วิตามิน เกลือแร่ (๑๒) วิตามินซี
(โดย ภก.สรจักร ศิริบริรักษ์ จากหนังสือพลอยแกมเพชร ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๒๑๗
๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ หน้า ๔๙ - ๕๒ ภาพประกอบโดยม.ล.จิราธร จิรประวัติ
ช่างภาพโดย ไชยยันต์)
พูดถึงวิตามินซีปุ๊บ ท่านผู้อ่านก็ร้องอ๋อ วิตามินแก้หวัด
คนส่วนใหญ่กินวิตามินซีเมื่อจามฮัดเช่ย น้ำมูกไหลเพราะเชื่อว่าวิตามินซีแก้หวัดได้
ต่อมาก็พํฒนากินวิตามินซีแก้โรคภูมิแพ้ และอีกสารพัดโรค
หมอจ่ายวิตามินซีให้ผู้ป่วยเพื่อเร่งแผลให้หายเร็วขึ้น
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายชนิดเติมวิตามินซีในครีมทาหน้า
เพื่อลบริ้วรอย
ทั้งที่ผลการวิจัยยืนยันประสิทธิภาพมีน้อยมาก
อะไรจริง อะไรเท็จ เภสัชโภชนาจะเฉลยให้ฟังครับ
ความเป็นมา
เรื่องราวความเป็นมาของวิตามินซีในวงการแพทย์ย้อนนับไปได้กว่า
๒๐๐ ปีโดยมันถูกใช้เป็นยาหลักที่ใช้สู้กับโรคลักปิดลักเปิด
หรือที่ภาษาแพทย์เรียกScurvy
ฟังชื่อโรคนี้ทีไร ผมนีกถึงกิริยาของขโมยล้วงกระเป๋า
แอบเปิดแอบปิดค้นหาเงิน
ซึ่งโรคนี้ก็มีลักษณะเช่นนั้นคือขโมยเลือดออกมาตามไรฟัน
เดี๋ยวไหล เดี๋ยวหยุด
ลักปิดลักเปิดเป็นโรคจากการขาดสารอาหารอันดับแรกทีมนุษย์รู้จัก
เกิดจากการขาดวิตามินซี ซึ่งมีในผักผลไม้
ลักปิดลักเปิดเป็นโรคโบราณมีบันทึกย้อนไปกว่า ๒,๐๐๐ ปี
พบมากในชาวเรือที่ออกจากฝั่งนานๆ
หรือชาวฝรั่งที่ขาดผลม้สดกินในฤดูหนาว
อาการเริ่มต้นคือมีเลือดออกตามไรฟัน มีจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง
ถ้าขาดวิตามินซีติดต่อกันนานๆ จะเกิดโลหิตจาง
แผลหายช้า และกระดูกอ่อนแอผิดปรกติ
ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านคนโบราณสังเกตเห็นว่า
หากให้กินผักผลไม้สดเพียงไม่นาน
โรคร้ายก็หายไป
แสดงว่ามีสารสำคัญบางอย่างในผักผลไม้
ในราวปีค.ศ.๑๕๓๐ นักสำรวจชาวฝรั่งเศสบันทึกไว้ว่า
เขาพบเห็นชาวพื้นเมืองของเกาะนิวฟาวด์แลนด์รักษาโรค
ลักปิดลักเปิดโดยใช้น้ำคั้นหน่ออ่อนของพืชสีเขียว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงนั้นยังไม่มีใครสามารถสรุปได้แน่ชัดว่า
ทำไมชาวเรือจึงป่วยและควรรักษาอย่างไร
ลักปิดลักเปิดจึงยังคงเป็นโรคประจำตัวของชาวเริอนานต่อมาอีก ๒๐๐ ปี
จนเมื่อศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ เจมส์ ลินด์
เริ่มศึกษาจริงจัง เขาได้ข้อสังเกตว่า
อาหารรสเปรี้ยวมีแนวโน้มรักษาโรคลักปิดลักเปิด
ดีกว่าอาหารรสอื่น
คุณหมอจึงได้ทดลองจับผู้ป่วยที่โดยสารกับเรือซาลิสเบอรี
