จริงๆ แล้วอุตสหกรรมอนิเมชั่นของจีนเคยสร้างกันอย่างต่อเนื่องเป็นล้ำเป็นสันในยุคนึง
ส่วนใหญ่จะได้รับทุนจากภาครัฐสร้างขึ้นมาเพื่อโดยมีวัตถุประสงค์ในการ
เผยแพร่วัฒนธรรม และค่านิยมอันดีงามแก่ประชาชน แต่เนื่องจากการพัฒนาขาดความต่อเนื่อง
วงการอนิเมชั่นจีนจึงไม่สามารถเติบโตได้อย่างญี่ปุ่น แต่ถึงแม้จะยากลำบากเพียงใด
อนิเมเตอร์เชื้อสายจีนก็ยังพยายามสร้างสรรค์งาน ออกมาไม่ว่าจะเป็นจากจีนเอง
จากไต้หวัน หรือจากฮ่องกง แต่โชคร้ายด้วยเทคนิคที่ล้าสมัย การขาดประสบการณ์
ผลที่ออกมาจึงมักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก (จะมียกเว้นอยู่บ้างก็คงจะเป็น
My Life As McDull ที่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้ และคำวิจารณ์
และกำลังจะมีภาคต่ออกมาเร็วๆนี้)
ความพยายามครั้งใหม่นี้ มาจากประเทศไต้หวันประเทศไต้หวัน ที่หยิบเอานิยายหวานซึ้ง
สุดอมตะของจีน อย่าง Butterfly Lovers(ม่านประเพณี) มาเล่าใหม่อีกครั้ง
เนื้อหากล่าวถึง จู่อิงไถ สาวน้อยจากตระกูลสูงศักดิ์ ที่ปลอมตัวเป็นชาย
เข้าไปเรียนหนังสือ และได้พบรักกับ เหลียงซันป๋อ หนุ่มนักศึกษา
จากตระกูลชาวบ้านธรรมดาๆ แต่บิดามารดาของจู่อิงไถได้ตัดสินใจยกนางให้กับบุตรชายจากตระกูลอื่นที่ทัดเทียมกันไว้แล้ว
สร้างความชอกช้ำน้ำใจแก่ทั้งสอง สุดท้ายเหลียงซันป๋อตรอมใจตาย
ส่วนจู่อิงไถเมื่อทราบว่าชายคนรักตายก็ฆ่าตัวตายตามไป ทั้งสองได้ไปเกิดใหม่เป็นผีเสื้อ
และได้ใช้ชีวิตร่วมกันตลอดกาล ม่านประเพณีนอกจากจะเป็นเรื่องรักที่
ยังสอดแทรกเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์สังคมจีนไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น
การแบ่งชนชั้น รวมถึงการกดขี่ และจำกัดทางเลือกของสตรีเพศ
ในช่วงแรกของหนัง ตอนที่จู่อิงไถปลอมตัวเป็นชาย อารมณ์ของหนังจะออกในแนว
รื่นเริง สนุกสนาน แต่ความเป็นจริง กลับทำออกมาไม่ค่อยลงตัวเท่าที่ควร
มุขตลก(ส่วนใหญ่จากตัวโกง) แป็กเป็นส่วนใหญ่ การพัฒนาความสำพันธ์ของพระเอกนางเอกก็รวบรัดมากๆ
เรียกว่าถ้าไม่ใช้เรื่องของเหลียงซันป๋อ จู่อิงไถ เราอาจจะไม่รู้ค่อยรู้สึกว่าทั้งสองรักกันเท่านี้ก็ได้
แต่เมื่อหนังดำเนินผ่านไปสักครึ่งเรื่องก็เริ่มลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
ในครึ่งหนังนั้นจะเน้นไปที่โศกนาฐกรรมความรักของทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นฉากการตายของพระเอกที่ทั้งบทพูด
การพากย์ รวมถึงภาพ ส่งให้ฉากนี้ทั้งเศร้า ทั้งบีบคั้นอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
รวมถึงฉากจบที่เป็นแบบกึ่งอิทธิปาฏิหารณ์เมื่อมาอยู่ในรูปแบบอนิมชั่น
ก็ดูสวยงาม เข้ากันดีกว่ามากเมื่อเทียบกับฉบับหนังคนแสดง หนังมีการดัดแปลงเนื้อเรื่องจากฉบับนิยายเล็กน้อย
อาทิเช่น เพิ่มบทบาทของตัวชายที่จะมาแต่งงานกับนางเอกให้กลายเป็นตัวโกงเต็มรูปแบบ
เพิ่มบทของสาวใช้และบ่าวของตัวเอกมากขึ้น
ภาพที่ออกมาอยู่ในระดับกลางๆ อาจจะไม่ดีเลิศ เหมือนการ์ตูนจากอเมริกา
หรือญี่ปุ่น แต่ก็พอถูไถ ที่ด้อยน่าจะเป็นภาพตัวละครที่ดูแล้วไม่ค่อยมีเอกลักษณ์เท่าที่ควร
โดยการออกแบบตัวละครได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนของดิสนี่ส์มามากพอสมควรเลย(โดยเฉพาะฉากเรื่อง
Mulan) นอกจากนั้นงานภาพยังไม่ค่อยจะสม่ำเสมอนัก บางตอนก็วาดได้งาม
ขณะที่บางตอนดูเผาๆ ชอบกล ส่วนฉากหลัง และวัสดุประกอบฉาก(พวก
ดอกไม้ ใบหญ้า ต้นไม้ นก อะไรพวกนี้) กลับทำได้ดีเป็นพิเศษ แต่ที่โดดเด่นที่สุดในหนังเรื่องนี้
กลับเป็นเพลง สุดไพเราะทั้งดนตรีประกอบ และเพลงร้อง(น่าเสียเสียที่มีแค่
2 เพลงเท่านั้น)
หนังได้นักร้องสาวซุปเปอร์สตาร์ชาวได้หวันสองคนมาให้เสียงตัวละครเอก
Rene Liu เป็น จู่อิงไถ และ Elva Hsiao เหลียงซันป๋อ ทำคู่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม
Rene Liu นั้นเสียงหวานใสไพเราะเหมาะสมกับจู่อิงไถเป็นอย่างยิ่ง(จริงแล้วนี้ไม่ใช่การพากย์การ์ตูนครั้งแรกของ
Rene เพราะก่อนหน้านั้น ตอนฉีเคอะทำเรื่อง โปเยโปโลเย เป็นการ์ตูน
เธอก็ได้พากย์ด้วยในฉบับแมนดาริน เพียงแต่ครั้งนั้นไม่ได้พากย์เป็นนางเอก)
ส่วน Elva Hsiao ที่พากษ์เป็นพระเอกนั้นฟังยังไงก็ไม่มีทางจะฟังเป็นเสียงผู้ชายได้
แต่การเลือกผู้หญิงมาพากย์เป็นเหลียงซันป๋อก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
นอกจากจะทำให้นึกถึง ม่านประเพณีที่คนรักที่สุดอย่างฉบับปี 1962(The
Love Eterne, หลี่ฮั่นเสียงกำกับ หลินไต้ เล่อตี้ แสดงนำ) ที่ใช้นักแสดงหญิงมาแสดงเป็นพระเอกแล้ว
แล้วยังทำให้ตัวละครเหลียงซันป๋อ มีลักษณะพิเศษดูนุ่มนวล อ่อนโยน
ผิดกับตัวละครชายอื่นๆ ในเรื่อง
Credits
กำกับ - TSAI Ming Ching
พากย์ - Rene Liu, Elva Hsiao, Wu Jing |