Chapter Third : Heavenly Times



”พี่...พี่มาได้ไงเนี่ย พ่อหนูจ้างพี่มาหรอ.....”
”อ้อ ใช่แล้วล่ะครับ” เขาพูดพลางนึกเรื่องเมื่อเช้า เขาไปบริษัทค่ายเทปของเขาในคราบ koch แล้วเผอิญจู่ๆ หัวหน้าเขาก็เรียกพบ (คุยเรื่องงานนิดหน่อย)แล้วพ่อของเฟร์ก็มาที่บริษัทนี้ และด้วยความบังเอิญก็มาเห็น koch เข้าพอดี เขาซึ่งรู้จักและสนิทสนมกับหัวหน้าของ koch มาตั้งแต่เด็ก จึงขอยืมตัว koch จากหัวหน้าเขามาทำงานนี้ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า “ยืมจากเพื่อนจะได้จ้างได้ในราคาถูกๆ” koch เลยต้องมาทำงานนี้นี่เอง (หัวหน้าแอบกระซิบ ช่วยๆหน่อยนะ ulty ถือว่าเป็นจ็อบพิเศษนอกจากการทำเพลง)

”แล้วนี่มีงานอะไรต้องทำมั่งฮะเนี่ย”koch ถามเมื่อเห็นเฟร์หน้ายุ่งๆและกองกระดาษเต็มโต๊ะ
”ก็อย่างที่เห็น---“เธอพูดไปพลางถอนหายใจไป”หนูว่าคืนนี้ก็คงทำไม่เสร็จแน่---พ่อก็เป็นยังงี้แหละ ไม่เคยเห็นใจหนูเลย” เธอพร่ำบ่นต่อไป koch เห็นท่าทีที่น่าสงสารของเธอจึงเดินมาใกล้ๆโต๊ะแล้วจึงหยิบกระดาษต่างๆขึ้นมาดู

”คุณ nme เอ…..คนนี้ลูกสาวนักการเมืองชื่อดังนี่ อืมมม คุณ Otoko คนนี้ ประธานบริษัท จิลเวลลี่ คุณ misao ภรรยาคุณ ชิเงกิ โค้ชทีมชาติที่ลงสมัครผู้ว่า มีแต่คนดังๆทั้งนั้นเลยนี่”
”ก็ใช่นะสิค่ะพี่.....แต่มันจะสำคัญอะไรล่ะ หนูหมายถึงกับตัวหนูน่ะ -----กับพ่&##3629;คนพวกนี้สำคัญ-----แต่กับหนูน่ะไม่หรอก..พวกเนี้ยขี้โอ่จะตาย”
koch หัวเราะเล็กๆ “แต่ยังไง เธอก็ต้องทำให้เสร็จใช่ไหม เอ้า!! อย่าเสียเวลาบ่นเลย มันช่วยให้งานเสร็จเร็วไม่ได้หรอก” koch พูดจบ เขามองและพิจารณางานสักพัก แล้วก็ยิ้มออกมา “เราใช้วิธีลัดก็ได้นี่”

koch รีบเดินมาทางหน้าคอมพิวเตอร์ทันที เฟร์เอี้ยวตัวหลบเพื่อจะให้ koch ใช้คีย์บอร์ดได้ เขาพิมพ์คำสั่งบางอย่างด้วยภาษาที่เธอไม่ค่อยเข้าใจลงไป “มันต้องแทนค่าด้วย........ อืมม ตรงนี้ก็ต้อง.............ส่วนตรงนี้....... คำสั่ง array อืมๆๆๆ ใช่ๆๆๆ”
”พี่ทำอะไรน่ะค่ะ”เฟร์ถามด้วยความมึนงง
”เขียนโปรแกรมย่อยๆนิดหน่อยน่ะ งานจะเสร็จเร็วขึ้น 100 เท่าเชียว”
”เหรอ---“เธอทำหน้าที่ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ “ไหนเรามาลองดูกันสิ”koch พิมพ์ชื่อของแขกออกมาสิบชื่อ ลงช่องสิบช่องด้านขวาที่อยู่ในโปรแกรม ด้านซ้ายโปรแกรมเป็นแบบสำเร็จของการ์ดแต่มันไม่มีชื่อผู้รับ เขาทำอะไรต่ออะไรเล็กน้อย คลิ๊ก ok แล้วนั่งรอ ซักพักเองการ์ดที่เขียนชื่อทั้ง 10 ชื่อก็ออกมา

”โหหห พี่ค่ะทำได้ไงค่ะเนี่ย”เธอทึ่งและทำแววตาชื่นชมในตัวเขา
”ก็ง่ายๆ แค่ใช้คำสั่ง--------------------“koch อธิบายเสียยืดยาว แน่นอนเฟร์ไม่เข้าใจมันหรอก แต่ก็แกล้งทำเป็นรู้เพื่อไม่ให้ koch เสียน้ำใจ “ก็ทำไปแล้ว 10 ชื่อเมื่อกี๊ รวมของน้องที่ทำไว้ตะกี๊ก็ 25 ชื่อแล้ว เหลืออีก 75 ชื่อ ก็พิมพ์ชื่อทั้ง 75 ชื่อลงในช่องนะ แล้วทำตามอย่างที่พี่ทำเมื่อกี๊นะ(เขาพูดไปพลางสาธิตวิธีการไป) เสร็จแล้วก็คลิ๊ก ok แล้วก็ปริ๊นซ์”
”ขอบคุณมากเลยนะค่ะพี่”เธอกล่าวคำขอบคุณ และลงมือทำงานต่อ

ซักพัก เวลาผ่านไป 45 นาที เธอก็พิมพ์ชื่อทุกชื่อพร้อมตรวจทานจนเสร็จเรียบร้อย เธอทำอย่างที่ koch บอก และแล้วเรื่องการ์ดก็เสร็จไปหนึ่งอย่าง
”อ้าวว แล้วพี่ koch ไปไหนแล้วเนี่ย”เธอมองไปรอบๆห้อง
”อยู่นี่จ้ะ อยู่นี่...”koch เดินออกมาจากห้องเล็กๆ ข้างๆ “นี่ไง โกโก้อุ่นๆ ชงมาให้กินจะได้ผ่อนคลาย”
”ขอบคุณค่ะ”เธอยื่นมือไปรับถ้วยใส่โกโก้ร้อนๆจากมือ koch เอาช้อนคนน้ำให้เข้ากัน แล้วเธอก็จิบมันเบาๆ
”เป็นไงดีขึ้นไหม”koch ถามด้วยรอยยิ้ม
”ดีมากเลยค่ะ อือ ขอบคุณนะ เดี๋ยวหนูต้อง ถ่ายเอกสาร 20 copy เนี่ย มันไม่ใช่ง่ายๆเลย เพราะมันทั้งเล่มก็ร้อยกว่าหน้า กว่าจะถ่ายเสร็จ...”
koch ยิ้มเล็กๆที่มุมปากอีกครั้ง “มีพี่ทั้งคนไม่นานหรอก เดี๋ยวพี่จะช่วยแล้วกันนะ”

