WWW.MOHANAMAI.COM
เชื่อมโยงความคิด ผูกมิตรปวงประชา นำพารูปแบบประชาสังคม นิยมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต สุจริตในแนวทาง
เครือข่ายหมออนามัย
I HOME Iการปฏิรูปสุขภาพ Iอ่านวารสาร Iภาคีหมออนามัย I ข้อมูลพื้นฐาน Iโฮมเพจ สอ./สสอ.I ดาวน์โหลดบทความIความเคลื่อนไหวฯ I ......About usI
เครือข่ายหมออนามัย

รายงานพิเศษ ปีที่ 11 ฉบับที่ 3 ตอน นวก.สอ.กับบทบาทที่ต้องทบทวน (มุมมองจากหมออนามัย)
ศิลา วรบรรพต
[email protected]

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีการประกาศผลสอบ(สัมภาษณ์)นักวิชาการสาธารณสุข คงมีหมออนามัยหลายคนที่ดีใจและเสียใจกับผลที่ออกมา ในการสอบครั้งนี้มีผู้มาสมัครทั้งหมด 3,483 คน (ผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในจำนวนนี้) มาสอบข้อเขียน 3,293 คน สอบผ่านข้อเขียน 1,452 คน (ร้อยละ 44 ) และมาสอบสัมภาษณ์ 1,436 คน และนี่คือยอดที่ขึ้นบัญชีไว้ทั้งหมด เป็นเวลา 2 ปี ช่วงนี้คงเป็นเรื่องกระบวนการปรับเปลี่ยนสายงาน คนที่ทำงานอยู่สถานีอนามัย(สอ.)อยู่แล้วคงไม่มีปัญหาปรับเปลี่ยนสายงาน และคงจะทำให้จะมีนักวิชาการในสอ.ครอบคลุมมากขึ้น

นักวิชาการสาธารณสุขเป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่จะทำให้ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างน้อยที่สุดก็สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับ 7 ได้อย่างแน่นอน (หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในอนาคต) แล้ววันนี้มีคำถามว่า นักวิชาการได้ทำหน้าที่ของนักวิชาการแล้วหรือยัง ? สอ.ที่มีและไม่มีนักวิชาการแตกต่างกันหรือไม่ ? สอ.มีความจำเป็นต้องมีนักวิชาการหรือเปล่า ? คำถามเหล่านี้คงมีอยู่ในใจหมออนามัยทุกคน

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังผลงานวิจัยเชิงคุณภาพเรื่องหนึ่ง เป็นการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานีอนามัยแห่งหนึ่ง ที่น่าสนใจคือ ประชาชนในเขตสอ.นั้นมองสอ.เป็นเพียงร้านชำธรรมดาๆ ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ? ทำไมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับสอ. จึงเป็นแค่ “ผู้ซื้อกับร้านชำ(ผู้ขาย)” ที่ขายยาเท่านั้นหรือ และสอ.แห่งอื่นๆ เป็นเช่นนั้นหรือเปล่า หมออนามัยรู้เช่นนี้รู้สึกอย่างไร

นักวิชาการคือใคร

เราลองหลับตาแล้วนึกถึงภาพของคำว่า “นักวิชาการ” ทั่วไป (ไม่ได้เฉพาะเจาะว่าต้องเป็นนักวิชาการสาธารณสุขนะ) เราจะให้ความหมาย ให้คุณค่ากลุ่มคนเหล่านี้อย่างไร มุมหนึ่งอาจจะมองว่า นักวิชาการคือผู้ที่มีความคิดความอ่านสูง โดยเฉพาะในเรื่องที่นักวิชาการท่านนั้นให้ความสนใจเป็นพิเศษ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงในศาสตร์นั้น มีความรอบรู้ รอบครอบ และความละเอียดลึกซึ้งในเรื่องที่ท่านรู้ หรืออีกแง่มุมหนึ่งอาจมองว่า นักวิชาการคือผู้ที่รู้แต่เชิงทฤษฎี แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องในด้านปฏิบัติ อีกทั้งพูดและเขียนอะไรก็ยากต่อการเข้าใจ “ทำเรื่องง่ายเป็นเรื่องยาก” โดยนัยแล้วก็คือไม่ค่อยรู้อะไรจริง อย่างดีก็รู้แค่ที่มีอยู่ในตำรา หรือบางคนอาจมองว่า นักวิชาการคือเจ้าหน้าที่ที่มีภารกิจในสายงานวิชาการซึ่งตามหน่วยงานต่างๆ ก็มักนิยมมีกันเพื่อให้ทันสมัยตามกระแสโลกของการบริหารองค์กร ซึ่งโดยเฉพาะในหน่วยงานราชการส่วนใหญ่แล้วก็เป็นข้าราชการที่ไม่ค่อยมีความรู้ทางวิชาการในภารกิจที่หน่วยงานตัวเองรับผิดชอบมากนัก และก็มักทำงานปฏิบัติการไม่เป็น ซึ่งก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่พบเจอนักวิชาการแต่ละท่าน แต่ละสาขาวิชา และแต่ละหน่วยงานกันไป