แยกเป็น ๖ กลุ่มทุกคนได้กินอาหารแบบชาวเรือ
เหมือนกันหมด แต่มีการเพิ่มเครื่องดื่มพิเศษแตกต่างกัน
ในแต่ละกลุ่ม
กลุ่มแรก โชคร้ายสุดได้รับกรดกำมะถันเจือจาง
กลุ่มที่สอง น้ำแอปเปิ้ล
กลุ่มที่สาม น้ำทะเล
กลุ่มที่สี่ น้ำส้มสายชู
กลุ่มที่ห้าได้น้ำสมุนไพรอันเป็นส่วนผสมของกระเทียมมัสตาร์ด
และอื่นๆอีกสองชนิด
กลุ่มสุดท้าย โชคดีที่สุด คือได้ดื่มน้ำส้มและมะนาว
หมอลินด์พบว่ากลุ่มที่ดื่มน้ำส้มและมะนาวจะหายจากโรคเร็วที่สุด
ใช้เพียง ๖ วัน กลุ่มกินแอปเปิ้ลอื่นหายใน ๒ สัปดาห์
ส่วนที่เหลือไม่หายเลย
หมอลินด์ตีพิมพ์ผลการค้นพบเป็นทางการครั้งแรก
ในปีค.ศ.๑๗๕๓ เขาได้รับการยกย่องว่า
เป็นแพทย์คนแรกที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นความสัมพันธ์
ระหว่างโรคกับอาหาร
หลังจากหมอลินด์พบว่าส้ม มะนาวแก้โรคลักปิดลักเปิดเกือบ
๒๐๐ ปี ในปีค.ศ.๑๙๓๒ คาณ์ซิเมอ์ ฟุงค์
ได้ทดสอบยืนยันว่า โรคลักปิดลักเปิด
สามารถป้องกันได้ด้วยวิตามิน
และเสนอให้หาทางสกัดวิตามินตัวนี้จากส้มและมะนาว
ในปีค.ศ.๑๙๓๒ จึงพบว่าสารรสเปรี้ยวในส้มมะนาว
ที่แท้เป็นกรดตัวหนึ่งเดิมตั้งชื่อว่า
Hexuronic Acid
แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นกรดแอสคอร์บิก
หรือวิตามินซีนั่นเอง
คำว่าแอสคอร์บิก แปลว่า
ปราศจากลักปิดลักเปิด
ปีค.ศ.๑๙๙๐ สถาบันมะเร็งแห่งชาติอเมริกาได้ประกาศว่า
วิตามินซีมีฤทธิ์ต่อกระบวนการทางชีวภาพอย่างซับซ้อน
และหลากรูปแบบ
บางทีอาจเป็นที่สุดของบรรดาวิตามิน
และสารอาหารทุกชนิด
คุณประโยชน์
วิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นมากสำหรับมนุษย์
แต่ไมาจำเป็นสำหรับสัตว์ส่วนใหญ่และพืช
เพราะมันสามารถสังเคราะห์วิตามินซีได้จากน้ำตาลกลูโคส
บทบาทหลักของวิตามินซีคือ
การช่วยสร้างและซ่อมฉซมคอลลาเจน
คงได้ยินชื่อคอลลาเจนกันบ่อยๆนะครับ
มันคือส่วนของผิวหนังที่ทำให้คุณดูเต่งตึง
ไม่มีริ้วรอย ไม่หย่อนยาน
ผิวหนังที่มีคอลลาเจนจะกระชับแลดูสดใส
คงรูปสวย ใครๆจึงปรารถนาคอลลาเจน
ถึงขนาดมีการฉีดคอลลาเจนใส่ผิวหน้าเพื่อให้เต่งตึง
แต่ก็ได้ผลเพียงเล็กน้อยและชั่วครั้งคราว
ไม่ดีเท่ากับที่ร่างกายเราสร้างใช้เอง
นอกจากจะช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง
คอลลาเจนยังเป็นเนื้อเยื่อสำคัญที่ยึดเซลล์
และเนื้อเยื่ออื่นๆเข้าด้วยกัน
(จึงได้ชื่อว่าเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน)
และเป็นเนื้อเยื่อหลักของหลอดเลือด
ผิงหนัง และพังผืด
การศึกาาบางชิ้นพบว่าคนทั่วไปร้อยละ ๒๕
