Yagyu Conspiracy aka Shogun's Samurai - Yagyu ichizoku no inbo (1979)

ตระกูลยางิว ถือเป็นตระกูลนักดาบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตระกูลหนึ่งแห่งญี่ปุ่น โดยเฉพาะในสมัยต้นยุคการปกครองของตระกูลโชกุนโตกุกากว่า โดยเริ่มสร้างชื่อจากรุ่นปู่ ยางิว เซคิซูไซ (Yagyu Matauemon No Jo Muneyoshi Sekishusai) ต่อมารุ่นลูก ยางิง ทาจิม่า (Yagyu Tajima No Kami Munenori) และรุ่นหลาน ยางิว จูเบ มิตซิโยชิ (Yagyu Jubei Mitsuyoshi) ถึงแม้ ยางิว เซคิซูไซ จะได้รับการยกย่องมากว่าเป็นนักดาบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นคนหนึ่ง แต่ความมั่งคั่ง และมีอิทธิพลของตระกูลยางิว น่าจะเริ่มก่อร่างมาจากยุคของ ยางิง ทาจิม่า มากกว่า ทาจิม่าได้มีโอกาศรับใช้ และสร้างชื่อ ให้กับโชกุนโตกุกาว่า อิเอยาสึ ณ สงครามที่ เชคิฮาวาร่าอันโด่งดัง ภายหลังสงคราม ทาจิม่า ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ครูฝึกดาบประจำตัวของโชกุน และยังมีหน้าที่ให้คำปรึกษา มีอำนาจเทียบเท่าหรือแม้กระทั่งเหนือกว่า ไดเมียว เลยทีเดียว ทาจิม่ายังได้อยู่รับใช้ และมีอิทธิพลต่อมาในสมัยของ โชกุนโตกุกาว่า ฮิเดะทาดะ และ โชกุนโตกุกาว่า อิเอมิตสึด้วย

ถึงแม้จะยิ่งใหญ่ และมีอำนาจมากกว่า แต่ในด้านชื่อเสียง และความนิยมโดยเฉพาะในโลกของนิยาย และภาพยนตร์แล้ว ทาจิม่า ยังไม่สามารถสู้กับบุตรชาย ยางิว จูเบ มิตสึโยชิ ที่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์อยู่เพียงเล็กน้อยได้ ขณะที่มีทาจิม่ามีภาพของ ซามูไรชั้นสูง ข้าราชการ นักการเมือง ค่อนข้างมาก แต่ภายลักษณ์ของจูเบกลับถูกแสดงออกมาในลักษณะของ นักดาบ นักผจญภัย ที่คอยช่วยเหลือชาวบ้านจากผู้มีอำนาจ จนบางทึถึงขั้นเลยเทิดไปโรมรันพันตู กับพวกปีศาจเลย หนังและนิยายเกี่ยวกับ ยางิว จูเบ ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ Makai Tensho เกี่ยวกับการต่อสู้ของ จูเบ กับ อมาคูสะ ชิโร่ ผู้นำชาวคริสต์แห่งกลุ่มกบฏชาวนา ที่ถูกแต้มสีใส่กลินจนกลายเป็นจอมปีศาจไปเลย Makai Tensho เคยทั้งเป็นหนังสือการ์ตูน โดย เคน อิชิคาว่า และผ่านการเป็นภาพยนตร์มาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ด้วยมือของ ผู้กำกับ คินจิ ฟุกูซากุนั้นเอง เมื่อปี 1981 โดยมี ซอนนี่ ชิบะมารับบทเป็นจูเบ และพึ่งถูกลับนำมาสร้างใหม่อีกครั้ง ในปี 2003 โดยโคอิจิ ซาโตะ (When The Sword of Drawn) แสดงเป็นจูเบ และยูซูเกะ คุโบซาว่า (PingPong, Go, Laundry) เป็นอามาคูสะ ชิโร่ โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษเดียวกับฉบับของคินจิ ฟุกูซาก นั้นก็คือ Samurai Resurrection ขณะที่ Makai Tensho เน้นความเป็นฮีโร่ของจูเบ แต่ The Yagyu Conspiracy กลับเน้นไปที่ความเป็นมนุษย์ และความสมจริงสมจัง หนังทั้งสองเรื่อง สร้างโดยผุ้กำกับคนเดียวกัน ห่างกันแค่ 2 ปี แต่แสดงแง่มุมที่อยู่กันคนละด้านเลย