นักวิชาการสาธารณสุข คือใคร

ผลจากแผน 7 และโครงการทสอ. ทำให้มีการกำหนดกรอบอัตรากำลัง 3 ปี รอบที่ 3 (2538-2540) ได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ. ให้สอ.มีตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข 3-5 / 6ว. / 7 ว. จำนวน 1 ตำแหน่ง ในการกำหนดตำแหน่งนักวิชาการในส่วนราชการนั้นๆ ก.พ.มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ

1.เพื่อให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากส่วนราชการจะสามารถสรรหาผู้มีความรู้ ความสามารถและความชำนาญอย่างสูงเฉพาะบุคคลในด้านต่างๆ มาทำหน้าที่ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย เพื่อค้นหาปัญหา สาเหตุของปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ไขที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ ตลอดจนการให้บริการหรือปฏิบัติงานบางอย่าง

2.เพื่อให้ผู้มีความรู้ ความสามารถและความชำนาญงานอย่างสูงเฉพาะตัว ได้มีโอกาสก้าวหน้าในตำแหน่งระดับสูงกว่าเดิม ทัดเทียมกับตำแหน่งหัวหน้าหรือรองหัวหน้าหน่วยงาน เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้มีความรู้ความสามารถ ได้อยู่ปฏิบัติงานในภาคราชการมากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุผลที่ว่า สภาพปัญหาแต่ละแห่ง แต่ละพื้นที่แตกต่างกัน การจะใช้วิธีเดียวกัน แบบแผนเดียวกัน นโยบายเดียวกัน แก้ปัญหาในทุกพื้นที่ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นักวิชาการในสถานีอนามัยจะต้องค้นคว้าสภาพปัญหา ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งถึงปัญหานั้น และหาแนวทางแก้ไขปัญหานั้นๆ และหากไม่สำเร็จก็จะต้องหาสาเหตุและแก้ไขจุดบกพร่องต่อไป เมื่อแก้ไขปัญหาได้แล้วก็ควรที่จะนำเสนอผลงาน นักวิชาการสาธารณสุขน่าจะได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่รู้ลึกซึ้งถึงสภาพพื้นที่ของตนเอง เป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงในเขตรับผิดชอบของตนเอง ต้องสามารถปรับนโยบายสู่การปฏิบัติได้ ไม่ใช่นั่งรอนอนรอให้นักวิชาการจากกระทรวง จากกรมหรือจากหน่วยงานอื่นๆ เป็นคนสั่งให้ทำโน่นทำนี้อย่างเดียว

คาดหวังอะไรกับนักวิชาการ สอ.

