วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อการปฏิรูประบบสุขภาพ และสร้างความเข้มแข็งของภาคีหมออนามัยแห่งชาติ
สถานที่ติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอวิเชียรบุรี อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์โทร 056-791378,01-9733623 email [email protected]
สนับสนุนโดย สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) สถาบันพระบรมราชชนก วารสารหมออนามัย
I เปิดเล่ม I จังหวะก้าว..หมออนามัยกับการปฏิรูประบบสุขภาพ I เริ่มก่อรูป..ภาคีหมออนามัยอย่างไรดี I บอกกล่าว.อะไร..ที่ไหน I ทบทวนภาระกิจ I
เปิดเล่ม ..จดหมายข่าวฉบับแรกออกสู่สายตามหมออนามัยทั่วประเทศ ท่ามกลางวังวนของยุค 30 บาท หลายสิ่งเข้ามากระทบ หลายสิ่งเข้ามาเปลี่ยนแปลง และอีกหลายสิ่งที่กำลังจะตามมา.... นั้นคือความจริง ที่เราต้องยอมรับและปรับตัว สร้างคุณค่าตนเอง สร้างคุณค่าในวิชาชีพ "ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ" เป็นชุมชนของหมออนามัยที่กำลังเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ แต่มั่นคง นำไปสู่องค์กรวิชาชีพของหมออนามัย ทุกย่างก้าว ทุกจังหวะที่ก่อเกิด ต้องมีศักดิ์ศรีและเต็มภาคภูมิ
ชัยณรงค์ สังข์จ่าง ภาคีหมออนามัย จ.พิจิตร

