WWW.MOHANAMAI.COM
เชื่อมโยงความคิด ผูกมิตรปวงประชา นำพารูปแบบประชาสังคม นิยมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต สุจริตในแนวทาง
เครือข่ายหมออนามัย
I HOME Iการปฏิรูปสุขภาพ Iอ่านวารสาร Iภาคีหมออนามัย I ข้อมูลพื้นฐาน Iโฮมเพจ สอ./สสอ.I ดาวน์โหลดบทความIความเคลื่อนไหวฯ I ......About usI
เครือข่ายหมออนามัย

{1

ความคืบหน้าการขอแก้ไขกฎ ระเบียบ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล และ
การเกลี่ยกำลังคนระดับจังหวัดรองรับโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์สุภาชัย สาระจรัส นายแพทย์ 9 ด้านพัฒนาระบบบริหาร

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนที่จะสร้างหลักประกันสุขภาพแก่ประชาชนให้ได้รับบริการสุขภาพ ชุดสิทธิประโยชน์หลักที่เป็นมาตรฐานเดียวกันถ้วนหน้า (30 บาทรักษาทุกโรค) ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้สร้างระบบบริการโดยได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนไปแล้ว 21 จังหวัด และจะให้บริการในหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศในวันที่ 1 ตุลาคม 2544 นี้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบบริการสุขภาพ และเป็นกลไกที่เร่งให้บังเกิดผลเร็วขึ้นต่อการปฏิรูประบบโครงสร้างโดยรวมในทุก ๆ ด้าน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงได้ขออนุมัติปรับเปลี่ยนกฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล เพื่อรองรับการบริหารจัดการกำลังคนให้กับหน่วยงานตามนโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้า 3 เรื่อง คือ

1. ขออนุมัติปรับเกลี่ยกรอบอัตรากำลังข้าราชการต่อ กพ.
2. ขออนุมัติยกเลิกกรอบอัตรากำลังลูกจ้างประจำต่อสำนักงบประมาณ
3. ขอขออนุมัติให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจอนุมัติจ้างลูกจ้างชั่วคราวต่อกรมบัญชีกลาง

บัดนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 เรื่องได้ตอบมติมาแล้วมีสาระสำคัญคือ


เอกสารประกอบการบรรยายกลุ่ม

“ แนวทางและการสนับสนุนโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ปี 2545 ”
วันที่ 20 กันยายน 2544 ณ โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพมหานคร

1. ขออนุมัติปรับเกลี่ยกรอบอัตราข้าราชการ

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขขออนุมัติเป็นหลักการให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตัดโอนอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ได้ตามความจำเป็น โดยไม่อยู่ในเงื่อนไขตามกรอบอัตรากำลังที่ ก.พ. กำหนดไว้เดิม (หนังสือ ที่ สธ 0203/92/12414 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2544)

ก.พ. ตอบ

1. อนุมัติเป็นหลักการมอบอำนาจให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของตำแหน่งจากส่วนราชการต่าง ๆ ในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปกำหนดเป็นตำแหน่งในหน่วยบริการสุขภาพ 3 ระดับ คือ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลศูนย์ ได้ไม่ก่อนวันที่ 1 กันยายน 2544

2. โดยมีเงื่อนไขให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจัดทำบัญชีตำแหน่งที่มีอัตราเงินเดือนทั้งตำแหน่งข้าราชการและพนักงานของรัฐ ให้แล้วเสร็จส่ง กพ. ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2544 ทั้งนี้

3. ให้ยกเลิกการอนุมัติให้กำหนดตำแหน่ง เป็นกรอบอัตรากำลัง 3 ปี รอบที่ 3 (ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2538-2540)

4. ยกเลิกหลักการให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขปรับปรุง การกำหนดตำแหน่งหรือตัดโอนตำแหน่ง และอัตราเงินเดือนให้เป็นไปตามกรอบอัตราดังกล่าว (หนังสือ กพ. ที่ นร 0707.4.1/250 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2544)

เจตนารมณ์ร่วมของ กพ. กับ กระทรวงสาธารณสุข การอนุมัติหลักการนี้

เป็นการให้อำนาจเต็มแก่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่จะพัฒนาระบบบริการให้สถานบริการสุขภาพรองรับนโยบายประกันสุขภาพจะไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบอัตรากำลัง หากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขต้องการให้สถานบริการสุขภาพใด บริการในระดับที่สูงขึ้น สามารถตัดโอนตำแหน่งไปเพิ่มได้