The Yagyu Conspiracy เล่าเรื่องรอยต่อของโชกุนคนที่ 2 และ 3 เปิดเรื่องที่งานศพของ โชกุนโตกุกาว่า ฮิเดะทาดะ ที่เสียชีวิตด้วยโรคปริศนา ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ ยังตามมาด้วยคำถามว่า ใครกันแน่ที่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งโชกุนคนต่อไประหว่างบุตรชายสองคน บุตรชายสองคน อิเอมิตสึ คนพี่ที่วู่วาม โมโหร้าย หยาบกระด่าง นอกจากนั้น อิเอมิตสึ ยังมีปานใหญ่อยู่บนใบหน้า สร้างความตกตะลึกแก่ผู้พบเห็น อันถือเป็นปมด้อยสำคัญของเค้าเลย และส่วนทาดานากะคนกลับตรงกันข้ามกันทุกอย่าง สุขุมกล้าหาญ มีสติปัญญา และคุณธรรม รวมถึงใบหน้าหล่อเหลา ตามประเพณีนิยมแล้วเป็นเรื่องถูกต้องที่ ฮิเดทาดะคนพี่สมควรจะได้รับสืบทอดตำแหน่งโชกุน แต่คนทั่วไปทั้งข้าราชการ น้อยใหญ่ รวมทั้งมารดาของทั้งสอง กลับเห็นว่าคุณสมบัติของ ทาดานากะ นั้นเหมาะสมกว่า ที่ตกใจยิ่งกว่าก็คือ แม้กระทั่งบิดาของทั้งสองอย่าง โตกุกาว่า ฮิเดะทาดะ ก็อาจจะเห็นว่า ทาดานากะผู้น้องนั้นเหมาะสมที่จะเป็นโชกุนมากกว่าด้วย เนื่องจากมีการตรวจพบสารพิษในกระเพราะของโชกุนผู้ล่วงลับ คนวางยามีโอกาศที่จะเป็นผู้สนับสนุน อิเอมิตสึ ที่ทำไปเพราะตัดโอกาศของทาดานากะ การปะทะกันของสองพี่น้องก็เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