จังหวะก้าว...หมออนามัยกับการปฏิรูประบบสุขภาพ
..................ในช่วงเดือนเมษายน ได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซึ่งถือได้ว่ามีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพ โดยหมออนามัยเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ด้วย 3 เหตุการณ์ คือ หนึ่ง การประชุมแกนนำภาคีหมออนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1-4 เมษายน ที่เป็นการก่อรูปภาคีอย่างเป็นทางการ โดยมีตัวแทนทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนหลางเข้าร่วมประชุมรวม 116 คน เพื่อสร้างพลังและประสานสัมพันธ์กันในแนวราบโดยมีกิจกรรมรองรับที่สำคัญ ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ที่สอง คือ ภาคีหมออนามัยได้เข้ามาร่วมกับสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ(สปรส.) ให้หมออนามัยทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้ก่อรูปและสร้างสรรค์ให้เกิดภาคีหมออนามัยประจำจังหวัดร่วมกันรณรงค์สนับสนุน ร่าง พรบ.สุขภาพแห่งชาติ และได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายภาคประชาชนอย่างกว้างขวาง สำหรับเหตุการณ์ที่ สามก็คือ การกำเนิดของจดหมายข่าวภาคีหมออนามัยฉบับปฐมฤกษ์นี้ เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับการติดต่อสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลให้ทราบว่า พวกเราชาวหมออนามัยนั้น ได้เคลื่อนไหว มีกิจกรรมรวมตัวรวมกลุ่มกันในแนวราบอย่างไรบ้าง เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ ที่คอยติดตามข่าวสาร เป็นกำลังใจให้กันและกัน
.................3 ปีแห่งการเคลื่อนไหวกระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติของคนไทย มีภาระกิจสำคัญที่เครือข่ายหมออนามัยแห่งชาติ เครือข่ายสุขภาพ รวมทั้งองค์กรภาคประชาชน จะต้องร่วมกันจัดทำ ร่าง พรบ.สุขภาพแห่งชาติที่เปรียบเสมือนสุขภาวะธรรมนูญ ฉบับแรกของสังคมไทย ซึ่งจะกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพของประเทศ โดยสาระหลักประกอบด้วย การกำหนดปรัชญา หลักการ เครื่องมือ มาตรการเงื่อนไขสำคัญของระบบสุขภาพ เพื่อรังสรรค์ให้เกิดระบบสุขภาพในมิติใหม่ที่มีทิศทาง สร้างนำซ่อม บนพื้นฐานแนวคิด สุขภาพแบบพอเพียง โดยเน้นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดระบบสุขภาพอย่างแท้จริงเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน ของบุคคล ครอบครัวและสังคม
...........กระบวนการขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูประบบสุขภาพในภาพกว้างนั้น ได้ผ่านขั้นตอนที่สำคัญ คือ การประชุมตลาดนัดสุขภาพ ซึ่งจัดขึ้นทศูนย์ประชุมเมืองทองธานีเมื่อ กันยายน 2544 มีการสัมมนาของภาคีสุขภาพอย่างกว้างขวาง รวมทั้งการจัดเวทีปฏิรูประบบสุขภาพในภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่ายุทธศาสตร์ การสร้างองค์ความรู้ การเคลื่อนไหวภาคสังคมและกระบวนการทางการเมือง จะทำให้สังคมไทยพลิกฟื้น ระบบสุขภาพเสียของสังคมไทย ให้กลับมามีสุขภาวะที่ดีขึ้น ระยะต่อเนื่องจากนี้ ภาคีหมออนามัยจะต้องร่วมกันศึกษารายละเอียด รณรงค์ขอความร่วมมือจากประชาชนขอให้ลงชื่อสนับสนุน พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ และเข้าร่วมประชาพิจารณ์ ร่าง พ.ร.บ. ฯ ใน เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ วันที่ 8-9 ส.ค. 2545 และร่วมเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย โครงการรณรงค์สร้างสุขภาพตามรอยพระยุคลบาท ในเดือน พ.ย. 2545 เพื่อสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้การสร้างสุขภาพของสังคมไทยให้กว้างขวางทั่วประเทศ
................ระหว่างนี้ ภาคีหมออนามัยแห่งชาติของหลายๆ จังหวัด ได้ขับเคลื่อนเดินหน้าไปบ้างแล้ว ขณะที่บางจังหวัดอยู่ระหว่างการก่อเกิด บางพื้นที่กำลังเตรียมการ การปฏิรูปใดๆ ก็ตาม ย่อมอาศัยพลังทางสังคมจากทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมกันรังสรรค์มิติสุขภาพใหม่ให้เกิดขึ้นเพราะในวิถีแห่งการเคลื่อนไหว เราไม่ได้พอใจหรือรอแค่เพียงการประกาศใช้ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติเท่านั้น แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่า เราได้ช่วยให้สังคมเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาวะการมีสุขภาพดี น่าจะเป็นสิ่งที่เราปราถนามากกว่า เราจึงไม่จำเป็นต้องรอว่าพ.ร.บ. นั้นจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการทางนิติบัญญัติ แต่เราสามารถสร้างโอกาสการมีส่วนร่วมในการสร้างสุขภาพให้กับประชาชนได้ และสามารถเข้าร่วมกระบวนารปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ได้ทันทีตั้งแต่เริ่มต้นเพราะสุขภาพเป็นของทุกคน และทุกคนก็ควรร่วมกัน สร้างสุขภาพ

