The Butterfly
Murders - ศึกวังผีเสื้อ (1979)
โกวเล้งเคยพูดถึง คุณลักษณ์พิเศษของหนังสือกำลังภายในว่า เป็นนิยายที่สามารถดึงเอาจุดเด่นจากนิยายประเภทอื่นเข้ามาผสมได้อย่างลงตัว
อาทิเช่น นิยายกำลังภายในสามารถมีเรื่องรัก ในขณะที่นิยายรักไม่สามารถมีเรื่องกำลังภายภายในได้
และสำหรับ The Buterfly Murders นิยายกำลังภายในก็สามารถมีเรื่องสยองขวัญได้เหมือนกัน
ในยุคสมัยหนึ่งของยุทธภพ เกิดการฆ่าฟันนองเลือดเพื่อแย้งชิงความเป็นใหญ่
จนทำให้ชาวยุทธจำนวนมากมายต้องลมตายไป เป็นผลให้ยุทธจักรเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความสงบนิ่งไปพักใหญ่
จนกระทั่งเกิดเหตุประหลาดขึ้น เมื่อมีข่าวแพร่กระจาย เกี่ยวกับผู้คนที่ถูกผู้เสื้อลึกลับสังหาร
เทียนฟงหัวหน้าพรรคสิบธง พรรคใหญ่ในขณะนั้น ได้รับคำร้องขอจากคนรู้จัก
"ท่านซูน" ที่ขอความช่วยเหลือ เนื่องจากภัยบางอย่างมาถึงตัว
เทียนฟง กับผู้ติดตาม และ "เงาเขียว" หญิงสาวลึกลับ
เจ้าของวิชาสุดยอดตัวเบา ที่สนใจในเรื่องนี้ด้วย ออกเดินทางสู้บ้านตระกูลซุน
เมื่อทั้งหมดเดินทางไปถึง กลับพบว่า ที่นั้นกลายเป็นบ้านร้างซะแล้ว
มีเพียงซากศพนอนเกลื่อนกลาด ทั้งหมดตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง จึงได้พบกับเจ้าของบ้าน
"ท่านซุน" ที่หลบหนีลงไปอยู่ชั้นใต้ดิน เค้าเล่าถึงเหตุการณ์ว่าอยู่ๆ
วันหนึ่ง มีผี้เสื้อลึกลับ ไร้ที่มา บุกเข้าทำร้ายทุกคนในบ้าน
บรรดาบ่าวไพร่ เสียชีวิตทั้งหมด มีเพียงเค้า ภรรยา และสาวใช้ใบ้
เท่านั้นที่รอดชีวิต The Butterfly Murders เล่าเรื่องฆาตรกรรม
โดยมี "ฟง" หนุ่มเดินทาง ที่เลียงชีพด้วยการบันทึกเรื่องราวในยุทธภพ
ที่เข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ ต้องใช้สติปัญญาไขปริศนา ว่าแท้จริงแล้ว
ผีเสื้อลีกลับคืออะไร ใครเป็นผู้ควบคุมมัน และเพื่ออะไร
The Butterfly Murders ยังมีตัวเอกที่ถือว่าผิดขนบของหนังกำลังภายในทั่วไป
"ฟง" หนุ่มไร้วิทยายุทธ เป็นนักเดิน ทางนักจด บันทึกเรื่องราวของยุทธภพ
ซึ่งจุดเด่นของตัวละครตัวนี้คือ พยายามจะเป็นเพียงผู้เฝ้ามองเหตุการณ์เท่านั้น
(คล้ายกับแทนคนดู) ไม่พยายามเข้าไปยุ่งเกี่ยวเหตุการณ์ ในตอนทางของเรื่อง
ฟง สามารถไขปริศนาได้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็ถอยห่างออกมา และปล่อยให้ผู้เกี่ยวข้องจัดการกับปัญหากันเอง
ถึงแม้ว่าดูเหมือนเค้าจะมีใจให้กับหญิงคนหนึ่งในเรื่อง แต่ฟงก็สามารถตัดใจได้แบบไม่ลังเลเลย
The Butterfly Murders สร้างเรื่องโดยได้รับอิทธิพลจากทั้ง
หนังเรื่อง The Bird นิยายแนวฆาตกรรมแบบ Acartha Christy ที่มีการกำหนดพื้นที่จำกัดขึ้น
และโครงเรื่องแนว "ใครเป็นคนทำ" โดยผสมเข้ากับเรื่องราวแนวความแค้นในยุทธภพ