ข้าราชการแบ่งเป็นพวกฝักสองฝ่าย ทาดานากะอาจจะได้เปรียบอยู่เล็กน้อยเนื่องจากมี มหาดเล็กอายามาโร่ คนสนิทของพระมาหาจักรพรรดิเป็นพวก ส่วนอิเอมิตสึนั้นมีคนสนับสนุนน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ยางิว ทาจิม่า ครูดาบของโชกุนคนก่อนตัดสินใจที่จะช่วยเหลือ อิเอมิตสึ เนื่องจากเห็นว่าตำแหน่งโชกุนนั้นที่ฟ้าเป็นผู้กำหนด ต้องถือตามทำนองคลองธรรม และอิเอมิตสึ เป็นผู้ที่ถูกเลือกมาตั้งแต่ต้นแล้ว นั้นเป็นความคิดที่แท้จริงของทาจิม่าหรือไม่ หนังไม่ได้บอกชัดเจน เพราะดูไม่ว่าจะดูยังไง อิเอมิตสึก็มีคุณสมบัติที่ห่างไกลที่จะขึ้นตำแหน่งใหญ่อยู่ดี กลับตรงกันข้ามกับทาดานากะ ที่นอกจากจะมีความสามารถแล้วยังเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม เค้าอาจตัดสินใจช่วย อิเอมิตสึด้วยเหตุผลนั้นจริงๆ หรือเพื่อสนองความทะเยอทะยานส่วนตัว หรือมีเหตุอื่นๆ อีก อย่างไรก็ตามทาจิม่าก็ยื่นมือเข้าช่วยโดยไม่ได้มีเงื่อนใขใดๆ เลย เค้าตัดสินใจเรียกตัวบุตรชายคนโต จูเบ ยางิว ยอดนักดาบผู้ใช้ชีวิตอิสระกลับมาช่วยงาน ขณะเดียวกับก็ส่งจดหมายไปยังหมู่บ้านนินจาแห่ง เนโกโร่ เพื่อขอความช่วยเหลือให้มาเป็นกำลังสำคัญ แลกมอบดินแดนเก่าของพวกเนโกโร่ ที่เคยถูกรุกรานจนต้องอพยพไปอยู่ยังที่อื่น ส่วน ทาดานากะ มี โดอิ ข้าราชการจงรักภักดีที่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นเป็นโชกุนของ อิเมมัตสึคอยช่วยเหลือ และยังได้โอกาซาวร่า เก็นชินไซ ยอดนักดาบนิรนามที่รอวันโค่นตระกูลยางิว เพื่อขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง อาสามากำจัดทาจิม่าด้วยตัวเอง ศึกระหว่างสองฝ่ายดำเนินอยู่นาน มีข้าราชการ และคนสำคัญถูกลอบฆ่าจำนวนมาก หากแต่อำนาจตัดสินใจสุดท้ายก็ยังอยู่พระจักรพรรดิ์ อิเอมิตสึ และทาดานากะ ต้องรับไปเข้าเฝ้าที่มองเกียวโตให้เร็วที่สุด หากแต่ทั้งสองกลับรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ จุดสำคัญหาใช้จุดหมายวังขององค์จักรพรรดิ์ไม่หากแต่เป็น ระหว่างทางที่ต่างเตรียมกับดักไว้รอรับอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว

ถึงหนังจะมีจุดขายสำคัญที่ตัวจูเบ และดาราที่แสดงซอนนี่ ชิบะ แต่ดาราของเรื่องที่แท้จริงกลับเป็น คิโนซึเกะ นากามูระ ที่รับบทเป็นทาจิม่า มากกว่า ยางิว ทาจิม่า เป็นบุคคลที่อ่านยากที่สุดในเรื่อง ด้วยท่าทางสุขุมคัมภีรภาพ ในหัวเหมือนเต็มไปด้วยการครุ่นคิดตลอดเวลา เบื้องหน้าเต็มไปด้วยความจงรักภักดี แต่ความจริงแล้วทาจิม่าเป็นยังไง ยากนักที่ใครจะรู้ได้ คิโนซึเกะ นากามูระ ให้การแสดงที่เรียกว่าสุดยอด ดึงจุดสนใจได้ไว้ตลอดทั้งเรื่อง มีฉากระเบิดอารมณ์ของทาจิม่าอยู่สองฉาก ที่ให้ความรู้สึกแต่งกันสิ้นเชิง ฉากแรกเมื่อทาจิม่าสั่งสอนอิเอมิตสึถึงหน้าที่ของโชกุน นั้นดูช่างเป็นคนยิ่งใหญ่เหลือเกิน แตกต่างสิ้นดีกับฉากจบที่แทบจะทำให้ตัวตัวละครทาจิม่ากลายเป็นชายแก่ที่น่าสมเพศไปเลย ส่วนซอนนี่ ชิบะ ก็ยังเยี่ยมอยุ่ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงบทสมทบ ทั้งฉากแสดงอารมณ์ และฉากแอ็กชั่นที่ถึงแม้จะน้อยและมีเพียงฉากละไม่กี่วินาที แต่ความเยี่ยมของซอนนี่ ชิบะ ก็ทำให้หนัง The Yagyu Conspiracy เป็นหนังซามูไรที่ไม่ขาดแคลนฉากต่อสู้ดีไป ซึ่งก็ไม่ใช้ในแง่เทคนิค แต่เป็นในแง่ของอารมณ์ ฉากต่อสู้ในหนังเป็นแบบสั้นๆ กินเวลาไม่กี่นาทีและวินาที แต่เต็มไปด้วยพลัง โดยเฉพาะฉากที่ จูเบ ดวลดาบแบบรวดเร็วฉับไวกับมหาดเล็กอายามาโร่ และโอกาซาวร่า เก็นชินไซ เร็วว่ากระฉับแต่เฉียบขาดมาก