เริ่มก่อรูป...ภาคีหมออนามัย อย่างไรดี ระสบการณ์จากนครสวรรค์
ชรินทร์ ห่วงมิตร ผู้ประสานงานเครือข่ายหมออนามัยนครสววรรค์
...............จากกระแสการปฏิรูประบบราชการและการกระจายอำนาจที่มีมาอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ทำให้เรา หมออนามัย มีความสับสนกับข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ อันหมายถึงสถานภาพของความเป็นข้าราชการ ในวันข้างหน้าและสังกัดใหม่ที่ตนเองต้องไปอยู่ ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. เทศบาล หรือไปอยู่กับโรงพยาบาลในกำกับของรัฐที่ปรับเป็นองค์การมหาชัน ซึ่งไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าอยู่ตรงไหนกับใครดีกว่ากัน
............... ประมาณเดือนพฤษภาคม 2544 กลุ่มบุคคลที่เรียกว่า หมออนามัย จ.นครสวรรค์ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จาก สอ. สสอ. /สสจ. รวมเกือบ 50 คน ได้ประชุมปรึกษาหารือ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่แต่ละคนได้รับรู้มาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ โดยมีชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย จ.นครสวรรค์เป็นแกนกลางในการประสานงานให้เกิดการรวมกลุ่มขึ้น ซึ่งในระยะแรกหมออนามัยให้ความสนใจมาประชุมกันเป็นจำนวนมาก เพราะทุกคนอยากรู้ว่าในวันข้างหน้าตนเองจะไปอยู่ตรงไหน แม้จะไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เพราะต้องรอคำตอบจากฝ่ายการเมือง แต่สิ่งที่ได้รับวันนั้น คือ การรวมกลุ่มได้แสดงความคิดเห็น
..................ต่อมามีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้กระแสเรื่องการกระจายอำนาจแผ่วลงไป กลุ่มบุคคลที่รวมตัวกันในนามหมออนามัย จึงแปรเปลี่ยนมาเป็นการรวมกลุ่มเพื่อเตรียมความพร้อมของหมออนามัย เพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยหันมาทำงานในเชิงสร้างภูมิปัญญา พัฒนาศักยภาพหมออนามัยให้มีทักษะในการทำงานในเวทีประชาคมต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้มองเห็นการทำงานแบบองค์รวมกับนิยามคำว่า สุขภาพใหม่ ที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ โดยใช้หลักยุทธศาสตร์ สร้างนำซ่อม จึงทำให้เกิดเป็นเครือข่าย หมออนามัยนครสวรรค์ โดยตั้งวัตถุประสงค์ของเครือข่ายไว้ 4 ประการ คือ
...........1. เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดข้อมูลข่าวสารหมออนามัย
...........2. เป็นเวทีสำหรับการพัฒนาศักยภาพของหมออนามัย
...........3. เป็นเวทีเสวนาทางวิชาการ
...........4. เป็นเวทีในการเชื่อมต่อเครือข่าย/กลุ่มองค์กรอื่นๆ ในสังคม
..................สำหรับกิจกรรมของเครือข่ายนั้น เป็นลักษณะของการพบปะพูดคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของคณะทำงานที่มาจากตัวแทนแต่ละอำเภอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยใช้ศูนย์ สสม.ภาคเหนือ จ.นครสวรรค์เป็นสถานที่พบปะเจอกัน พ้อมทั้งมีผู้อำนวยการศูนย์ สสม. นพ.สสจ. ผชชว.และ สสอ.โกรกพระ เป็นที่ปรึกษา สำหรับกัลยาณมิตรที่เครือข่ายหมออนามัย จ.นครสวรรค์ทำงานเชื่อมโยงต่อถึงกันตลอด เช่น กลุ่มนครสวรรค์ฟอรั่ม กลุ่มเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน กลุ่มเกษตรยั่งยืน กลุ่มวิทยุชุมชน จึงทำให้ เครือข่ายหมออนามัย ทำงานไม่โดดเดี่ยว การทำงานของเครือข่าย ยึดหลัก แสวงหามิตร ประสานแนวดิ่ง ไม่ทิ้งโครงสร้างเดิม ทำงานด้วยใจรัก ไม่สร้างศัตรู จึงทำให้เครือข่ายหมออนามัยจังหวัดนครสวรรค์รวมตัวรวมกลุ่มกันได้อยู่จนถึงทุกวันนี้

จากการประชุมตัวแทนหมออนามัยระดับประเทศ เมื่อวันที่ 1-4 เมษายน ได้คัดเลือกตัวแทนผู้ประสานงานกลางของภาคีหมออนามัย จำนวน 12 คน (ดังรายชื่อ) ซึ่งจะทำหน้าที่ประสานงานกับเครือข่ายระดับภาค และร่วมประสานงานกับเครือข่ายอื่นๆ ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือช่องทางความรู้ต่างๆแก่เครือข่ายหมออนามัยทั่วประเทศ รวมถึงการจัดเวทีการพบปะและระดมความคิดเห็นหรือกิจกรรมต่างๆ แก่เครือข่ายฯ หากหมออนามัยท่านใดสนใจมีส่วร่วมติดต่อผู้ประสานงานระดับจังหวัด (ดูรายชื่อในวารสารหมออนามัยฉบับมีนาคม-เมษายน2545) หรือผุ้ประสานงานกลางได้

