WWW.MOHANAMAI.COM
เชื่อมโยงความคิด ผูกมิตรปวงประชา นำพารูปแบบประชาสังคม นิยมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต สุจริตในแนวทาง
เครือข่ายหมออนามัย
I HOME Iการปฏิรูปสุขภาพ Iอ่านวารสาร Iภาคีหมออนามัย I ข้อมูลพื้นฐาน Iโฮมเพจ สอ./สสอ.I ดาวน์โหลดบทความIความเคลื่อนไหวฯ I ......About usI
เครือข่ายหมออนามัย

 

เปิดชื่อคอลัมน์ใหม่ ปีที่ 11 ฉบับที่ 3 (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2544)

คอลัมน์ ล้อมวงปฏิรูประบบสุขภาพ

โดย สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.)

 

หมออนามัย กับ การปฏิรูประบบสุขภาพ

เชื่อกันว่าทิศทางของการปฏิรูประบบสุขภาพที่เน้นการสร้างสุขภาพดีนำหน้าการซ่อมสุขภาพเสีย น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมของปัญหาวิกฤตด้านสุขภาพที่กำลังรอการสะสาง ซึ่งหากมองให้ทะลุไปถึงการปฏิบัติตามแนวทางนี้เข้าจริงๆ แล้ว บุคลากรด้านสุขภาพที่ต้องการและจำเป็นสำหรับการรองรับทิศทางนโยบายดังกล่าวนี้ น่าจะเป็นบุคลากรที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน คำว่า “ใกล้ชิด” นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงระยะทาง แต่ว่าใกล้ชิดนั้นต้องใกล้ชิดจนเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตของชาวบ้านเลยทีเดียว และถ้ามองอย่างนั้นก็ไม่มีบุคลากรด้านสุขภาพระดับไหนที่เป็นอย่างนั้นได้มากเท่า “หมออนามัย” แต่ในวันนี้หมออนามัย ซึ่งมีจำนวนทั้งหมดกว่า 3 หมื่นคน กระจายอยู่ตามถิ่นทุรกันดารในชนบทซึ่งมีสถานีอนามัยทั้งหมด 9,669 แห่ง ร่วมหัวจมท้ายกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน( อสม.) ใกล้ชิดและเคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวบ้านชนิดงานบวช งานแต่ง งานศพ งานประเพณีต่างๆ ในชุมชนต้องมีหมออนามัยไปปรากฏตัวอยู่เสมอ รวมถึงงานจากกรม กองต่างๆ ที่ลงไปรวมกันที่สถานีอนามัย แม้กระนั้นหมออนามัยก็ยังไม่มีแม้กระทั่งใบประกอบวิชาชีพและองค์กรวิชาชีพของตนเอง และนั่นคือสาระหลักของ “ข้อเสนอจากภาคีหมออนามัยต่อการปฏิรูประบบสุขภาพ” ที่ได้มีการเปิดเวทีรับฟังข้อเสนอครั้งใหญ่เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในงาน “ตลาดนัดปฏิรูป(ระบบ)สุขภาพ”

ตลาดนัดสุขภาพ “ชุมนุมภูมิปัญญา พัฒนาสุขภาวะไทย”

" ชุมนุมภูมิปัญญา พัฒนาสุขภาวะไทย " คือสโลแกนของการจัดงาน “ตลาดนัดสุขภาพ” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 –5 กันยายน 2544 ที่ผ่านมา ที่ ศูนย์การประชุมและแสดงนิทรรศการอิมแพ็ค เมืองทองธานี มีวัตถุประสงค์ที่จะเปิดให้เป็น “โรงเรียนแห่งการเรียนรู้เรื่องสุขภาพ” ซึ่งในงานประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ

  1. ตลาดนัดสำหรับคนรักสุขภาพ

ผู้เข้าชมงานสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและความเจ็บป่วย การดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากสิ่งที่จะมาคุกคามสุขภาพต่าง ๆ และเลือกรับเอาแนวทางที่เหมาะสมกับตนเองไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ตามทิศทาง “สร้างนำซ่อม”

