WWW.MOHANAMAI.COM
เชื่อมโยงความคิด ผูกมิตรปวงประชา นำพารูปแบบประชาสังคม นิยมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต สุจริตในแนวทาง
สสอ.
เครือข่ายหมออนามัย
I HOME Iการปฏิรูปสุขภาพ Iอ่านวารสาร Iภาคีหมออนามัย I ข้อมูลพื้นฐาน Iโฮมเพจ สอ./สสอ.I ดาวน์โหลดบทความIความเคลื่อนไหวฯ I ......About usI
เครือข่ายหมออนามัย

แนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่

  1. ความนำ

ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจและหน้าที่จัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรายงานต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2543 และได้รายงานต่อรัฐสภาทราบ (สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เมื่อวันที่ 18 และ 20 ตุลาคม 2543 ตามลำดับ) เพื่อใช้เป็นแผนในการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป และต่อมาได้ประกาศเรื่องดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา ฉบับทั่วไป เล่มที่ 118 ตอนพิเศษ ลงวันที่ 17 มกราคม 2544

ในแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2543 ได้ระบุหลักการทั่วไปที่สำคัญในเรื่องการพัฒนาองค์กรในระดับจังหวัดเพื่อรองรับการถ่ายโอนว่า

    1. การดำเนินกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางด้านต้องการความชำนาญในวิชาชีพเฉพาะและความเป็นเอกภาพในการจัดบริการสาธารณะ เช่นการจัดการศึกษา การสาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น จำเป็นต้องจัดให้มีคณะกรรมการเฉพาะด้านระดับจังหวัด โดยให้มีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานการจัดบริการสาธารณะเรื่องนั้นๆในเขตจังหวัด การจัดสรรทรัพยากร การกำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเองกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดบริการสาธารณะ คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจกำหนดให้มีคณะกรรมการเฉพาะด้านระดับเขตพื้นที่ในเขตจังหวัด แทนคณะกรรมการเฉพาะด้านระดับจังหวัดได้ โดยต้องคำนึงถึงความเป็นเอกภาพในการจัดบริการสาธารณะ
    2. คณะกรรมการเฉพาะด้านตาม 1) ควรประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานรัฐ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนฝ่ายวิชาชีพ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนประชาชนและหรือภาคประชาสังคม*

 1.คณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.)

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนการกระจายอำนาจฯ ดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นควรให้มีคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.) ขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการรองรับการกระจายอำนาจในระดับพื้นที่หรือจังหวัด ซึ่ง กสพ.ดังกล่าวเป็นองค์กรที่เกิดจากการดำเนินงานร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละระดับ มิใช่เป็นองค์กรภายใต้กระทรวงสาธารณสุขโดย กสพ.ควรมีองค์ประกอบและบทบาทหน้าที่ดังนี้

    1. องค์ประกอบของ กสพ.

กสพ.ประกอบด้วย 5 ส่วนด้วยกันดังนี้

      1. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่
      1. ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ)จำนวนสองถึงสามคน ประกอบด้วยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและหรือ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดประชุมคัดเลือกกันเอง จำนวนเท่าที่คณะกรรมการสรรหา กสพ. เป็นผู้กำหนดในกรณีที่จังหวัดใด มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดรวมกันแล้วไม่ถึงสามคน ก็ให้ทำการคัดเลือกจาก สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้ครบจำนวนที่คณะกรรมการสรรหา กสพ.กำหนด
      2. ผู้แทนเทศบาล จำนวน สองถึงสามคน โดยให้คัดเลือกกันเองจากนายกเทศมนตรีในเขตจังหวัด
      3. ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จำนวนสองถึงสามคน โดยให้คัดเลือกกันเองจากประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัด

ทั้งนี้จำนวนของผู้แทนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลใน

กสพ.จะต้องเท่ากัน

    • ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขได้แก่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด จำนวนหนึ่งคน
    • ผู้แทนสถานบริการสุขภาพ ได้แก่
    • ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ จำนวนหนึ่งคน( ในกรณีที่มีโรงพยาบาลศูนย์ในเขตพื้นที่นั้น )
    • ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วไป จำนวนหนึ่งถึงสองคน( ในกรณีที่มีโรงพยาบาลทั่วไป 2 แห่งในเขตพื้นที่นั้นก็ให้ผู้อำนวยการทั้งสองคนเป็นกรรมการ )
    • ผู้แทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนจำนวนหนึ่งถึงสองคน
    • ผู้แทนหัวหน้าสถานีอนามัยจำนวนหนึ่งถึงสองคน
    • ผู้แทนจากภาคประชาสังคม * มีจำนวน สองถึงสามคน
    • ผู้ทรงคุณวุฒิ * * มีจำนวน สองถึงสามคน

 สัดส่วนและจำนวนของ กสพ.

