........................หมออนามัยได้เอาชนะโรคภัยไข้เจ็บ
ความภาคภูมิใจตรงนี้เราได้เห็น บางครั้งเราไม่เห็น หมออนามัยจะมีจุดเด่นอย่างมากคือการสร้างสุขภาพเป็นพระเอกเรื่องนี้มาตลอด
หมออนามัยรุ่นพี่ของเราเป็นนักเยี่ยมบ้าน นักทำงานครอบครัวและชุมชน
วันเวลาเปลี่ยนไปเราถูกทำจุดเด่นให้เป็นจุดด้อย
แล้วเราวิ่งเข้าไปหาจุดด้อย คือเราจะวิ่งเข้าไปแข่งขันกับโรงพยาบาลเพื่อการซ่อมสุขภาพ
ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แข่งขันกันไม่ได้ เหมือนรถที่เป็นรถจักรยานแข่งกับรถมอร์เตอร์ไซด์ไม่ได้
มอร์เตอร์ไซด์แข่งกับรถยนต์ไม่ได้ มันเป็นธรรมชาติของมันมันเป็นจุดเด่นในตัวหมออนามัยมันเยอะมากแต่เราข้ามเลยไปนี่คือเหตุผลว่าทำไมขณะนี้ที่ผมไปทำงานกับระบบปฏิรูปสุขภาพกำลังจะกลับมาชวนหมออนามัยซึ่งมีจุดเด่นด้านสร้างสุขภาพมาเคลื่อนไหวเรื่องการปฏิรูประบบสุขภาพซึ่งเป็นระบบใหญ่มากซึ่งผมจะเล่าให้ฟัง
ไม่ใช่ระบบกระทรวงสาธารณสุขไม่ใช่ระบบการแพทย์และการสาธารสุข
แต่เป็นระบบใหญ่มาก ซึ่งหมออนามัยเป็นกลไกตัวหนึ่งในระบบสุขภาพที่มีความสำคัญและจุดเด่นคือการสร้างสุขภาพและมีจุดเด่นที่สำคัญคือมีหมออยู่ทุกหย่อมหญ้าทั้งประเทศ
เวลาผมเดินทางไปราชการที่ต่างจังหวัดไม่ว่าจะขับรถไปเที่ยวไกลแค่ใหนยังไงผมไม่เคยห่วงเรื่องปัญหาเพราะถ้ามันมีอะไร
จะไปกินข้าวที่ใหนเกิดรถเสียหรือจะไปนอนที่ใหนมีสถานีอนามัยทั่วประเทศเลยใช่ไหมครับตรงนี้เป็นที่น่าอิจฉาหมออนามัยนะครับ
เราเป็นห่วงหมออนามัยขณะนี้เพราะไม่ค่อยรู้จักกัน แต่ถ้าเรามีจิตวิญญาณร่วมบางอย่าง
เวลาไปเที่ยวที่ใหนถือกระเป๋าใบเดียวพอแล้ว เพื่อนเยอะแยะที่จะไปเจอ
เจอพี่เจอน้อง ตรงนี้คือความหมายของหมออนามัยซึ่งมีคุณค่ามาก
..................ภาษาก็มีส่วนสำคัญเพราะภาษาจะทำให้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและมีประโยชน์
งานของเราในวันข้างหน้าไม่ใช่ทำงานน้ำส้วมสะอาดแบบเก่า
พวกเราคิดว่าโจทย์มันเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิมทำเหมือนเมื่อ
10 20 ปีที่แล้ว โจทย์มันเปลี่ยนไปแล้วเราจะคิดว่างานที่เราเคยทำแก้ปัญหาในอดีตวิธีทำอย่างเดิมด้วยวิธีทำอย่างเดิม
องค์ความรู้อย่างเดิม วิธีคิดอย่างเดิมแล้วจะทำงานสำเร็จตอบคำถามเดิม
คำถาม มันเปลี่ยนแล้ว ดังนั้น ขณะนี้มีคนวิจารณ์ว่าพวกเราที่เป็นข้าราชการและเป็นวิชาชีพกำลังพูดแต่เรื่องเก่าเรื่องที่มันตกสมัยไปแล้ว
เช่นในขนะนี้คนในแวดวงการแพทย์และการสาธารณสุขสุขก็พูดแต่เรื่องจะแบ่งเงิน
ประชาชนไม่สนใจด้วยละครับ ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 40 เขาได้สิทธิเรื่องการได้รับบริการอย่างทั่วถึงและได้มาตรฐานรัฐบาลได้กำหนดนโยบายเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
แล้วก็จัดเงินต่อหัว วิธีการบริการคุณจะจัดกันยังไงและเถียงกันยังไงประชาชนบอกไม่รู้ด้วยแต่ประชาชนบอกเรามีสิทธิต้องได้รับบริการ
คุณจะเถียงกันระหว่างโรงพยาบาล ระหว่างหมอ คุณกำลังตอบคำถามเดิม
สังคมเปลี่ยนไปเยอะแยะแล้ว หรืออีกอย่างหนึ่งพวกเราถ้าเจอกันทีไรราชการนะครับ
ซีว่าไง เมื่อไหร่จะขึ้นอีกซีหนึ่ง เงินเดือนเป็นยังไง
โบนัทเป็นยังไง สองขั้นเป็นยังไง งานนี้งานใคร ไอ้โน่นนายก็แย่
นายก็ว่าลูกน้องก็แย่ ก็เถียงกันอยู่แต่ในระบบนี่แหล่ะ
ในขณะที่สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปแล้ว สังคมเขาคาดหวังไว้ว่าให้การพัฒนาสูงกว่านี่
สังคมมีปัญหาสลับซับซ้อนมาก คนยากจนเยอะขึ้น คนไม่มีงานทำเยอะขึ้น
ประเทศติดหนี้ ห้าล้านๆบาท ไม่รู้จะใช้ให้ใครอีกนาน คนที่รู้สึกช้าที่สุดก็คือพวกเราที่พูดได้ก็เพราะผมก็ยังเป็นข้าราชการอยู่ตลอด
ขณะนี้ก็ยังเป็นข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขกินเงินเดือนอยู่
แต่ออกมาทำงานนอกกระทรวงเรื่องนี้ เราเป็นกระจกมองด้วยกันว่าเราไม่ค่อยรู้สึกความร้อนหนาวของชาวบ้านเขายิ่งอยู่ห่างชาวบ้านยิ่งเข้าใจน้อย
หวังว่าพวกเราที่อยู่ในสถานีอนามัย หรืออยู่ในชุมชนได้ชื่อว่าอยู่ใกล้กับประชาชนที่สุดเข้าใจทุกข์สุขชาวบ้าน
เข้าใจแบบไม่ใช่ว่านี่ฉันทำงานแค่นี้อนามัยหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉันเอาแค่นี้
เรื่องอื่นฉันไม่เกี่ยว อันนั้นคิดแบบแยกส่วนแล้วปัดความรับผิดชอบ
เกษตรก็บอกเรื่องนี้ของฉันเรื่องโน้นไม่เกี่ยว เวลาคนไข้ปวดหัวมานั่งเราก็ซักประวัติเพื่อหาสาเหตุว่าเป็นจากอะไร
เพราะเรามีศาสตร์ที่เราเรียนมาคือวิทยาศาสตร์การแพทย์
จะหาโรคที่มันเป็นทางการแพทย์ โดยไม่สนใจมิติอื่นๆ ซึ่งเป็นมิติสุขภาวะ
มิติสุขภาพ แต่เรามองแยกส่วนว่ามันไม่เกี่ยวกับเรา แต่ถ้าเราซักประวัติโดยไม่แยกส่วนก็จะทำให้ทราบว่าเขาอาจจะปวดศรีษะมาจากเรื่องในครอบครัว
ซึ่งขณะนี้เราก็จะตอบแต่คำถามเก่าๆ ยิ่งเราได้โอกาสจากสังคมได้มาเป็นวิชาชีพ