ในงานมีการจัดซุ้มนิทรรศการเป็น 8 ซุ้ม อาทิ บ้านสร้างสุขภาพ ( การสร้างสุขภาพในระดับครอบครัว ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงวัยต่าง ๆ) กินเพื่อสร้างสุขภาพ (การเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้องเหมาะสม เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย) สุขภาพวิถีไทย ( ระบบสุขภาพที่ใช้ภูมิปัญญาไทย พึ่งตนเอง และยอมรับในความหลากหลาย) เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าสุขภาพจากชุมชนจาก 40 จังหวัด ในโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ซึ่งพบว่าสินค้าแทบทุกชนิดได้รับความสนใจและการอุดหนุนและผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี

2. เวทีรับฟังเสียงจากภาคี

หลังจากที่ทางสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) ได้จัดทำ(ร่าง)กรอบความคิดระบบสุขภาพแห่งชาติ ขึ้นมาเป็นเอกสารตั้งต้นในการระดมความคิดเห็นจากภาคีต่าง ๆมาเป็นเป็นเวลาประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมา ในงาน “ตลาดนัดปฏิรูป(ระบบ)สุขภาพ” ครั้งนี้ จึงได้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดห็นและข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูประบบสุขภาพจากภาคีต่าง ๆ ที่ได้มีการจัดกระบวนการรับฟังความเห็นในระดับพื้นที่มาก่อนหน้านี้แล้วไม่น้อยกว่า 500 เวที โดยเครือข่ายต่าง ๆกว่า 300 เครือข่าย รวมกว่า 1,500 ประชาคม และในงานนี้แต่ละภาคีได้นำผลสรุปข้อเสนอของตนมาเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (คปรส.) เพื่อเป็นข้อมูลองค์ประกอบที่จะนำไปสู่การยกร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ

“ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ” เป็นอีกภาคีหนึ่งที่ทำให้เวที “เสียงจากภาคี” ในงานครั้งนั้นมีความเข้มข้น โดยตัวแทนของภาคี คือ “คุณพชรพล เพ็ชรจินดา” หมออนามัยจากจังหวัดนครสวรรค์ได้เป็นผู้นำเสนอเป็นลำดับที่ 22 จากจำนวนทั้งหมด 46 ภาคี สาระหลักของข้อเสนออยู่ที่การให้ข้อมูลแก่ที่ประชุมว่า หมออนามัยคือบุคลลากรด้านสุขภาพที่ทำงานด้าน “สร้างสุขภาพ” มาโดยตลอด และปฏิบัติงานใกล้ชิดประชาชนยิ่งกว่าวิชาชีพใด ข้อเสนอสำคัญของภาคีหมออนามัยจึงอยู่ที่ “…การส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านเข้ามาผสมผสานในการดูแลสุขภาพ และ เรียกร้องให้หมออนามัยเป็นบุคลากรสายสุขภาพที่มีใบประกอบวิชาชีพด้านการสร้างสุขภาพ รวมทั้งมีองค์กรวิชาชีพที่จะดูแล กำกับกันเองได้ เช่นเดียวกับวิชาชีพอื่น ๆ ..”

สาระข้อเสนอของภาคีต่าง ๆ ที่ผ่านการกลั่นกรอง ร้อยเรียง ถักทอขึ้นจากความคิดเห็น และความต้องการ ของทุกภาคี ซึ่งมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการยกร่าง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกวาดหวังไว้ว่าจะเป็น “กฎหมายมหาชน” ซึ่งหมายถึงกฎหมายที่ประชาชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมเขียน ร่วมกำหนดทิศทาง อย่างแท้จริง

3 . เวทีวิชาการด้านสุขภาพ

ขณะเดียวกันเพื่อให้ “ตลาดนัดสุขภาพ” เป็นตลาดนัดแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องสุขภาพอย่างสมบูรณ์ที่สุด ในงานยังมีการจัดประชุมวิชาการหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอีกกว่า 20 หัวข้อ อาทิ กองทุนหมู่บ้านกับการสร้างสุขภาพ สุขภาพทางจิตวิญญาณ : สุขภาพที่ยั่งยืน ผ่าโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ นำเอาข้อมูลวิชาการที่ทันสมัย และแง่คิดมุมมองที่น่าสนใจมาเปิดทัศนะให้กับผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคลากรในแวดวงสุขภาพ ที่จ่ายค่าลงทะเบียนมาเพื่อกอบเก็บเอาสาระจากงานส่วนนี้เป็นสำคัญ