วิทยายุทธแบบบ้าๆ บอๆ ผู้กำกับคุมโทนของหนังได้ดี มีเรื่อง และตัวละครที่น่าสนใจมากมาย
แต่ปัญหาที่สำคัญอยู่ที่การตัดต่อหนังที่ค่อนข้างโดด จนบางทีตามเรื่องกันไม่ทันเลย
ถึงแม้จะขับเน้นบรรยากาศลึกลับ และเล่าราวสะเทือนขวัญแต่หนังก็ยังประกอบ
ไปด้วยฉากต่อสู้ตามแบบฉบับหนังกำลังภายในอยู่หลายฉากเลย ซึ่งดูเหมือนฉีเคอะจะสนุกอยู่กับการทดลอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งเรื่องหลัง ที่มีการพูดถึง "พรรคสายฟ้า"
และ ลูกศิษย์สี่คน ที่เป็นตัวการในแผนร้ายเพื่อกลับมาครองยุทธภพ
ที่มีฉายาประเภท "ไฟนรก" "พันมือ" และ "เมฆบิน"
ซึ่งแต่ละคนก็ใช้วิชา และอาวุธ ประเภทพิศดารทั้งนั้น ทั้ง ดาบคีมตัดหัว
ฝ่ามือไฟ (ปาระเบิดไฟกันดีๆ นี้เอง) อาวุธลับที่แฝงมาในรูปอีกา
(ระเบิดอีกเหมือนกัน) แถมท้ายด้วยชุดเกราะประหลาด และวิชาตัวเบาที่ใช้ลวดระโยงระยางเหมือนสไปเดอร์แมน
ครึ่งหลังของหนังจึงเต็มไปด้วยฉากต่อสู้ ประเภทที่ดูไม่จีดเลย
เพราะเต็มไปด้วย เลือดปลอม ระเบิด ลวดสลิง ชนิดดูกันเบื่อไปเลย
แต่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ปี 1979 นั้นไม่ใช้ปี 2004 ปียุค
70 เป็นยุคที่ปีนึงสร้างหนังกังฟู กำลังภายใน กับปีละเป็นร้อยเรื่อง
ไม่ใช้เรื่องง่ายนักที่จะทำหนังกำลังภายในสักเรื่องให้โดดออกมาได้
The Butterfly Murders ถือว่าสร้างความโดดเด่นได้มากทีเดียว
ถึงแม้ว่าจะดูตอนนี้จะออกมาง่อยๆ ไปหน่อยก็ตาม
หลังจากดู The Butterfly Murders สิ่งหนึ่งที่ได้พบเกี่ยวกับลักษณ์งานของฉีเคอะ
ที่ตอนนี้ก็ยังเห็นได้ในหนังของเค้าอยู่เสมอ นั้นก็คือ "ความไม่ลงตัว"
ถึงแม้หนังของฉีเคอะจะ ถือได้ว่าดูค่อนข้างสนุก มีแนวคิดที่น่าสนใจ
หลายๆ เรื่องเปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยม แต่บ่อยครั้งเมื่อหนังดำเนินไปได้สักระยะ
กลับเข้ารกเข้าพงไปได้อย่างน่าเสียดายแทน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
The Butterfly Murders ซึ่งเป็นงานกำกับเรื่องแรกจะพบกับปัญหานี้รึเปล่า
แต่ถึงอย่างไร หนังก็ยังถือว่าเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ แต่สามารถสร้างมุมมองใหม่ๆ
ให้กับหนังแนวกำลังภายในได้ ไม่ว่าจะวัดมาตรฐานของเมื่อปี 1979
หรือเทียบกับหนังกำลังภายในของยุคปัจจุบันก็ตาม
Credits
บริษัทผู้สร้าง - Seasonal Film Corporation
กำกับ - Tsui Hark
อำนวยการสร้าง - Ng See-yuen
บทภาพยนตร์ - Lam Fan
กำกับภาพ - Fan Chin-yu
กำกับคิวบู๊ - Wong Shee-tong
แสดงนำ - Lau Siu-ming, Michelle Lai-suet,
Jojo Chan Kei-kei, Chang Kuo-chu, Wong Shu-tong, Ha Kwong-li,
Tsui Siu-ling, Eddy Ko Hung, Tino Wong Cheung
|