ได้รับวิตามินซีต่อวันต่ำกว่าปริมาณขั้นต่ำ
ที่วงการแพทย์ยอมรับและมีคนเพียงร้อยละ ๙
ที่กินผักผลไม้เพียงพอตามคำแนะนำ
วิตามินซีสำคัญขนาดนี้แต่คนส่วนใหญ่
กลับได้วิตามินซีต่ำกว่ามาตรฐาน
เพราะม่ค่อยยอมกินผักผลไม้กัน
ถ้าคุณไม่กินผักผลไม้สด
คุณอาจขาดวิตามินซี
ร่างกายก็สร้างคอลลาเจนไม่เต็มที่
ผิวพรรณแห้งเหี่ยวเหมือนข้าวเหนี่นวปิ้ง
ใครกินผลไม้ทุกวันผิวพรรณสดใสปิ๊งๆ
วิตามินซียังช่วยเสริมการเจริญของกระดูกและฟัน
เสริมการสังเคราะห์โปรตีนฮอร์โมน
เสริมการดูดซึมแร่ธาตุสำคัญคือธาตุเหล็กและแคลเซียม
และวิตามินซีก็ไม่ให้เราผิดหวัง
มันช่วยเก็บกวาดอนุมูลอิสระ
และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรค
ทำให้ร่างกายกำจัดโรคร้ายได้แต่เนิ่นๆ
ภูมิคุ้มกันถูกสร้างขึ้นในตับ
วิตามินซีช่วยกระตุ้นขบวนการทางเคมีเพื่อสร้างภูมิ
คุ้มกันซึ่งจะถูกกระตุ้นให้หลั่งเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น
เมื่อร่างกายถูกเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมโจมตี
ดังนั้นประโยชน์หลักประการหนึ่งของวิตามินซี
คือช่วยยับยั้งและต้านทานเชื้อโรค
กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว
และภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ในแง่การกินวิตามินซีเพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้นั้น
เกิดจากแนวคิดที่ว่า
หากวิตามินซีช่วยเสริมให้การสร้างภูมิคุ้มกัน
เป้นไปโดยสมบูรณ์ไม่บกพร่อง
บางทีโรคภูมิแพ้อาจหายได้
เท็จจริงไม่มีการพิสูจน์
อีกหนึ่งบทบาทคือการปกป้องมะเร็ง
เนื่อสัตว์แปรรูปหลายชนิดมีการเติมสารเคมี
ที่อาจแปรเปลี่ยนเป็น
ไนโตรซามีน
ในกระเพาะเจ้าสารตัวนี้เป็นสารก่อมะเร็ง
ที่ถูกยับยั้งได้ด้วยวิตามินซี
วิตามินซีสมานแผล
จากการศึกษาพบว่าแผลจะหายเร็วหรือช้าขึ้นกับ
ปริมาณวิตามินซีที่คุณบริโภค
ซึ่งกระตุ้นความเร็วในการสร้างคอลลาเจนใหม่
คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง
มีองค์ประกอบหลักเป็นกรดอะมิโนสองตัว
คือโพรลีนและไฮดรอกซีโพรลีน
ร่างกายของเราได้ไฮดรอกซีโพรลีน
โดยการสังเคราะห์จากโพรลีน
ซึ่งจะเกิดขึ้นสมบูรณ์ภายใต้การช่วยเหลือของวิตามินซี
ดังนั้นเมื่อปริมาณของวิตามินซีน้อยเกินไป
ก็จะไม่มีการสร้างคอลลาเจน
ขบวนการซ่อมแซมก็จะเชื่องช้า
ไร้ประสิทธิภาพ
วิตามินซีกับเส้นเลือดฝอย
เมื่อใดที่เกิดภาวะพร่องวิตามินซี
เส้นเลือดฝอยจะเปราะง่าย
สังเกตได้ในคนที่มีรอยช้ำง่าย
หรือมีเลือดกำเดาไหลบ่อยๆ
แสดงถึงความอ่อนแอของเส้นเลือดฝอย