ก.พ.ได้กำหนดมาตรฐาน โดยแบ่งและแยกหน้าที่ความรับผิดชอบของนักวิชาการสาธารณสุขไว้ ดังนี้

หน้าที่ความรับผิดชอบ

ระดับ

3

4

5

6

7

1.วิเคราะห์ปัญหาสาธารณสุข

/

/

/

/

/

2.ประมวลผลปัญหาสาธารณสุข

/

/

/

/

/

3.วินิจฉัยปัญหาสาธารณสุข

/

/

/

/

/

4.วางแผนงานสาธารณสุข

/

/

/

/

/

5.วางระบบข้อมูลข่าวสารสาธารณสุข

/

/

/

/

/

6.จัดระบบควบคุมกำกับการปฏิบัติงาน

-

/

/

/

/

7.วิจัยเกี่ยวกับสถานะสุขภาพ

/

/

/

/

/

8.วิจัยเกี่ยวกับการบริหารสาธารณสุข

/

/

/

/

/

9.ประเมินผลการดำเนินงานสาธารณสุข

/

/

/

/

/

10.ให้คำปรึกษา แนะนำด้านวิชาการ

-

/

/

/

/

11.อำนวยการประสานงานดำเนินการ

-

-

/

/

/

12.ฝึกอบรม สอน

-

-

-

/

/

13.ร่วมประชุมกำหนดนโยบายและแผน

-

-

-

/

/

14.กำหนดนโยบายสาธารณสุข

-

-

-

-

/

15.วางมาตรฐานการดำเนินงาน

-

-

-

-

/

จะเห็นว่าในการกำหนดมาตรฐานวิชาการนั้นจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมอย่างน้อย 5 ขั้นตอน คือ

1.วิชาการเป็นเรื่องของการวัด วัดสิ่งที่ต้องการรู้ ทั้งนี้การวัดต้องแม่นตรง คือ สามารถวัดสิ่งที่ต้องการวัดได้ และต้องเชื่อถือได้ คือ วัดกี่ครั้งหรือใช้ใครวัดก็ต้องได้ผลเหมือนกัน

2.วิชาการเกี่ยวข้องกับการค้นหาสาเหตุและผลภายในปรากฏการณ์และรวมถึงการพิสูจน์ให้เห็นจริงด้วยหลักฐานที่คนธรรมดารับรู้ได้

3.องค์ความรู้ที่ได้พิสูจน์แล้ว จะถูกบันทึกไว้ในรูปรายงานผลการวิจัย ตำรา และถูกนำไปศึกษา ทบทวน ตรวจสอบหรือแม้กระทั้งท้าทายลบล้างอยู่ตลอดเวลาโดยนักวิชาการรุ่นหลัง

4.การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง

5.การวัดผลสำเร็จและหากไม่สำเร็จต้องค้นหาสาเหตุให้ได้ว่าเป็นเพราะอะไร

กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้หากทำอย่างเป็นระบบและอย่างมีแบบแผนแล้ว ก็คือกระบวนการการทำวิจัยนั่นเอง เพราะฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่าโดยบทบาทและหน้าที่ของนักวิชาการแล้ว นักวิชาการมีหน้าที่ต้องศึกษาค้นหาปัญหาแต่ละพื้นที่และค้นคว้าหาแนวทางแก้ไข พร้อมทั้งนำเสนอผลงานหรือองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาในรูปของผลงานวิชาการและงานวิจัยเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นต่อไป

บทบาทที่เห็นและเป็นอยู่

ที่ผ่านมา จะเห็นว่านักวิชาการสาธารณสุขก็จะมาจากเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชนที่มีโอกาส มีความมานะพยายามใฝ่คว้าหาความรู้จนได้รับวุฒิปริญญาตรีและสอบเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งนักวิชาการนั่นเอง อาจจะเป็นด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้(บางครั้ง)นักวิชาการสาธารณสุขมักจะลืมบทบาทของนักวิชาการไป แต่ยังคงแสดงบทบาทของเจ้าพนักงานสาธารณสุขเช่นเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบทบาทของนักวิชาการย่อมแตกต่างกันไป ตามแต่โอกาสและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ขอยกผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับบทบาทและผลการปฏิบัติงานของนักวิชาการ เพื่อให้เห็นสภาพการปฏิบัติงานของนักวิชาการที่ผ่านมา ดังนี้

