาเป็นเอาตายระหว่างประชุม - การทำงานไม่มีคุณภาพ - การปฏิเสธงานที่ได้รับมอบหมาย - การขัดคำสั่ง ไม่เชื่อฟังหัวหน้างาน - การขาดงานบ่อย ๆ - สภาพเต็มไปด้วยข่าวลือ - มีการกลั่นแกล้งกันในเรื่องงาน - งานไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ฯลฯ คือ อาการของ "หน่วยงานที่ขวัญและกำลังใจตกต่ำ" ถ้าหน่วยงานของท่านมีสภาพ ดังนี้ - ความขัดแย้งภายในมีน้อย - มีความไว้วางใจซึ่งกันและกันสูง - สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน - กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ชัดเจน - กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบชัดเจน - มีการสื่อสารและระบบการสั่งงานที่ดี - ยอมรับในผู้นำ - การจัดทรัพยากรที่เป็นธรรม ฯลฯ คือ อาการของ "หน่วยงานที่ขวัญและกำลังใจดี" เพื่อให้ง่ายในการสังเกต เราสามารถตรวจสอบสภาพขวัญและกำลังใจของคนในหน่วย งานได้จากการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ - นโยบายและเป้าหมายของหน่วยงาน - ภาพพจน์ของหน่วยงาน - การสื่อสารจากผู้บังคับบัญชาถึงผู้ใต้บังคับบัญชา - การสื่อสารจากผู้ใต้บังคับบัญชาถึงผู้บังคับบัญชา - ความสัมพันธ์ของบุคลากรภายในหน่วยงาน - ระดับความพอใจในงาน - วินัยของผู้ปฏิบัติงาน - บรรยากาศในการทำงาน - โอกาสในการศึกษา พัฒนาและฝึกอบรม - สิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน - ค่าจ้างและเงินเดือน - ความสะอาดและสุขลักษณะของสถานที่ทำงาน - ความปลอดภัยในการทำงาน - การมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่มย่อย - ความภักดีต่อหน่วยงาน - สิ่งอำนวยความสะดวกทั่ว ๆ ไป เมื่อพบจุดตรวจใดเป็นจุดบกพร่อง เราต้องการหาทางปรับปรุงจุดต่าง ๆ เหล่านั้น เพื่อยกระดับขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานให้สูงขึ้น ในยุคของเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ การสื่อสารไร้พรมแดน สิ่งที่ทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานมีประสิทธิภาพและประ สิทธิผลแตกต่างกันกับหน่วยงานอื่น ๆ คือ "คน" ซึ่งกิจกรรมที่จะนำมาใช้เพื่อการพัฒนา หน่วยงาน เช่น กิจกรรม 5 ส กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อ - พัฒนาให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น - เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงงาน - ฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต - พัฒนาให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ - รู้จักทำงานเป็นทีม เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและปรับปรุงงาน - รู้จักใช้ความคิดอย่างเป็นระบบและมีเหตุผล - สร้างเสริมวินัย - เพิ่มความสามัคคี ฯลฯ นอกจากจะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมแล้ว ยังเน้นให้ทุกคนรู้จักปรับปรุงงาน ของตนเองเป็นหลัก เพราะผู้ปฏิบัติย่อมรู้ดีว่าปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานเป็น อย่างไร โดยเริ่มจากการสังเกตสภาพแวดล้อมในการทำงานรอบ ๆ ตัวของเราก่อน ลองสังเกตสถานที่ทำงานว่ามีสภาพเช่นนี้หรือไม่ - ห้องที่เต็มไปด้วยโต๊ะทำงาน - มีเสียงโทรศัพท์ดังตลอดเวลา - แสงสว่างไม่เพียงพอ - มีเครื่องถ่ายเอกสาร แต่ใช้งานไม่ได้หรือได้ไม่ดี - อุปกรณ์เครื่องใช้ใหม่ แต่ไว้ใจไม่ได้พร้อมที่จะเสียตลอดเวลา - เครื่องปรับอากาศที่เย็นเกินไป ร้อนเกินไป - ทางเดินที่คับแคบ มีสิ่งของวางกีดขวาง - มีเสียงดัง รบกวนการทำงานเป็นระยะ - สิ่งอำนวยความสะดวกไม่ดีพอ เช่น ห้องน้ำสกปรก โรงอาหารไม่ถูก สุขลักษณะ ฯลฯ - มีวัสดุอุปกรณ์ไม่เพียงพอ - การระบายอากาศที่ไม่ดีพอ ฯลฯ คุณคิดอย่างไรกับสภาพที่ทำงานข้างต้น? - เรื่องอย่างนี้พบเห็นในที่ทำงานจนกลายเป็นเรื่องปกติแล้ว - อยู่ไปก็ชินเอง - เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ - เบื่อ!...แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ - ควรจะปรับปรุงให้สถานที่ทำงานมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ทำงานได้สะดวกขึ้น - ถ้าทุกคนในหน่วยงานร่วมมือกันก็จะสามารถแก้ไขได้ ในการทำงานหนึ่ง ๆ นั้น งานจะออกมามีคุณภาพหรือไม่ เสร็จทันเวลาหรือได้รับ ความร่วมมือจากผู้ร่วมงานหรือไม่ ฯลฯ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพราะสภาพแวดล้อมในการทำงานจะส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งก็หมายถึงขวัญและกำลังใจในการทำงานด้วย ด้วยเหตุที่บรรยากาศในสถานที่ทำงาน ความสัมพันธ์ที่ดีของกลุ่มทำงาน สนุกกับการทำงานร่วมกันเป็นทีม เห็นประโยชน์ รับฟัง ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ช่วยกันแก้ไขปัญหาในงาน พฤติกรรมที่แสดงออกทางสีหน้า และท่าทาง สิ่งเหล่านี้ถ้าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันก็จะมีผลให้สถานที่ทำงานน่าทำงานและ สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น สะดวกสบายขึ้น ปัญหาที่เคยมี เราก็จะมีส่วนในการแก้ไขปัญหา เราก็จะรู้สึกมั่นใจ ภาคภูมิใจ ได้รับการยอมรับ ฯลฯ ผลก็คือ ขวัญและกำลังใจในการ ทำงานที่สูงขึ้นนั่นเอง คำบันดาลใจ หัวหน้าที่เอาแต่ด่าลูกน้อง โดยไม่ยอมชี้ให้เห็นว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องอย่างไร ย่อมไม่ใช่หัวหน้าที่ดี แต่พูดให้ถึงที่สุดแล้ว ควรต้องบอกว่า ความผิดซ้ำๆ บางอย่างเป็นเรื่องง่ายที่จะแก้ไข คนที่ทำผิดแล้วเปลี่ยนเป็นถูก คนที่ไม่ทำความผิดซ้ำ คือ คนที่สามารถจะพัฒนาตนเองให้ก้าวไปได้
คัดจากจุลสารกองการเจ้าหน้าที่ ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 มค.- มีค. 42
สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947 ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I