พูดจบทั้งสองก็ช่วยกันถ่ายเอกสาร ถึงงานนี้ทำคนเดียวเวลาที่เสียไปจะไม่แตกต่างกับการทำสองคนนัก แต่การที่ทั้งสองได้พูดคุยอย่างสนุกสนานระหว่างทำนั้น ก็ทำให้เวลาที่เสียไปไม่รู้สึกเร็วเลย
เวลาตอนนี้ล่วงเลยมาถึง 2 ทุ่มได้แล้ว งานเสร็จเร็วกว่าที่คิดไว้มาก ทั้งสองช่วยจัดเก็บของ และเรียงเอกสารให้เข้าที่และเรียบร้อย
”อืมม แล้ววันนี้จะนอนไหนล่ะ” koch ถามขึ้นมา
”ที่นี่แหละค่ะ คือ---ที่ห้องข้างๆติดกับห้องครัวมีห้องนอนของพ่อ---เป็นห้องนอนไว้สำหรับพ่อ--ตอนนอนที่ทำงานน่ะค่ะ”
”อ๋อ”koch หายสงสัย เขามองหน้าเฟร์ซักครู่นึงแล้วก็คิดอะไรขึ้นมาได้
”อื้อ ตอนนี้ 2 ทุ่มใช่มะ เราไปกินข้าวข้างล่างกัน มีร้านนึงปิดเที่ยงคืน เราไปนั่งกินข้าวที่นั่นกันนะ รู้สึกว่าจะมีไอศครีมดีๆขายด้วยสิ”
เฟร์ได้ยินก็หายเหนื่อยทันที ความกระตือรือร้นของเธอกลับเข้ามาอีกครั้ง “เย้~~~เดี๋ยวหนูอาบน้ำแป๊บนึงนะค่ะ พี่รอตรงนี้แป๊บนะ หนูไม่อยากกินข้าวในชุดชุ่มเหงื่ออย่างนี้ด้วยอ่ะ “
”จ้ะๆ พี่จะนั่งรอนะจ้ะ” koch ตอบตกลง เฟร์วิ่งเข้าไปในห้องนอนซึ่งในนั้นมีห้องน้ำ เธอเข้าไปอาบน้ำที่นั่น koch จึงนั่งรอเธอที่ โซฟารับแขก บางครั้งเขาลุกขึ้นไปที่กระจกเพื่อมองวิวทิวทัศน์ข้างนอกยามราตรีแล้วก็ไปนั่งโซฟาตามเดิม แล้วสักพักเฟร์ก็ออกมา

”มาแล้วๆๆๆๆๆ ค่า”เธอออกมาในชุดเอี๊ยม ใต้เอี๊ยมนั้นเธอใส่เสื้อยืดสีฟ้าไว้ เธอคาดผมด้วยที่คาดผมของ deva ใส่รองเท้าน่ารักๆที่เป็นรูปหมี เธอแต่งตัวน่ารักมากทีเดียว koch ยืนมองค้างสักพักด้วยความตะลึง แล้วสักพักเขาก็ได้สติเมื่อเธอร้องทัก
”เป็นอะไรไปน่ะค่ะ”
”อ๋อ ไม่มีอะไรน่ะครับ แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยเท่านั้นเอง”

หลังจากนั้นทั้งสองก็เปิดประตูเพื่อออกจากห้อง ข้างนอกมืดมาก เหลือเพียงแสงไฟสว่างเล็กๆตามทางเดินที่ยามเปิดไว้ ทั้งสองลงชั้นล่างด้วยลิฟท์ เดินมาด้านหน้าคุยกับยามเล็กน้อย แล้วยามก็เปิดประตูให้
”ร้านอยู่ตรงข้ามถนนนี่แหละ” koch บอกแล้วชี้ไปที่ร้านอาหารใหญ่ๆที่อยู่ตรงข้ามอีกฝั่งถนนนึงที่เขียนป้ายตัวใหญ่ว่าร้าน Zombie Z the Restaurant แล้วพวกเขาก็เดินข้ามถนนอย่างระมัดระวัง เมื่อมาถึงหน้าร้าน koch ก็เปิดประตูร้านซึ่งติดลูกกระพรวนหลายลูกไว้ เวลาเปิดประตูก็จะมีเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง
”ว่าไง ซอม กิจการเป็นไงบ้าง” koch ทักทายเจ้าของร้านทันทีที่เข้าร้าน เจ้าของร้านกำลังนั่งสอนงานพนักงานตรงเค้าน์เตอร์อยู่
”ก้อดี คนเยอะขึ้นทุกวัน”เจ้าของร้านตอบ “แล้วนั่น—นายพาใครมา แฟนเรอะ?”
”เฮ้ยๆๆ บ้าน่าไม่ใช่นะ นี่น้องเฟร์ ลูกสาวเจ้านาย(ชั่วคราว)เราเอง” แล้ว koch ก้อหันไปทางเฟร์ “นี่ Zombie Z นะ เจ้าของร้านเพื่อนพี่เองแหละ”
เฟร์หันไปสวัสดีซอมบี้ แล้วทั้งสองก็เดินไปนั่งที่เค้าน์เตอร์ ซอมบี้มองพวกเขาซักพัก(โดยเฉพาะเฟร์)แล้วก็ถามขึ้น “แล้วจะรับอะไรล่ะ เมนูใหม่มะ เนื้ออีกัวน่าอบ”
koch ทำหน้าหน่ายๆ “ทั้งปีล่ะนาย เมนูใหม่---ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน”
ซอมบี้หัวเราะลั่นกับใบหน้าแย่ๆของ koch แล้วก็ไปหยิบเมนูมา
”อืมม...” koch พิจารณาเมนู ที่เกินกว่าครึ่งมีแต่อาหารพิสดารๆ เฟร์ทำหน้ายิ้มๆ เธอตลกรายการอาหารในกับเมนูในนั้น แล้วทั้งสองก็ตกลงจะสั่งอาหารที่คนปกติเขากินกันคือ สปาเก็ตตี้
”ซอม นายอย่าใส่เนื้อจิ้งจก หรือ ปลิง ลงไปนะ” koch ย้ำเตือนอีกครั้งด้วยความระแวง “ไม่อยากมานั่งปวดท้องกลางดึก”