· พรเจริญ บัวพุ่ม ศึกษาเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในงานกับการปฏิบัติงานตามบทบาทนักวิชาการสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยเขต 2 จำนวน 290 คน เมื่อปี 2543 พบว่า นักวิชาการสาธารณสุขมีความพึงพอใจในงานรวมทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง บทบาทที่นักวิชาการสาธารณสุขส่วนใหญ่ปฏิบัติ ได้แก่ การอำนวยการและประสานการดำเนินงาน การฝึกอบรมและสอน การวินิจฉัยปัญหาสาธารณสุข การวางแผนงานสาธารณสุข การให้คำปรึกษาทางด้านวิชาการ การประมวลผลปัญหาสาธารณสุข ในส่วนบทบาทที่นักวิชาการสาธารณสุขส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิบัติ คือ การวิจัยเกี่ยวกับการบริหารสาธารณสุขกับการวิจัยเกี่ยวกับสถานะสุขภาพ

· พรชัย เลิศหลาย ศึกษาเรื่อง การปฏิบัติงานตามบทบาทของนักวิชาการสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในสอ. เขต 4 จำนวน 198 คน เมื่อปี 2543 พบว่า ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติงานตามบทบาทในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และการปฏิบัติงานตามบทบาทแต่ละด้าน พบว่า บทบาทด้านการบริการมากที่สุด รองลงมาเป็นด้านบริหาร และที่สำคัญบทบาทที่ปฏิบัติน้อยที่สุดคือบทบาทด้านวิชาการ

· ไพรัช สุวรรณเนกข์ ศึกษาเรื่อง การประเมินการปฏิบัติงานสาธารณสุขของนักวิชาการสาธารณสุขระดับตำบลในเขต 8 จำนวน 141 คน เมื่อปี 2542 พบว่า ผลการปฏิบัติงานด้านความครอบคลุมและความครบถ้วนตามกลุ่มงานในหน้าที่ความรับผิดชอบอยูในระดับดีมาก และเมื่อจำแนกเป็นรายด้านแล้ว พบว่า กลุ่มงานด้านที่ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานอยู่ในระดับดีมากคือ การควบคุมกำกับงาน (46.2%) และด้านการใช้ข้อมูลในการวางแผน (39.4%) และกลุ่มงานด้านที่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับพอใช้และควรปรับปรุงคือ การวิจัย (50% และ 32.6%) ในขณะที่ด้านความครบถ้วนนั้น ส่วนใหญ่อยู่ในระดับดีมากทุกด้าน ยกเว้นด้านการวิจัยที่ส่วนใหญ่อยู่ระดับพอใช้ (56%) และควรปรับปรุง (32.6%)

จากผลการวิจัยทั้ง 3 เรื่อง สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันและอยู่ในข้อเสนอแนะของการวิจัยคือ นักวิชาการสาธารณสุขควรพัฒนาในเรื่องการทำวิจัย เพื่อพัฒนางานในความรับผิดชอบตามบทบาทของนักวิชาการ และการจะพัฒนาในเรื่องการทำวิจัยได้นั้น สสอ. คปสอ. สสจ. ศูนย์วิชาการเขต วิทยาลัยการสาธารณสุข วิทยาลัยพยาบาล สถาบันพระบรมราชชนก และรวมถึงมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคต่างๆ ควรจะมีบทบาทในส่วนนี้ เพื่อช่วยแนะนำการทำศึกษาวิจัย รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลข่าวสาร งบประมาณ และเป็นการเรียนรู้ร่วมกันอีกด้วย

ในปัจจุบันงานวิชาการ งานวิจัยต่างๆ ที่เป็นผลงานของนักวิชาการระดับสถานีอนามัยมีน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย และที่มีบ้างก็เป็นเรื่องของการทำผลงานวิชาการเพื่อเลื่อนระดับที่สูงขึ้น หรือการทำวิทยานิพนธ์เพื่อปริญญาของผู้ที่ลาศึกษาต่อ ซึ่งไม่ใช่เกิดจากความต้องการค้นหาปัญหา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่เลย

ปฏิรูประบบสุขภาพ : โอกาสนักวิชาการโชว์ “กึ๋น”

