WWW.MOHANAMAI.COM
เชื่อมโยงความคิด ผูกมิตรปวงประชา นำพารูปแบบประชาสังคม นิยมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต สุจริตในแนวทาง
เครือข่ายหมออนามัย
I HOME Iการปฏิรูปสุขภาพ Iอ่านวารสาร Iภาคีหมออนามัย I ข้อมูลพื้นฐาน Iโฮมเพจ สอ./สสอ.I ดาวน์โหลดบทความIความเคลื่อนไหวฯ I ......About usI
เครือข่ายหมออนามัย

การพัฒนาระบบบริการตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
โดย นายแพทย์ธำรง ทัศนาญชลี พ.บ.ว.ว.(จิตเวช) น.บ. M.P.A.
ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข

ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพของประชาชนมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ระบบบริการสุขภาพของภาครัฐและเอกชนยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้มารับบริการได้ทั้งหมด บริการสุขภาพยังเข้าถึกได้ยาก ขาดประสิทธิภาพและคุณภาพมาตรฐาน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน นอกจากนั้นระบบบริการสุขภาพเดิม ยังมุ่งเน้นการ " ซ่อมสุขภาพ " มากกว่าการ "สร้างสุขภาพ " ทำให้เกิดการใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิ์ภาพเท่าที่ควร ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ (การรักษาพยาบาล) เพิ่มขึ้นทุกปี แต่หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแล้ว งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจะเป็นงบประมาณแบบปลายปิด เพื่อให้สามรถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและให้มีการใช้จ่ายที่มีประสิทธิ์ภาพสูงสุดต่อไป โดยนโยบายการสร้างหลักประกันสุขภาพมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการคุ้มครองด้านสุขภาพแก่ประชาชน ให้สามารถเข้าถึงบริการได้โดยสะดวก รวดเร็ว ด้วยบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นบริการที่ใกล้บ้าน- ใกล้ใจ เป็นระบบบริการที่ต่อเนื่อง และเป็นบริการแบบองค์รวม ที่เชื่อมโยงทั้งกาย ใจ จิตวิญญาณ และสังคม ตลอดทั้งสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการดูแล "คน" มากกว่าการรักษา "โรค" แต่เพียงอย่างเดียว

ระบบบริการสุขภาพตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่

    1. หน่วยบริการระดับปฐมภูมิ (CPU: contracting unit for primary care ) โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้ความสำคัญกับการจัดให้มีหน่วยบริการปฐมภูมิ (CPU) ให้บริการเป็นด่านแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ชนบทห่างไกลทุรกันดารได้รับบริการตามสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียมกับบริการในเขตเมือง ด้วยความสะดวก และรวดเร็ว มีคุณภาพมาตรฐาน มีแพทย์/พยาบาล เป็นผู้ให้บริการและมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอื่นร่วมเป็นทีมงานบริการที่เป็นบริการที่ผสมผสานทั้ง 4 มิติ โดยมีจุดให้บริการใน/นอกสถานพยาบาล ซึ่งหมายรวมถึงโรงพยาบาลชุมชน ศูนย์บริการสาธารณสุขของเทศบาล โรงพยาบาล/คลีนิกเอกชน ที่มีแพทย์ปฏิบัติงานประจำ ไม่น้อยกว่า 56 ชั่วโมง/สัปดาห์ สามารถขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิได้ หรือเรียกเป็น Main Contractor สำหรับสถานีอนามัย เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิรอง (Sub - Contractor) ภายใต้เครือข่ายของโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ในจังหวัดนั้นๆ
    2. หน่วยบริการระดับทุติยภูมิ (CUS: contracting unit for secondary care) หมายถึง หน่วยงานที่ให้บริการผู้ป่วยในเป็นหลัก ซึ่งรับการส่งต่อผู้ป่วยมาจากสถานพยาบาลระดับต้น ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนที่สนใจจะเข้าร่วมเป็นเครือข่ายทุติยภูมิ
    3. หน่วยบริการระดับตติยภูมิ (CUT: contracting unit for Tertiry Care) หมายถึงบริการเฉพาะทางที่ใช้เทคโนโลยีสูง ได้แก่โรงพยาบาลเฉพาะทาง โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย หรือโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งได้รับการส่งต่อผู้ป่วยมาจากสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิ

ซึ่งทุกจังหวัดในเขต 7 มีการจัดบริการปฐมภูมิเพื่อรองรับโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากันอยู่แล้ว แต่ควรจะต้องคำนึงถึง ลักษณะของหน่วยบริการปฐมภูมิที่ดีไว้ด้วย

ลักษณะหน่วยบริการปฐมภูมิที่ดี จะต้องเป็นบริการ ดังนี้

    1. เป็นการจัดบริการที่ยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางเป็นหลัก (People Center) ประชาชนเข้าถึงบริการได้โดยสะดวก เป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพ สามารถดูแลประชาชนทุกกลุ่มอายุและทุกกลุ่มโรคได้ตามมาตรฐาน
    2. เป็นการจัดบริการที่ดูแลสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง (Ongoing Care) รู้จักประชาชนผู้รับบริการ ประชาชนรู้จักผู้ให้บริการ มีการดูแลตั้งแต่ยังไม่ป่วย ดูแลเมื่อป่วย จนถึงการตาย
    3. เป็นการจัดบริการที่ดูแลสุขภาพประชาชนอย่างผสมผสาน ตามความจำเป็นของผู้รับบริการ ที่เกี่ยวข้องกับ กาย จิต สังคมและเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง
    4. เป็นหน่วยบริการที่ส่งต่อและเชื่อมโยงกับบริการอื่นๆ ที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็วและทันการณ์