“ตลาดนัดสุขภาพ” จึงไม่เป็นเพียงงานแสดงสินค้าและนิทรรศการเช่นที่เห็นอยู่ทั่วไป แต่คือการส่งสัญญาณครั้งสำคัญสู่สังคมไทยว่า คำว่า “สุขภาพ” ในวันนี้ เป็นสิ่งที่อยู่ในกำมือของคนไทยทุกหมู่เหล่า การจัดการด้านสุขภาพกำลังต้องการการเข้ามามีส่วนร่วมให้กว้างขวางที่สุด และตลาดนัดสุขภาพ คือ การมา “ชุมนุมภูมิปัญญา (เพื่อ) พัฒนาสุขภาวะไทย” อย่างเป็นรูปธรรม

ปฏิรูประบบสุขภาพ : การขับเคลื่อนทางสังคม

จำนวนผู้เข้าร่วมงานตลาดนัดสุขภาพที่สูงถึงประมาณ 150,000 คนหรือประมาณวันละ 30,000 คนก็ดี ความกระตือรือร้น การให้ความสำคัญ การร่วมคิดร่วมทำอย่างจริงจังจริงใจของภาคีทั้งหลายก็ดี ล้วนเป็นเครื่องบ่งบอกว่า “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” กำลังเกิดการเคลื่อนตัวไปข้างหน้าแล้ว โดยมุมทั้งสามของสามเหลี่ยม มีการประสานกัน เกิดเป็นพลังที่จะขับเคลื่อนเรื่องยาก ๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นั้น ให้กลับเริ่มเห็นเค้าลางของความสำเร็จรออยู่ข้างหน้า

และจากจุดนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. ที่จะทำหน้าที่ยกร่าง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ โดยใช้เวลาในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม พ.ศ.2544 นี้

สังคมไทยกำลังจะมี (ร่าง) ธรรมนูญสุขภาพฉบับแรก มาให้ได้พิจารณาวิพากษ์ วิจารณ์ ตัดเสริม เติมแต่ง กันอีกครั้งในเร็ววันนี้

ชวนคนไทยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง

เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงที่สองของเส้นทางสาย “การปฏิรูประบบสุขภาพ” ในปี 2545 นี้ จะเป็นปีแห่งการ รับฟังความเห็น ต่อ ร่าง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นการรับฟังความเห็นต่อร่างฯ ทั้งฉบับ หรือ การรับฟังความเห็นเป็นรายประเด็น โดยผ่านการสื่อสารรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจัดเวทีสาธารณะ การสอบถามผ่านสื่อต่าง ๆ การสำรวจความคิดเห็น(โพลล์) หรือแม้กระทั่งการถามมาตอบไปอันเป็นวิธีการสื่อสารอย่างง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ก็จะถูกนำมาใช้เพื่อให้ได้ความคิดเห็นที่กว้างขวางที่สุด คมชัดที่สุด นำไปปรับปรุงให้ได้(ร่าง) พ.ร.บ.ฯที่สมบูรณ์

ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่ต้องการรับฟังความเห็นเพิ่มเติมมีทั้งหมด 8 ประเด็น ดังนี้ 1. นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ 2. ระบบบริการสุขภาพ ( เรื่องการกำหนดให้ขึ้นทะเบียนรับบริการกับสถานบริการใกล้บ้าน เรื่องสิทธิในการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น) 3. ประเด็นการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน (ยังขาดความชัดเจนว่า การมีส่วนร่วมนั้นเป็นลักษณะใด ฯลฯ) 4 .กลไกกำหนดนโยบายสุขภาพแห่งชาติ 5. ระบบสุขภาพวิถีไทย 6. การคุ้มครองผู้บริโภค ( เรื่องการตั้งกองทุนชดเชยค่าเสียหายจากบริการสุขภาพ การจัดกลไกภาคประชาชนในการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค)

7. ระบบข้อมูลข่าวสารเพื่อเสริมสร้างศักยภาพประชาชน และ 8 . ประเด็นสุขภาพจิตวิญญาณ

การรับฟังความเห็นจะดำเนินไปอย่างเข้มข้นนับจากต้นปี พ.ศ.2545 เป็นต้นไป จนถึงกลางปี ในราวเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม จึงจะมีการประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ และมีการขอรายชื่อประชาชนผู้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฯฉบับนี้ ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติในช่วงปลายปี

การปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ไม่ได้มีมุ่งหวังเพียงการได้มาซึ่งกฎหมายฉบับหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นกระบวนการที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ “สุขภาวะ” ดังนั้นเป้าประสงค์ของการปฏิรูประบบสุขภาพ จึงมุ่งไปสู่การมีระบบสุขภาพใหม่ที่มีทิศทาง “ สร้างนำซ่อม” บนพื้นฐานแนวคิด “สุขภาพพอเพียง” โดยเน้นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระบบสุขภาพอย่างแท้จริง เพื่อการมีสุขภาวะที่ยั่งยืนของคนไทยทุกคน

…………………………………………………………………………..

คำประกาศข้อเสนอต่อการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติโดยผู้แทนจากภาคีต่าง ๆ

วันพุธที่ 5 กันยายน 2544 เวลา 15.30 น.

ณ ห้องไดมอนด์แกรนด์บอลรูม อาคารศูนย์การประชุมและแสดงนิทรรศการ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

********************************************************

จากการที่ผู้แทนองค์กรภาคีต่างๆ ในสังคมไทย 237 เครือข่าย รวมเป็นจำนวนภาคีทั้งสิ้น 1,524 ภาคี ได้จัดประชุมอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2543 เป็นต้นมา มีประชาชนเข้าร่วมกว่าหนึ่งแสนคน ผู้แทนองค์กรภาคีต่าง ๆ ขอร่วมกันประกาศว่า

    1. ทิศทางการพัฒนาประเทศต้องมุ่งที่การสร้างสุขภาวะของประชาชน และสังคมเป็นเป้าหมายควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
    2. ระบบสุขภาพแห่งชาติต้องเป็นระบบที่เน้นการสร้างสุขภาพของคนไทยและสังคมไทยทั้งมวล โดยสนับสนุนการมีระบบซ่อมสุขภาพที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และเป็นธรรม
    3. ในระบบสุขภาพแห่งชาติต้องมีนโยบายเปิดให้ภาคประชาชนเข้าร่วมด้วยอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมโยงการใช้ข้อมูลองค์ความรู้และเชื่อมโยงกับภาคการเมือง เพื่อดูแลระบบสุขภาพร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
    4. ในระบบสุขภาพแห่งชาติ ต้องมีระบบประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากนโยบายสาธารณะต่างๆและต้องมีระบบดูแลแก้ไขผลกระทบด้านสุขภาพจากนโยบายสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรมด้วย
    5. ในระบบสุขภาพแห่งชาติต้องเป็นระบบที่เปิดช่องทาง การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม มีการกระจายอำนาจ ลดการผูกขาด สร้างความสมานฉันท์ของคนในสังคม เฉลี่ยสุขเฉลี่ยทุกข์ เอื้ออาทร ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน และเรื่องสุขภาพต้องไม่เป็นไปเพื่อการค้ากำไร
    6. ในระบบสุขภาพแห่งชาติต้องเป็นระบบที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มแข็ง มีระบบการให้ข้อมูลข่าวสารที่ง่ายและเพียงพอเพื่อเสริมสร้างศักยภาพประชาชนในเรื่องสุขภาพ
    7. ในระบบสุขภาพแห่งชาติต้องเป็นระบบ ที่ส่งเสริมสนับสนุนการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยให้ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับการแพทย์แผนปัจจุบันรวมทั้งการแพทย์ทางเลือกต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือกแก่ประชาชน โดยจะต้องมีระบบคุ้มครองผู้บริโภคที่ดีควบคู่กันไปด้วย
    8. ในระบบสุขภาพแห่งชาติต้องมีระบบหลักประกันการมีสุขภาพดีถ้วนหน้า และมีระบบการเงินการคลัง ระบบกฎหมายและระบบอื่นๆ ที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพนำหน้าการซ่อมสุขภาพ
    9. ระบบสุขภาพแห่งชาติต้องเป็นระบบที่มีโครงสร้างครบถ้วน เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะสามารถคุ้มครองสุขภาพประชาชนและสังคม และสามารถปรับตัวอย่างสอดคล้องกับสภาพปัญหาและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาได้ด้วย