ที่ผ่านมางานสาธารณสุขได้มุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยี ขยายโรงพยาบาลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ สร้างสถานีอนามัยให้ครบทุกตำบล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่เน้นซ่อมสุขภาพ และผลสุดท้ายกาลเวลาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “เดินผิดทาง” ยิ่งสร้างโรงพยาบาล พัฒนาเทคโนโลยี ผลิตแพทย์ พยาบาล มากเท่าไร จำนวนคนไข้ก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว เป็นลักษณะที่ว่ายิ่งแก้ปัญหาก็ยิ่งเพิ่มปัญหามากขึ้น จึงมีการเปลี่ยนมุมมองเรื่องสุขภาพกันใหม่ จากเดิมที่เน้น “ซ่อมสุขภาพ” มาเป็นการ “สร้างสุขภาพ” คือการส่งเสริมสุขภาพ โดยบุคลากรสาธารณสุข(ทุกสาขา)ต้องปรับบทบาทจาก “ซ่อม” เป็น “สร้าง” ถึงเวลาแล้วที่หมออนามัยเราจะแสดงบทบาทที่ควรจะเป็น นักวิชาการที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยก็เช่นกัน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำหน้าที่นักวิชาการสาธารณสุขผู้ซึ่งจะต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ ความคิดความอ่าน และเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริงในการดำเนินงานด้านสุขภาพของประชาชนในเขตรับผิดชอบของตนต่อไป

สรุป

งานวิชาการไม่ใช่เป็นเรื่องที่ใกล้เกินตัวหมออนามัยเรา ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอย่างที่หลายคนเข้าใจ เป็นเรื่องใกล้ตัวเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ขอย้ำว่างานวิชาการ คือ “การสืบค้นข้อมูลอย่างเป็นระบบ” หรือ “การค้นหาข้อมูลใหม่ ความรู้ใหม่ เพื่อนำมาใช้ตัดสินใจสำหรับการทำงานในแต่ละสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ให้ดียิ่งขึ้น” โดย “ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรทางสถิติที่ลึกลับซับซ้อนเสมอไป” และ “ทำได้กับทุกงาน ทุกแห่ง ทุกที่” จริงๆ แล้วหมออนามัยเราต้องฝึกทำงานวิชาการกันทุกคน มิใช่เป็นหน้าที่ของนักวิชาการเพียงคนเดียวเท่านั้น และถึงเวลาหรือยังที่เราต้องทบทวนกับบทบาทที่เป็นอยู่ !

เอกสารอ้างอิง

ไพรัช สุวรรณเนกข์. (2542). การประเมินการปฏิบัติงานสาธารณสุขของนักวิชาการสาธารณสุขระดับตำบลในเขต 8.

วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต(สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกบริหารสาธารณสุข บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

พรเจริญ บัวพุ่ม. (2543). ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในงานกับการปฏิบัติงานตามบทบาทนักวิชาการสาธารณ

สุขที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัย เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต(สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกบริหารสาธารณสุข บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

พรชัย เลิศหลาย. (2543). การปฏิบัติงานตามบทบาทของนักวิชาการสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัย เขต 4.

วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต(สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกบริหารสาธารณสุข บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

อรรณพ พงษ์วาทและสมโชค อ่องสกุล ,บรรณาธิการ. (2532). การพัฒนาการอาจารย์ในบทบาทนักวิชาการ : รวมบทความว่าด้วยความเป็น

นักวิชาการ. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

วารสารหมออนามัย ปีที่ 5 ฉบับ 3 (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2538) . หมออนามัยกับการทำผลงานวิชาการ(ขึ้น ว), หน้า 9-14.

วารสารหมออนามัย ปีที่ 7 ฉบับ 2 (กันยายน – ตุลาคม 2540) . ทุกขลาภของนักวิชาการรุ่นใหม่, หน้า 57-64.