เป็นราชการเราได้โอกาสแล้วเราจะห่างเขาเยอะ สิ่งที่พูดวันนี้มันอาจจะแรงแต่ก็เชื่อว่าจะสะท้อน
ผมเชื่อว่าเราสะกิดกันเอาไว้ เราก็ยังอยู่ในระบบที่ห่างกับชาวบ้าน
สังคมเปลี่ยนไปรัฐธรรมนูญเปลี่ยนไป ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในทุกเรื่องมากมาย
แต่เราก็ไม่เคยรู้ ผมได้เคยถามพวกเราที่อยู่ในพื้นที่บางแห่งว่า
เวลาเขาทำนาคุณทราบไหมว่าเขาใช้สารเคมีอะไรบ้าง ชาวนาทำนาเขาจะเริ่มตั้งแต่ไถ
คราด และเขาจะมีกระติกน้ำเจาะรู กระติกน้ำมันโซล่าและมียาฆ่าหอยเชอรี่ก่อนใส่ในกระติก
พอไถเสร็จช่วงหว่านก็ใส่ยาคุมวัชพืช ในขณะเดียวกันถือโอกาสเติมยาฆ่าแมลงไปด้วยทั้ง
ๆ ที่ต้นไม้ยังไม่ขึ้น เขาใช้สารเคมีเยอะมาก แล้วมันจะกลับคืนมาสู่สุขภาพทั้งตัวเขา
ครอบครัวเขา และคนอื่น พวกเราที่ทำงานด้านสุขภาพไม่ได้คอยตั้งรับที่จะไปเจาะเลือดที่จะดูเอ็นไซม์ในเลือดเขา
สุขภาพมันอยู่ในวิถีชีวิตของเขาแล้วนักการแพทย์นักสาธารณสุขเคยใส่ใจในเรื่องที่มันกว้างกว่าสุขภาพที่เราทำหรือเปล่า
นักสร้างสุขภาพ นักป้องกันโรคสมัยเดิม อาจจะส้วมน้ำ ความสะอาด
ไปรณรงค์ให้เขาฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมด้วยอาวุธอย่างเดียวคือวัคซีนแล้วโรคมันหาย
ชนะโรคเป็นชนิด ๆ แต่ขณะนี้ปัญหาสุขภาพมันเปลี่ยนไปแล้ว
ภัยจากสารเคมี ภัยจากสิ่งแวดล้อม ภัยจากอุบัติเหตุรถยนต์
การจราจร ปัญหาครอบครัว ยาเสพติด มันเป็นเรื่องที่มีสาเหตุหลายอย่างมากและเป็นองค์รวม
ปัญหาคือเราทำทันหรือเปล่า เรารู้ทันหรือเปล่า คำถามเปลี่ยนไปแล้ว
สังคมเปลี่ยนตลอด พระพุทธเจ้าสอนเรื่องอนิสจัง สัพสิ่งเปลี่ยนแปลงตลอด
อนัตตาการไม่มีตัวตน สมัยก่อนเราใช้เครื่องโรเนียว ปัจจุบันเครื่องโรเนียวไม่รู้จักแล้ว
สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปหมด แต่เราตรวจสอบว่าเรายังคิดเหมือนเดิมทำเหมือนเดิมหรือเปล่า
เราอยู่กับชาวบ้านก็เหมือนน้ำกับปลา เราเป็นปลาที่อาศัยน้ำ
มีความสุขนะอยู่กับชาวบ้าน เพราะว่าเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกัน
และเป็นที่พึ่งพา หมออนามัยได้รับเกียรติกับชุมชนถ้าไม่เกเรไม่แย่จริง
ๆ ชาวบ้านรักทั้งนั้น 90%เขารัก อาจจะมีบางคนไม่ชอบเป็นธรรมดา
แต่บางทีเราพูดโดยที่เราไม่รักษาใจกัน เราโจมตีหมออนามัยว่าไม่ได้เรื่อง
ลองไปดูซิว่าชาวบ้านพึ่งใครมากที่สุด พึ่งหมออนามัยมากกว่าโรงพยาบาล
แต่เวลาพูดทีไรระดับแนวดิ่งจะพูดทุกทีว่าสถานีอนามัยมันไม่ได้เรื่อง
มันได้เรื่องในบริบทของมัน แต่ถ้าคุณเอาไปเทียบกับอีกแบบหนึ่ง
และเอาไปแข่งเทคโนโลยี มันไม่ได้เรื่องเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปแข่งกัน
ตรงนี้อยากให้เห็นว่านี่คือคุณค่าของเรา เราจะไม่มีความสุขเลยถ้าเรารู้ว่ามันมีคนเหนือกว่าเรา
คอยสั่งเรา ซีมากกว่าเรา เราเคยเห็นรุ่นพี่เราเป็นสาธารณสุขอำเภอ
เป็นหัวหน้าฝ่าย เราก็คิดว่าต้องเป็นอย่างนั้น เป็นผชช.
อะไรต่าง ๆ ก็ไปอย่างนั้น บทบริบทนี้ไม่ใช่ พวกเราอย่าไปคิดว่าจะไปตัดสิน
สมัยก่อนรับราชการรักษาเนื้อรักษาตัวดี ๆ จะเกษียณเราเห็นรุ่นปู่รุ่นย่าว่าเป็นอย่างนั้นจะไม่ใช่แล้ว
ช่วงเศรษฐกิจกำลังดี ซีมันก็มา เงินก็มา สถานีอนามัยก็ใหญ่ขึ้น
คนก็เยอะขึ้น แต่เราก็ยังบ่นว่าขาดอันโน้นอันนี้ เพราะในราชการไม่เคยไม่บ่น
บ่นและโทษกันตลอดนายก็โทษลูกน้อง ลูกน้องก็โทษนาย นี่ก็โทษชาวบ้านโง่ชาวบ้านไม่รู่เรื่อง
โทษกันไปโทษกันมา ฝากเตือนแรงๆ ว่าฝากคิดว่าเราเห็นสถานการณ์ที่มันเปลี่ยนไปหรือยัง
เราเข้าใจสรรพสิ่งที่เปลี่ยนไปไหม วันข้างหน้าไม่มีทางที่จะเป็นไปตามสายนี้
สอ.ไม่เคยภาคภูมิใจเลยว่าวางอยู่ในระบบ เพราะระบบเราวางในแนวดิ่งและใช้คำว่าบังคับบัญชา
บังคับบัญชาจริง ๆ คือระบบทหาร เพราะต้องไปรบต้องไปสู้
ต้องเผด็จศึก งานของเรามันไม่ใช่บังคับบัญชา
งานของเรามันเป็นเรื่องใช้ความรู้ใช้ใจ ใช้จิต ใช้วิญญานในการทำงาน
...............ขณะนี้สังคมเปลี่ยนไปเยอะโลกเป็นโลกาภิวัติเชื่อมโยงถึงกันหมด
เหตุการณ์ฟุตบอลโลกเห็นได้ชัดทั่วทุกมุมโลกเห็นพร้อมกันหมด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจุดหนึ่งของโลกก็รู้ถึงกันเป็นการเชื่อมโยงกัน
สมัยที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลถูกยิงตายภายใน 2 นาทีคนทั้งโลกรู้หมด
นี่คือโลกาภิวัติ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น โลกาภิวัติมันนำมาซึ่งการเชื่อมโยงทุกอย่างทั้งหมด
และที่สำคัญมันเปิดระบบการเงินถึงกันหมดมันมีการสูบการเงินได้ในเวลาอันพริบตา
สามารถที่จะดูดเงินออกจากประเทศ หรือว่าที่ใหนได้ในพริบตาและเอาทุกอย่างไปตีค่าเป็นเงินหมด
แล้วพอได้ความรู้มาซึ่งน่าจะเป็นความรู้ที่ให้คนทั้งประเทศได้รู้
กลับลิดรอนสิทธิ คนมีโอกาสในสังคมยิ่งเอารัดเอาเปรียบภายใต้ระบบเสรี
