|
คอลัมน์ โลกสิ่งแวดล้อม ปีที่ 11 ฉบับที่ 3 (พ.ย.-ธ.ค.44)
ตอน การก่อการร้ายทางชีวภาพ (Bioterrorism)
โดย พนมพร ถนอมทรัพย์ [email protected]
จากการรายงานข่าวกระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา เมื่อวันที่
30 เมษายน พ.ศ.2544 ว่า การก่อการร้ายสากลในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นร้อยละ
8 โดยในปี 2543 มีจำนวน 423 ครั้ง เทียบกับ ปี 2542 จำนวน 392 ครั้ง
บริเวณเอเชียใต้ยังเป็นจุดสำคัญของการก่อการร้ายที่มุ่งทำลายอเมริกา
กลุ่มทาลิบันในอัฟกานิสถาน และประเทศปากีสถาน กลายเป็นที่หลบภัยของกลุ่มผู้ก่อการร้าย
อิรัก ลิเบีย อิหร่าน เกาหลีเหนือ ซูดาน และซีเรีย เป็นประเทศที่ให้การสนับสนุน
ส่วนโคลัมเบียเป็นประเทศที่มีชื่อเป็นผู้สนับสนุนรายใหม่อยู่ด้วย
สำหรับเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดเซ็นต์เตอร์ ยังคงถูกฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ
หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเป็นเพียงออร์เดิร์ฟเท่านั้น อาหารมือหลักกำลังเสิร์ฟ
และที่ผ่านมาอเมริกากำลังถูกโจมตีรอบสองด้วยอาวุธชีวภาพ ว่ากันว่านี้เป็นขีปนาวุธของประเทศยากจนในการทำสงคราม
เนื่องจากราคาถูก ผลิตง่าย สร้างความวิตกกังวลได้ไม่ย่อหย่อนไปกว่าอาวุธทันสมัยที่มีราคาแพง
อาวุธชีวภาพ คืออะไร
อาวุธชีวภาพหรืออาวุธเชื้อโรค เป็นอาวุธที่ผลิตขึ้นเพื่อการทำลายล้างมวลชน
ที่ได้จากสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเชื้อจุลชีพ และครอบคลุมถึงสารพิษที่เป็นผลผลิตจากเชื้อจุลชีพชนิดต่าง
ๆ หรือแม้กระทั้งฮอร์โมน หากพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ สารพิษที่สกัดจากสิ่งมีชีวิตทั้งพืช
สัตว์ และจุลชีพต่าง ๆ นั้นเอง
ความเป็นมาของอาวุธชีวภาพ
แรกเริ่มเดิมทีมีการใช้มาตั้งแต่สมัยที่มนุษย์ยังไม่รู้จักเชื้อโรคคืออะไร
ฉะนั้นอาวุธชีวภาพจึงไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ ชนชาติเปอร์เซีย กรีซ
โรมัน ต่างเคยใช้สิ่งของผู้เสียชีวิตจากโรคหรือสิ่งของปฏิกูลใส่ลงไปในแหล่งน้ำหรือดีดเข้าไปในเมือง
ทหารอังกฤษเคยใช้ผ้าห่มและผ้าพันคอจากผู้ป่วยโรคไข้ทรพิษ ส่งเป็นเครื่องบรรณาการให้หัวหน้าเผ่าอินเดียแดงพื้นเมือง
จึงจะสามารถเอาชนะได้
ต่อมาเป็นการใช้อาวุธชีวภาพหลังจากที่รู้จักโรคติดต่อ กล่าวกันว่าโรคแอนแทรกซ์
เป็นเชื้อตัวแรก ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้ในการทำสงคราม ในสงครามโรคครั้งที่
1 กองทัพญี่ปุ่นได้ใช้อาวุธชีวภาพระหว่างการทำสงครามกับจีน และรัสเซีย
ระหว่าง ปี ค.ศ 1941-1942 อังกฤษทดลองเชื้อแอนแทรกซ์เป็นการขู่เพื่อเตรียมตอบโต้รัสเซีย
โดยทดสอบพ่นละอองเชื้อแอนแทรกซ์บนเกาะกรินาร์ด ของแคว้นสก๊อตแลนด์