หลังจากนั้น ซอมบี้ ก็เอาอาหารมาเสิร์ฟ--- koch เอาส้อมเขี่ยดูทั่วจาน และโล่งใจว่าไม่มีอะไรแปลกๆในจานของเขา koch สั่งให้เฟร์ทำเช่นกัน ระหว่างทำ ซอมบี้ ก็หัวเราะดังด้วยใบหน้าที่สนุกสนาน ในใจเขาคิดว่าการได้เห็นคนขี้ระแวงอย่างนี้มันดูแล้วช่างตลกเสียจริง
”ทำไมพ่อน้องเค้าให้มาทำงานอย่างนี้ล่ะ”koch เริ่มต้นการสนทนาด้วยคำถาม “มันหนักมากนะสำหรับเด็กน่ะ---คือไม่ได้จะดูถูกความสามารถ---แต่ในแง่ความเหมาะสม---“
”หนูเข้าใจค่ะพี่ koch”เธอสวน “แต่หนูชินแล้วล่ะค่ะ พ่อเค้าก็ยังงี้แหละ ให้หนูทำงาน—ก็ลงโทษน่ะแหละ ให้ทำงานแล้วก็ปล่อยทิ้งให้หนูนั่งคนเดียวจนดึกดื่น...”
”ทำโทษอะไรหรอ”
เฟร์ก้มหน้าเธอทำหน้าเสียพักนึง “ก็วันนั้นน่ะแหละที่เจอพี่ ที่คุยกับพี่จนเย็น คือ......หนูไม่ได้โทษพี่นะค่ะ--- พี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก......คือวันนั้นไงที่คุยกันจนเย็น หนูก็เลยกลับเย็น พ่อหนูที่...ที่นานๆกลับมาทีน่ะ เขาก็ดุเอาใช่ไหม แล้วต่อมาก็....”
”ก็อะไรล่ะจ้ะ” koch ถาม เขามองเฟร์ด้วยสีหน้านิ่งๆในใจเขารู้สึกแย่นิดหน่อย
”เขาก็บอกเค้ารู้เรื่องที่หนูโดดเรียนวันนั้นน่ะสิ”
”อ้าว....แล้วเขารู้ได้ไงล่ะ”
”คือพ่อหนูน่ะ......เขา---เขาก็มีเพื่อนไปทั่วแหละ---รู้จักไปทั่ว----หูตาเยอะแยะ ให้ตายเถอะ-----พี่จำตาแก่วันนั้นน่ะได้ไหม ที่หนูหลบเขา---เขาก็เพื่อนของพ่อหนูอีกนั่นแหละ”
”เสียใจด้วยนะ ถือว่ามัน---ซวยแล้วกัน อื้ออ แต่ยังไงก็นะเรื่องมันผ่านและจบไปแล้วล่ะลืมมันไปเหอะนะ” koch ปลอบเธอด้วยประโยคง่ายๆ เพราะเขาไม่รู้จะปลอบเช่นไร
หลังจากนั้น koch ก็ชวนพูดเรื่องอื่นทันที เขาไม่อยากให้มื้อค่ำนี้เต็มไปด้วยความเศร้าและน่าเบื่อหน่าย เขาจึงถามเฟร์ถึงเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาในร่าง ultimate อีกครั้ง เฟร์ตาลุกโพลงขึ้นมาทันที เมื่อพูดเรื่อง ultimate และ deva เธอสามารถคุยมันได้ไม่หยุดทีเดียว ซักพักเมื่อสปาเก็ตตี้ในจานหมด koch ก็สั่งไอศรีมมาให้เฟร์ แต่เขาเลือกที่จะไม่กิน เพราะเขากำลังรักษาน้ำหนักอยู่( ผู้จัดการส่วนตัวสั่งมา---นาย koch ถึงจะมีสองหน้า แต่ก้อรักษาร่างกายของ ulty ให้ดีๆด้วย---ผู้จัดการสั่งแกมดุ)

การสนทนาดำเนินไปนานมาก จนถึง 3 ทุ่มกว่าๆได้ทั้งสองจึงตกลงใจกลับ koch จ่ายเงินให้ซอมบี้ koch เลี้ยงเฟร์ เธอเอ่ยขอบใจ ทำท่าเกรงใจนิดหน่อย แต่พอ koch บอกว่าพ่อเธอฝากตังค่าอาหาร(โกหก)มาให้เขา เธอจึงไม่คิดอะไรอีก
”ฮ๊า 3 ทุ่มแล้วจินะ พี่ koch ค่ะ พี่จะกลับบ้านยังไงหรอเนี่ย”
koch ยืนคิดสักพัก “เอาเป็นว่าวันนี้พี่จะอยู่เป็นเพื่อนน้องแล้วกัน เดี๋ยวพี่นอนโซฟาเอง”
”หา เอางั้นหรอ.......พ่อหนูสั่งให้ทำป่าวเนี่ย กลัวพี่ลำบาก”
koch หัวเราะนิดๆ แล้วตอบว่า “ถ้าบอกว่าไม่มีใครสั่งล่ะ จะว่าไรไหม หรือไม่ไว้ใจพี่ หา~~” เขาพูดด้วยสีหน้าทะเล้น เฟร์หัวเราะคิกคักออกมาเล็กน้อย “ก็แค่เป็นห่วงน่ะ เห็นนอนคนเดียว...ถึงจะมียามก็เหอะพี่ก็ไม่ค่อยไว้ใจอยู่ดี ยามส่วนมาก---ชอบหลับ—ประจำ”
เฟร์ยิ้มแล้วเธอก้อยืนคิดเล็กน้อย “ก้อได้ค่ะๆ นี่ๆๆๆอย่าทำไรหนูน๊า แล้วเฝ้ายามแทนยามบริษัทดีๆแล้วกันนะ ฮิๆๆๆ” เฟร์ทำเสียงทะเล้นใส่ koch บ้าง ทั้งคู่หัวเราะลั่น เดินข้ามถนน แล้วก็เข้าไปในตัวอาคารอีกครั้ง