สิ่งที่ต้องดำเนินการ

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะต้องเร่งจัดทำบัญชีตำแหน่งข้าราชการและพนักงานของรัฐ ซึ่งมีอยู่ตามส่วนราชการต่าง ๆ จำนวน 150,000 กว่าอัตราให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่เนื่องจากตำแหน่งมีจำนวนมากดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ทันในวันที่ 31 สิงหาคม 2544 จึงได้ขอขยายเวลาให้ ก.พ. พิจารณา เป็นภายใน 30 พฤศจิกายน 2544 ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำบัญชีตำแหน่งได้แล้วเสร็จ

หมายเหตุ

1. การให้อิสระแก่ สธ. ไม่ต้องขออนุมัติ กพ. ทุกครั้ง ดังนั้น กพ. จึงต้องขอทราบว่าก่อนมอบอำนาจสภาพของข้าราชการทั้งหมดมีสถานะเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ติดตามดู และรายงาน ก.พ. ได้ ว่าได้ทำอะไรไป มีปัญหาประการใด (เพราะเป็นการใช้อำนาจแทน ก.พ.)
2. การตัดโอนตำแหน่งระหว่างหน่วยงาน

- UC ไปสู่ UC
- Non UC ไปสู่ UC

หรือ - Non UC ไปสู่ Non UC

และการเปลี่ยนแปลงสายงาน สามารถดำเนินการได้ภายใต้หลักเกณฑ์ซึ่ง ก.พ. มอบอำนาจให้ อ.ก.พ. กรม พิจารณาอนุมัติได้ตามที่กำหนดในหนังสือ ก.พ. ที่ นร 0707/ว9 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2537 และกรณีใดที่ใช้ ว9/14 มิถุนายน 2537 ไม่ได้ ก็อาจขอ ก.พ. เป็นราย ๆ ไป

2. ขออนุมัติยกเลิกกรอบอัตรากำลังลูกจ้างประจำ

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขขอ

1. ยกเลิกกรอบอัตรากำลังลูกจ้างประจำ และขออนุมัติเป็นหลักการ
2. ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขตัดโอนตำแหน่งอัตราค่าจ้าง และเปลี่ยนตำแหน่งลูกจ้างประจำได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะตัดโอนหรือเปลี่ยนแปลงโดยไม่เพิ่มจำนวนลูกจ้างประจำที่มีอยู่เดิม (หนังสือที่ สธ 0203/61/12415 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2544)

สำนักงบประมาณตอบ

1. ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาดำเนินการปรับปรุงกรอบอัตรากำลังลูกจ้างประจำในภาพรวม เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับบทบาท ภารกิจ และสถานการณ์ ที่เปลี่ยนไป จะได้บริหารอัตรากำลังลูกจ้างประจำได้เอง

2. หากมีความจำเป็นเร่งด่วน ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาบริหารอัตรากำลังเป็นการภายในไปพลางก่อน แล้วแจ้งให้สำนักงบประมาณทราบ (หนังสือสำนักงบประมาณ ที่ นร 0406/21380 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2544)

สิ่งที่ต้องดำเนินการ

ตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำหลักเกณฑ์และ วิธีการกระจายอัตรากำลังลูกจ้างประจำ เพื่อศึกษาวิเคราะห์ และกำหนดหลักเกณฑ์การปรับเกลี่ยอัตรากำลังลูกจ้างประจำ (คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ 1801/2544 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2544) ซึ่งอยู่ระหว่างการนัดประชุมคณะทำงาน และจะปรับบทบาทให้คณะทำงานชุดนี้พิจารณากลั่นกรอง และเสนอความเห็น เรื่องการจ้างลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุขด้วย

3. ขออนุมัติให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจอนุมัติจ้างลูกจ้างชั่วคราว

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขขออนุมัติเป็นหลักการให้ปลัดกระทรวง สาธารณสุข มีอำนาจอนุมัติให้จ้างลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณของส่วนราชการต่าง ๆ ได้เอง โดยไม่ต้องทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นราย ๆ (หนังสือ ที่ สธ 0203/61/12416 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2544)

