สุขสมบูรณ์ Suksomboon มารู้จักผักสปิแนชกันเถอะ
(จาก Achieve ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 กันยายน 2543 หน้า 14)
         เมื่อพูดถึง ผักสปิแนซ (spinach) กันแล้ว คงมืหลายคนคิดถึงการ์ตูน ยอดนิยม คือ "ป๊อปอาย" กะลาส เรีอที่ชอบกินผักสปิแนชเพื่อเพิ่มพลัง ในการด่อสู้และปราบศัตรูร้าย
         ผักสปิแนช (Spinach) หริอผักขม หรือที่รู้จักกันในอีกนามหนึ่ง คือ ผักปวยเล้ง ซึ่งจัดอยูไนกลุ่มผักขมเช่นเดียวกันแต่จะมีเฉพาะในฤดูหนาว เท่านั้น เป็นที่รู้จักกันดีและนิยมรับประทานกันในหมู่ซาวไทยและซาวจีน มาซ้านานเล้ว
          ผักสปิแนชหรือผักขมนั้นมิคุณประโยชน์ เป็นได้ทั้งส่วนประกอบของเมนูอาหาร เลิศรสและยาที่มีประโยซน์ ด้วย เนื่องจาก ในผักขมนั้นอุดมไปค้วยแร่ธาตุต่างๆ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเชียม พร้อมทั้ง วิตามิน เช่น วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน นอกจากนั้น ยังมีใยอาหารในปริมาณลูงอีาด้วย
         จากการวิเคราะห์สารอาหารในผักปวยเล้งขนาดครื่งถ้วย 85 กรัม จะให้สารอาหารดังต่อไปนี้

         นอกจากนี้ ข้อมูลของกองโภชนาการกรมอนาม้ย กระทรวง สาธารณสุข ยังระบุว่า ผักปวยเล้ง 100 กรัม ยังเป็น แหล่งของเบต้าแคโรทีนที่สูงมากเมื่อเทียบเป็นหน่วยเรตินัลหรือวิตามินเอ จะมีปริมาณสูงถืง 420 ไมโครกรัม
         เมื่อเร็ว ๆ นี้มีรายงานจากสถาบันค้นคว้าด้านดวงตาของเวสเทิร์น แอดมินิเตรซั่น จากซิคาโกว่า ผักขมนั่นสามารถ ป้องกันแเละรักษาโรคตามัวถืงบอดสนิทที่เรียกว่า โรค ARMD หรือ Age Related Macular Degeneration (โรคดังกล่าวนี้จะพบว่าเป็นปัญหามากในผู้ทื่มีอายุมากกว่า 65 ขึ้นไป โดยในลหรัฐอเมริกาพบคนเป็นโรคนี้ ไม่ต่ำกว่า 13 ลัานคน) จากการศึกษาพบว่า การกินผักขมอย่างน้อยสัปดาห์ละครื่งถ้วยกาแฟ 4 - 7 ครั้ง ด่อสัปดาห์ ร่างกายจะใด้รับสารลูเทน(Lutein ) ในผักขม ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ซ่วยป้องกันเละรักษาโรคนี้
         ผักขมเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำ ทว่า อุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินเอ และวิตามินชีที่สูง ดังนั้น คร้งต่อไปที่คุณจะทำอาหารรับประทานเองหรึอออกไปทานขัาวนอกบ้าน อย่าลืมเลือกผักขมหรือปวยเล้ง เป็นหนื่งในเมนูอาหารด้วยเพิ่อเพิ่มคุณค่าแก่ร่างกายของเรา
นับตั้งแต่ 29 กันยายน 2543 คุณเป็นคนที่ 1
Hosted by www.Geocities.ws