ผลปรากฏว่าเวลาผ่านมา 40 ปี เชื้อแอนแทรกซ์ ยังมีชีวิตอยู่
และปัจจุบันคือนับจากหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง อเมริกา อังกฤษ แคนาดา รัสเซีย
ต่างดำเนินการทดลอง และผลิตอาวุธชีวภาพ จนปี ค.ศ 1972 มีอนุสัญญาห้ามผลิตอาวุธชีวภาพ
ประเทศต่าง ๆ ปฏิบัติตาม แต่ยังมีหลายประเทศที่น่าเคลือบแคลงสงสัย
เช่น จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิรัก เป็นต้น
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกเชื้อจุลชีพเพื่อการผลิตอาวุธชีวภาพ
สารที่ใช้เป็นอาวุธชีวภาพต้องสามารถทำให้เกิดอันตรายตั้งแต่
ปลิดชีพ ก่อความชะงักงันหรือทุพพลภาพ และก่อความรำคาญหรือก่อกวน
เชื้อจุลชีพที่ถูกคัดเลือกมาใช้จะต้องถูกคัดเลือกให้สามารถแสดงผลได้ตามที่ต้องการ
โดยต้องมีพิษสูง มีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมสูง ผลิตได้ปริมาณมากและง่าย
ตัวโรงงานผลิตที่ไม่ใหญ่โต เชื้อมีความสามารถในการก่อโรครุนแรง ชันสูตรยาก
ไม่มียารักษา ถ้ามีก็ไม่ทันท่วงที
เชื้อก่อโรคที่อาจนำมาใช้เป็นอาวุธชีวภาพ
หน่วยควบคุมโรคของอเมริกาเป็นหน่วยงานที่เตรียมความพร้อมในการรับมือกับการก่อการร้ายทางชีวภาพ
ได้จำแนกเชื้อจุลชีพในการนำไปใช้เป็นอาวุธชีวภาพในแง่มุมต่าง ๆ ไว้ดังนี้
เชื้อจุลชีพกลุ่ม เอ
เป็นเชื้อจุลชีพที่แพร่กระจายได้ง่ายและสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้
อัตราป่วยตายสูง มีศักยภาพสูงในการก่อผลกระทบทางสาธารณสุขที่ร้ายแรง
สามารถก่อให้เกิดความตื่นตระหนกหวาดกลัวอย่างกว้างขวาง และเกิดความระส่ำระสายทางสังคม
ต้องการการเตรียมมาตรการพิเศษในการับกับเหตุการณ์ เช่น
bacillus anthracis ก่อนให้เกิดโรคแอนแทรกซ์ เป็นเชื้อที่มีโอกาสนำมาเป็นอาวุธชีวภาพมากกว่าเชื้ออื่นในปัจจุบัน
เนื่องจากเทคโนโลยีในการสร้างสปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์สามารถทำได้ง่าย
และสามารถเตรียมเป็นสารที่นำมาแพร่กระจายโดยวิธีต่าง ๆ ได้ง่าย
- variola virus ก่อโรคไข้ทรพิษ , yersinia pestis ทำให้เกิดกาฬโรค
- francisella turalensis ก่อโรคทูลาริเมีย มีอาการคล้ายกาฬโรค
- Botulinum toxin ทำให้เกิดโรคบอทูลิซึม ก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาท
เนื่องจากท็อกซินของเชื้อ
- viral hemorrhagic fever viruses ได้แก่ อีโบลา มาร์บวร์ก
ลาสสา
เชื้อจุลชีพกลุ่ม บี
ประเภทกลุ่ม บี มีความสำคัญรองลงมา เป็นเชื้อจุลชีพที่แพร่กระจายได้โดยง่ายในระดับปานกลาง
ทำให้เกิดอัตราป่วยในระดับปานกลางและอัตราตายต่ำ และต้องการความสามารถห้องปฏิบัติการจำเพาะเป็นพิเศษที่จะให้การชันสูตรและต้องการเฝ้าระวังอย่างเข้ม
