สุขสมบูรณ์ Suksomboon ผลไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็นธัญญาหารของชาวโลก ที่หาง่ายและราคาถูก
กล้วยน้ำว้าสารพัดประโยชน์
(จากคอลัมน์คุณค่าของธรรมชาติ LISA ฉบับ 14 31 สิงหาคม 2543 หน้า 20)          ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa sapientum Linn. วงศ์ Musaceae ชื่อท้องถิ่น กล้วยน้ำว้า ลักษณะทางพฤษศาสตร์ เป็นพืชล้มลุก ลำต้นสูง ลำต้น ทึอยู่เหนือดิน รูปร่างกลม มึ กาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบสีเขียว ขนาคใหญ่ ก้านใบยาวแล ะ เห็นชัคเจน ดอกออกที่ปลาย เป็นช่อ ลักษณะห้อยหัวลง ยาว 1-2 ศอก เรียกว่า ปลี มีดอกย่อยออกเป็นแผง ผลจะติดกันเป็น แผงเรียกว่ า ห วี ซ้อนกันหลายหวี เรียกาว่ า เครือ การปลูกนิยม1ชั หน่อปลูก กล้วย ชอบดินร่วนซุย ค่อนไปทางดิน เหนียวที่อุ้มน้ำได้ดี แต่ไม่ชอบน้ำขัง ควรปลูก ต้นฤดูฝน
ส่วนที่ใช้เป็นยา
         ลูกติบ หรือลูกห่าม โดย เก็บลูกกล้วยช่วงเปลือกยังเป็น สีเขียว ต้นกล้วยจะให้ผลใน ช่วง อายุ 8- I2 เดือน
รสและสรรพคุณยาไทย
         ลูกดิบ รสฝาด ฤทธิฝาด สมานแผลได้ดีเป็นพิเศษ
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
         ผลกล้วย มี สารแทนนิน ( Tannin) สาร ชนืคนี้มีมากในช่วง กล้วยดิบ เพกติน (Pactin) มีมากในช่วง กล้วยสุก Essential OiI, Nor epinephrine และกรดอินทรีย์ หลายชนิด จากการศึทษาวิจัย พบว่า สารสกัดจากเนื้อ และ เปลือกของกล้วยมีฤทธิ์ด้าน เชื้อราและเชื้อแบคทีเรียอัน เป็นสาเหตุให้เกิดหนองได้ กล้วยดิบมีสารแทนนินมาก ช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบ ไม่รุนแรงได้ มีการวิจัยทื่น่า สนใจจาก ประเทศ อังกฤษใน ปี พ.ศ. 2527 Best และคณะได้ รายงาน ว่ากล้วย ดิบนั้นมีฤทธิ์รักษาแผลใน กระเพาะหนูขาว ซึ่งเกิดจาก การกระตุ้นใดยแอสไพริน (Aspirin) สามารถป้องกัน ไม่ให้เกิดแผล เมื่อให้หนูกิน ผงกล้วยดิบ 5 กรัม และ รักษาแผลที่เป็นแล้วเมื่อให้ หนูขาวกินผงกล้วยดิบ 7 กรัม ผู้วิจัยเข้าใจว่ากล้วยดิบ ไป กระตุ้นให้ เซลล์ใน เยื่อบุ กระเพาะ หลั่งสารพวกมิวซิน (Mucin) ออกมาเคลือบ กระเพาะ กลไกนี่แตกต่างไป จากยากระเพาะทั่วไป ฤทธิ์ ในการรักษาแผลได้ผลเฉพาะ กล้วยดิบ กล้วยสุกไม่ได้ผล (ปัจจุบันในประเทศไทยมี องค์กรภาคเอกชนคือ "กฤ่ม ศึกษาปัญหายา " เผยแพร่ ความรู้การใช้กล้วยหักมุกดิบ รักษาแผลในกระเพาะ โดย เอากล้วยดิบมาหั่น ตากแดด บดผง รับประทาน วันละ 4 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ช้อนแกง ก่ยนอาหารและ ก่อนนอน จากประสบาารณ์ ของผู้ป่ วยพบว่าได้ผลดี)
วิธีใช้
         กล้วยดิบรักษาอาการท้อง เสียที่ไม่รุ่นแรง โดยใช้กล้วย น้ำว้าห่าม รับประทานครั้ง ละครื่งผล-หนึ่งผล หรือ ใช้กล้วยน้ำว้าดิบ ฝานเป็น แว่นตาก แดด ให้ แห้ง บด เป็นผง ชงน้ำดื่มครั้ง ละครึ่งผลถึงหนึ่ง ผล หรือบดเป็นผง ปั้นเป็น ยาลูกกลอนรับประทานครั้งละ 4 เม็ค วันละ 2 ครั้ง ก่อน อาหารเช้าและก่อนนอน เมื่อ รับประทานแล้วอาจมีอาการ ท้องอืดเฟ้อ ป้องกันโดยใช้ ร่วมกับยา ขับลม เช่น น้ำขิง พริกไทย เป็นต้น
กล้วยสุก
         มีมากมายหลายชนิดทั่ว โลก กล้วยนั้นได้ชื่อว่าเป็น ธัญญาหารสำคัญของมนุษย์ และสัตว์หลายชนิด เพราะใน กล้วยสุกประกอบด้วยวิตามิน เอและ วิตามินซีมากมาย นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ธาตุ เหล็กซื่งล้วนมีประโยชน์ต่อ ร่างกายรวมด้วย กล้วยสุกจึง เป็นอาหารสำคัญของเด็กที่ กำลังเติบโต และเหมาะสม คนที่มีไขมันในเส้นเลือคสูง และคนที่พยายามลดน้ำหนัก มากรับประทานกล้วยสุกจะ ทำให้รู้สึกอิ่มโดยไม่ต้องพึ่ง อาหารประเภทอื่นมากนัก
ส่วนกล้วยสุกที่นำไป ตากแห้ง นอกจากจะสามารถ เก็บรักษาไว้รับประทานได้ นานแล้ว ยังมีวิตามินดีจาก แสงแดดเพิ่มมาด้วย ซื่งวิธี ทำกล้วยตากไม่ยากเเย็นอะไร สามารถจะ ทำเอง ได้ง่ายๆ ดังนี้
         1.ใช้มีด คมๆ ตัด หัวท้า ย ของกล้วย แล้วตัดออก เป็น 2-3 ท่อน ตามที่ต้องการ
         2.ปอกเปลือกกล้วย ด้วยมีดตามทางยาวของ กล้วย อย่าใช้มีดตัดลึกจน โดนเนื้อกล้วยอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้กล้วยช้ำ
         3. จากนั้นจึงฝานกล้วยที่ ปอกแล้วออกเป็นแผ่นดาม ความยาว หนาบางตาม ชอบใจและนำไปตากแดด 1-2 วัน หรือใช้อบในเตาอบ แทนการนำไปตากแดดก็ได้ จึงนำมาเก็บไว้ในขวดโหล หรือภาชนะที่ปิดมิดชิดไว้ รับประทานได้
นับตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2543 คุณเป็นคนที่
1
Hosted by www.Geocities.ws