ภายใต้ระบบที่มันมีลัทธิวัตถุนิยมเป็นหลัก ตรงนี้ถ้าเราไม่เข้าใจ
เราจะไม่เหลืออะไรเลย สังคมเราขณะนี้ติดหนี้เยอะมาก และถ้าเราไม่เข้าใจเราจะเสียหมดทุกอย่าง
ทุนทางสังคม ทุนทางสติปัญญา ทรัพยากรต่างๆ จะสูญเสียไปหมดนี่คือเรื่องใหญ่ที่มันเกิดขึ้น
เราก็ถูกเห่อเหิมเรามีความสะดวกสบายเพราะมีวัตถุมากขึ้น
แล้วก็ทุกคนก็วิ่งเข้าไป ระบบการค้าเสรีก็ทำให้เราคิดว่าเป็นหนี้แหละดี
ก็วิ่งเข้าไปหาหนี้กัน ในช่วง 10 ปีคนเป็นหนี้กันมากมายแล้วไม่ใช่เอาหนี้มาทำงาน
เอาหนี้มาลงทุนแต่เอาหนี้มาเสพแล้วมันก็หมดติดหนี้กัน
จากภาคใหญ่ทั้งโลกมันส่งมาเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของบ้านเราในปี
2540 เราเป็นหนี้มากมายเพราะว่าเราไปกู้เงินต่างชาติมาใช้กันทั้งในราชการและเอกชน
ใช้เสพมากกว่าทำงาน แล้วเป็นเงินกู้ระยะสั้น พอถึงวันหนึ่งเขาเรียกเงินคืนแล้วเราก็
ปรับค่าเงิน เพราะว่าค่าเงินเราปลอมมาตลอด จริง ๆ แล้วค่าเงินเราอ่อน
40 บาท 50 บาท แต่เราก็ไปอยู่ที่ 25 บาท เราก็เลยคิดว่าซื้อของจากต่างประเทศถูก
พอวันหนึ่งค่าเงินมันเปลี่ยนเป็นค่ากินเราก็ติดหนี้มากมาย
ตอนนั้นในต่างประเทศดอกเบี้ยถูกเมืองไทยเราก็ไปหลอกให้ดอกเบี้ยแพงๆ
หลังวิกฤติเศรษฐกิจแล้วคนเดือดร้อนกันเยอะมาก ขณะนี้ก็ยังเดือดร้อนอยู่
การแก้วิกฤติไม่มีทางกลับคืนมาอย่างเก่าเลย ถ้าคนยังไม่รู้จักพอดีพอกิน
ในหลวงท่านเตือนพวกเรามาหลายปี เรื่องของพอดีพอกิน แต่คนไทยจะรู้สึกช้ามากเรายังอยากรวยแบบเก่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยากรวยแบบเก่ามากๆ คือคนที่เคยรวยมาก
ๆ ขณะนี้ทรัพย์สินทรัพยากรของโลกมันไปอยู่ในคนจำนวนน้อยของโลก
พอมองในประเทศก็ไปอยู่ในคนจำนวนน้อยของประเทศ คนส่วนใหญ่ดูเหมือนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นแต่โดยเฉลี่ยแล้วจนลง
ทรัพยากรถูกสูบไปอยู่ในคนเดียวกัน พวกเราเป็นข้าราชการเวลาเข้ามาในแนวดิ่งคุณก็จะมองว่าคุณอยู่ท้ายแถวทุกที
ลองไปตรวจสอบดูซิคุณก็มีอะไรมากขึ้นกว่าในอดีตถ้าเทียบ
กับชาวบ้าน มีหลายคนอาจจะมีที่ดินมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วมันควรเป็นของเกษตรกร
นี่คือวิกฤติที่เกิดขึ้น ประเทศเรายังไม่มีทางออกที่ดีเลย
การทำเกษตรผสมผสานการพึ่งตนเองจริงๆ แล้วที่ขอนแก่นมีตัวอย่างที่งดงามมาก
แถวที่อุบลรัตน์ที่ชาวบ้านเขาคิดใหม่แล้วทำทุกอย่างไม่ได้ทำเชิงเดี่ยวเพื่อไปขาย
เพราะว่าพอวิเคราะห์แล้วว่าคนที่รวยก็คือนายทุน คนขายสารเคมี
นายทุนไม่เคยจน รวยขึ้นตลอดแต่เกษตรกรก็ลงทุนมากขึ้นผลผลิตได้น้อยแล้วกำหนดอะไรไม่ได้
ทุกอย่างก็ต้องซื้อเขากินปลูกอย่างเดียวเพื่อขาย ขายก็ราคาไม่ได้ค่าแรงก็ไม่มี
ขาดทุน เดี๋ยวนี้พริกก็ซื้อ ตะไคร้ก็ซื้อ ถ้าเราไม่คิดใหม่ว่าจริง
ๆ แล้วทุกอย่างมันปลูกได้หมด ถ้าไม่คิดใหม่ว่าทำเพื่ออยู่เพื่อกินเหลือจึงขาย
ไม่มีทางฟื้น เราจะหมดที่ดินก็หมด ทรัพยากรก็หมด ทุกอย่างนี่เริ่มกำลังเข้าสู่วิกฤติแต่ก็เริ่มมีผู้คนเขาหันมาพบทางใหม่แแล้วก็กำลังจะออกจากทางตรงนี้
พอพูดถึงประเด็นนี้จริง ๆ ก็จะถามหมออนามัยเหมือนกันว่าคุณรู้เรื่องเหล่านี้ไหม
ในชุมชนคุณมีไหมคุณเข้าไปเชื่อมโยงไปหนุน ไปสนับสนุนเขาหรือเปล่า
หรือว่าฉันไม่เกี่ยวฉันจะรอรักษาโรค รอ 30 บาทจะให้เงินฉันมาเท่าไหร่
อยู่แบบเดิมหรือเปล่าสุขภาพมันมีเชื่อมโยงอยู่ทุกอย่าง
ทั้งกายจิตสังคมและจิตวิญญาน ไม่ใช่เรื่องแค่ป่วยหรือไม่ป่วย
ตรงนี้นี่เราตามทันไหมหมออนามัยถือว่าอยู่ในชุมชน อยู่ในชนบท
อยู่ในทุกหย่อมหญ้า เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคมไหม วิธีคิดเหล่านี้เห็นไหม
ตัวอย่างดี ๆ เข้าไปทำงานกับเขา ไปเรียนรู้กับเขา ไปหนุนเขา
ไปเชื่อมโยงกับเขาหรือเปล่านี้คือภาพใหญ่ เราต้องมีการปฏิรูปความคิดตรงนี้
ปฏิรูปเศรษฐกิจไม่อย่างนั้นประเทศเราไปไม่รอด
..................ในปี
2540 เราได้รัฐธรรมนูญฉบับที่มีส่วนร่วมในการยกร่างมากเลย
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เปลี่ยนความคิดของเรื่องการเมืองไปอย่างมาก
ทำให้เกิดการปฏิรูปทางการเมืองขณะนี้มีการเมืองภาคผู้แทนควบคู่ไปกับการเมืองภาคพลเมือง
ด้านข้าราชการก็ถูกวิจารย์อีก นักการเมืองวิจารย์มากว่าไม่รู้เรื่องตัวเองมากที่สุด
อ่านรัฐธรรมนูญน้อยที่สุด มันจะต้องเป็นการเมืองแบบมีส่วนร่วมมีการเมืองภาคพลเมืองไปอ่านในรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าเขากำหนดสิทธิไว้มากมายและการมีส่วนร่วมประชาชนมากมาย
มาตรา 76 พูดไว้ว่ารัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมการเมือง
รวมทั้งตรวจสอบอำนาจรัฐทุกระดับแต่ก็ปรากฏว่าในระบบราชการเราหลายแห่งผู้บริหารและข้าราชการยังมีความรู้สึกว่าเรื่องของเรา