ชื่อ-สกุล
ที่อยู่
โทรศัพท์
นายพรหมมินทร์ กันธิยะ
สอต.ประตูป่า อ.เมือง ลำพูน 51000
01-2890708,053-510809
นายดำรง กระเป๋าทอง
สอต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี 15000
01-6440631,036-611302
นายประพัทธ์ ธรรมวงศา
สสอ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี 41110
01-9658350,042-202908
นายกฤษณ์ แก้วมณี
สสอ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี 34230
01-8776357,045-376109
นายสหภูมิ เดชธนภิรมย์
สสอ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
09-8333173,038-285038
นางนิตยา สิงขร
สอต.บ้านม่าหนิก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110
09-8684028,076325495
นายพชรพล เพ็ชรจินดา
สสอ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ 60220
056-357112
นายสุรศักดิ์ บุญเทียน
สสอ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ 67130
01-9733623,056-791378
นายวิวัฒน์ วนรังสิกุล
คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล 10400
01-8956767,02-2460056
นายสถิตย์ ยะสะกะ
สำนักพัฒนาเครือข่ายบริการสุขภาพ สป.
01-8476412,5901677
นายเสมอ กาฬภักดี
ฝ่ายวินัย กองการเจ้าหน้าที่ สป.
01-7507815,5901314
นายสุทธิสิทธิ์ ไมตรีจิตร์
สถาบันพระบรมราชชนก สป.
02-5901946-7

หลังจากที่มีการประชุมในระดับประเทศแล้ว ได้กำหนดแผนขับเคลื่อนในระดับภาค เพื่อให้หมออนามัยได้เข้าใจในเรื่องการทำงานและการขับเคลื่อนในรูปแบบการทำงานของเครือข่ายหรือภาคีหมากขึ้น โดยมีตัวแทนจากหมออนามัยเข้าร่วม จังหวัดละ 5 คน แบ่งเป็น 5 ภาค และก่อนที่จะมีการประชุมในระดับภาค ตัวแทนแกนนำของแต่ละภาคได้ประชุมปรึกษาหารือ ในการเตรียมการต่างๆ กันอย่างพร้อมเพรียงกัน คือ
26 เมษายน ประชุมคณะกรรมการกลางที่ สปรส.
13 พฤษภาคม ประชุมเตตรียมการภาคเหนือ ที่ สสจ.เพชรบูรณ์
16 พฤษภาคม ประชุมเตรียมการของภาคใต้ ที่ สสจ.สุราษฎร์ธานี
18 พฤษภาคม ประชุมเตรียมการของภาคกลางและภาคตะวันออก ที่สถาบันพระบรมราชชนก
20 พฤษภาคม ประชุมเตรียมการของภาคอีสานใต้ ที่ สสจ.อุบลราชธานี
และมีการประชุมจริงในแต่ละภาคดังนี้
27-29 พฤษภาคม ภาคกลาง รวมภาคตะวันออก 25 จังหวัด ที่ศูนย์ สสม.จ.ชลบุรี
3-4 มิถุนายน ภาคอีสานเหนือ 10 จังหวัด ที่ วสส.ขอนแก่น
6-7 มิถุนายน ภาคเหนือ 17 จังหวัด ที่ วสส.พิษณุโลก
8 มิถุนายน ภาคอีสานใต้ 9 จังหวัด ที่ศูนย์วัฒนธรรม สถาบันราชฎัก จ.อุบลราชธานี
9-11 มิถุนายน ภาคใต้ 14 จังหวัด โรงแรรมสยามธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

ย้อนกลับ
Hosted by www.Geocities.ws

1