หุ่นยนต์ HPR-2
ในราวสิ้นทศวรรษนี้ บรรดาเจ้าหน้าที่ ที่ต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยง ในการกู้ระเบิด และค้นหาผู้รอดชีวิต หลังจาก เกิดเหตุหายนะภัย อาจจะไม่จำเป็น จะต้องเอาชีวิตของพวกเขา เข้าแลกกับภารกิจแบบนั้นอีกแล้ว เพราะ มีเครื่องจักรกลอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจจะผลิตขึ้นมาในญี่ปุ่น ที่อาจจะเข้าไปทำหน้าที่ เสี่ยงอันตรายแบบนั้น แทนได้

นั่นเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่ง ของโครงการมูลค่า 37.7 ล้านเหรียญของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ชื่อว่าโครงการ หุ่นยนต์มนุษย์จำลอง ( Humanoid Robotics Project (HRP) ) ซึ่งตั้งเป้า ที่จะจำหน่ายหุ่นยนต์ ที่สามารถใช้พลั่วจักรกล รวมทั้งช่วยในการก่อสร้าง และการดูแลผู้สูงอายุด้วย ผลจากกระบวนการดังกล่าวนั้น อาจจะทำให้อุตสาหกรรมใหม่ ที่มีมูลค่ามหาศาล หลายพันล้านเหรียญ ของญี่ปุ่น ถือกำเนิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ก็ได้
"เช่นเดียวกับ การที่รถยนต์ นับเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ ศตวรรษที่ 20 เพราะในที่สุด ใครต่อใคร อาจจะมองย้อนกลับไปพิจารณา และมีความเห็นว่า หุ่นยนต์ จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 21 นี้" Hirohisa Hirukawa นักวิจัย ของสถาบันความก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมแห่งชาติ ญี่ปุ่น กล่าว Hirukawa เป็นผู้นำกลุ่ม ที่ช่วยในการพัฒนา หุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์รุ่น HRP-2 ที่มีความสูง 5ฟุต หนัก 128 และดูคล้ายกับเด็ก ใส่ชุดอวกาศ

หุ่นยนต์ดังกล่าว ซึ่งร่วมกันพัฒนาขึ้นมาโดย บริษัท Kawada Industries, บริษัทYaskawa Electric และบริษัท Shimizu นับเป็นหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์รุ่นล่าสุด ที่มีการเปิดตัวโดย นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ ทางรัฐบาลญี่ปุ่น ตั้งความหวังว่า ความพยายาม ของนักวิจัยเหล่านั้น จะช่วยผลักดันให้ หุ่นยนต์ดังกล่าว สามารถเจาะตลาดอื่น นอกเหนือจากตลาดโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นตลาดหลัก ของหุ่นยนต์เหล่านี้ในปัจจุบัน โดยจะหันไปมุ่งเจาะ ตลาดตามบ้านเรือนต่างๆ รวมทั้ง โรงพยาบาล และสถานที่อื่น ๆ ที่หุ่นยนต์จะสามารถ เข้าไปทำงานหนักแทนคนได้

นอกจากนั้น ทางรัฐบาลญี่ปุ่น ยังต้องการจะหาเงินเป็นกอบเป็นกำ จากความได้เปรียบทางเทคโนโลยีดังกล่าว ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำของโลก ในการผลิตหุ่นยนต์ และยังเป็นประเทศ ที่มีหุ่นยนต์รวมกว่าครึ่งหนึ่ง ของหุ่นยนต์ที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วโลกด้วย "เราต้องการสร้างตลาดใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ที่ญี่ปุ่นเป็นผู้พัฒนาขึ้นมานี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง แก่ระบบเศรษฐกิจของของญี่ปุ่น ได้ในระยะยาวด้วย" Kenichiro Yoshida ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการ ของกองจักรกลอุตสาหกรรม ในสังกัดกระทรวงการค้า ของญี่ปุ่นกล่าว

ทางด้านสมาคมหุ่นยนต์แห่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็นองค์กรด้านอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ก็ได้ประเมินว่า อุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์ สามารถเติบโตถึงระดับ 22.61 พันล้านเหรียญ ในราวปี 2010 หลังจากที่ตัวเลขได้พุ่งสูงกว่า 3.8 พันล้านเหรียญ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา กลุ่มดังกล่าว ยังได้คาดหมายด้วยว่า การขยายตัวดังกล่าวจะนำหน้าโดย ตลาดหุ่นยนต์ที่สามารถ ทำงานบ้านประจำวัน และเชื่อว่า แม้ในขณะนี้ จะยังไม่มีหุ่นยนต์ดังกล่าวอยู่ในตลาด แต่ในราวปี 2010 มันจะต้องสามารถทำเงินได้สูงถึง 11.3 พันล้านเหรียญต่อปีอย่างแน่นอน
"เราต้องการ ให้หุ่นยนต์สามารถ ทำงานรับใช้คน และเป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ นอกเหนือจาก ด้านการบันเทิง" Yoshida กล่าว อย่างไรก็ตาม การที่อุตสาหกรรมนี้ จะเริ่มเติบใหญ่ได้นั้น เทคโนโลยีจะต้อง ถูกพัฒนาให้ก้าวหน้ากว่านี้ ขึ้นไป อีก และที่อาจสำคัญกว่านั้นก็คือ บรรดานักวิจัย อาจจะต้องพยายามค้นหา บทบาทที่เป็นประโยชน์ ของหุ่นยนต์ในสังคมมนุษย์ให้ได้