บ้านของเรา คนอื่นไม่เกี่ยว ไม่ใช่บ้านของคุณแล้วนะ สมัยก่อนยังคิดว่าข้าราชการนั้นในระบบของเรานั้นคือบ้านของเราชาวบ้านรอรับบริการจากเราเท่านั้น
ไม่ใช่แล้วสังคมได้เปลี่ยนรัฐธรรมนูญได้เปลี่ยนว่าเรื่องของเขา
เขาต้องมีสิทธิรู้เขาต้องมีสิทธิมีส่วนร่วม การกระจายอำนาจซึ่งหลายคนสนใจตรงนี้
ถ้าเราไม่เห็นภาพทั้งหมดก็จะเห็นความไม่แน่นอนของเรา ปฏิรูประบบราชการมันเกิดแน่
รัฐบาลกลางต้องอำนาจน้อยลงแน่ๆ เพื่อให้ท้องถิ่นและชุมชนมีอำนาจจัดการมากขึ้น
เรื่องของขอนแก่นก็ควรให้ขอนแก่นรัฐบาลกลางดูเฉพาะเรื่องที่ควรดู
เรื่องของน้ำพองก็ควรให้คนน้ำพองดู ทิศทางที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญชัดเจนมันจะไปด้วยกัน
กระทรวงต่าง ๆ ที่เคยบอกว่าใหญ่ที่สุดในโลกพูดไม่แล้ว
ต้องเล็ก เล็กลงอยู่ในบริบทที่เหมาะสม ปฏิรูปสังคมต้องเกิด
ปฏิรูปการศึกษาพรบ.ออกมาแล้ว จุดใหญ่จริง ๆ ก็คือปฏิรูปการเรียนรู้
การเรียนรู้ไม่ใช่จะเกิดเฉพาะในระบบการศึกษา เกิดได้ทุกหย่อมหญ้าและมีได้มากมายและหลากหลาย
จริงๆ ในพรบ.การศึกษาพูดไว้แต่ยังไม่มีกลไกที่จะขับเคลื่อน
การที่จะมีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายหมออนามัยมีการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดต่าง
ๆ หรือแม้แต่วารสารหมออนามัยที่เราทำกันมา 10 กว่าปีอันนี้ก็คือกลไกการเรียนรู้อีกแบบหนึ่ง
ซึ่งจะต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มากไม่ใช่จะพูดแต่เรื่องการมอต้น
มัธยม เข้าวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ก็ถูกธุรกิจการศึกษาเอาเงินไปกินขณะนี้ก็เปิดแข่งกันเพื่อจะดูดเงินกัน
คนไทยก็จะไปติดกันที่ดีกรีถ้าได้โทมันเหนือกว่าตรี
ตรีเหนือกว่าไม่มีปริญญา ถ้าเอกต้องเรียกด็อกเตอร จริง
ๆ มันไม่ได้อยู่ที่ตัวด็อกเตอรไม่ด็อกเตอร์ หรือปริญญา
คนขายก๋วยเตี๋ยวปราชชาวบ้านเขาก็มีสิทธิที่จะมีความรู้มีประสบการณ์มากกว่าคนจบปริญญา
การเรียนกลับเป็นการลอยอยู่ในอากาศเวลาคุยกันอยู่ในทฤษฎี
อยู่ในหลักการแล้วก็ไม่ได้เชื่อมกับของจริง ของจริงที่ชาวบ้านพัฒนาปรับวิถีชีวิต
ปรับวิธีคิด วิจัยโดยชีวิตของเขาทั้งชีวิตไม่ได้เรียนซึ่งเราอยู่กับฐานขาดจากฐานหรือเปล่า
รู้เรื่องความเป็นไปของเขาไหม รู้เรื่องว่าเขามีทุกข์อะไรทำไมเขาถึงกินเหล้า
ถ้าคนกินเหล้าทฤษฎีของการแพทย์และสาธารณสุขก็ไปบอกเขาว่าเราจะอธิบายว่าเหล้ามันจะทำให้ตับเข็งและไม่ดียังไง
มันก็จะพูดตามทฤษฎีแบบการแพทย์และการสาธารณสุขมันก็ไม่เลิกแต่ปรากฏว่าเราพบว่ามีชาวบ้านที่เลิกเหล้า
เหล้าเบียรมันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆนะยิ่งธุรกิจขณะนี้ที่กระทำนี่เยอะมาก
เบียรในช่วงที่รวยเรากินเพิ่มขึ้นหกเท่า เจ้าของบริษัทรวยขึ้นตลอด
คนอิสานกินเยอะมากยิ่งตอนนี้บอลโลกกินได้ตลอดทั้งวัน มีบางหมู่บ้านไม่ใช่เหล้าอย่างเดียวเล่นการพนันทุกรูปแบบ
เขาค้นพบวิธีแก้ไขโดยเขาไปสัมนาที่สวนเกษตรของผู้ใหญ่วิบูลย์
นอนอาบน้ำนุ่งผ้าขาวม้า อยู่และคุยแต่เรื่องธรรมชาติ คุยแต่เรื่องวิธีคิดว่าคนพ้นทุกข์มาได้ยังไงเมื่อก่อนปลูกพืชเชิงเดี่ยวแล้วก็เจ้ง
เจ้งแล้วก็กู้หนี้เถ้าแก่ ดอกเบี้ยมันโตเร็วมาก พอมันเจ้ง
ธกส.มา กู้ธกส.มาคืนเถ้าแก่ ปัจจุบัน ธกส.เปลี่ยนวิธีคิดอย่างมากเขาจะไปหนุนชาวบ้าน
ถ้าเราทำงานแล้วไปเชื่อมกับเขาแล้วจะเห็นว่าต้องพัฒนากันให้ลืมตาอ้าปากให้อยู่ดีมีสุขไม่ใช่หวังรวย
พอรวยมากก็จนมากแต่นายทุนมันรวย พอไปที่ต้นก็หนีไม่พ้นหนี้มาอีกแล้วมันก็ต้องกินเหล้า
พอผัวไปกินเหล้าเมียก็ไม่ชอบเมียก็หาทางออกกินเหล้าบ้าง
หรือไม่ก็เล่นการพนันมันก็เลยเป็นทั้งหมู่บ้าน ข้อค้นพบง่ายนิดเดียว
แล้วเราก็เจอแบบนี้เราก็อยู่อย่างนี้ตลอด ต้นเหตุเราไม่ได้ไปยุ่งเลยเพราะเราบอกมันไม่ใช่เรื่องของเรา
พัฒนาการบอกไม่ใช่เรื่องของเรา เกษตรก็บอกไม่ใช่เรื่องของเรา
หมออนามัยก็ไม่ใช่เรื่องของเรา แล้วมันเรื่องของใครล่ะ
เรากินเงินเดือนของหมู่บ้านทั้งนั้นแต่เราต่างคนต่างแบ่งอาณาจักรหมดแล้วก็แยกส่วนไม่เคยเห็นองค์รวมตรงนี้เพราะคำว่าองค์รวมของเราไม่ใช่แค่ส่งเสริมสุขภาพ
ป้องกันโรค รักษาพยาบาล ฟื้นฟูแบบกิจกรรมที่เรารู้จัก
ไปให้สุขศึกษาในโรงเรียน ไปฉีดวัคซีนไปทำแค่นั้นมันต้องเข้าไปยุ่งกับวิถีชีวิตของชาวบ้านมันถึงจะพ้นทุกข์
เจอความสุขแล้วสุขภาพจะดี เขาเริ่มโดยการทำบัญชีรายจ่าย
ตอนทำทีแรกก็ทะเราะกัน พอเริ่มทำบัญชีรายจ่ายเขาเปลี่ยนวิธีคิดเลย
พบว่าค่าเหล้ากับการพนันของแม่มันมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายจ่ายในบ้านของลูกนิดเดียวการศึกษาลูกใช้นิดเดียว
นี่คือสิ่งที่มนุษย์เปลี่ยนได้ถ้าเห็นทางออก ถ้าเราพวกที่เป็นข้าราชการที่อยู่พื้นที่ไม่เข้าใจน่าห่วง
ชาวบ้านเขาขยับแล้วเขาเรียนรู้ เราต้องเข้าไปเรียนรู้เราต้องเปิดใจกล้าเข้าไปเรียนร