    • สัดส่วนของ กสพ.
    • ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรมีจำนวนไม่น้อยกว่า หนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมด
    • ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขรวมกับผู้แทนสถานบริการสุขภาพไม่ควรมีจำนวนกรรมการเกิน หนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
    • ผู้แทนภาคประชาสังคมท้องถิ่นรวมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ควรมีจำนวนกรรมการเกินหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

 จำนวนของ กสพ.

จำนวนของ กสพ.ไม่ควรเกิน 21 คน

    1. อำนาจและหน้าที่

ให้คณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • กำหนดนโยบายและวางแผนด้านสุขภาพ ของพื้นที่โดยต้องเป็นไปตามกรอบ ตามแผนและนโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศ
  • จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการในการพัฒนาสุขภาพในพื้นที่
  • กำหนดหลักเกณฑ์ และจัดสรรทรัพยากรด้านสุขภาพให้แก่สถานบริการสาธารณสุขตามกรอบนโยบายที่กำหนด
  • กำหนดมาตรฐานในการพัฒนาระบบสุขภาพ และระบบบริการสุขภาพ
  • กำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานด้านสุขภาพในพื้นที่
  • กำหนดระเบียบ ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่
    1. ข้อปฏิบัติในการประชุม
      1. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุมคณะกรรมการ ครั้งแรกภายใน 30 วัน นับแต่ได้มีการคัดเลือกกรรมการครบทุกฝ่าย การประชุมของคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
      2. ในวาระเริ่มแรกของการประชุมคณะกรรมการ ให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดทำหน้าที่ประธานที่ประชุม และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทำหน้าที่เลขานุการชั่วคราว เพื่อคัดเลือกประธานและรองประธานกรรมการในการคัดเลือกประธานและรองประธานกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ ให้กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชุมคัดเลือกกันเอง โดยให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นประธาน และผู้ได้รับคะแนนลำดับรองลงมาเป็นรองประธาน ในกรณีที่คะแนนเท่ากันให้ใช้วิธีจับฉลาก โดยมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันที่ได้รับการคัดเลือก และอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกินสองวาระการคัดเลือกเลขานุการให้ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกจากกรรมการผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด เป็นเลขานุการ ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเสนอชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นประธาน รองประธานกรรมการ และเลขานุการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศแต่งตั้ง
      3. ในการประชุม ถ้าประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมในการประชุมถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด ให้เลขานุการจัดทำรายงานการประชุมเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ภายใน 30 วันนับแต่วันประชุม
      4. ให้มีการประชุมอย่างน้อย 6 ครั้งต่อปี
    1. วาระการดำรงตำแหน่งและการสิ้นสุดสภาพ
      1. ประธานและรองประธานมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันได้รับการคัดเลือก และอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกินสองวาระ
      2. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนภาคประชาสังคมมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี นับแต่วันได้รับการคัดเลือก และอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันไม่เกินสองวาระถ้ากรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนภาคประชาสังคมว่างลง ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างโดยเร็ว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการสรรหาได้วางไว้ และให้กรรมการที่ได้รับการการคัดเลือกมีวาระอยู่ในตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทนในระหว่างที่ยังมิได้คัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างตามวรรคสองและยังมีกรรมการเหลืออยู่เกินกึ่งหนึ่ง ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
      3. ประธานกรรมการจะออกจากตำแหน่งโดยการยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัดโดยมีผลนับแต่วันยื่นหนังสือ
      4. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ เมื่อลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ หรือพ้นจากการเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
      5. กรรมการผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขและผู้แทนสถานบริการสุขภาพพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ 1) เมือลาออกหรือพ้นจากตำแหน่งทางราชการโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
      6. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
  • ตาย
  • ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
  • เป็นบุคคลล้มละลาย
  • เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนคนไร้ความสามารถ
  • ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 3
  • ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ
  1. คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.)
    1. ที่มาและองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา กสพ.

องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาฯ มาจากผู้แทน 3 กลุ่ม ดังนี้

3.1.1 ผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ นายแพทย์สาธาณสุขจังหวัด

3.1.2 ผู้แทนจากองค์กรปกครองท้องถิ่น ได้แก่ ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 1 คน ผู้แทนจากเทศบาล จำนวน 1 คน และผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 1 คน โดยให้แต่ละกลุ่มประชุมแล้วคัดเลือกกันเอง

3.1.3 ผู้แทนจากภาคประชาสังคมจำนวน 3 คน โดยให้องค์กรจากภาคประชาสังคม (กลุ่มชมรม สมาคม มูลนิธิ สหกรณ์ ชุมชน ประชาคม ฯลฯ )มีการประชุมแล้วคัดเลือกตัวแทนกันเอง

ทั้งนี้ โดยการจัดการและประสานงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้กระบวนการคัดเลือกกรรมการสรรหา กสพ. มีความโปร่งใส เป็นธรรม มีความรับผิดชอบ ตรวจสอบได้ ตลอดจนมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล

3.2 บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา กสพ.

3.2.1 พิจารณาโครงสร้างและจำนวนของ กสพ. ภายใต้กรอบที่กำหนดไว้

3.2.2 กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการคัดเลือกผู้แทนภาคประชาสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิตามความเหมาะสมของพื้นที่

3.2.3 ทำการสรรหาผู้แทนจากภาคประชาสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้องค์กรจากภาคประชาสังคมทำการคัดเลือกกันเองให้ได้จำนวน ประมาณ 2 เท่าของจำนวนที่กำหนด

3.2.4 ทำการคัดเลือกผู้แทนจากภาคประชาสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิตามจำนวนที่กำหนด

3.2.5 ทำการสรรหาผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนและผู้แทนจากสถานีอนามัย โดยแต่ละกลุ่มจัดให้มีการประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองให้ได้จำนวนที่กำหนดโดยคณะกรรมการสรรหาฯ

3.3 การดำเนินงานของคณะกรรมการสรรหา กสพ.

3.3.1 ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหาฯ และเป็นผู้ทำหนังสือเชิญกรรมการสรรหาฯประชุม

3.3.2 ในวาระเริ่มแรกของการประชุมคณะกรรมการสรรหา กสพ. ให้ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว เพื่อคัดเลือกประธานกรรมการในการคัดเลือกประธานกรรมการให้กรรมการสรรหาฯ คัดเลือกกันเองโดยให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นประธาน

3.3.3 ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเสนอชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกจากกรรมการสรรหาฯให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศแต่งตั้ง เป็นคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่

 2. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่

คณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดโครงสร้างและจำนวนบุคลากร ที่จะปฏิบัติงานในสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ โดยคำนึงถึงบทบาทหน้าที่ของกสพ. เป็นหลักรวมทั้ง กำหนดสถานที่ตั้งของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ แต่ในวาระเริ่มแรกให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นสำนักงานกสพ.

โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ดังกล่าว ควรมีบทบาทหน้าที่ดังนี้

      1. รับผิดชอบงานธุรการและการเงินของกสพ.
      2. รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์และนำเสนอต่อ กสพ. เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพและระบบบริการสุขภาพในพื้นที่
      3. ติดตามกำกับ ประเมินผลสถานบริการสุขภาพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาสังคม ให้เป็นไปตามแผนงานโครงการ หรือข้อตกลงที่ทำร่วมกัน
      4. ร่วมมือและประสานงานกับราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และสถานบริการสุขภาพ เพื่อพัฒนาระบบสุขภาพและระบบระบบบริการสุขภาพที่พึงประสงค์
      5. รายงานผลความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานของกสพ. ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทุก 3 เดือน
  1. การตั้งคณะกรรมการสุขภาพระดับอำเภอและระดับตำบล
  2. 1. กสพ.สามารถกำหนดให้มีคณะกรรมการสุขภาพระดับอำเภอ ( กสอ.)และหรือ ตำบล (กสต.)ได้ โดยจะเป็นองค์กรประสานการดำเนินงานในพื้นที่อำเภอและตำบล แต่ไม่เป็นนิติบุคคล

  3. การจัดองค์ประกอบของ กสอ.และกสต. ให้อยู่ในดุลยพินิจของ กสพ. โดยให้มี กลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

 

 

สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1