”นั่นไง ไม่ทันขาดคำ...” koch ชี้ไปที่ยามแก่ๆร่างท้วมที่นั่งหน้าบริษัท ตอนนี้เขาหลับคาหนังสือ”มวยสยาม”ซะแล้ว koch เดินไปสะกิดเขา ยามตกใจตื่น ลุกขึ้นมา น้ำลายไหลเยิ้มเต็มปาก ทั้งสองเห็นเข้าก็หัวเราะลั่นอีกครั้ง กว่ายามจะสติคืนที่ได้ เฟร์ก็ลงไปนั่งหัวเราะกับพื้นเสียแล้ว ยามกล่าวขอโทษใหญ่ กระซิบกับทั้งสองว่า อย่าให้เจ้านายใหญ่รู้ แล้วเขาก็ไขกุญแจประตูหน้าตึกให้ทั้งสองเข้าไปในตัวตึก
koch กดลิฟท์ แล้วก็ขึ้นสู่ด้านบน
เมื่อมาถึง เฟร์ถอดรองเท้าหมีออกทันที koch ก็ถอดเนคไทออก เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะนอนตรงโซฟาที่ติดกับเสาด้านซ้ายของห้อง เฟร์ผงกหัวรับรู้แล้วก็วิ่งเข้าไปในห้อง
”เหนื่อยจริงๆวันนี้”koch พร่ำบ่นกับตัวเอง เขาขยับแว่นตานิดหน่อย แต่ไม่กล้าถอดมันออก(ขืนถอดยัยเฟร์มาเห็นเข้าก็ได้ตายน่ะสิ) เขานั่งทอดตัวไปกับโซฟา หลับตาลงและเอาหัวพิงกับเบาะเพื่อให้ผ่อนคลาย ตอนนี้เขารู้สึกสบายเหลือเกิน แต่แล้วความสงบก็ถูกทำลายลง
”พี่ Kochhhhhhhh มาเล่นเกมส์กานนนนนนนนนนนน” เฟร์ที่ตอนนี้อยู่ในชุดนอน วิ่งออกมา ในมือเธอมีเครื่องเกมส์สีดำที่เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า PS2
จริงๆ koch น่ะชอบเล่นเกมส์ และเขาก็เป็นเซียนเกมส์คนนึงเหมือนกัน แต่ด้วยความเหนื่อยของเขานั่นแหละ ทำให้เขาไม่อยากจะเล่นเอาเสียเลย เฟร์ชวน koch ให้เล่นเกมส์ต่อสู้ koch ก็เออออห่อหมกไปหวังตามใจเด็ก เฟร์นั้นดูเธอเล่นได้อย่างออกรสออกชาติมาก เธอแอคทีฟตลอดเวลาการเล่น ซึ่งตรงข้ามกับ koch ที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างอะไรไปจากซอมบี้ในเกมส์ bio hazard ที่กำลังมานั่งเล่นเกมส์อยู่เลย

ด้วยความที่ koch ชนะเธอมาก (60-3) ทำให้เฟร์จึงยังอยากเอาชนะ koch ให้ถึงที่สุด อันที่จริง koch เขาก็ออมมือให้แล้ว แต่ดูเหมือนว่า ความห่วยแตกของเฟร์ ทำให้เขายากที่จะแกล้งแพ้เสียเหลือเกิน koch ตาจะปิดอยู่แล้ว แต่เฟร์ยังดึงดันให้ koch เล่นต่อไป เขาหาวหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่ง เฟร์เริ่มโมโหขึ้นจนได้ ด้วยความที่แพ้เยอะมั้ง เธอเลยโมโห แล้วหันมาว่า koch เสียยกใหญ่ koch นั่งหาวไม่สนใจที่เฟร์ว่า เพราะตอนนี้เขาหูมัว ตามัวไปหมดแล้ว เฟร์เห็น koch หาว ก็นึกว่าเขาแกล้งเยาะเย้ย เธอเลยเดินไปใกล้ตัว koch เพื่อหวังจะแกล้งเขาเพื่อเป็นการแก้แค้น
”นี่แน่ะๆๆๆ ง่วงนักใช่มั้ย จักจี๋ซะเลย” เฟร์จักจี๋ koch เขาตาตื่นขึ้นมาทันที ด้วยความที่ koch เป็นคนบ้าจี้อย่างมาก เขาจึงดิ้นแล้วพยายามหนีเฟร์ให้ถึงที่สุด
”อย่านะ เฟร์ ~~อ๊า~~~~ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ โอ้ยยย ฮ่าๆๆๆๆๆ”เขาพยายามหนีเธอไปที่โซฟาแต่เขาก็หนีเฟร์ไม่พ้น
”เก่งมากนักใช่มั้ย กับเด็กไม่ยอมอ่อยเลยนะ มันต้องแก้แค้น นี่แน่ะๆๆๆๆๆๆๆ”

----------โครม !!!!!!-------------------

เสียงหนึ่งดังลั่น ทั้งสองที่นั่งอยู่บนโซฟา ทำโซฟาหงายไปข้างหลัง แล้วสองจึงหน้าขมำตามโซฟา
”อะ...โอ้ยยย เจ็บไหมค่ะพี่ koch ............อ๊ะ!!”
ภาพที่เห็นในตอนนั้นคือ มีชายหญิงสองคนล้มไม่เป็นท่าอยู่กับโซฟาตัวใหญ่ที่หงายหลัง ..........เฟร์นอนอยู่ข้างบน....ข้างล่างคือ............เขาอยู่ในอ้อมกอดของ koch นั่นเอง หน้าของเขาทั้งสอง ใกล้กันมากจนสามารถเห็นเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายได้ชัดเจน koch ตอนนี้เขาตัวแข็งเต็มที่ เขาอายอย่างที่สุดเมื่อตกอยู่ในสภาพนี้ เฟร์ก็เช่นกัน เธอหน้าแดงก่ำทันที ดีอย่างเดียวที่แว่นของ koch เขาไม่หลุด ทั้งสองค้างอยู่ในสภาพนั้นพักนึงจึงเริ่มรู้สึกตัว koch รีบแก้เขินด้วยการรีบจัดของที่หล่น และพลิกโซฟาให้เข้าที่ เฟร์ก็เช่นกัน เธอรีบวิ่งไปปิดเครื่องเกมส์ ปิดโทรทัศน์เครื่องใหญ่ที่ใช้สำหรับรับแขก บอกราตรีสวัสดิ์กับ koch แล้ววิ่งแจ้นเข้าห้องทันที koch พอจัดอะไรต่ออะไรเสร็จ เขาจึงเดินไปปิดไฟ ตาเขาสว่างขึ้นมาเสียแล้วสิ ไอ้ที่ง่วงๆเมื่อกี๊หายไปหมด ทำให้คืนนั้นกว่าเขาจะนอนหลับได้ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน และก่อนที่เขาจะเผลอม่อยหลับไป เขาก็คิดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ เขาหน้าแดงอีกครั้ง และรอยยิ้มที่มุมปากของเขานั้นเป็นหลักฐานแสดงว่าเหตุการณ์เมื่อกี๊ทำให้เขาดีใจไม่ใช่น้อยๆเลย

