อุปกรณ์ที่ 2. รีเลย์ป้องกัน

 ระบบไฟฟ้าที่ดีจะต้องมีการปัองกันที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้ระบบมีความน่าเชื่อถือ การเลือกใช้รีเลย์ป้องกันที่เหมาะสมและเชื่อถือได้ ย่อมเป็นวิธีหนึ่งที่จะลดความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า และยังลดเวลาในการซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ฉะนั้นหน้าที่สำคัญของรีเลย์ป้องกันได้แก่
               1. ตรวจจับสภาวะฟอลต์ของระบบไฟฟ้าแล้วส่งสัญญาณไปทริปเบรกเกอร์ ให้แยกส่วนของระบบไฟฟ้าที่กำลังผิดปกติออกหรือส่งสัญญาณเตือน
               2. บอกตำแหน่งและชนิดของสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้การซ่อมแซมรวดเร็วขึ้นแล้ว ยังใช้เปรียบเทียบการสังเกตการณณ์ของผู้ปฏิบัติงานและการบันทึกรายงานของออสซิลโลกราฟ เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพ



         เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ใช้ร่วมกับรีเลย์ป้องกัน จะติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่สามารถสั่งทริป เพื่อแยกวงจรไฟฟ้าออกตากเครื่องกำเนิด หม้อแปลง บัส สายส่ง หรืออื่น ๆ ออกจากระบบในส่วนที่เกิดฟอลต์โดยที่เซอร์กิตเบรกเกอร์จะต้องมีขนาดที่เหมาะสมและสามารถทนกระแสสูงสุดชั่วขณะที่กำลังลัดวงจรได้แผ่นป้ายชื่อบนเซอร์กิตเบรกเกอร์แต่ละตัวจะแสดงค่าพิกัดดังต่อไปนี้
                (ก) พิกัดกระแสต่อเนื่อง
                (ข) กระแสขณะอินเตอร์รัพต์สูงสุด
                (ค) พิกัดแรงดันสูงสุด
                (ง) พิกัดเวลาอินเตอร์รัพต์ ปกติจะอยู่ระหว่าง 2 ถึง 8 ไซเกิล
                การทริปเบรกเกอร์นั้นจะอาศัยรีเลย์ป้องกัน ขดลวดสั่งทริปขั้วหนึ่งจะต่ออยู่กั่บแหล่งจ่าย DC
ถ้าเกิดฟอลต์ด้านสายส่งแรงสูง กระแสทางด้านทุติยภูมิของหม้อแปลงกระแสก็จะสูงขึ้นทำให้หน้าสัมผัส C1 และ C2 ของรีเลย์ป้องกันปิด ไฟฟ้ากระแสตรงจากแหล่งจ่ายอื่นๆ จะจ่ายให้กับขดลวดสั่ง
ทริป ดึงหน้าสัมผัสของเซอร์กิตเบรกเกอร์ให้ปลดวงจรไฟฟ้า

          สำหรับรีเลย์ป้องกันระบบอันได้แก่รีเลย์กระแสเกิน รีเลย์แรงดันเกิน หรือ รีเลย์อื่นๆ ดังแสดงดังรูป
วงจรพื้นฐานการสั่งทริปเพาเวอร์เซอร์เบรกเกอร์แรงสูงเพียงเฟสเดียว

รีเลย์ป้องกันระบบไฟฟ้า ติดตั้งภายในห้องควบคุมไฟฟ้า

Hosted by www.Geocities.ws
GridHoster Web Hosting
1