ู้เพราะเมื่อก่อนถูกสอนไว้ว่าเราต้องไปสอนเขา เราต้องไปสอนชาวบ้านแต่เดี๋ยวนี้ต้องเปลี่ยนใหม่เราต้องไปเรียนกับชาวบ้าน
มันเป็นเรื่องของวิธีคิดของการดำรงชีวิตแล้วเรื่องสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
หมู่บ้านนี้เขาเลิกเหล้าเลิกการพนัน โดยคนเรามันมีปัญญาที่จะหาทางออกได้ถ้ามีจุดที่สำคัญที่เขาเรียกว่าจุดเปลี่ยนในชีวิต
ซึ่งอันนี้ต้องเกิดจากการเรียนรู้ร่วมกัน คนไทยสามารถร่วมกันแก้ทุกข์ได้
ถ้าต่างคนต่างอยู่แล้วมีทุกข์แล้วไม่ร่วมกันแก้ไม่ได้
ถ้ารวมกันช่วยคิดช่วยอ่านร่วมทุกข์ร่วมสุขแล้วสามารถแก้ได้
เรื่องทุกข์ก็คือตรงข้ามกับสุขภาพนั่นเอง
เรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ทำใหญ่ไม่ใช่แค่ในระบบในมหาวิทยาลัยชาวบ้านคนเล็กคนน้อยก็ต้องมีการเชื่อมโยงเรียนรู้เราก็ต้องมีการเรียนรู้ร่วมกับเขา
เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครจบวิทยาลัย มหาวิทยาลัย จบปริญญาอะไรมันไม่ได้ตีค่าว่าคุณรู้มากกว่าชาวบ้าน
ไม่ได้ตีค่าว่าคุณเก่งกว่าใคร จะต้องไปเรียนรู้ด้วยกันจบแพทย์ก็ไม่ได้หมายความว่าเก่งกว่าพยาบาล
ทุกคนอาจจะรู้บางเรื่องมาก เราไม่รู้เรื่องที่ไม่รู้มากกว่าเรื่องที่รู้
นักปราชถึงได้พูดว่าคนเรานี้โง่กว่าฉลาด เพราะเรารู้นิดเดียวในเสี้ยวชีวิตแล้วบังเอิญผยองเพราะไปตีค่ามีใบอะไรให้เรา
แล้วเราก็คิดว่าเราเก่ง แต่จริง ๆ เรารู้เรื่องนิดเดียว
ไม่สามารถรู้องค์รวมด้วย ยิ่งเรียนลึกเราก็ลงเฉพาะลึกมันถึงไม่แปลกว่าหมอเราก็มีหมอหู
หูซ้ายหูขวา ตาซ้าย ตาขวา ส่วนใหญ่นอกจากนั้นจะไม่ค่อยรู้
ตอนนี้หมอเขาก็แบ่งกันแล้วและติดสัญลักษณ์ที่หน้าอก หมอตาก็ติดตา
หมอกระดูกก็ติดรูปกระดูก แต่มันยังมีหมอสูติที่มันยังไม่ยอม
ปฏิรูประบบสุขภาพ
เรากำลังชวนกันปฏิรูปความคิด ปฏิรูประบบ และปฏิรูปการกระทำ
3 ระดับเลย ที่พูดมาเยอะเลยคือปฏิรูปความคิดนะให้เห็นว่าสุขภาพองค์รวมอยู่ในวิถีชีวิตไม่ได้แยกส่วนว่าป่วยไม่ป่วย
รักษาไม่รักษา จุดเด่นของหมออนามัยคือต้องเข้าถึงครอบครัว
เรียนรู้กับเขาถ้าในชีวิตของหมออนามัยคุณไปยุ่งกับครอบครัวเขาจนเขาเลิกทะเลาะกันมาสมัครสมานสามัคคี
เลิกเหล้าเลิกติดการพนัน อันนั้นคือการสร้างสุขภาพที่ดี
ไม่ใช่แค่รักษาวัคซีนหรือโรคเท่านั้นชีวิตหมออนามัยคนหนึ่ง
ทำโน้นทำนี่ได้เยอะถ้ามองเห็นอย่าไปมะรุมมะตุ้มว่า 30
บาทจะมาเราเท่าไหร่ แล้วจะจัดบริการยังไง ส่งต่อ ซึ่งอันนั้นต้องทำแต่มันเป็นส่วนเดียวของชีวิต
ที่ชวนมาสร้างเครือข่ายครั้งนี้ให้มาหนุน พรบ.สุขภาพสร้างนำซ่อม
หากลไกใหม่ในบ้านเมืองทำ ปฏิรูปไม่ได้ทำให้ใครเสียอำนาจจะต้องเกิดประโยชน์โดยรวมและก็ไม่ไปทำร้ายทำลายพวกใหน
ถ้าเราจะสร้างสุขภาพได้ตามปรัชญาของการปฏิรูประบบสุขภาพ
ต้องสร้างโดยทั่วหน้าไม่มีใครเป็นศัตรูใคร ต้องชวนทุกฝ่ายเข้ามาร่วมงานไม่งั้นทำไม่ได้
เพราะฉะนั้นเราต้องใจใหญ่แล้วใครยังไม่เข้าใจยังมืดมัวอยู่กับอำนาจก็ต้องแผ่เมตตาให้เขา
ไปว่าเขาก็ไม่ได้เพราะโดยความเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจชอบอำนาจ
การมีส่วนร่วมภาคประชาชนในรัฐธรรมนูญเขียนไว้
มาตร 76 ประชาชนมีสิทธิรวมตัวกันได้มากมายเลยที่ไม่ไปละเมิดคนอื่น
แล้วก็เข้าไปมีส่วนร่วมในทุกเรื่อง ระบบการแพทย์สาธารณสุข
ระบบการศึกษา ระบบการเมือง การเรียนรู้ทุกอันต้องเข้าไป
ใครที่ตกขอบคิดว่าประชาชนแล้วมายุ่งอะไรด้วย มันเป็นสิทธิและหน้าที่ของเขา
ที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าเขาจะต้องมายุ่ง เราซะอีกไม่เข้าใจเราก็เลยรู้สึกว่าอย่ามายุ่งนะ
กลไกที่รัฐบาลทำเบ็ดเสร็จมันหมดไปแล้ว เพราะฉะนั้นพวกคุณก็มีสิทธิ์ที่จะรวมตัวในฐานะที่เป็นประชาชน
เป็นเครือข่ายเป็นประชาคมเป็นอะไรต่าง ๆ ก็ย่อมทำได้ และก็ควรจะทำในลักษณะที่มันเกิดขึ้นโดยจิตใจ
ไม่ใช่ให้ใครมาสั่ง กลไกตรงนี้มันต้องรวมตัวกันด้วยใจ
รวมตัวในแนวนอน แล้วไปถักทอในแนวดิ่ง เรากำลังจะทำ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ
ร่าง พรบ.แจกให้แล้ว อาจารย์หมอประเวศน์เขียนหนังสือวิเคราะห์ให้แล้วว่ามันคืออะไร
ตอนนี้มีคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีนายกเป็นประธาน เรากำลังจะทำธรรมนูญสุขภาพ
ไม่ใช่ธรรมนูญการแพทย์และการสาธารณสุข ตอนแรกๆ ทำก็ไม่ได้ทำตรงนี้
ถึงวันนี้ชัดแล้ว เราใช้วิธีการสร้างความรู้เชื่อมโยงกับสังคม
และเชื่อมโยงกับการเมืองไม่ทอดทิ้งฝ่ายใดเลยขณะนี้ใน 2
ปีที่ผ่านมาภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอแนะในหลายรอบ
สมัชชาสุขภาพจังหวัดต่าง ๆ ก็กำลังเกิดเพื่อค่อยๆ เสนอแนะในการร่าง
พรบ.นี้ พรบ.นี้จะเป็นพรบ.มหาชนที่ประชาชนมีส่วนร่วม ตัวอย่างที่สกลนครเขาจัดโดยที่ไม่จัดทางราชการเขาจัดโดยมีประชาคมร่วมกันจัด
