Back to Minie Site

ทำอย่างไร เมื่อข้อเท้าพลิก บนภูเขา...?

ตามวิธีหมอแผนปัจจุบันค่ะ
1. แช่น้ำเย็นจัด (น้ำจากน้ำตกก็ได้ แช่ลงไปเลยที่น้ำตก ถ้ามี รับรองเย็นถึงใจ) ทุกๆ 2 ชม. ภายใน 48 ชม.
2. อย่าคิดว่า ตัวเองไหว ให้ขี่คอ หรือลงเปล..หาคนหาม
3. ประคบร้อน หลัง 48 ชม. ไม่ต้องนวด ใช้ลูบๆ ได้ (light touch) ถ้าต้องการขยับเท้า ให้เอามือช่วยขยับ (passive movement)
4. หาหมอ ทันที ที่ทำได้ เพราะถ้าเอ็นพลิก ก็ไม่ยาก แต่ถ้าฉีกขาด ... หรือกระดูกแตกร้าว จะรักษายากมาก ถ้าไม่ถูกวิธี..
5. ยิ้มเข้าไว้ จะได้รูปสวยๆ กลับมา.......

ดีที่สุด คืออย่าประมาท ขอให้โชคดีนะคะ
มีคำพูดประทับใจของทีมชมรมศึกษาธรรมชาติบ้านวังลุง ตอบพวกเราตั้งแต่ก่อนออกเดินป่า เมื่อถูกถามว่า "เส้นทางช่วงไหนอันตรายสุด?" คำตอบคือ "ที่ไหนก็อันตรายทั้งนั้น ถ้าประมาท"

...และขอเล่าเรื่อง ถ่ายทอดตามประสบการณ์ค่ะ...


ทริปเขาหลวง ผาเหยียบเมฆ 7 - 9 กุมภาพันธ์
**เหตุเกิดเพราะความประมาทของเราเองแหละ ขณะที่กำลังเดินตัวปลิว...จากจุดกางเต้นท์ ระดับความสูง 1,300 ม. เหนือระดับน้ำทะเล ที่เขาหลวง เพื่อเดินไปตรงชะง่อน "ผาเหยียบเมฆ" เท้าซ้ายเหยียบมั่นคงดี เท้าขวาเหยียบ...ผลุบ!! ขาขวาและน้ำหนักตัวทั้งหมด ตกลงไปข้างๆ ผา เพราะพื้นมันโบ๋ค่ะ โอ๊ย..โอย.. เท้าซ้ายยังติดอยู่กับโคนต้นไม้เล็กๆ ก็เลยไม่ร่วงตกผา... ดึงตัวขึ้นมา แล้วก็นั่งร้องโอยๆ... พอหายปวด ก็เดินลงไปต่อ เหลืออีก 10 เมตรเองนี่นา... เอ้า คิดว่าข้อเท้าพลิกนะ แย่เลย... ถ่ายรูปก่อนละกัน แหะๆ..


ตอนปีนขึ้นจากผาเหยียบเมฆชักไม่ไหวแฮะ...ปวด รู้สึกว่ามันจะบวม... เลยไปให้น้าสม หัวหน้าคณะ (คณะเที่ยวป่านะ เป็นหมอใหญ่ของที่นี่ด้วย) ดูให้... น้าก็ดูจากการบวม แล้วบอกว่า "ไม่น่าเป็นที่เยื่อกระดูกหรอก ไม่งั้นมันต้องบวมอีกข้างนึงด้วย.. คงเป็นที่เอ็นอย่างเดียว มันถูกดึงยืดเร็ว แล้วกลับไม่ทัน เลือดเลยไม่เดินน่ะ นวดก็แล้วกันนะ" ว่าแล้วน้าก็ใช้สมุนไพรนวด...เจ็บแฮะ เกือบน้ำตาเล็ด กัดฟันทน มันไม่พอ เลยต้องเอานิ้วมากัดด้วย... (มารู้ทีหลังว่า...ถ้าเราเป็นผู้ชายล่ะก็...เฮ่อ..จะถูกดึงแรงๆ อีกที ให้เส้นมันเข้าที่...น้าเค้ากลัวเราช็อคตายไปซะก่อนเลยไม่ได้ทำให้ง่ะ)
ผ้าก็อตพันก็ไม่มี เลยต้องขอให้เพื่อนร่วมทริปสละผ้าเช็ดหน้าให้ผืนหนึ่ง มาพันไว้... ใส่ถุงเท้าซ้อนกันสองคู่ ให้มันแน่นๆ เข้าไว้...แล้วนอนพักสักครู่..(ตอนนี้ เป็นตอนที่ทิ้งระยะ ทำใจ และให้เพื่อนๆ มาให้กำลังใจ)...ทาร์ซานเอามือมาแตะขาเราแล้วถามว่า "พี่เป็นไงมั่ง" เราว่า "เจ็บอ่ะดิ ไม่เคยเป็นซะด้วย ข้อเท้าพลิกแบบนี้ แล้วคิดว่า ให้กลับทางเดิม หรือไปต่อล่ะ" นายทาร์ซานบอก "เส้นทางนี้ ลงไม่ไหวหรอก ตรงเนินปราบเซียนที่เราผ่านมานั่น คนธรรมดายังกลับไปยากเลย...ถ้ากลับช้าอีกวันได้มั้ยล่ะ" "ก็ได้นะ ค่อยๆ ไปก็แล้วกัน ถ้าทันก็ทัน ไม่ทันก็ค้างอีกวัน" "งั้นเอาเป้มา ผมแบกให้" น้าคนนำทางอีกคนนึงรับดูแลเรา แล้วก็ให้ลองเดินดู พอได้แฮะ ถ้าเดินทางราบๆ แล้วถ่ายน้ำหนักไปที่เท้าขวาแทน เวลาปีนขึ้น ก็ใช้โหนต้นไม้ แล้วเอาเท้าขวายัน..อึ๊บ..พอไหว ช่วงไหนไม่มีต้นไม้ ก็เอาสองมือเกาะแขนน้าไว้ "ทิ้งน้ำหนักมาเลย จะได้กะถูก"... เราถาม "น้า..ต้องเดินอีกสองวันใช่ป่าว.. เฉพาะวันนี้จากนี่ไปยอดฝามี 1,600 ต้องเดินข้ามอีกกี่ยอดล่ะเนี่ย?" น้าตอบ "ก็เป็นสิบยอดแหละ เดี๋ยวลองนับกันดู ตรงนี้ยอดที่หนึ่ง" ว่าแล้วก็หักกิ่งไม้ใส่กระเป๋าเป็นหลักฐาน.."ไปช้าๆ แบบนี้แหละ เอาที่ถนัดนะ อย่ารีบ เดี๋ยวก็ถึง.." ช่วงเจ็บจะเป็นตอนที่รูปเท้าเอียงไป ถ้าวางตรงๆตั้งฉากกับพื้นจะไม่เป็นไร... แต่พอเดินๆ ไป เท้าก็บวมมากขึ้น..ชา.. ก็เดินพอได้ มีช่วงนึงที่ยอดฝามี นับกิ่งไม้ที่หักมาเพื่อนับยอดเขา ได้ตั้ง 11 อัน พวกเรานั่งพักกัน ถอดถุงเท้าออกมา โอ๊ะโอ..เริ่มมีห้อเลือดเป็นสีม่วงคล้ำๆ หลายจุด.. การเดินทางสองวันนั้น พวกเราอยู่กลุ่มสุดท้าย แต่มีน้าๆ คอยรั้งท้ายหลังเราอีกสองสามคน ให้แน่ใจว่า ถ้าเธอไม่ไหวแล้วเมื่อไหร่ จะเอาขึ้นเปล.."หาม"