นอกจาก คิโนซึเกะ นากามูระ และซอนนี่ ชิบะ แล้ว หนังยังระดมดาราชั้นนำของญี่ปุ่นในยุคนั้นมาประชันกันมากมาย ได้แก่ The One And only โตชิโร่ มิฟูเน่ (Seven Samurai, Yojimbo, Sanjuro) กับบทไดเมียวแห่งโอวาริผู้ทรงอิทธิพลความจริงจะเรียกบทของ มิฟูเน่ว่าเป็นบทรับเชิญเท่านั้นก็ว่าได้ เพราะออกเพียงสองฉาก และไม่มีบทบาทอะไรกับเรื่องมากนัก, เท็ตซึโร่ ทัมบะ(Assasin, Harakiri) เป็น โอกาซาวร่า เก็นชินไซ, ฮิโรกิ มัตสึกาตะ และ เทรุฮิโกะ ไซโกะ สองดาราที่ชื่อเสียงระดับธรรมดา ให้การแสดงที่ยอดเยี่ยมมากกับบทของสองทายาท ที่แย่งชิงกับเป็นโชกุน, โยชิโอะ ฮาราดั (Roningai) แสดงเป็นนาโกย่า ซานโซ นักแสดงดนตรีแร่รอน ที่หลงรักอยู่กับนางรำที่เดินทางหากินร่วมกับเค้า แสดงโดย เรโกะ โอฮาร่า นอกจากนี้ ซอนนี่ ชิบะยังหนีบเอาสองลูกศิษย์อย่าง เอ็ทซึโกะ ชิโฮมิ (Sister Streetfighter) และฮิโรยูกิ ฮานาดะ(Twighlight Samurai) มาร่วมแสดงบทประกอบด้วย คนแรกเป็น ยางิว อากาเนะ บุตรสาวคนเดียวของ ทาจิม่า ส่วน ฮิโรยูกิ ฮานาดะ เป็นฮายาเตะ นินจาจาก เนโกโร่ที่มาช่วยให้แผนการสำเร็จ

หนังมีฉากจบ และบทสรุปที่ทรงพลังมาก "แผนการ" หรือ "กับดัก" ก็ตาม หากทำเพื่อประสงค์ร้าย ที่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นของใคร ทำเพื่ออะไร แนบเนียนหมดจดแค่ไหน พริบตาเดียว มันสามารถกลับมาทำร้ายทุกคนให้ถึงแก่ความหายนะ ไม่ว่าจะเป็น คนที่วางแผน คนที่ได้รับประโยชน์ คนที่เป็นฟันเฟืองแห่งแผนการนั้น หรือ คนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ทาจิม่า จูเบ อิเอมิตสึ ทาดานากะ ซานโซ กับหญิงคนรัก และชาวหมู่บ้านเนโกโร่ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิต เลือดเนื้อ คนที่รัก หรือสูญเสียตัวตน และจิตวิญญาน The Yagyu Conspiracy ถือเป็งานซามูไรอีพิกในแบบของคินจิ ฟูกูซากุ ผสมผสานหลากหลายตัวละคร เรื่องราว ทั้งการต่อสู้ การเมือง ความรัก การทรยศหักหลัง ที่รวมๆ แล้ว ถึงแม้จะไม่ยิ่งใหญ่ และมีคุณค่าทางศิลปะเทียบเท่างานลักษณะเดียวกับของอาคิระ คุโรซาว่า แต่ก็คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ ฟูกูซากุ อย่างเต็มเปี่ยม