ต้องมีคนช่วยจัดการตรงนี้ในขณะเดียวกันมันก็เกิด พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ตามมาจับ
30 บาทรักษาทุกโรค แล้วคนในระบบการแพทย์และการสาธารณสุขก็เลยตีกันอีลุงตุนัง
ในเรื่องการบริหารจัดการเรื่องเงินจัดระบบบริการใหม่ในเครือข่ายเงินมาต่อหัวไม่ใช่ใครมีอำนาจมากก็ดึงไปมาก
มันจะต้องมีการจัดการการแบ่งเงิน ท่านอยู่ที่ สป.ไม่ต้องทุกข์กับมันมากหรอกเรื่องเงินมันต้องใช้เวลา
ขณะนี้มีบางแห่งเขามีส่วนร่วมในการใช้เงินเป็นอย่างมากมีกรรมการโรงพยาบาลและสถานีอนามัยเข้ามานั่งดู
บางแห่งค่า OT มีการจัดเป็นระบบ แต่บางแห่งก็ยังไม่เป็นระบบ
ทีสุรินทร์ปรากฏว่าที่นั่นเขามี กสพ. ซึ่งเกิดจากการกระจายอำนาจนายกเทศมนตรีเขาเป็นประธาน
กสพ. เขาพูดชัดมากว่า หน่อยใหนสร้างต้องได้เงินมากกว่าซ่อม
สัดส่วนที่ใช้งบประมาณ ที่ใช้สร้างกับซ่อม ซ่อมจะต้องลดลง
สร้างต้องมากขึ้น แล้วเขาก็ลงไปแก้ปัญหาในระดับอำเภอให้
ที่ตีกันระหว่างโรงพยาบาลกับสถานีอนามัยเขาบอกว่าจะต้องจัดให้เป็นระบบและจะต้องโปร่งไส
จะต้องร่วมคิดร่วมทำ ที่ว่ามันตีกันเพราะอัตตามันสูงทั้งนั้นเพราะมันเป็นราชการ
ชาวบ้านเขาไม่รู้ด้วยหรอกว่าเป็นอย่างไร ถ้าคุณแย่เขาก็ว่าแย่
ถ้าคุณดีเขาก็ว่าดี เพราะฉะนั้น พรบ.นี้ก็กำลังจะปรับตัวต่อไปข้างหน้านี้
พรบ.นี้ผ่านสภาร่างไปแล้ว กำลังจะเข้าสภาสูง พอมันออกมาเป็นกฏหมายเงินของกระทรวงสาธารณสุขประมาณ
5 -6หมื่นล้านต่อปี ที่ขณะนี้กองสาธารณสุขส่วนภูมิภาค
โรงพยาบาลใช้อยู่มันจะเข้าไปอยู่ในกองทุนนี้หมด กองทุนนี้จะมีคณะกรรมการดูแลเป็นสำนักงานอิสระในกำกับกระทรวง
เพราะฉะนั้นโครงสร้างของกระทรวงก็เปลี่ยนทันที เพราะเงินใหญ่มันเปลี่ยนไปแล้ว
กระทรวงที่เคยมีอำนาจใหญ่มากมีเงินถือในมือตัดมาให้จังหวัดให้โรงพยาบาลแล้วกักเอาไว้ส่วนหนึ่งหมดสิทธิ์แล้ว
ต่อไปนี้มันไปที่กองทุนมีกรรมการบริหารคนนอกมาบริหาร ชวนกันปฏิรูประบบสุขภาพก็คือชวนคุณปรับสมดุล
สร้างนำซ่อมก็เป็นปรัชญาแต่จริง ๆ แล้วเราพยายามจะจับสมดุล
เพราะในอดีตนั้นมันเทลงมาทรัพยากรมาที่เดียว เน้นซ่อม
แคบ แยกส่วน วิชาชีพ ราชการส่วนกลาง ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ใช้กระแสหลักตลอด ชีวการแพทย์เด่น ทิ้งอย่างอื่นภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ทิ้ง
ใช้ปรัชญากางเกงในยี่ห้อหนึ่งที่ว่าของเก่าถอดทิ้งใส่มิ้งดีกว่า
ออกกฎหมายมาบอกว่าของเก่าเถื่อนหมด พวกเราถูกผลิตมาก็เหมือนผม
ผมถูกผลิตมาเค้ามองว่าถ้าไม่ใช่เป็นแบบพวกเราเถื่อนหมด
เราก็จะมีหมอเถื่อน นี่ก็หมอเถื่อน นั่นก็หมอเถื่อนจริงๆเค้าดูองค์กรรูปนั้นสืบทอดมานานแล้ว
ยกตัวอย่างเช่นกระดูกหัก หมอจะสร้างพลาส ดามเหล็ก เค้าก็สามารถใช้ไม้ไผ่มาทำ
จริงๆแล้วมันดีกว่าปูนพลาสเตอร์ของฝรั่งเพราะฝรั่งมันเมืองหนาว
ทำไมเค้าผ่าออกมาใช้ไม้ไผ่ เพราะไม้ไผ่มันก็ดามได้ จริงๆแล้วมาผสมผสานความรู้ให้หมอพื้นบ้าน
หมอพระเค้าทำโดยที่เชื่อมโยงกันและให้ความรู้ที่ถูกต้องกระดูกมันติดได้อยู่แล้ว
ใครมาจากสุรินทร์จะทราบว่าคุณหมอเอกชัยเค้าทำงานกับหมอพระ
เค้าทำร่วมกันหมดเลย บางครั้งมีคนไข้กระดูกหักส่งมาให้โรงพยาบาลเอกซเรย์ให้แล้วส่งกลับไปให้ใส่เฝือก
สิ่งเหล่านี้คือความชาญฉลาดที่เราทิ้งมา เราควรจะก๊อปมา
ไม่ใช่ว่าเขานั้นเป็นศัตรูกับเราเขาต้องเป็นคนผิด เราเท่านั้นที่จะถูก
อาจารย์บุญเรือง ( กาฬสินธุ์ ) บอกว่าสมัยเด็ก คุณตาเป็นหมอพื้นบ้าน
แล้วแกก็เคยไปท่องคาถาเป่าให้ตาแดงหาย จริงๆแล้วตาแดงมันเป็นไวรัสเป็นแล้วหายได้
เรากลัวแค่ติดเชื้อแบคทีเรีย ชาวบ้านก็รักษาได้ คางทูมก็หายได้
แต่เค้าได้ใจ เค้ามีกำลังใจซึ่งพวกเราในตะวันตกไม่สนใจเรื่องใจ
เราจะใช้ยา ป้ามาถึงใจสั่นให้ไดอาซีแปม ป้ามาบอกว่าคิดมาก
บอกป้าอย่าคิดมากเลย ก็มันคิดมากถึงเป็น บอกให้ทำใจซะ
แต่เราก็ไปใช้ยา อาจารย์บุญเรืองเล่าว่าตาแกมีตำราแพทย์แผนไทย
แพทย์พื้นบ้าน ที่อำเภอน้ำพอง อบต. จัดเงินให้โรงพยาบาลซื้อบัตรสุขภาพให้เงินปีละเกือบล้านบาทซื้อบัตรสุขภาพให้ทุกครอบครัวใน
อบต. พอมีบัตร 30 บาท เค้าก็ให้เงินโรงพยาบาลให้ส่งพยาบาลไปอยู่ในชุมชนเค้า
8 คน ตอนนี้เค้ากำลังหนุนเด็กไปเรียนพยาบาลในมหาวิทยาลัยขอนแก่น
6 คน ส่งเรียนปีละ 50,000 บาทต่อคน จบแล้ว อบต. จะดูแลให้เค้ากลับไปเป็นคนของชุมชน
นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่าสิ่งดีๆทำไมไม่พูด เราไปมองว่า
อบต. มันแย่ไปหมด อบจ.ที่แพร่ใช้งบประมาณ 60 % พัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษา
เค้าไม่ได้คิดสร้างอย่างเดียว เพราะฉะนั้นบอกไม่ได้นะครับว่าเพราะคุณไม่ได้เรื่องเราไม่ให้
พูดอย่างนั้นไม่ได้เพราะทิศทางมันให้แน่ๆ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนกฎหมายออกมาแล้ว
แผนปี 45 ออกมาแล้วนะครับ ตั้งแต่เดือนตุลาคม จะมี กสค.
