A World Without Theives - จอมโจรหัวใจไม่ลวงรัก (2004)

ถ้าจะอธิบายถึงเรื่อง A World Without Thieves แบบสั้นๆ ก็คงต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ฝูงหมาป่า ที่กำลังจ้องจะกิน ลูกแกะ

เจ้าทึ่ม (Wang Baoqiang) เด็กหนุ่มบ้านนอก ที่จากบ้านสู่แดนไกล ทำงานหาเงินสักก่อนหนึ่งเพื่อกลับบ้านไปแต่งงาน มีบ้านซักหลังซื้อสัตว์สักคู่เพื่อเลี้ยงเป็นอาชีพ เจ้าทึ่มทำงานอย่างขยันขันแข็ง อดหอมรอมริบจนได้ห้าหมี่นหยวน จึงตัดสนใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องไปทำตามความฝัน เค้าห่อเงินทั้งหมดใส่กระดาษอย่างเรียบร้อย เพื่อเดินทางโดยรถไฟข้ามประเทศจีน เพื่อกลับสู่บ้าน นั้นคือลูกแกะ ส่วนฝูงหมาป่าก็คือ กลุ่มโจรล่วงกระเป๋าบนรถไฟกลุ่มใหญ่ ที่เป้าหมายก็คือ ทรัพย์สินของทุกคนบนรถไฟ รวมทั้งห่อเงินของเจ้าทึ่มด้วย แต่ตัวละครเอกของเรื่องไม่ใช้ทั้งลูกแกะ หรือ ฝูงหมาป่า แต่เป็นเด็กเลี้ยงแกะ เด็กที่ทั้งโกหก หลอกล่วง เอาตัวรอดไปวันๆ แต่ครั้งนี้เด็กเลี้ยงแกะจะเป็นคนปกป้องลูกแกะเอง เด็กเลี้ยงแกะที่ว่าก็คือ หวังเป่า (หลิวเต๋อหัว) และ หวังลี่ (หลิวยั่วอิง)

สองหัวขโมยหนุ่มสาว หวังเป่า กับ หวังลี่ ไม่ใช่เพียงคู่หูในการทำงานเท่านนั้น แต่ทั้งคู่ยังมีความสัมพันธ์ในฐานะคู่ชีวิตกันด้วย หลังจากร่วมกันต้มตุ๋น ลักขโมย มามากมาย จู่ๆ วันหนึ่งหลังจากที่แวะไหว้พระที่วัด หวังลี่ ก็เกิดความรู้สึกอยากถอนตัวจากเส้นทางสายนี้ ไปใช้ชีวิตธรรมดาๆ เมื่อหวังเป่าไม่เห็นด้วย ทั้งสองจึงเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรง หวังลี่ น้อยใจแฟนหนุ่ม จึงตัดสินใจลงจากรถที่ทั้งคู่ใช้โดยสาร ออกเดินทางตามลำพังด้วยเท้า ท่ามกลางอาการหนาวเหน็บ ไม่มีทั้งน้ำ ทั้งอาหาร หญิงสาว เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่โชคดีได้พบกับ หนุ่มบ้านนอกอย่าง เจ้าทึ่ม ที่ผ่านเข้ามาในเส้นทางพอดี

คำว่า A World Without Thieves ก็คือสิ่งที่เจ้าทึ่มเชื่อ และเที่ยวบอกกับทุกคน (ซึ่งนั้นก็เป็นเหตุผลให้เค้าถูกเพ่งเล่งจากโจรมากกว่าปรติ) หนุ่มน้อยบ้านนอกเชื่อในความดีของคน เชื่อว่าโลกนี้ไม่น่าจะมีคนเลวๆ อยู่โดยเฉพาะพวกที่อยู่ด้วยการลักขโมยจากคนอื่น ในสายตาของคนทั่วไปเจ้าทึ่ม จึงเป็นได้เพียงเจ้าทึ่มที่ซื่อเกินคน บริสุทธ์เกินเหตุ แต่ในสายตาของ หวังลี่ หนุ่มน้อยคนนี้ เป็นเหมือนความหวังเดียวของหญิงสาว เพราะถึงแม้ตำรวจจะตามล่า ในสายตาของคนมากมายเธอจะเป็นเพียงโจรเลวๆ คนหนึ่ง แต่ในสายตาของ เจ้าทึ่ม หวังลี่คือ พี่สาวที่แสนดี มีน้ำใจ บริสุทธิ์จากความเลวใดๆ เป็นความดีที่หวังลี่ได้แต่ฝันอยากเป็น และนี่คือโอกาส