จากการขาดวิตามินซี
วิตามินซีทำงานคู่กับไบโอฟลาโวนอยด์
ผักสดและผลไม้เป็นแหล่งตามธรรมชาติทั้งของ
วิตามินและไบโอฟลาโวนอยด์
เมื่อกินผักผลไม้เราจะได้สารทั้งสองเข้าสู่ร่างกาย
พร้อมกัน ดีกว่าการซื้อวิตามินซีชนิดเม็ดมารับประทาน
ซึ่งจะได้รับเฉพาะวิตามินซี
วิตามินซีต้านอนุมูลอิสระ
ทุกวันนี้คุณประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้น
กลับเป็นรองฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสะ
เมื่อมีการค้นพบว่า
คนเราจะแก่ชราเสื่อมโทรมลงด้วย
สองปัจจัยหลักคือ
- หนึ่ง แก่เพราะกาลเวลา
คือเวลาทำให้เฒ่าชะแรแก่ชรา
เรียกว่า แก่เลขอายุ
- สอง แก่เพราะอนุมูลอิสระ
หากคุณมีอนุฒูลอิสระเกิดในร่างกายมาก
คุณจะเหี่ยวหง่อม
เกิดโรคเสื่อมของอวัยวะก่อนวัยอันควร
คนแก่แบบนี้ต้องเรียกว่าแก่สุขภาพ
อาการที่เห็นชัดคือหนังดหี่ยว หลังโก่ง
ตาฝ้าฟาง ความจำเสื่อม
ดังนั้นใครที่กินอาหารต้านอนุมูลอืสระมาก
สุขภาพจะแก่ช้าลง ส่วนเลขอายุก็เลื่อนไปเรื่อยๆ
คือแก่แต่ไม่หง่อม เจ็ดสิบแต่หน้าตาผิวพรรณเหมือนห้าสิบ
คนรุ่นใหม่รู้ว่าวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัว
เก่งที่ธรรมชาติประทานให้เรา
จึงกินวิตามินซีเป็นกอบเป็นกำ
อันตรายไหม เดี๋ยวจะเฉลยครับ
ครีมผสมวิตามินซี
หากคุณเดินแผนกเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้า
ทุกวันนี้ คุณจได้พบเครื่องสำอางบำรุงผิวชนิดผสม
วิตามินวางเรียงภายในตู้โชว์ลานตา ข้างขวดครีม
บำรุงผิวขนาดใหญ่อาจมีฉลากระบุว่า
เติมวิตามินบี ๓ บี ๕ วิตามินเอซีและอี
แม้แต่ลิปสติกก็มีการเติมวิตามินเอและอี
ผู้บริโภคส่วนใหญ่คงสับสนกับประโยชน์ของวิตามิน
ดูราวกับว่าวิตามินสามารถก่อประโยชน์ต่อสุขภาพ
ผิวด้วยการทา แทนการกิน บางคนพูดติดตลกว่า
ต่อไปนี้คงมีนักวิชาการแขนงใหม่
คือนักโภชนาการทางผิวหนัง
โดยทั่วไปร่างกายไม่ยอมให้วิตามินและเกลือแร่
ซึมผ่านผิวเข้าไปบำรุงร่างกาย
ดังนั้นวิตามินทั้งหลายในเนื้อครีม
จึงมิได้ก่อประโยชน์ในแง่บำรุงร่างกาย
แต่มันมีบทบาทในรูปแบบอื่นๆ
เช่น ในกรณีของครีมผสมวิตามินซีมีการ
ศึกษาเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา(พ.ศ.๒๕๔๒)
ตีพิมพ์ในวารสาร Applied Cosmetolosy
บอกเงื่อนงำแก่เราว่าวิตามินซีซึ่งมีฤทธิ์เป็น
สารต้านอนุมูลอิสระตัวเก่งนั้น
เมื่อนำมาทาผิวหนัง มันสามารถช่วยต่อสู้กับ
อนุมูลอิสระบนผิวหนังได้ดี
จึงช่วยปกป้องผิวหนังจากฤทธิ์ทำลายของอนุมูล
อิสระที่เกิดจากแสงแดด ทั้งยูวีเอ และยูวีบี
การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งทำบนหนังสุกร
พบว่าวิตามินซีมีประสิทธิภาพในการปกป้อง
ผิว(สุกร) จากการถูกทำลายโดยรังสียูวี
เมื่อใช้ร่วมกับครีมกันแดด
ผู้วิจัยคือ ดร.เชนดอน พินเนล
ให้ความเห็นว่าฤทธิ์ของวิตามินซีอยู่ในระดับดีพอควร
แม้จะไม่สามารถใช้ทดแทนสารกันแดดทั่วไป
แต่เมื่อใช้ร่วมกับครีมกันแดด
มันจะช่วยเสริมฤทธิ์
โดยเฉพราะวิตามินซีในรูปแอสคอร์บีล
พาลมิเตท(Ascobyl Palmitate)
ยังอาจช่วยฟื้นฟูผิวที่เกิดร่องรอยถูกทำลาย
จากแสงแดดได้ด้วย
งานวิจัยตีพิมพ์ในปีค.ศ.๑๙๙๗ พบว่า
แอสคอร์บีล พาลมิเตท
ช่วยลดการอักเสบและผิวร้อนแดงจากแดด
เผาได้ถึงครึ่งหนึ่ง และทำให้การอักเสบหายเร็วขึ้น
หากซื้อผลิตภัณฑ์ผสมวิตามินซี
มองหาชนิดที่ใช้ Ascobyl Palmitate
แหล่งในอาหาร
พบวิตามินซีในพืชผักส่วนใหญ่ เช่น
ถั่วงอก กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก
ฝรั่ง มะละกอ ผลไม้รสเปรี้ยวส่วนใหญ่
มะนาวและส้มทุกชนิดนับเป็นแหล่งที่ดี
ของวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ และเบต้าแคโรทีน
ส้มหนึ่งลูกใหญ่บรรจุวิตามินซีถึง
๕๐ มิลลิกรัม
ขนาดบริโภค
ขนาดที่ควรบริโภคเพื่อป้องกันการ
ขาดวิตามินซีในคนทั่วไป คือ
๓๐-๖๐ มิลลิกรัมต่อวัน
ซึ่งหากคุณกินผักผลไม้สด ๓
ถ้วยก็ได้รับวิตามินซีจากอาหารเพียงพอ
แน่นอน แต่นักวิชาการรุ่นใหม่แนะนำ
ขนาดต่ำสุดที่ ๑๐๐-๑๕๐ มิลลิกรัม
สำหรับการดำรงชีวิตที่ดีในยุคสังคมปัจจุบัน
คนที่รับประทานยาแอสไพริน
จะต้องเพิ่มขนาดวิตามินซีเป็น
๒๐๐-๓๐๐ มิลลิกรัม
ต่อการได้รับแอสไพรินหนึ่งเม็ด
คนที่สูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้า
ต้องการวิตามินซีขึ้นมากกว่าปรกติ
ขนาดวิตามินซีที่เหมาะคือ ๑,๐๐๐ มิลลิกรัม
ต่อบุหรี่และเหล้ามีฤทธิ์ขับวิตามินออกจากร่างกาย
และยังทำลายวิตามินที่เหลืออยู่อีกด้วย
ดร.ดับบลิวเจ. แมคดอร์แมค
กล่าวว่าบุหรี่หนึ่งมวนทำลายวิตามินซีไปถึง
๒๕ มิลลิกรัม
คนที่มีความเครียดสูงควรบริโภควิตามินซีวันละ
๕๐๐ มิลลิกรัม
และขนาดที่บริโภคเพื่อป้องกันโรคอันเกิดจาก
ผลของอนุมูลอิสระ เช่น มะเร็ง
หรือโรคชราต่างๆ ที่การแพทย์ทาง
เลือกนิยมใช้คือ ๒๕๐-๑,๐๐๐
มิลลิกรัมต่อวัน
พิษของวิตามินซี
มีคนพูดกันมากว่ารับประทานวิตามินซีเยอะๆ
จะเป็นนิ่ว
คู่มือบัญชียาหลักแห่งชาติ
ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา
เล่ม ๒ พ.ศ.๒๕๒๔
กล่าวถึงพิษของวิตามินซีไว้ว่า
"ไม่มีพิษที่ร้ายแรง"
สอดคล้องกับตำราฝรั่งมากมาย
ที่ระบุว่าเป็นวิตามินที่ปลอดภัย
มากที่สุดตัวหนึ่ง