กสค.จะเข้ามาดูแลงบประมาณเรื่องการวางแผนงบประมาณ ตรงนี้บางทีคนในระบบของเราบอกยังไม่ต้องทำอะไร
ทางฝ่ายประชาชนฝ่ายท้องถิ่นเค้าตื่นแล้วที่จะต้องดูแล
เพราะฉะนั้นอำนาจต่างๆ มันเปลี่ยนไป ผมออกมาทำงานนอกกระทรวงสองสามปีเพราะรู้ว่าต่อไปออกมาจากกระทรวงน้องจะไม่หิ้วกระเป๋าให้ผมแล้ว
อันนี้เป็นกองทุนสร้างเสริมสุขภาพมีกฎหมายออกมาเมื่อปีที่แล้ว
เก็บภาษีเหล้าและบุหรี่ 2 % ไปตั้งเป็นกองทุน อันนี้พวกเราคงพอจะได้ยินข่าว
สมัยก่อนถ้าสร้างสุขภาพหมายถึงต้องผ่านพวกเราแล้วจะไปทำงานให้เขาในการสร้างสุขภาพ
เข้ายุคนึงเมื่อปี 2520 เป็นต้นมาก็ไม่ต้องผ่านพวกเราก็คือมี
อสม. มี สสม.แล้วก็เอาเงินลงไป ทำไปทำมาเอาเป็น อสม. มาขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุขเกือบหมด
5 แสนคน ขณะนี้ อสม. ส่วนหนึ่งมีความรู้สึกว่าเป็นคนของกระทรวงสาธารณสุขไม่ใช่คนของชาวบ้าน
ส่วนหนึ่งเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมไปเจออย่างนั้นจริงๆ อันนี้ก็หมายความว่าระบบราชการสถาปนาได้เก่งมาก
เอาเค้าขึ้นมาไว้ในแนวอีกอันหนึ่ง พวกเราก็มีทั้งสนับสนุนและมีทั้งอาจจะทำโดยรู้ตัวไม่รู้ตัว
เช่น มาคอยเปิดปิด สอ. ตัดหญ้า จริงๆ แล้วเค้าเป็นประชาชนแล้วเขาต้องเป็นคนของชุมชน
แคร์ชุมชนไม่ใช่แคร์เรา ต่อไปข้างหน้าการสร้างสุขภาพมันเกิดโดยทุกภาคส่วน
ไม่ใช่เฉพาะผ่านการแพทย์และสาธารณสุข เช่น รายการโทรทัศน์ของแม่ชีศันสนีย์
เสถียรสุต เรื่อง ธรรมะ ช่อง 5 กองทุนนี้ก็ไปสนับสนุน
ปีนึงก็มีเงินประมาณ 1,500 ล้าน จากภาษีเหล้าและบุหรี่สนับสนุนผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองในการสร้างสุขภาพ
อันนี้ก็เป็นวิธีการที่เปลี่ยนไป ผมพูดตรงนี้ก็เพื่อจะให้เราเห็นว่า
พวกเราจะได้ไม่เหิมเกริมหรือมีอัตตาสูงว่าสุขภาพคนไทยจะดีได้เพราะพวกข้าพเจ้าเท่านั้น
ซึ่งไม่ใช่ครับ เรามีส่วนทำให้สุขภาพเค้าดีในระดับนึงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด
เค้าจะต้องทำเอง เค้าต้องช่วยกันทำ ก็จะมีคนไทยที่เป็นหนุ่ม
พี่ๆ น้องๆ ในห้องนี้ ใครที่ยังกินเหล้าสูบบุหรี่อยู่ก็ทำบุญทุกวัน
2 % จากตรงนี้ไปสร้างสุขภาพ แผน 9 ออกมาแล้วตั้งแต่ปี
45 - 49 แผนนี้เขียนไว้ในทิศทางสร้างนำซ่อม
การปฏิรูประบบราชการและกระทรวงสาธารณสุข เรื่องนี้เขาทำภายใต้การปฏิรูประบบราชการ
กระทรวงจาก 16 เป็น 20 กระทรวง ปฏิรูปแล้วมีกระทรวงมากขึ้น
กรม กองต่างๆ มากขึ้น ก็คือเปลี่ยนขวดโหลของเหล้าแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่แต่เหล้าเก่า
ข้าราชการจำนวนไม่เพิ่มขึ้นแต่จัดกลุ่มใหม่ กระทรวงสาธารณสุขมี
3 กลุ่ม กรมเพิ่มขึ้นแต่คนไม่เพิ่ม สำหรับส่วนกลางปรับยังไงกระทบถึงเราไม่เยอะ
แต่ในพื้นที่ต่อไปข้างหน้าไม่มีใครตอบได้ว่าสรุปแล้ว สสจ.