รุ่งเช้า เฟร์ตื่นขึ้นมาแต่เช้า เธอเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางที่งัวเงีย เขาเรียกหา koch ทันทีที่ออกมา แต่แล้วก็ไม่เจอ เธอเดินไปตามหาเขาที่โซฟา ห้องครัว จนสุดท้ายเธอก็พบกระดาษโน้ตใบหนึ่งบนโต๊ะ

-------ถึงน้องเฟร์
พอดีพี่มีงานที่ต้องทำแต่เช้าน่ะ พี่ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้บอกไว้ก่อน เห็นเฟร์นอนอยู่เลยไม่อยากกวน พี่ทำแพนเค้กราดน้ำผึ้งไว้ให้กิน มันอยู่ในตู้ไมโครเวฟน่ะนะ เฟร์อุ่นมันซะหน่อยก็ดี ถ้ายังไงโชคดีเราอาจได้เจอกันอีกก็ได้

KOCH

เฟร์อ่านจบแล้วบ่นเล็กๆเรื่องที่ว่าจะไปก็ไม่บอกน่าจะปลุกกันบ้าง เกรงใจไปได้ สักพักเธอจึงไปหยิบแพนเค้กมากิน มันหอมมากเลยทีเดียว เธอกินมันทันทีโดยไม่อุ่น เฟร์ร้องอ๊าด้วยความอร่อย เฟร์จัดการมันหมดได้ในพริบตา
”อร่อยจังง๊า อยากกินอีกจัง” เธอร้องบ่นคนเดียว เขานึกถึง koch อีกครั้ง เธอหัวเราะขึ้นมาหลายเรื่องเมื่อนึกถึงตอนที่อยู่กับเขา ทั้งเรื่องในร้านอาหาร เรื่องตอนเล่นเกมส์ เธอรู้สึกนึกชอบเวลาได้อยู่ด้วยกันกับเขา เธอรู้สึกสนุกและมีความสุขมากเมื่ออยู่กับเขา แต่เธอยังไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ ว่าความรู้สึกอย่างนี้มันคืออะไรกันแน่
”กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด”เฟร์ร้องตะโกนขึ้นอีกครั้ง “วันนี้มีถ่ายทอดสดวง Deva นี่หน่า”

---เฟร์รีบอาบน้ำ และเก็บข้าวของทันที เธอวิ่งไปหยิบเอกสารที่ทำเสร็จเมื่อคืน ไปวางบนโต๊ะของพ่อ ยัดเสื้อชุดนักเรียนที่ใส่เมื่อวานใส่เป้นักเรียนทันที แล้วรีบเผ่นออกจากห้อง ลง ลิฟท์ แล้วออกจากตึกทันที
”ฝากบอกพ่อด้วยนะว่าหนูไปแล้ว พอดีมีธุระ งานเสร็จแล้ว วางอยู่บนโต๊ะนะ” เธอพูดกับยามคนเดิม พอพูดจบเธอก็โบกแท็กซี่ที่วิ่งผ่านหน้าบริษัททันที

ซักพักแท็กซี่ก็มาจอดอยู่หน้าบ้านหลังนึง เป็นบ้านสีขาวใหญ่โต มีรั้วที่บ่งบอกถึงฐานะได้อย่างดี เฟร์จ่ายเงินให้แก่คนขับ แล้วเดินไปกดกริ่ง
”สายไป 10 นาที”เสียงหนึ่งลอดออกมาจากทางประตูอีกด้านหลังจากเธอกดกริ่งได้ซักพัก “เราต้องรีบไปแล้วนะเฟร์ เอาล่ะขึ้นรถเลย”
เฟร์รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที นี่เป็นบ้านของเมจังนั่นเอง และคนที่พูดตำหนิเธอก็คือเมจัง เฟร์วิ่งเข้าไปก็พบว่ามีรถเบ๊นซ์คนโตที่จอดอยู่ในบ้านนั้น มันสตาร์ทเครื่องเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางไว้แล้ว
”ไปโรงถ่าย west stage นะพี่โกะแมน”เมจังพูดกับคนขับรถ
โกะแมนได้ยินดังนั้นก็เคลื่อนตัวรถไปทันที ประตูใหญ่ที่เปิดด้วยรีโมทเปิดออก หลังจากนั้นโกะแมนก็สวมวิญญาณตีนผี ซิ่งรถพาเด็กสาวทั้งสองให้ไปถึงจุดหมายให้ทันเวลา
ชั่วอึดใจเดียวก็มาถึงที่ พวกเธอมาทันเวลาพอดี คนที่ใส่เสื้อดำที่เป็นสตาฟฟ์วิ่งเข้ามาหาทั้งสอง แล้วพาพวกเธอเข้าไปในโรงถ่ายสู่ที่นั่งผู้ชม พวกเธอได้นั่งข้างหน้าสุด
”ขอบคุณนะค่ะพี่ im ที่จองที่นั่งให้พวกหนูนะ”
”ไม่เป็นไรคั๊บ”im ตอบ ซักครู่เขาก็เดินไปยังหลังเวที