เปิดใจหมออนามัย


ผู้ที่สอบนักวิชาการสาธารณสุข ได้อันดับ 1 ของปี 2544

นายสมบัติ วายทุกข์ จ.อุบลราชธานี

ตำแหน่ง จนท.บริหารงานสาธารณสุข 6 อายุ 37 ปี

ที่ทำงาน สอ.บ้านบัวยาง ต.ดุมใหญ่ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี

ประวัติการเรียน · ประกาศนียบัตรเจ้าพนักงานสาธารณสุข จาก วสส.ชลบุรี ปี 2528

· ปริญญาตรีสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต มสธ. ปี 2533

ผลงานเด่นที่สำคัญ · ปี 2531 รณรงค์สร้างส้วมครบ 100 % ของตำบลไผ่ใหญ่ และได้รับรางวัลจากอธิบดีกรมอนามัย

· ปี 2537 ประกวดสถานีอนามัยได้รับรางวัลสถานีอนามัยดีเด่นของอำเภอ

· ปี 2543 ได้รับรางวัลการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกดีเด่น (พื้นที่ปลอดไข้เลือดออก)

· ปี 2544 ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับ 3 หมู่บ้านปลอดลูกน้ำยุงลายของจังหวัด

“ ด้วยเป็นลูกอีสาน เป็นลูกชาวนา เห็นความทุกข์ยาก ลำบากของพี่น้องในชนบทมาโดยตลอด เมื่อมีโอกาสได้มาเป็นหมออนามัย จึงตั้งอุดมการณ์ในการทำงานไว้ว่า จะตั้งใจทำงาน จะช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาทางด้านสุขภาพให้มากที่สุด และเชื่อว่าหมออนามัยไม่ว่าจะทำงานที่ใด ตำแหน่งใด หากมีความตั้งใจ ย่อมค้นหาเส้นทางที่จะก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นตั้งใจ แม้มีอุปสรรคต่างๆ ก็ตาม แต่นั่นเป็นบททดสอบความมุ่งมั่น ว่าพร้อมที่จะก้าวต่อไปหรือไม่

ดีใจที่สอบผ่านนักวิชาการ ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้อันดับที่ดีอะไรหรอก ขอให้ผ่านก็ดีใจแล้ว เพราะทำงานอยู่บ้านนอก อยู่สอ. อยู่ไกลข้อมูลข่าวสาร คงจะสู้คนที่อยู่เจริญไม่ได้ และต้องสอบทั้ง 2 ภาค คือ ภาค ก. และภาค ข. โดยเฉพาะภาค ก. ยากมาก คนที่สอบไม่ผ่าน คงตกภาคนี้กัน ก็พยายามอ่านหนังสือ วารสาร คู่มือต่างๆ จากที่ส่วนกลางส่งไปให้ พยายามไม่ให้เคร่งเครียดจนเกินไป และต้องแบ่งเวลา อย่างที่รู้งานสอ. มีมากมาย แต่นั่นแหละถ้าเราตั้งใจจริง และหมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ การอ่านหนังสือเป็นการเพิ่มความรู้ ซึ่งการอ่านถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อม แม้จะไม่มีการสอบ ก็ต้องอ่าน อ่านมากได้มาก อ่านแล้วคิด แล้วจำ หมั่นติดตามข้อมูลข่าวสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือซักถามคนที่มีประสบการณ์ด้วย

ตอนแรกก็คิดแล้วคิดอีกว่าจะสมัครสอบหรือไม่ เพราะตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารฯ 6 รู้ว่ามันยุ่งยากในการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง แต่ก็คิดว่าสอบไว้ก่อน เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับตัวเอง เพราะนักวิชาการไปจนถึงซี 7 แม้รู้ว่าอาจต้องถอยหลังมาหนึ่งก้าวก็ไม่เป็นไร เพื่อก้าวไปข้างหน้าอีกหลายก้าว ดีกว่าหยุดกับที่ หรือเปลี่ยนไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ก็จะยังตั้งใจทำงานทั้งงานบริหาร บริการ และวิชาการ เหมือนเดิม แม้รู้ว่ามีข้อจำกัดในด้านบุคลากร งบประมาณ ทรัพยากร ก็จะพยายามใช้ความรู้ความสามารถในบริหารจัดการ ช่วยในการวางแผนจัดการทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อให้ประโยชน์สูงสุด ”

…ด้วยใจที่มุ่งหวัง ได้ตั้งใจมุ่งหมาย

จึงพลีทั้งใจกาย เลือกเดินสายอนามัย

แม้นมีอุปสรรค ใจรักไม่หวั่นไหว

เหนื่อยล้าสักเพียงใด จะก้าวไปเพื่อปวงชน

 

 

 

สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1