ได้แก่ coxiella burnetti ทำให้เกิดโรค Q fever, brucella species
ก่อโรคบรูเซลโลซีส(โรคแท้งติดต่อ) burkhoderia mallie ก่อโรค glanders,
alphaviruses, enterotoxin B ของเชื้อ staphylococcus
เชื้อจุลชีพกลุ่ม C
กลุ่มเชื้อที่อยู่ในปัจจุบันยังมีความเป็นไปได้น้อยที่จะนำมาทำเป็นอาวุธชีวิภาพ
แต่ในอนาคตอาจมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการเพิ่มจำนวนเชื้อและวิธีการกระจายเชื้อ
เพื่อนำมาเป็นอาวุธ เช่น เชื้อนิปาห์ ไวรัส ฮันตาไวรัส ไวรัสไข้เลือกออกและไข้สมองอักเสบจากเห็บ
ไข้เลือง และเชื้อวัณโรคดื้อยา
เชื้อโรค
อาวุธชีวภาพที่น่าสนใจ
โรคแอนแทรกซ์ (โรคกาลี) เป็นโรคที่ต้องรายงานตามระบบการเฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุขและเป็นโรคที่ต้องรายงานตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์
พ.ศ. 2499 ในประเทศไทยมีรายงานครั้งแรกในปี 2503 หลักจากนั้นมีโรคเกิดขึ้นประปรายทุกปี
และมักเกิดในจังหวัดชายแดนติดต่อกับพม่า ลาว และกัมพูชา สาเหตุเกิดจากการลักลอบนำโค
กระบือ เข้ามา จังหวัดที่มีรายงานบ่อย เช่น เชียงราย พะเยา เชียงใหม่
แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร อุดรธานี อุบลราชธานี นครพนม นครราชสีมา
ขอนแก่น
ข้อมูลจำนวนผู้ป่วยและตายจากโรคแอนแทรกซ์ ปี พ.ศ.2540-2544
|
ปี พ.ศ.
|
จำนวนป่วย
|
จำนวนตาย
|
|
2540
|
38
|
0
|
|
2541
|
39
|
4
|
|
2542
|
14
|
0
|
|
2543
|
16
|
1
|
|
2544 (ถึงตุลาคม)
|
1
|
0
|
องค์การอนามัยโรคได้เคยประมาณว่า หากนำสปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์
หนัก 50 กิโลกรัม ไปโปรยต้นลมเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ของเมืองที่มีประชากร
500,000 คน สามวันต่อมาจะมีผู้ป่วย ถึง 125,000 คน และตายถึง 95,000
คน
กาฬโรค (plaque) เกิดจากเชื้อ yersinia pestes ซึ่งเป็นแบคทีเรีย
อาศัยอยู่ในสัตว์ฟันแทะเป็นแหล่งโรค มีเห็บหนูเป็นพาหะ แต่อาจจะติดต่อทางลมหายใจได้
อาการของกาฬโรคมีชนิดต่อมน้ำเหลือง และเชื้อเข้ากระแสเลือดหรือเป็นปอดบวม
แต่ถ้าเป็นอาวุธชีวภาพจะเป็นแบบปอดบวมมากกว่า อาการจะมีปอดบวมอย่างรุนแรง
ไข้สูง ไอเป็นเลือด โลหิตเป็นพิษ และเสียชีวิต
โรคไข้คิว (Q fever) เป็นโรคติดต่อถึงคนได้ ส่วนใหญ่ติดต่อจากสัตว์เลี้ยง
เช่น แพะ โค กระบือ เกิดจากเชื้อ rickettsia ชื่อ coxiella bernetti
ลักษณะโรคไม่รุนแรงแต่ติดต่อได้ง่าย แพร่ขยายง่าย เชื้อทนความร้อนและความแห้งแล้งได้ดี
จึงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน อาการเริ่มจาก ไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ไอ
ปอดอักเสบ โรคไข้คิวนี้ถือว่าสามารถนำมาทำอาวุธชีวภาพได้และมีอนุภาพพอ
ๆ กับแอนแทรกซ์