วันนี้จะมีรายการถ่ายทอดสดรายการพิเศษ เป็นตอนพิเศษของวง Deva เลยทีเดียว มีสื่อมวลชน และผู้คนมากมายต่างก็เข้ามาเต็มโรงถ่าย ด้วยที่โรงถ่าย west stage นั้นที่มีรูปแบบคล้ายโรงละครมากกว่าที่จะเป็นโรงถ่ายธรรมดา ทำให้ที่นี่ กลายเป็นเวทีคอนเสิร์ตขนาดย่อมๆได้ พวกของเฟร์ได้นั่งหน้าสุด ก็ด้วยเพราะเมจังได้ขอร้องไว้กับ im ซึ่งเขานั้นเป็นผู้กำกับเวที im ก็เลยบุ๊คส์ที่นั่งที่ดีที่สุดให้พวกเธอไว้ วันนี้ แฟนคลับก็มาเหมือนเดิม ดูเหมือนพวกเธอจะมาทุกครั้งที่ deva ออกโชว์ จะเรียกว่าเป็นสัญญลักษณ์ หรือ ทัพหน้าของ deva ไปแล้วเลยก็ได้ เฟร์หันไปมองรอบกองถ่าย เธอเห็นคนมากมายที่คลั่ง deva จนแต่งตัวแปลกๆ บางคนใส่ชุดผ้าคลุมสีขาวติดปีกยาวๆที่ทำจากขนนกปลอม บางคนก็ใส่เสื้อคลุมที่มีดาวระยิบรอบตัว บางคนแต่งหน้าแต่งตาซะเข้ม บางคนก็ใส่เสื้อเหมือนกันเป็นกลุ่ม แต่ถึงกระนั้นเฟร์ก็รู้สึกเพลินและก็มีรู้สึกความสุขยามได้มองคนพวกนี้ เพราะพวกเขารัก “Deva” เหมือนกับเธอนั่นเอง

ซักพักแสงในกองถ่ายมืดลง ตากล้องทุกคนเช็คกล้องของตัวเองอีกครั้ง im วิ่งเข้ามาข้างหน้าเวที แล้วสั่งนับถอยหลัง “3 2 1…action”
แล้วพิธีกรก็เดินออกมา เขากล่าวเปิดรายการ แสงสว่างสีฟ้าจับไปที่เขาคนเดียว เขาพูดแนะนำประวัติโดยคร่าวๆของวง deva
” วง Deva ก่อตั้งขึ้นจากคนสองคน คือ white crow และ h3 โดย white crow เป็นหัวหน้าวง ต่อมาพวกเขาเริ่มหาสมาชิกวงตามห้องซ้อมดนตรีบ้าง ตามสถานที่ประกวดดนตรีบ้าง จนในที่สุดเขาก็มาเจอ hyper และ neo ในห้องซ้อมดนตรีที่นึงเข้า พวกเขาก็เลยร่วมมือกันโดยตอนนั้นมีนักร้องนำคือ “ไส้เดือน”ซึ่งเป็นนักร้องหญิง แต่เนื่องด้วยความบ้าระห่ำ และ ความแรงของดนตรี โดยเฉพาะ white crow h3 และ hyper ทำให้ ไส้เดือนซึ่งนิยมเพลงป๊อบร๊อคมากกว่าแนวดนตรีร๊อคแรงๆ ได้ลาออกจากวงไป แต่แล้ว....ในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกับเพชรเม็ดนึงเข้า เขาคือ ultimate (เมื่อพิธีกรเอ่ยชื่อ ผู้ชมก้อส่งเสียงกรี๊ดสนั่น) ด้วยความที่เขาเป็นอัจฉริยะทางดนตรี ด้วยความที่เขาฟังเพลงรุนแรงและดิบอย่าง death metal , black metal ไปจนถึงเพลงในระดับสูง อย่างเพลง orchesta ทำให้เขาได้เข้ามาเป็นนักร้องนำ และนักแต่งเพลงประจำวงได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้น------เมื่อพวกเขาครบห้าคน พวกเขาก็ได้ตระเวณไปแสดงตามผับที่ต่างๆ จนโปรดิวเซอร์ของบริษัท Nation Records ไปเห็นเข้า เขาจึงได้รับการติดต่อให้ไปลอง screen test ดู ปรากฏว่าผ่าน และต่อมา Deva ก็ออกซิงเกิ้ลเพลงแรกคือ “Kiss of goddess”และนับตั้งแต่นั้นเอง Deva จึงกลายเป็นวงดนตรีที่โด่งดังระดับโลกขึ้นมาในทันที--------เอาล่ะครับ เชิญทุกคนพบกับพวกเขา เหล่าเทพทั้งห้า Deva ครับ!!!!!!”

พูดจบม่านที่อยู่หลังพิธีกรก็เปิดออก แสงหลากสีพุ่งออกมาทันที ผู้ชายห้าคนในชุดสีดำติดปีกสีขาว ยืนอยู่หลังม่านนั่นแล้วพวกเขากำลังบรรเลงบทเพลงที่โด่งดังที่สุดของพวกเขา “Kiss of Goddess”

---------ในความตายอันนิรันดร์ วิญญาณฉันล่องลอยออกจากร่างเนื้อไร้ซึ่งบ่วง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีมานั้นฉันกำลังจะลืมมันไปแล้ว แต่แล้วก่อนที่ฉันจะลอยสู่นภาอันไร้จุดหมาย เธอก็เข้ามาคว้ามือฉันไว้ ..วิญญาณของฉันที่บินสู่ห้วงไร้ขีดจำกัด บินสู่อ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ฉันไม่หวั่น ไม่เคยสะท้าน เมื่อฉันนั้นอยู่ในอ้อมอกแห่งเธอ Ohhh เทพธิดาของชั้น เธอมอบจุมพิตแห่งความรักเพื่อมอบความกล้าให้แก่ชีวิตของฉัน บัดนั้นฉันไร้ซึ่งความกลัวอีกต่อไป Ohhh kiss of goddess……..your kiss ….your love------------ความกล้าในการกลับมามีชีวิตมันกลับมาอีกครา เธอผู้นี้ผู้เดียวที่สามารถรั้งฉันไว้ได้ เธอมองมาที่ตาฉัน และ บอกฉันว่าจะไม่ทิ้งฉันไปไหน Ohhhhhh my goddess เธอบรรจงจูบฉันอีกครา เธอมอบจุมพิตแห่งชีวิตอีกครา ฉันไม่กลัวสิ่งใดแล้ว ฉันจะมีชีวิตต่อไป........วิญญาณของฉันที่บินสู่ห้วงไร้ขีดจำกัด บินสู่อ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ฉันไม่หวั่น ไม่เคยสะท้าน เมื่อฉันนั้นอยู่ในอ้อมอกแห่งเธอ Ohhh เทพธิดาของชั้น เธอมอบจุมพิตแห่งความรักเพื่อมอบความกล้าให้แก่ชีวิตของฉัน บัดนั้นฉันไร้ซึ่งความกลัวอีกต่อไป Ohhh kiss of goddess……..your kiss ….your love-----------kiss of goddess still inside me forever