กรมบัญชีกลางตอบ อนุมัติให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจ้างลูกจ้าง ชั่วคราวเงินนอกงบประมาณประเภทเงินบำรุง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2545 ได้จำนวน 46,400 อัตราเท่ากับจำนวนที่ได้รับอนุมัติไว้ในปี 2544 ทั้งนี้ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขบริหารจัดการอัตรากำลังลูกจ้างชั่วคราวได้เอง โดยไม่ต้องจัดทำบัญชีการจ้างลูกจ้างชั่วคราวเพื่อขออนุมัติ กรมบัญชีกลางโดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การจ้างลูกจ้างชั่วคราว ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0527.6/ว 31 ลงวันที่ 26 เมษายน 2542 และเมื่อจัดกรอบอัตรากำลังข้าราชการและลูกจ้างประจำเสร็จเมื่อใด ให้จัดทำกรอบอัตรากำลังลูกจ้างชั่วคราวใหม่ เพื่อขออนุมัติกรมบัญชีกลางต่อไป (ตามหนังสือกรม บัญชีกลาง ที่ กค 0527.6/17977 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2544)

การดำเนินการ

เนื่องจากขณะนี้ส่วนราชการได้ขอจ้างลูกจ้างชั่วคราวต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2545 เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 49,111 อัตรา เกินกว่าจำนวนที่กรมบัญชีกลางได้อนุมัติให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจ้างได้เอง ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าลูกจ้างชั่วคราวจำนวน 46,400 อัตรา เป็นจำนวนที่หน่วยงานที่ขออนุมัติจ้างไว้เดิมยังมีความจำเป็นต้องใช้และบางหน่วยงานขอจ้างเพิ่มใหม่ จึงเห็นสมควรดำเนินการดังนี้

1. มีหนังสือสั่งการให้แต่ละจังหวัดตั้งคณะทำงานพิจารณาการจ้างลูกจ้างชั่วคราวด้วยเงินบำรุง แจ้งจำนวนและประเภทการขอจ้างลูกจ้างชั่วคราวให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขทราบ ภายในวันที่ 15 กันยายน 2544 ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะได้แจ้งจำนวนและประเภทที่ได้รับอนุมัติให้จ้างให้จังหวัดทราบ

2. ขอให้กรมบัญชีกลางพิจารณาทบทวนการอนุมัติให้สำนักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุขจ้างลูกจ้างเงินนอกงบประมาณประเภทเงินบำรุงเพิ่มเติมจากจำนวน 46,400 อัตรา โดยมอบอำนาจให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจ้างลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณประเภทเงินบำรุงทดแทนตำแหน่งทางข้าราชการที่ขาดแคลนและตำแหน่งลูกจ้างประจำ ตั้งแต่ปี งบประมาณ 2545 เพิ่มเติมตามความจำเป็น

4. สิ่งที่จังหวัดควรเตรียมการ เพื่อรองรับการเกลี่ยกำลังคนระดับจังหวัด

4.1 จัดทำบัญชีตำแหน่งข้าราชการของจังหวัด
- ที่ปฏิบัติงานอยู่จริง ณ สถานบริการภายในจังหวัด
- จ. 18 อยู่ที่อื่นแต่มาช่วยราชการ ณ สถานบริการภายในจังหวัด
- จ. 18 อยู่ที่จังหวัด แต่ไปช่วยราชการที่อื่น
ให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมการดำเนินการต่อไปตามแนวทางที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะกำหนด

4.2 พิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมที่สถานบริการแต่ละระดับ ( ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ) เบื้องต้นให้สอดคล้องกับอัตรากำลังที่จังหวัดมีอยู่ในปัจจุบัน

4.3 จังหวัดต้องให้ความสำคัญกับการบริหารการจ้างลูกจ้างชั่วคราวอย่างจริงจัง

ลูกจ้างชั่วคราว หมายถึง ลูกจ้างที่จะจ้างด้วยเงินบำรุง
เพื่อ - ทดแทนข้าราชการ
- ทดแทนลูกจ้างประจำ
ซึ่งปัจจุบันนี้มากกว่าร้อยละ 90 เป็นการจ้างแทนลูกจ้างประจำ เช่น คนงานทำความสะอาด ซึ่งกรมบัญชีกลางได้มอบอำนาจในการบริหารจัดการแก่สำนักงานปลัดกระทรวง ในการจะเปลี่ยนเป็นตำแหน่งในสายงานที่ขาดแคลน เช่น นักกายภาพบำบัด เป็นต้น
4.4 ขอให้จังหวัดติดตามแนวทางการเกลี่ยกำลังคนในระดับจังหวัด ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะได้ประสานงานและแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

 

สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1