กรุงเทพฯ 9 ก.พ. - ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนท์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้นำ
500 คนทั่วโลก พบเกือบร้อยละ 60 มีความเห็นว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกในอีก
3 ปีข้างหน้า
และ ความล้มเหลวในการสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง
3 ประการ สำหรับการทำธุรกิจในอนาคต
รายงานสมุดปกขาวเรื่อง ความคิดเห็นของซีอีโอ (CEO Briefing)
ที่จัดทำโดย ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนท์ และออราเคิล
ผู้ให้บริการ
อี บิสซิเนสให้การสนับสนุน ได้ระบุถึงปัญหาสำคัญ และทิศทางกำหนดการดำเนินงานของบริษัทธุรกิจในอีก
3 ปีข้างหน้า โดยผู้บริหารที่เข้าร่วมการสำรวจดังกล่าวมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางธุรกิจโลก
แต่ยอมรับว่า การขับเคลื่อนให้มีการพัฒนานวัตกรรม
ตลอดจนมีการสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า
ควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
หากบริษัทธุรกิจต่าง ๆ ต้องการอยู่รอดท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในปี
2548 สำหรับสรุปประเด็นสำคัญของผลการศึกษาดังกล่าวดังนี้
ผู้บริหารร้อยละ 60 เห็นว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกในอีก
3 ปีข้างหน้า
ขณะที่ผู้บริหารกว่าร้อยละ 62 ยอมรับว่า ความกดดันในการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น
เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ท้าทายบริษัท โดยผู้บริหารกว่าสองในสาม เชื่อว่า
คุณภาพของระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสารสนเทศ มีผลกระทบในระดับรุนแรงถึงปานกลางต่อการสร้างแต้มต่อในการแข่งขันของแต่ละประเทศ
และผู้บริหารประมาณ 1 ใน 3 ที่ทำการสำรวจระบุว่า ความล้มเหลวในการสร้างสรรค์นวัตกรรม
เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญ 3 ประการที่ท้าทายของบริษัทในอีก
3 ปีข้างหน้า
ผู้นำธุรกิจกว่าร้อยละ 75 เชื่อว่า อุตสาหกรรมการดูแลรักษาสุขภาพ
ยา และเทคโนโลยีชีวภาพ จะมีทิศทางการเติบโตอย่างสดใสที่สุด
ขณะที่ผู้นำธุรกิจร้อยละ
49 คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคม ซอฟต์แวร์ และคอมพิวเตอร์
จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด
สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ
จะทวีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการสนับสนุนองค์กรธุรกิจให้สามารถบริหารจัดการระบบการดำเนินงาน
ที่มีความละเอียดซับซ้อน และมีขอบข่ายครอบคลุมทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดเกิดใหม่ อาทิ จีน อินเดีย และยุโรปตะวันออกยังสร้างแรงกดดันให้กับตลาดเก่ามากขึ้น
ซึ่งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจควบคุมและดูแลธุรกิจของตนที่มีเครือข่ายทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งยังสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยซีอีโอประมาณ
2 ใน 3 เชื่อว่า คุณภาพของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที จะมีผลกระทบต่อความได้เปรียบในการแข่งขันของแต่ละประเทศในระดับปานกลางถึงรุนแรง.
ที่มา : สำนักข่าวไทย |