โรคบรูเซลโลซีส (abortus fever) มีทั้งหมด 6 สายพันธุ์
แต่ที่ก่อให้เกิดโรคในคน มี 4 สายพันธุ์ คือ brucella mellitensis
เกิดในแพะ brucella suis เกิดในหมู brucella abortus เกิดในกระบือ
brucella canis เกิดในสุนัข การติดต่อในคนเกิดจากการสัมผัสหรือการกินเนื้อ
นม อาการแสดง คือจะมีอาการไข้ อ่อนเพลีย เจ็บหน้าอก แต่มักไม่เป็นปอดบวม
ปวดตามข้อใหญ่ ๆ เยื้อหุ้มหัวใจอักเสบ และสมองอักเสบ
ไข้ทรพิษ (smallpox) เชื้อไข้ทรพิษสามารถแพร่ได้ทางอากาศ
อัตราการตายสูง ตลอดจนเชื้อไวรัสไข้ทรพิษทนต่อสิ่งแวดล้อมได้นาน
ทำให้เป็นอาวุธชีวภาพได้ อาการเริ่มจากไข้ อาเจียน ปวดศีรษะปวดหลัง
2-3 วันจะมีตุ่มขึ้น โดยลักษณะตุ่มจะใส่ในสัปดาห์ที่สอง จากนั้นจะตกสะเก็ดหลุดออกเป็นหลุมสีคล้ำ
ความกังวลขององค์การอนามัยโรคคือ เชื้อไวรัสไข้ทรพิษสามารถเพาะเลี้ยงได้เป็นจำนวนมาก
และเก็บไว้ได้นาน ตลอดจนสามารถดัดแปลงพันธุกรรมให้เป็นไวรัสพันธุ์ใหม่ใช้ทำอาวุธชีวภาพ
คนไทยกับอาวุธชีวภาพ
ไม่แน่ในอนาคตประเทศไทยเราอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาของอาวุธชีวภาพกับเขาบ้างก็อาจเป็นได้
จึงควรมีการเตรียมการตรวจสอบและปรับปรุงระบบสาธารณสุข ให้มีความพร้อม
หากมีปัญหานี้เกิดขึ้น เช่น มีการติดตามข้อมูลข่าวสารระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะ แหล่งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก และศูนย์ควบคุมโรคจากทุกๆ
แห่ง และปรับปรุงการค้นหาและสอบสวนที่รวดเร็ว พัฒนาศักยภาพห้องชันสูตร
เพิ่มความพร้อมในการวินิจฉัยและรักษาโรค และเตรียมความพร้อมทางด้านเวชภัณฑ์
เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรคติดต่อ. สถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในประเทศไทย. เอกสาร
การประชุมเรื่อง การเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและควบคุมปัญหาการใช้อาวุธชีวภาพในประเทศ
กรมควบคุมโรคติดต่อ. รายงานเร่งด่วน โรคติดต่อที่เป็นปัญหาใหม่.
เอกสาร การประชุมเรื่อง การเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและควบคุมปัญหาการใช้อาวุธชีวภาพในประเทศไทย
ประเสริฐ ทองเจริญ . โรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ.
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พ.ศ. 2542 เล่ม 24: 241-276.
ประเสริฐ ทองเจริญ , เชิดศักดิ์ ธีระบุตร. แอนแทรกซ์ โรคกาลี. แพทยสภาสาร
2542: 28:295-323.
Attacks were up last year, U.S. terrorism report says. International
New York Times. May 1,2001(http://www.nytimes/2001/05/01/world/01THRE.html).
U.S. Department of States. Pattern of global terrorism 2000.
Asia overview. http://www.state.gov/s/ct/rls/pgtpt/2000
|