ช่วงท้ายของการเดินทาง ต้องเดินผ่านธารน้ำตก หลายจุด ลื่นมากๆ ก็ต้องเกาะน้าตามเคย เป็นช่วงที่ต้องทำเวลากันมากๆ เดี๋ยวไม่ทันรถทัวร์.. เพื่อนๆ รีบออกเดินทางก่อน ชุดเราตามหลังมา... 3 กม. สุดท้าย เราซ้อนมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่า ให้น้าซิ่งในสวนสมรม..ดูจะหวาดเสียว ยิ่งกว่าเครื่องเล่นในสวนสนุก เพราะทางมอเตอร์ไซค์ที่ใช้กัน มันกว้างแค่ฟุตนึง!! ทันค่ะ อาบน้ำอาบท่า พอดีๆ แล้วทั้งคณะก็ไปขึ้นรถทัวร์ ที่เราให้ออกช้ากว่าเวลา 15 นาที แหะๆ
ช่วงพักกินข้าว เราแทบลงจากรถไม่ไหว เท้ามันบวมขึ้นมาก (นึกออกใช่ไหม แค่ไม่เจ็บนะ เวลานั่งรถทัวร์เท้าก็บวมแล้ว บางคนถึงกะใส่รองเท้าไม่ได้น่ะ) ตอนเกือบตีห้า กลับมาถึงบ้าน นอนพัก แล้วเช้าถึงไปหาหมอ.......
หมอเป็นเพื่อนกัน เชี่ยวชาญเรื่องกระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ พวกนี้แหละ พอเห็นเท้าเรา.."เฮ้ นี่ซีเรียสนะจะบอกให้ เห็นเลือดที่ออกข้างในน่ะ มันไปทั่วเลย...ไม่ใช่แค่ข้อเท้าพลิกแน่ ไปเอ็กซ์เรย์ก่อนเลยนะ ดูว่ากระดูกเป็นไรไหม" หลังจากดูฟิล์ม "อืม..น่าจะข่าวดีนะ เดี๋ยวดูละเอียดๆก่อน...อ้อ ไม่เป็นไรกระดูกไม่แตกไม่ร้าว" เราว่า "ค่อยดีหน่อยเนอะ สงสัยมันระบบขนาดนี้ เพราะเราเดินบนภูเขาอีก สองวันน่ะหมอ" "ครับ เป็นไปได้นะ แบบนี้...จากเลือดที่ออก เอ็นฉีกขาด สั่งพักงานเลยนะ 7 วัน ห้ามเดิน นอนเอาเท้าวางสูงๆ สูงกว่าระดับอก... แล้วสัปดาห์ที่ 2 กะ 3 ต้องเดินเท่าที่จำเป็น ไม่งั้นไม่หายนะ" "ง่ะ หมอวันศุกร์นี้ เรามีคิวไปเขาสอยดาวอ่ะ ไปแค่ปิคนิคได้ป่าว?" เรารีบถาม "ไม่ได้ๆ นอนอย่างเดียว" หมอใจร้ายรีบตอบ "ง่ะ....จ๋อยดิ" เราบ่น แล้วหมอก็กำชับว่า "จริงๆนะ ให้พัก absolutely rest 7 วัน กินยาตามสั่ง ประคบน้ำอุ่นนาน 20 นาที ทุก 2 ชม."

อืม...รู้งี้รบกวน ทีมลูกหาบ หาบเราลงมาจากเขา คงไม่อ่วม รักษายากแบบนี้อ่ะ... น่าจะขอนั่งเสี่ยงเป็น องค์หญิง..ไปซะเล้ยยยยยยย.......

**Minie** Feb.14, 2003

 

Hosted by www.Geocities.ws

1