สำหรับหุ่นยนต์รุ่น HRP-2 นั้น ได้ถูกเผยโฉมหน้าต่อสาธารณชน เป็นครั้งแรกในงาน Robodex 2002 ซึ่งจัดขึ้น ติดต่อกันสี่วัน ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในงานนี้ ได้มีการนำเอาหุ่นยนต์หลากหลายรุ่น ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยและบริษัทต่าง ๆในญี่ปุ่นมาจัดแสดง บรรดาผู้เข้าชมงาน ได้พบกับหุ่นยนต์ ที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ใส่หมวกสีฟ้า กำลังช่วยคนแบกเฟอร์นิเจอร์ไปมา ในขณะที่ยังมีอีกรุ่น ที่เก่ากว่านั้นกำลังขับรถยกของหนัก
"มันมีความต้องการหุ่นยนต์ ที่สามารถนำมาใช้ในงาน ที่เสี่ยงอันตราย และตามพื้นที่ที่เกิดหายนะภัยต่าง ๆ " Hirukawa กล่าวและบอกด้วยว่า หากมีหุ่นยนต์ เช่น HRP-2 มาช่วย เจ้าหน้าที่ก็จะสามารถ ควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ ได้ด้วยการใช้รีโมทควบคุม การทำงานของมัน ได้จากระยะไกลในพื้นที่ที่ปลอดภัย. เขาคาดหวังด้วยว่า จะมีหุ่นยนต์ HRP-2รวม 10 ตัว ถูกขายออกไปภายใน ห้าปี ของโครงการดังกล่าว ของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งจะสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม ปี 2003.
"หลังจากเราสามารถ ขายหุ่นยนต์ได้ถึง 1,000 ตัว ผมก็คิดว่า บทบาทของภาครัฐบาลญี่ปุ่น ก็จะจบลง และต่อไป ก็จะเป็นการผลิตเป็นจำนวนมาก เพื่อป้อนตลาดทั่วไป " Hirukawaกล่าว "แต่ตอนนี้ผมยังมองไม่ออกว่า มันจะเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีไหน." นอกจากนั้น Hirukawa ยังบอกด้วยว่า มันจะกินเวลาอีกนาน ก่อนที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์ เลียนแบบมนุษย์ จะก้าวหน้ามากพอ ที่จะเติบใหญ่จนกลายเป็นอุตสาหกรรมหลัก
"ผมคิดว่า ช่วงเวลาที่เร็วที่สุด ที่เราจะได้เห็น หุ่นยนต์มาทำงานบ้านที่น่าเบื่อ ก็คือราวปี 2025 หรือ อย่างช้าที่สุด ก็ปี 2050" เขากล่าว อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการค้าของ ญี่ปุ่น ก็ต้องการที่จะค้นหาวิธีการอื่นที่รวดเร็วกว่านั้น ในการพัฒนาอุตสาหกรรม ผลิตหุ่นยนต์ของประเทศ และตอนนี้ก็ได้เริ่มทำการวิเคราะห์ หาหนทางอื่น แทนการผลิตแต่หุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์

Yoshida กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการใหม่ที่มุ่งเน้น การผลิตหุ่นยนต์ สำหรับรับใช้งานบ้าน จะไม่มุ่งไปที่การผลิตแต่ หุ่นยนต์ที่รูปร่างคล้ายมนุษย์เท่านั้น และทางกระทรวงที่รับผิดชอบ ก็กำลังพิจารณาอยู่ว่า จะดำเนินโครงการหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ต่อไปอีก หลังจากผ่านพ้นเดือนมีนาคม ปี 2003 หรือไม่ "หุ่นยนต์ไม่จำเป็น จะต้องมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ จึงจะสามารถเป็นประโยชน์ ในการทำงานบ้านได้" เขากล่าว "เราต้องการผลิตหุ่นยนต์ ที่สามารถทำงานบ้าน หรือ ทำงานที่เสียงภัยอันตราย ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้"



Hosted by www.Geocities.ws

1