สสอ. สอ. โรงพยาบาล จะมีอยู่ในแบบไหนแต่มันจะต้องอยู่
เพราะมันมีความสำคัญต่อเรื่องสุขภาพของคน เพียงแต่มันจะขึ้นสังกัดไหน
อย่างไร ยังไม่มีใครตอบได้ เพราะมันเป็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านและการเรียนรู้
กสค.จะมีการเกิดขึ้น เขาคงจะไม่มีการชี้ให้แต่ละจุดไปอยู่กับท้องถิ่นเป็นแห่งๆ
ทิศทางเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ว่าท่านจะอยู่ภายใต้บริบทอย่างไร
มันเป็นอนิจจัง แล้วก็มีงานทำ งานยังมีอีกเยอะมากมายงานสำคัญด้วยในการที่จะต้องเป็นเพื่อนกับประชาชน
สร้างสุขภาพ ทำให้สุขภาพดี ซึ่งผมแต่งไว้แล้วในเรื่องสุขภาพในองค์รวม
งานมีเยอะไม่มีตกงาน แต่ถ้าเราคิดร่องเดียวไม่มีทางเป็นไปได้
ผมเจอพี่ๆ น้องๆหลายคนไปอยู่เทศบาลก็มี อบต. อบจ. ก็มี
วันก่อนเจอพี่คนนึง สสอ. เออลี่ รีไท แล้วไปเป็นนายกเทศมนตรีแถวๆ
นาแก เพราะฉะนั้นทางเดินของเรามีหลากหลายมากขึ้น ทำไมต้องไปเดินแบบเดิมอยู่
สังคมเปลี่ยนแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงบอกตลอดกับพี่ๆ น้องๆ
หมออนามัยว่า ใครโตมาจากพื้นที่ โอกาสของคนในท้องที่คือชุมชนมันมาแล้ว
ข้างหน้าจะเป็นความภาคภูมิใจ ทำไมเราจะต้องไปติดว่าจะต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงใดตายตัวเหมือนในอดีต
ใครมีหน่วยก้านจะไปทางไหนก็เรียนรู้ ศึกษา พัฒนาตนเอง
เดินไปสู่ทางที่หลากหลายอันนั้น ความงดงามก็จะเกิด คุณสุวิทย์มาเจอพวกเราเมื่อวานน่าจะเป็นตัวอย่างที่น่าจะเป็นกำลังใจกับพวกเราว่าสามารถเดินไปในจุดที่เมื่อก่อนปิด
เราก็อยู่ในจุดเดียว แต่ในขณะนี้เดินไปได้เยอะแต่ในขณะเดียวกันหมออนามัยไม่ควรคิดที่จะเดินไปแบบนั้นทั้ง
30,000 คน ส่วนใหญ่ควรจะคิดว่าเกิดและตายเพื่อความเป็นหมออนามัย
มันเป็นความภาคภูมิทั้งชีวิตเกิดมาทำให้คนมีสุขภาพดีในชุมชนนึงที่ไม่ใช่คนเป็นหมื่นเป็นแสน
แต่ทำให้มีสุขภาวะเค้าพ้นทุกข์ได้ ไม่ใช่แค่เพียงรักษาไข้หวัดให้เท่านั้น
แต่เป็นเพื่อน เป็นที่พึ่งเค้า เป็นกัลยาณมิตร เรียนรู้กับเค้าแล้วทำให้เค้าพ้นทุกข์ได้
ทำให้เค้าปฏิรูปความคิด สร้างสุขภาพได้ เป็นคุณค่าเหนือกว่ามนุษย์คนอื่น
ผมให้กำลังใจ แต่ใครอยากจะเดินต้องมีความหลากหลายที่จะไปได้
ผมจะชี้ให้เห็นว่าสุขภาพที่เราพูดไม่ใช่เรื่องของเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคเท่านั้น
เพาะสุขภาพมาจากตัวเค้า ขณะที่พฤติกรรมทำให้คนเจ็บป่วยทั้งกาย
ใจ สังคม จิตวิญญาณมากขึ้น เอาแค่โรคทางกายก็เกิดจากพฤติกรรมมากขึ้น
ไม่มีทางที่จะจัดการได้เลย ติดระบบซะอย่างนี้อย่างเดียว
พวกเราอยู่ตรงนี้หมด 300,000 กว่าล้านเขาใช้กันแล้วหวังว่าสุขภาพคงดี
ไม่จริง สมัยก่อนมีวัคซีน มีหมออนามัย มีโรงพยาบาล ฉีดครอบคลุมถึง
โรคก็หาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่โรคแบบเก่า ยากกว่าเยอะ เบาหวานอย่างเดียวเป็นล้านคน
สมัยก่อนเบาหวานในตำบล อำเภอไม่ค่อยมี เดี๋ยวนี้เต็มไปหมด
อ.น้ำพอง มีเบาหวาน 2,000 คน ตอนนี้ สอ. หลายแห่งดูแลเบาหวานก่อนที่จะมีศูนย์สุขภาพชุมชนอีก
หมออนามัยนั่นแหละทำได้ แต่เมื่อก่อนมันกั๊กกัน เรื่องของหมอคุณไม่เกี่ยว
แต่ปรากฎว่าเบาหวานมันเกิดขึ้น บางคนปรับพฤติกรรมไม่ต้องกินยา
กินอาหารให้ถูก ออกกำลังกาย พูดแบบนี้ถ้าเราเจอเค้าแป๊ปเดียวแล้วพูดแค่นาทีสองนาทีไม่เกิดประโยชน์
แต่ต้องมีชีวิตอยู่กับค้าแล้วจัดระบบจัดกระบวนการที่เค้ามาเรียนรู้ร่วมกัน
มีการออกกำลังกาย เราก็จะเห็นชัดว่ามันเกิด เค้าเปลี่ยนพฤติกรรมได้
เค้ามีความสุข ไม่ใช่เราไปแยกระบบบริการออกมาให้ห่างตัวเค้ามากขึ้น
ขณะเดียวกันสุขภาพเกิดมากมาย เมื่อกี้ผมร้องเพลงเบียร์ช้าง
การเศรษฐกิจกระแสหลัก การสื่อสาร มันทำให้คนเป็นเหยื่อของระบบ
การคมนาคมที่ดีขึ้นคนก็ตายมากขึ้น บาดเจ็บมากขึ้น ตรงนี้คอยแต่งศพกับคอยลดความพิการ
แต่เค้าตายไปแล้ว อุตส่าห์ดู ANC อย่างดี ฉีดวัคซีนครบ
มันโตขึ้นมา พออายุ 18 มันไปตายแล้ว มันกระทบกับสุขภาพแน่นอน
แต่เราบอกมันไม่ใช่เรื่องของฉัน มันเรื่องของใครก็ไม่รู้
ตำรวจก็บอกมันไม่ใช่เรื่องของเรา จับผู้ร้ายก็แย่อยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นตอนนี้มันก็เลยป่วยและตายจากสภาพแวดล้อม เรื่องของนโยบาย
อะไรต่างๆทำให้เกิดผลกระทบมากมาย ที่เรากำลังชวนกันปฏิรูประบบสุขภาพ
เป็นการชวนกันไปไกลกว่าเรื่องระบบการแพทย์และสาธารณสุขไม่ใช่เรื่องปฏิรูปการแพทย์และสาธารณสุข
ถ้าเราจับเรื่องปฏิรูประบบการแพทย์และสาธารณสุข มันจะเกิดปัญหาขึ้นมาทันที
คือ 1. มีเจ้าของแล้ว คือ ระบบราชการ 2. ระบบวิชาชีพ มีนักวิชาการนักวิชาชีพเป็นเจ้าของเรื่องนี้เต็มไปหมด
แล้วจะปฏิรูปยากมากเลย ไม่มีเจ้าของแต่ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ
ประชาชนก็มีส่วนเป็นเจ้าของระบบสุขภาพ มีเหตุผลว่าทำไมเราทำกฎหมายเราถึงไปฟังชาวบ้าน
ฟังทุกภาคส่วน ฟังหมออนามัย วิชาชีพ ราชการ เพื่อมาช่วยกันดูแลระบบสุขภาพตรงนี้
ให้ทุกคนในสังคมเป็นเจ้าของร่วมกัน แต่ระบบสุขภาพโดยวิธีมีทิศทางสร้างนำซ่อมมันจะทำให้ระบบการแพทย์และสาธารณสุขต้องปรับตัวไปสู่ทิศทางของมัน
เพราะฉะนั้นผมจะขอจบไว้ตรงนี้ก่อน เพื่อจะบอกว่า การปฏิรูประบบสุขภาพคือการคิดใหญ่ขนาดนี้
ไม่ใช่การปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่การปฏิรูประบบการแพทย์และสาธารณสุขเท่านั้น
ในเรื่องของการแพทย์และสาธารณสุขเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพ
แต่จะมีระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบนี้เยอะแยะ ไม่ว่า
ศึกษา คมนาคมสื่อสารต่างๆ
เป็นส่วนที่จะมีส่วนร่วมในระบบสุขภาพทั้งสิ้น