สิ้นเสียงดนตรี เสียงกรี๊ดทั้งโรงถ่ายก็ดังกระหึ่มจนหลังคาสั่นเลยทีเดียว เฟร์ก็เช่นกันเธอร้องตะโกนอย่างคนบ้า ร้องตะโกน deva กับ ulty สลับกันไปเรื่อยๆ จนต่อมาพิธีกรเดินออกมา
”และนี่ก็คือ deva ครับ ต่อไปนี้เราขอต้อนรับทุกท่านสู่ 3 ชั่วโมงของพวกเขา ไม่มีโฆษณา ไม่มีการคั่นรายการ เราจะอยู่กับบพวกเขาตลอดเวลา 3 ชั่วโมงเต็มครับ” เสียงกรี๊ดดังอีกครั้ง ต่อมาก็เข้าสู่การสัมภาษณ์

---ด้วยที่รายการนี้เป็นรายการพิเศษ การสัมภาษณ์จึงแตกต่างไปนิดหน่อย พิธีกรบอกว่า เขาจะสัมภาษณ์และเปิดเบื้องลึกทีละคนเลย หลังจากนั้น เหล่า deva ก็เดินไปยังหลังเวที เหลือเพียง white crow ยืนอยู่กับพิธีกร
”ครับ เราจะสัมภาษณ์เขาก่อนครับ white crow หรือ พี่ nop ของพวกเรา ผู้ก่อตั้งวงเทพ Deva นี้ขึ้นมา” หลังจากนั้นการสัมภาษณ์จึงเริ่มขึ้น พิธีกรถามคำถามทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขา เรื่องราวของเขาสมัยเด็ก แนวคิดทางดนตรี แม้กระทั่งเรื่องแฟน

หลังจากสัมภาษณ์ white crow หรือ nop จบแล้ว เขาก็เดินไปหลังเวที แล้ว h3 ก็ออกมา h3 เป็นกีตาร์ริทึ่มประจำวง เขาดูเป็น”ร๊อค”มากที่สุดในวง การให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่เขาจะตอบเป็นจริงเป็นจังและได้ประโยชน์มาก เพราะอย่างงี้นี่เองแฟนๆของเขาจะเป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่
ต่อมา พอ h3 จบไป พิธีกรก็เรียก hyper ออกมา แต่แล้วทุกคนก็ต้องงงวยเมื่อ neo กลับเดินออกมาแทน เขาโบกมือให้สาวๆทันทีที่ออกมา สาวๆก็ร้องกรี๊ดทันทีเช่นกัน สักพัก hyper ก็เดินหน้าเสียออกมา
”แก..... neo แกแกล้งชั้นนนนน แกมัดชั้นไว้ แกจะแย่งบทเด่นจากชั้นเรอะ” ผู้ชมทั้งห้องส่งหัวเราะลั่นทันที ก็เพราะเกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆทำให้ทุกคนตั้งฉายาให้พวกเขาว่า “คู่หูคู่ฮา” neo จึงเดินไปหลังฉาก ก่อนไปก็ส่งจูบให้แฟนๆในห้องส่ง แฟนๆก็ส่งเสียงกรี๊ดตอบเช่นเคย การสัมภาษณ์ hyper นั้น เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เขามีมุขตลก(ลามก)มากมายมาตอบคำถาม แม้แต่พิธีกรยังขำไม่หยุด ด้วยความที่เขาเป็นคนอย่างนี้นี่แหละจึงทำให้หลายๆคนรักเขา
ต่อมา ถึงตา neo บ้าง คงเพราะเขาคงอยากเด่นดัง และอยากทำเซอร์ไพรส์แก่ผู้ชม เขาจึงปรากฏมาจากเพดานห้องส่งเวที ใส่ชุดที่มีปีก แล้วมีสายสลิงรัดรอบเอว ผู้ชมกรี๊ดทันที neo อ้าแขนกว้างเป็นการตอบรับเสียงจากผู้ชม เขาสบัดผมทีนึงก่อนจะไปนั่งเก้าอี้สัมภาษณ์ ด้วยความที่ neo หล่อที่สุดในวง และ เจ้าชู้ที่สุด ทุกคำถาม เขาจะตอบเพื่อเอาใจแต่สาวๆโดยเฉพาะ เขาเสยผม และส่งจูบให้แฟนๆหลายครั้ง เฟร์เกลียดตานี่ที่สุด เพราะดูท่าทางจะมาดเยอะเสียเหลือเกิน
”ไอ้การกระทำโง่ๆอย่างนี้ ก็มีแต่พวกผู้หญิงโง่ๆนั่นแหละที่หลงชอบ”เฟร์บ่นในลำคอ
และแล้วการสัมภาษณ์ neo ก็จบลง แฟนๆกรี๊ดให้เขาครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อเขาโบกมือให้แฟนๆ หลังจากนั้นเอง เสียงทั้ง ห้องส่งเงียบกริบทันที พิธีกร ขยับตัวนิดหน่อย แล้วพูด
”เอาล่ะนะครับ ถึงเทพองค์สุดท้ายแล้วนะครับ เทพองค์นี้ผมคิดว่าหลายๆคนคงจะรักเขาที่สุด---ใช่ครับหลังจากที่เขาได้ไปร่วมงานกับ producer ที่อเมริกาเมื่อปีก่อนและเพิ่งกลับมา เอาล่ะนะครับ เชิญพบกับ........ ultimate ได้เลยครับ”

เสียงกรี๊ดดังกระหึ่มทั้งโรงถ่ายทันที มันดังยิ่งกว่าตอน neo มาเสียอีก ultimate เดินเข้ามาอย่างช้าๆ ก่อนเขาจะนั่งบนเก้าอี้ เขาโค้งให้ทางผู้ชมหนึ่งทีอย่างสุภาพ แล้วเขาก็นั่งลง การสัมภาษณ์เป็นไปด้วยดี มันดูสบาย และผ่อนคลายกว่า 4 คนก่อนเสียอีก ultimate ให้สัมภาษณ์เรื่องการได้ไปแต่งเพลงให้ศิลปินที่อเมริกา เพลงในซิงเกิ้ลชุดใหม่ รวมถึงเรื่องคนรู้ใจ
”ผมยังไม่มีหรอกครับ มันยังไม่ถึงเวลา พระเจ้าเท่านั้นแหละครับที่จะรู้ว่าเมื่อใด”เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เสียงกรี๊ดดังสนั่นอีกครั้ง เฟร์แทบป็นลมเมื่อได้ยิน ultychan ของเธอตอบ “ฟังน้ำเสียงตอนเขาตอนตอบสิ----ช่างเซ็กซี่เหลือเกิน” เฟร์บอกกับเมจังเบาๆ