……………………………………………………………………………………

บางส่วนของข้อเสนอจากภาคีต่อการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ

ประชาคมคนจน

“ … ให้ยกเลิกการแสวงกำไรจากบริการด้านสุขภาพไม่ว่าจะจัดให้มีขึ้นโดยภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชนก็ตาม …ผู้ให้บริการไม่อาจปฏิเสธการให้บริการได้และต้องให้บริการโดยไม่เลือกชนชั้นทางสังคม สถานะทางเศรษฐกิจ ความเชื่อทางศาสนา เชื้อชาติเผ่าพันธุ์หรืออื่นๆ …. ยกเลิกการขึ้นทะเบียนกับสถานบริการด้านสุขภาพเพื่อใช้บริการและรับสิทธิการประกันสุขภาพ และยกเลิกการบังคับให้ใช้สถานบริการตามลำดับขั้น (ปฐมภูมิ-ทุติยภูมิ-ตติยภูมิ) …”

เครือข่ายสุขภาพวิถีไทย

“…เสนอให้รับรองสถานภาพและบทบาทหมอพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพชุมชน โดยเครือข่ายหมอพื้นบ้านเป็นผู้กลั่นกรอง ควบคุม ดูแลจรรยาบรรณของหมอพื้นบ้านเอง …ยกระดับการแพทย์แผนไทยเป็นการแพทย์คู่ขนานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยรัฐให้การสนับสนุนงบประมาณในการตั้งโรงพยาบาลและโรงเรียนการแพทย์แผนไทย เพื่อให้พัฒนาศาสตร์และศิลปะของตนโดยอิสระ…สนับสนุนให้มีกฎหมายวิชาชีพการแพทย์แผนไทย แยกจากพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่คล่องตัวและเป็นอิสระ…”

 

สภาการพยาบาล

“…การบริการสุขภาพปฐมภูมิต้องครอบคลุมคนในทุกพื้นที่ ทุกคน ทุกวัย… การพิทักษ์สิทธิและคุ้มครองผู้บริโภค ต้องแสดงความชัดเจนในระบบการเงินการคลังโดยจัดแยกผู้ซื้อและผู้ให้บริการออกจากกันเป็นคนละหน่วยงาน…ระบบกำลังคนด้านสุขภาพจะต้องปรับแนวคิดแบบอำนาจนิยมสู่การทำงานแบบพหุนิยม คือ การทำงานเป็นทีม โดยมุ่งประชาชนเป็นศูนย์กลาง ถือว่าทุกสาขาวิชาชีพมีความสำคัญ …”

เครือข่ายประชาคมผู้พิการ

“…รัฐต้องสร้างเสริมความเข้มแข็งของคนพิการ ครอบครัว ชุมชน และอาสาสมัครในการรวมกลุ่ม มีส่วนร่วมและช่วยเหลือตนเองเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพ … กำหนดให้ในคณะกรรมการ อนุกรรมการ สภาหรือกลุ่มบุคคลที่ทำงาน ด้านบริหารหรือด้านปฏิบัติเกี่ยวกับสุขภาพแห่งชาติในทุกระดับ ต้องมีผู้แทนความพิการร่วมคณะอย่างน้อย 1 คน …”

เครือข่ายสุขภาพผู้หญิง

“…สุขภาพผู้หญิง คือสุขภาพของระบบอนามัยเจริญพันธุ์ซึ่งเป็นระบบที่แตกต่างจากระบบสุขภาพอื่นๆ จึงจำเป็นต้องได้รับการสร้างเสริมคุ้มครองและบริการที่แตกต่างกันออกไป …ผู้หญิงควรได้รับการคุ้มครองป้องกันดูแลและรักษาสุขภาพอนามัย โดยไม่เลือกว่าเธอผู้นั้นจะเป็นใคร มาจากไหน… การบริการด้านสุขภาพจากสถานพยาบาล ผู้หญิงควรได้รับบริการอนามัยเจริญพันธุ์ แบบผสมผสาน ที่มีความละเอียดอ่อน …”

 

{11}

สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1