การกินวิตามินซีขนาดสูงโดยทั่วไป
คือ ๕๐๐-๑,๐๐๐ มิลลิกรัมต่อวัน
ไม่ก่อพิษและไม่สะสม
ส่วนที่เหลือใช้จะถูกขับทิ้งทางปัสสวะ
อย่างไรก็ตาม หาก
กินติดต่อกันในขนาดสูงมาก
ทุกๆวัน อาจก่ออาการปวด
เกร็งในช่องท้องหรือท้องเสีย
นอกจากนี้อาจทำให้การดูดซึม
ทองแดงลดลง
ในผู้ป่วยโรค Hemo
chromatosis คือมีธาตุเหล็ก
ในกระแสเลือดสูง อาจได้
รับอันตรายจากการกินวิตามิน
ซีขนาดสูง เพราะมันจะเร่ง
การดูดซึมธาตุเหล็กเข้าร่าง
กายมากขึ้น
มีการพูดถึงผลต่อนิ่ว
ในไต บางทีการกินวิตามินซี
อาจทำให้เกิดก้อนนิ่ว แคล
เซียม ออกซาเลตในไต แต่ก็
เป็นเพียงข้อสงสัยตามทฤษฎี
ในผู้ป่วยโรคเลือด
ควรระวังการกินวิตามินซี
ขนาดสูง เพราะบางโรค เช่น
โลหิตจางชนิด Sickle Cell
เม็ดเลือดแดงจะแตกง่ายขึ้น
ผู้ป่วยโรคเกาต์ก็ควร
ระวัง หากกินวิตามินซีขนาด
สูงแล้วอาการรุนแรงขึ้น ควร
หยุดกิน เพราะมันอาจทำให้
กรดยูริกถูกขับเพิ่มมากขึ้น
การเคี้ยวหรืออมวิตามิน
ซีทุกวันบ่อยๆ อาจทำให้ฟันผุ
นักโภชนาการบางคน
ให้ความเห็น หากคุณกิน
วิตามินซีในขนาดสูงมากๆ
เกินธรรมชาติติดต่อกันทุก
วันจนร่างกายเคยชิน วัน
ไหนเลิกกิน อาจเกิดภาวะ
คล้ายลงแดง คือร่างกายขาด
วิตามินซีเฉียบพลัน
ทั้งนี้เป็นเพราะในช่วง
ที่คุณกินวิตามินสูงๆ ร่างกาย
ได้สร้างกลไกทำลายวิตามิน
ซีส่วนเกินมากขึ้น วันไหนที่
หยุดกิน มันอาจเผลอทำลาย
วิตามินซีส่วนที่ต้องใช้งาน
ดังนั้น หากคุณกิน
วิตามินซีสูงทุกวัน ควรค่อยๆ
ลดปริมาณลง อย่าเลิกปุบปับ
เคยมีรายงานว่าเด็กที่
คลอดบางคนมีอาการลักปิด
ลักเปิดหลังคลอด หากมารดา
กินวิตามินชีขนาดสูงในช่วง
ตั้งครรภ์ ทั้งนี้เป็นเพราะ
ทารกในครรภ์เคยชินกับ
ปริมาณวิตามินซีขนาดสูง
ในกระแสเลือดจากมารดา
เมื่อคลอดและดื่มนมที่มี
วิตามินซีปรกติ ร่างกายปรับ
ตัวไม่ทัน จึงแสดงภาวะขาด
วิตามินซี
ข้อควรรู้
ในบรรดาวิตามินทั้ง
หลายที่เรารู้จัก วิตามินซีและ
โฟเลตเป็นสองตัวที่ถูกทำลาย
ง่ายที่สุด ปริมาณวิตามินซี
จะลดลงเรื่อยๆทันทีที่ผัก
ผลไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากไร่
การขนส่ง การแปรรูป การ
วางตลาดและการปรุง ล้วน
มีผลทำให้วิตามินซีสลายตัว
เช่นเดียวกับการโดน
แสง อากาศ และความร้อน
พบว่าส้มที่ห่อด้วยกระดาษ
กันแสงและแช่ตู้เย็น จะมี
วิตามินซีเหลือมากกว่าส้มที่
ทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร
ผักผลไม้สดมีวิตามิน
สูงกว่าผักผลไม้ที่ปรุงสุกด้วย
ความร้อน
กินผลไม้สดมากๆครับ
นับตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2545 คุณเป็นคนที่