จริงๆแล้วตลอดเวลาที่ ultimate สัมภาษณ์นั้น ดวงตาเขาดูเหมือนจะมองไปทางผู้ชมทั่วๆโรงถ่าย แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่า บ่อยครั้งทีเดียวที่เค้าจ้องมอง เฟร์ และรอยยิ้มบางรอย เขาก็ยิ้มให้เฟร์เสียด้วย เขารู้สึกดีใจมากที่รู้ว่าเฟร์มาดู----มาดูเขานั่นแหละ แล้วจะมีใครรู้ไหมนะว่า วันนี้สีหน้าที่ร่าเริงของ ultimate นั้นเป็นสีหน้าร่าเริงที่เป็น”ของจริง”ไม่ใช่รอยยิ้มที่แสนจะเสแสร้งเหมือนการสัมภาษณ์หลายๆครั้งที่ผ่านมา

หลังจากนั้นก็เป็นการสัมภาษณ์รวมทั้งวง แล้วการสัมภาษณ์ก็จบลงด้วยการเถียงของ hyper กับ neo เรื่องที่ว่าใครแต่งตัวดีกว่ากันในคอนเสิร์ตครั้งก่อน
หลังจากนั้น ม่านปิดลง และซักพัก มันก็เปิดขึ้นอีกครั้ง Deva อยู่ในชุดใหม่ เป็นชุดสีขาวตั้งแต่เสื้อ กางเกง และรองเท้า ผู้ชมในห้องส่งกรี๊ดสนั่นทันที เพราะเขารู้ว่า ถ้าใส่ชุดนี้ต้องเป็นเพลง “Invisible Rose”แน่
nop ไม่รอช้าเขาเริ่มบรรเลงทันที

--------สวนกุหลาบสีแดง ในความฝันแห่งราตรีกาลของฉัน มันสวยงามดั่งดวงตะวันยามเริงร่า ฉันเด็ดดอกนึงออกมา เพื่อที่จะมอบให้กับคนรัก คนรักที่รักยิ่งชีวี แต่แล้ว ปาฏิหาริย์แห่งซาตานก็บังเกิด กุหลาบสีแดงสดนั้นมันกลับล่องหนหายไป invisible มันหายไปพร้อมรักที่ไร้ตัวตน.............ฉัน....ฉันมองรอบกาย มันหายไปไหน ดอกกุหลาบของฉัน...................invisible rose กุหลาบที่รับรู้มันได้เพียงกลิ่น แต่ไม่เคยรับรูปถึงตัวตนของมัน smell it but can’t see it มันเป็นความรักที่หายไป มันหายไปจากฉัน-------------------------------

ระหว่างที่ white crow และ h3 กำลังบรรเลงกีตาร์เพื่อจบเพลง ultimate ก็เดินไปที่ด้านหลังฉาก หยิบดอกไม้สีแดงสดดอกนึงมาซึ่งนั่นเป็นของประกอบฉาก เขาเด็ดมันออกมา แล้วเดินไปข้างหน้าเวที เดินไปทางผู้ชม แล้วยืนหยุดนิ่ง เขายืนอยู่หน้าเฟร์พอดี
เฟร์เห็นว่า ultimate เดินมาข้างหน้าเธอ เธอก็ช็อคจนพูดอะไรไม่ออก ultimate ยืนมองเฟร์ซักพัก เขายิ้ม......แล้วโน้มตัวลงมา
”นางฟ้าของผม”เขาพูดกับเฟร์พร้อมมองหน้าไปด้วย “ผมขอมอบดอกกุหลาบจากสวรรค์เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความรักจากผมสู่คุณ my goddess…..”
พูดจบเขาก็จับมือของเฟร์ เธอหน้าแดงทันที.....แดงที่สุดตั้งแต่เธอเกิดมา เธอนั่งตัวแข็ง และตัวร้อนทันทีที่ ultimate จับมือ ultimate ยิ้มอีกครั้งแล้ว นำดอกกุหลาบวางบนมือเธอ พร้อม--------------จูบมือเธอ------------ เท่านั้นเอง เฟร์ก็ร้องไห้ขึ้นมาทันที เธอควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว...

หลังจากนั้น ultimate ก็หันหลัง แล้ววิ่งกลับเวที พอดีกับที่บรรเลงเพลงจบพอดี
”ทำอะไรของนายน่ะ!?” white crow ถาม
”ก็......ทำให้ผู้ชมประทับใจนิดหน่อยน่ะครับพี่”
แล้ว deva ก็กล่าวคำขอบคุณทุกคน แล้วม่านก็ปิดลง หลังจากนั้นพิธีกรก็กล่าวประโยคปิดรายการ........

”เฟร์!!! เฟร์!!! เป็นอะไรมากรึปล่าว”
”อืมมม คงจะช๊อคน่ะสิ เมจัง ก็โดน ulty ทำถึงขนาดนั้น”
”ใช่ค่ะ พี่รู้ไหม ยัยนี่คลั่งไคล้ ulty จะตาย เจออย่างนี้เข้าไปก็ต้องช็อคขึ้นมาบ้างแหละ”
”แล้วจะทำไงดีเนี่ย เมย์เอ้ย”
”ไม่รู้สิค่ะ ก็คงได้แต่รอน่ะค่ะพี่ im”

ตอนนี้ เมจังกับ im อยู่ในห้องๆนึงของโรงถ่าย------หลังจาก deva ไป พวกแฟนคลับก็พยายามรุมทึ้งเธอ------im จึงต้องรีบพาเฟร์มาที่นี่ทั้งๆที่เฟร์ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับตัวอย่างนี้เนี่ยแหละ เมจัง กับ im มองเฟร์อยู่ซักพัก แล้วทั้งคู่ก็ถอนหายใจพร้อมกัน.......

1
Hosted by www.Geocities.ws

1