เมื่อถึงเวลาที่เจ้าทึ่มจะขึ้นรถไฟกลับบ้าน หวังลี่ตัดสินใจคุ้มครองหนุ่มน้อยจากพวกโจร โดยไม่ได้คิดว่าภัยจะมาถึงตัวด้วย ด้านหวังเป่าที่ตามมาสมบท (และง้องอนแฟนสาว) คัดค้านหัวชนฝา เพราะนั้นอาจทำให้ ทั้งคู่ต้องขัดแย้งกับ แก็งโจรล้วงกระเป๋า แก็งใหญ่บนรถไฟ แต่ในที่สุดก็ต้องตกกระไดพลอยโจรไปด้วย สุดท้ายห่อเงินของเจ้าทึ่มกลายเป็นเกมส์ ที่ หวังลี่ และหวังเป่า กับแก็งโจรกลุ่มใหญ่ หวังแย้งชิง ไม่ใช้เพียงแค่มูลค่าเงินในห่อ แต่มันเป็นเกมส์ที่พิสูจน์ถึง ฝีมืด ศักดิ์ศรี ความเป็นความตาย และที่สำคัญที่สุดเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่จะพิสูจน์ความรักของระหว่าง หวังเป่า และหวังลี่ ที่กำลังมีสถานะอยู่ริมปากเหวด้วย

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ภาพของหนังจากจีนจากแผ่นดินใหญ่นั้น ผูกติดกับผู้กำกับรุ่นที่ 5 มาช้านาน ทำให้หนังจีนแผ่นดินใหญ๋นั้นมักจะถูกจัดให้ไปอยู่ในกลุ่มของ "หนังศิลปะ" อย่างช่วยไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ได้มีการเล่าเรื่องที่ซับซ้อน แต่ก็มีเนื้อหาที่หนักหน่วง วิภาควิจารณ์สังคมอย่างรุนแรง ในทางนึงก็ทำให้หนังจีนกลายเป็นดาวเด่น ในแวดวงการประกวดหนัง และสังคมคนดูหนังแบบจริงจัง ขณะที่อีกทาง ก็ทำให้ในหนังจีนกลายเป็นยาขมสำหรับตลาดหนังในเชิงพาณิชไปเหมือนกัน ประการที่สองนี้เองที่ทำให้หนังจีนแนวตลาดค่อนข้าง ถูกสร้างออกมาน้อย ที่มีอยู่บ้างก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากภาพพจน์ความ "ยาก" (สำหรับคนดูระดับทั่วไป) ยังคงอยู่ ชื่อของผุ้กำกับรุ่นต่อมาอย่าง หวังเสี่ยวชุ่น เจียชางเคอะ จางหยวน และอื่นๆ อีกมากมายก็มีทีท่าว่าจะทำให้ หนังจีนยังคงโดดเด่นใน "งานเทศกาล" มากว่าจะเป็น "ตลาด" เช่นเคย จนกระทั่งการมาถึงของ ฟางเสี่ยวกัง

ฟางเสี่ยวกัง แสดงเจตนาอย่างชัดแจ้งว่าจะขอเอาดีใน ตารางอันดับหนังทำเงิน มากกว่าเป็นเวทีประกวด หนังเรื่องแล้วเรื่องเล่าของเค้า ทั้ง Big Shot's Funeral ปี 2001 และ Cell Phone ในปี 2003 ล้วนทำเงินทำทองอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้กระทั่งหนังเรื่องใหม่ในปี 2004 อย่าง A World Without Thieves ก็เช่นกัน นอกจากนั้น ฟางเสี่ยวกัง ยังแสดงเจตนาความเป็นเจ้าพ่อหนังทำเงิน ด้วยการไปเอาตัวไปเกี่ยวข้องกับ หนังดัง Kung Fu Hustle ของโจวซิงฉือ The Godfather แห่งความตลาดอย่างแท้จริงของเอเซีย ปรากฏตัว ในบทหัวหน้าแก็งจระเข้ช่วงต้นเรื่อง ทุกวันนี้ ฟางเสี่ยวกัง ถูกจัดให้อยู่ในอันดับสูงๆ ทั้ง ในแง่บุคคลสำคัญต่อวงการบังเทิงจีน และเป็นอิทธิพลในแวดวงธุรกิจของเอเซีย

ก็อื่นต้องทำความเข้าใจว่า "ตลาด" ในหนังของฟางเสี่ยวกังนั้น ก็ยังไม่ "ตลาด" ถึงขั้นแบบฮ่องกง (หรือแม้กระทั่งไทย เกาหลี ญี่ปุ่นด้วย) ต้องยอมรับว่า A World Without Thieves เป็นหนังที่มีชั้นเชิงอยู่สูงทีเดียว ทั้งงานศิลป์ จังหวะการเล่าเรื่อง มีสาระที่มีให้จำต้องได้พอสมควร เนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ และบาปของคน ก็ทำให้ A World Without Thieves ไม่ใช่เป็หนังที่เหมาะสำหรับผู้ชมทุกกลุ่มอย่างหนังตลาด (แบบจัดๆ) โดยทั่วไป ภาพรวมของหนังถือเป็นความบังเทิงชั้นดี ดูสนุก ผู้กำกับสามารถทำให้หนังที่ดำเนินเรื่องอยู่ในที่แคบอย่างรถไฟ ลื่นไหลไปได้ด้วยดี

