WWW.MOHANAMAI.COM
เชื่อมโยงความคิด ผูกมิตรปวงประชา นำพารูปแบบประชาสังคม นิยมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต สุจริตในแนวทาง
เครือข่ายหมออนามัย
I HOME Iการปฏิรูปสุขภาพ Iอ่านวารสาร Iภาคีหมออนามัย I ข้อมูลพื้นฐาน Iโฮมเพจ สอ./สสอ.I ดาวน์โหลดบทความIความเคลื่อนไหวฯ I ......About usI
เครือข่ายหมออนามัย
บทบรรณาธิการ
30 บาทรักษาทุกโรคกับการยกระดับปัญญาของสังคม

เมื่อคนเราประสบกับวิกฤตหรือเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงจะมีการตอบสนอง 4 ระยะ คือ หนึ่ง ช็อก งงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทำอะไรไม่ถูก สอง ต่อต้าน ไม่ยอมรับ ไม่ยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สาม เซ็ง ถ้าต่อต้านไม่สำเร็จ และสี่ ยอมรับแล้วก็ปรับตัวเข้ากับสถานภาพใหม่
"30 บาทรักษาทุกโรค" หรือโครงการสร้างหลักประกันการเข้าถึงบริการสุขภาพถ้วนหน้าของรัฐบาล คือการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่กระทบกับผู้บริหารและบุคลากรสาธารณสุขอย่างเต็มๆ บางจังหวัดลงมือทำมาแล้วราวครึ่งปี หลายจังหวัดเพิ่งลงมือทำได้ไม่นานนัก จึงเชื่อว่าแต่ละคนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในระยะต่างๆ แตกต่างกันออกไป คนที่มีความรู้สึกช้าหน่อยก็อาจจะยังช็อกอยู่ หลายคนกำลังต่อต้านอยากให้อะไรๆ เป็นเหมือนเก่า ( อย่างที่ได้ยินมาว่าคนบางส่วนในกองสาธารณสุขภูมิภาคกับกองโรงพยาบาลภูมิภาค รวมทั้งผู้บริหารบางคน ยังพยายามให้มีการแยกกองเหมือนเดิม ! ) บางคนเซ็ง แต่หลายคนยอมรับได้เร็วและกำลังปรับตัว ปรับวิธีการทำงานอย่างขะมักเขม้น ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับทัศนคติและทักษะต่อการเผชิญความเปลี่ยนแปลงของแต่ละคน ถ้ามีใครลองทำวิจัยดูคงจะได้ข้อมูลที่น่าสนใจมากทีเดียว

"30 บาทรักษาทุกโรค"
ทำให้สัมพันธภาพระหว่างผู้ให้บริการที่มีอำนาจสูงกว่าผู้รับบริการเปลี่ยนมาเป็นความสัมพันธ์ที่มีความเท่าเทียมกันมากขึ้น เพราะประชาชนกลายเป็น "ผู้มีสิทธิ์" ในการรับบริการ ผู้ให้บริการ "มีหน้าที่" จัดบริการ ตรงนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่เปลี่ยนไม่ได้แบบชั่วข้ามคืน คงจะมีปัญหามีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกมาก

ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้กันไป ปรับเปลี่ยนกันไปอีกนานของความผูกพัน
"30 บาทรักษาทุกโรค" ทำให้ผู้บริหารและบุคลากรสาธารณสุขต้องคิดค้นวิธีการทำงานแบบพึ่งพากันระหว่างสถานบริการต่างระดับ จะทำงานแบบเป็นอาณาจักรใครอาณาจักรมัน อยู่โดดๆ คิดเดียวๆ ทำงานดุ่ยๆต่อไปแบบเดิมอีกไม่ได้ ซึ่งประเด็นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องทำง่ายๆ เช่นกัน เพราะวัฒนธรรมการทำงานในอดีตไม่ได้เป็นเช่นนี้ แม้สถานบริการอยู่ในสังกัดเดียวกันก็ยังต่างคนต่างทำ ยิ่งต่างสังกัดยิ่งแล้วใหญ่ พอระบบใหม่ให้ต้องทำงานรับผิดชอบร่วมกัน โดยถูกกำหนดกติกาใหม่ว่า ต้องใช้เงินก้อนเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาปรับกันอีกนาน
"30 บาทรักษาทุกโรค" ทำให้ผู้บริหารและบุคลากรสาธารณสุขต้องคิดถึงเรื่องเศรษฐศาสตร์มากขึ้น คิดถึงต้นทุน คิดถึงค่าใช้จ่ายกัน (cost conciousness) ซึ่งเป็นข้อดีในแง่ของการทำงานให้มีประสิทธิภาพ แต่ก็มีโอกาสกลายเป็นข้อเสีย ถ้าให้ความสำคัญกับเรื่องเงินมากไป เพราะจะทำให้สัมพันธภาพระหว่างสถานบริการ และระหว่างบุคลากรกับประชาชนเสียหาย เรื่องความเอื้ออาทร เรื่องน้ำใจไมตรี ความสมานฉันท์อาจลดน้อยลงไปได้ "30 บาทรักษาทุกโรค" คาดว่าจะทำให้เกิดและทำงานสร้างสุขภาพเชิงรุกมากขึ้นกว่าเดิมแทนที่จะเน้นตั้งรับเพื่อซ่อมสุขภาพเสียอย่างเคยๆ แต่จะเป็นจริงได้หรือเปล่า คงต้องถามดูกันต่อไปอีกนาน "
30 บาทรักษาทุกโรค" จะทำให้เกิด ฯลฯ อีกหลายประเด็นที่ล้วนกระทบกับทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริหารและบุคลากรสาธารณสุข ตลอดจนของประชาชนเองด้วย ฝ่ายการเมืองหยิบชิ้นปลามัน เอาคะแนนนิยมไปกินแล้ว ก็อย่าลืมเอาใจใส่บริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังและจริงใจด้วย เพื่อให้ทุกอย่างเกิดเป็นการเรียนรู้ร่วมกันของทุกฝ่าย อันเป็นการยกระดับปัญญาของสังคมไปพร้อมๆ กัน นี่เป็นโอกาสทองของสังคมไทยที่สำคัญกว่าบัตรทอง

กอง บ.ก.วิชาการ

 

สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1