The Yagyu Conspiracy สร้างในปี 1979 ที่ถือว่าเป็นยุคมืดของวงการณ์ภาพยนตร์ญี่ปุ่นเลย อาจจะผลกระทบของทีวี ทำให้หนังถูกสร้างน้อยมากๆ หนังใหญ่ๆ ที่ใช้ทุนสร้างสูง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผู้กำกับใหญ่อย่าง อาคิระ คุโรซาว่า ยังมีงานออกมาน้อยมากๆ ทุกอย่างนี้ตรงกันข้ามกับ The Yagyu Conspiracy โดยสิ้นเชิง หนังใหญ่ทั้งเรื่องราว และโปรดักชั่น ซึ่งก็ทำออกมาได้สมราคาดี อาจจะพูดได้ว่า The Yagyu Conspiracy ที่ดีที่สุดของผู้กำกับอมตะของญี่ปุ่นท่านนี้เลย

คินจิ ฟุกูซากุ เป็นคนทำหนังมีความเป็นศิลปะน้อยกว่า แต่ก็ใช้ทุนสร้างน้อยตามไปด้วย แต่ก็ยังทำเงินได้ดีด้วยด้วย ฟุกูซาก เริ่มทำงานกำกับมาตั้งแต่ต้นยุค 60 แล้วส่วนใหญ่เป็นหนังยากูซ่าทุนต่ำ เน้นความโหดแบบสุดขั่ว ที่โด่งดังที่สุดเห็นจะเป็นหนังชุด Yakazu Paper ที่สร้างติดต่อกันหลายภาค ผลงานเด่นอีกชิ้นของ ฟุกูซากุ ก็คือ หนังเรื่อง Black Lizard ในปี 1968 และภาคต่อ Black Rose ในปี 1969 ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ของ เอ็ดโดกาว่า รัมโป และดัดแปลงเป็นภาพยนตร์โดย มิกิโอะ มิชิม่า หนังผสมปนแนกันหลากหลายอารมณ์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่องลึกลับ การแก้แค้น นักสืบ และเรื่องของโฮโมเซ็กช่วน นำแสดงโดยดาราแปลงเพศชื่อดังของญี่ปุ่น อากิฮิโระ มิวะ (ผลงานเด่นในช่วงหลังของเธอก็คือ การให้เสียง ในการ์ตูนของฮายาโอะ มิยาซากิ ทั้ง Princess Mononoke และ Howl's Castle) รวมแล้ว ผลงานของ คินจิ ฟุกูซากุ เป็นงานกึ่งดีกึ่งเลว ในด้านคุณภาพไม่สามารถ เทียบได้เลยกับ รุ่นเดียวกันอย่าง อากิระ คูโรซาว่า, ยาสึฮิโร่ โอสุ, หรือ โอชิม่า นางิสะ แต่สิ่งที่ คินจิ ฟุกูซาก สมควรได้รับการยกย่องก็คือ การเป็นผู้กำกับที่สร้างงามเน้นความบังเทิงราคาถูก หล่อเลี้ยงคนญี่ปุ่นตลอด 40 ปี โดยไม่มี การหยุดพัก หรือ เหน็ดเหนื่อยจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Toei Co., Ltd.
กำกับ - Kinji Fukasaku
บทภาพยนตร์ - Tatsuo Nogami , Hiro Matsuda, Kinji Fukasaku
กำกับภาพ - Toru Nakajima
กำกับฉากต่อสู้ - Kangoro Fujima, Goro Kawakami
ดนตรีประกอบ - Toshiaki Tsushima
แสดงนำ - Sonny Chiba Kinnosuke Nakamura, Hiroki Matsukata, Tetsuro Tamba, Etsuko Shihomi, Teruhiko Saigo,Isuzu Yamada, Etsushi Takahashi, Toshiro Mifune, Yoshio Harada, Sen Yano, Seizo Fukumoto, Reiko Ohara, Hiroyuki Sanada

Back To [asian movies]

Hosted by www.Geocities.ws

1