แต่หนังก็ยังประกอบไปด้วยจุดด้อยอยู่หลายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังเต็มไปด้วยการฝืนธรรมชาติ ทั้งงานสร้าง การถ่ายภาพ และการตัดต่อ ที่ดูสวยงามดี แต่เป็นความสวยประดิษฐ์ สวยแบบหนังโฆษณา ที่แต่ละฉากแต่ละภาพมีการออกแบบ และจัดวางเพื่อความสวยงาม อย่างพิถีพิถัน จนเกินไป บางคนอาจจะชอบ ขณะที่ผู้ชมบางส่วนอาจจะรู้สึกว่าหนังดัดจริตมากๆ ความไม่สมจริงอันนี้ก็มีส่วนเหมือนกันที่หนังไม่สามารถดึงอารมณ์ร่วมของคนดูได้มากพอ นอกจากนั้นผู้กำกับยังขยันที่กระตุ้นอารมณ์จนบางครั้งบ่อยเกินไป ทำให้หนังอารมณ์ไม่ลื่นไหลอย่างที่ควรจะเป็น ตัวละครก็มีจะมีพฤติกรรมที่ดูแล้วค่อนข้างขาดความสมจริงสมจัง นอกจากนั้นฉากล้วงกระเป๋าที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจในตอนแรก ก็ค่อยๆ กลายเป็นน่าเบื่อเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ

จุดเด่นประการหนึ่งของ A World Without Thieves ก็คือดารานำ หนังได้ชื่อว่า เป็นการพบกันของดาราระดับแม่เหล็กของสามจีน หลิวเต๋อหัว จากฮ่องกง หลิวยั่วอิง จากไต้หวัน และเก่อหยู จากจีน น่าเสียดายที่ทั้งหมดก็ไม่ได้ให้การแสดงอย่างยอดเยี่ยมที่เคยทำได้ ถึงแม้แต่ละคนจะทำได้ดีในระดับมาตรฐาน (มาตรฐานของใครของมัน) ส่วนหนึ่งก็เพราะบทที่ได้รับ ไม่ได้ส่งนักแสดงมากพอด้วย หนังพยายามสร้างแง่มุมที่หลากหลายให้กับตัวละคร โดยเฉพาะของหลิวเต๋อหัว กับหลิวยั่วอิง แต่ความลงตัวยังมีน้อยเกินไป มีเสน่ห์น้อยเกินไป (ไม่เกี่ยวข้องกับเสน่ห์ส่วนตัวของนักแสดง) ส่วนตัวละคร ลุงหลี่ หัวหน้าแก็งล้วงกระเป๋า ของเก่อหยู (เป็นดาราเจ้าประจำของผู้กำกับด้วย) ดูเข้าทีในช่วงแรกของหนังก่อนที่บทจะดูเบาบาง ขาดสีสรรค์ที่ควรมีไปอย่างน่าเสียดาย เช่นเดียวหลี่ปิงปิงที่ทำได้แค่โชว์ความส่วน ความเซ็กซี่ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น ไร้ความจำเป็นต่อเรื่องโดยสิ้นเชิง คนที่โดดเด่นขึ้นมากลับเป็นดาราหน้าใหม่ Wang Baoqiang กับบทเจ้าทึ่ม ที่กลายเป็นดาวเด่นท่ามกลางดารามากมาย ด้วยการแสดงที่โดดเด่น หน้าตาบ้านๆ ก็ช่วยให้เจ้าทึ่มกลายเป็นตัวละครขวัญใจคนดูไปได้ไม่ยาก แต่กระบั้นก็ยังถูกวิจารณ์ว่า บทเจ้าทึ่ม นั้นดูโง่ และซื่อ จนผิดธรรมชาติ เป็นส่วนสำคัญแห่งความไม่สมจริงของหนัง

ถ้าประเมินความสำเร็จบนตารางหนังทำเงิน A World Without Thieves ก็คงจะเป็นงานเกรด A ที่ผู้กำกับควรภูมิใจ แต่ในแง่ของคุณภาพโดยรวม ฟางเสี่ยวกัง ยังต้องมีงานต้องทำอีกมาก ถ้าหวังให้เรื่องต่อไปพัฒนาได้มากกว่านี้

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Focus Films, Beijing Forbidden City Film
กำกับ - Feng Xiaogang
บทภาพยนตร์ - Feng Xiaogang, Zhao Benfu
แสดงนำ - Andy Lau Tak-Wah, Rene Liu, Ge You, Lee Bing-Bing, Wang Baoqiang, You Yong, Gordon Lam Ka-Tung, Fu Biao, Fan Wei, Feng Yuan-Zhang, Xu Fan

Back To [Made In taiwan]

Hosted by www.Geocities.ws

1