การจัดหน่วยบริการปฐมภูมิที่พึงประสงค์ของเขต 7 ปี 2545

การจัดหน่วยบริการปฐมภูมิในเขตเมือง

การจัดหน่วยบริการปฐมภูมิในเขตชนบท

1. ดูแลประชากรไม่เกิน 30,000 คน

1. ดูแลประชากรประมาณ 10,000 คน

2. ที่ตั้งอยู่ใน/นอกโรงพยาบาล 1-2 แห่ง เพื่อดูแลประชาชนที่อยู่ในชุมชนรอบๆ

2. ตั้งอยู่ในอาคารสถานีอนามัย ที่มีทางคมนาคมสะดวก เป็นศูนย์กลางการติดต่อ

3. มีอาคารสถานที่ มีห้อง มีพื้นที่การให้บริการที่สะดวกสบาย มีการไหลเวียนของบริการตามขั้นตอนปราศจากสิ่งกีดขวางการสื่อสาร

3. มีสถานที่ เพื่อให้บริการตั้งรับที่ผู้รับบริการสามารถขึ้นลงได้โดยสะดวก มีการไหลเวียนของบริการตามขั้นตอน

4. มีทีมงานที่รับผิดชอบของชุมชนที่ชัดเจน รู้จักประชาชน มีการสำรวจชุมชนและมีการวางแผนแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม

4. มีผู้รับผิดชอบประจำครอบครัวที่ชัดเจน มีบริการเชิงรุก มีการสำรวจชุมชนและมีการวางแผนแก้ไขปัญหาชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม ตั้งกลุ่ม/ชมรมเพื่อพึ่งพากัน

5. การจัดบริการครอบคลุมการบริการทั้ง 4 มิติ และมีการพัฒนาระบบบริการให้มีคุณภาพมาตรฐาน เช่น 5ส , ISO , HA ในปีแรกเน้นความปลอดภัยด้านกายภาพและคน การทบทวนความเหมาะสมและผลลัพธ์ของงานบริการ

5. การจัดบริการคลอบคลุมบริการทั้ง4 มิติ และมีการพัฒนาระบบบริการให้มีคุณภาพมาตรฐาน เช่น 5ส , ISO , HA ในปีแรกเน้นความปลอดภัยด้านกายภาพและคน การทบทวนความเหมาะ

สมและผลลัพธ์ของงานบริการ

6. มีแพทย์ปฏิบัติงานประจำที่หน่วย 1 คน มีทันตแพทย์/เภสัชกร ร่วมปฏิบัติงานบางครั้งและร่วมเป็นทีมที่ปรึกษา มีพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติงานประจำทุกวันอย่างน้อย 2 คน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/เจ้าหน้าที่อื่นๆ(ที่ปฏิบัติงานอยู่เดิม)ร่วมเป็นทีมงาน

6. มีแพทย์ปฏิบัติงานอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง มีทันตแพทย์/เภสัชกร ร่วมปฏิบัติบางครั้งและร่วมเป็นทีมที่ปรึกษา มีพยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติงานประจำทุกวันอย่างน้อย 1 คน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/เจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่ประจำอยู่ที่สถานีอนามัยร่วมปฏิบัติงาน 2-3 คน

7. มีระบบข้อมูล (Program THO ) ที่สมบูรณ์ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน สามารถสืบค้นข้อมูลเพื่อให้บริการที่ต่อเนื่องได้ง่าย

7. มีระบบข้อมูล (Program THO ) ที่สมบูรณ์ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน สามารถสืบค้นข้อมูลเพื่อให้บริการที่ต่อเนื่องได้ง่าย

8. มีการประชุมปรึกษาหารือ เพื่อการแก้ไข ปัญหาในการให้บริการต่างๆเป็นประจำและต่อเนื่อง

8. มีการประชุมปรึกษาหารือ เพื่อการแก้ไข ปัญหาในการให้บริการต่างๆเป็นประจำและต่อเนื่อง

สำหรับสถานีอนามัยที่ยังไม่ได้จัดเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในปีแรก เครือข่ายบริการ (Main Contractor ) ต้องจัดให้มีการพัฒนาเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยให้มีความรู้ด้านเวชปฏิบัติครอบครัว การตรวจรักษาโรคง่ายๆ ในเบื้องต้น การให้บริการเยี่ยมบ้านและการสำรวจแฟ้มอนามัยครอบครัว เพื่อวิเคราห์ปัญหาสุขภาพและวางแผนแก้ไขปัญหาโดยชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานทั้งบริการตั้งรับและบริการเชิงรุกที่มีประสิทธภาพมากยิ่งขึ้น โดยแต่ละเครือข่ายบริการควรกำหนดเป้าหมาย ในการพัฒนาเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยให้มีศักยภาพสูงขึ้น รวมทั้งการสนับสนุนบุคลากร วัสดุ ครุภัณฑ์ ให้เพียงพอต่อการให้บริการ ภายใต้การกำกับ ดูแลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในถานะผู้ซื้อบริการ (Purchaser ) ซึ่งต้องรักษาผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนมากขึ้นตามนโยบายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1