Shinobi : ชิโนบิ นินจาดวงตาสยบมาร (2005)

ณ ประเทศญี่ปุ่นปี 1614 อันเป็นช่วงเวลาการปกครองของตระกูลโชกุนโตกุกาว่า ในยุคสมัยทิ่นินจายังมีบทบาทกับการปกครองของประเทศ อิเอยาสึ โตกุกาว่า ที่เริ่มอายุย่างเข้าวัยชรา ได้ดำริที่จะเลือกทายาทของตน วิธีการเลือกทายาทที่ถูกคิดขึ้นมาก็แสนพิศดาร ด้วยการให้ สองตระกูลนินจาที่รับใช้โตกุกาว่า อย่างอิงะ และโคงะ มาประลองกัน ทายาทของโชกุนเป็นผู้เลือกถือหางของแต่ละฝ่าย ถ้าข้างไหนชนะผู้อยู่ข้างนั้นก็จะได้รับตำแหน่งไปครอง

แต่ในความจริงแล้วแผนการเลือกทายาทนั้นเป็นเพียงแผนฉาบหน้า จุดมุ่งหมายที่แท้จริงก็คือการกำจัด พวกนินจานั้นเอง มีบทบาทสำคัญในการขึ้นสู่อำนาจของ อิเอยาสึ โตกุกาว่า เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการช่วยงานสกปรกทั้งหลายอย่าง ขโมยความลับ หรือการลอบสังหาร แต่เมื่อบ้านเมืองสงบลง หมู่บ้านนินจากลับถูกมองด้วยสายตาแห่งความไม่ไว้วางใจ ทั้งอิงะ และโคงะ มีความเป็นอยู่ลึกลับ วิชานินจาอันพิศดารก็ดูจะสร้าง ความน่าสะพรึงกลัวให้กับคนทั่วไป แผนการดังกล่าวจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อกำจัดหมู่บ้านนินจาทั้งสอง ระหว่างที่สองฝ่ายกำลังประลองกัน กองกำลังของตระกูลยางิง จะถูกส่งไปยังหมู่บ้านของอิงะ และโคงะ เพื่อกำจัดให้สิ้นซาก

ผลดังกล่าวได้มีสั่งให้ทั้ง อิงะ และโคงะ คัดเลือกนินจาที่เก่งที่สุดมาฝ่ายละ 5 คน เพื่อปะลองกัน คนที่เหลือรอดชีวิตเป็นคนสุดท้ายก็คือผู้ชนะ อิงะเลือกเอา 5 สุดยอดฝีมืออันได้แก่ โดยมี โฮตารุบิ (เอริกะ ซาวาจิระ) สาวน้อยที่บังคับผีเสื้อได้, มิโนะ เนกิ (ชุน อิโตะ) นักสู้ที่ใช้สัญชาติญาณสัตว์ป่า, ยาชามารุ (ทัก ซากากุจิ) ผู้ใช้แส้พิศดารที่ซ้อนอยู่ในแขนเสื้อ, ยากูชิจิ เทนเซน (คิปเป ชิเอนะ) บุรุษผู้เป็นอมตะ, โดยมี โอโบโร่ อิงะ (ยูกิเอะ นากามะ) หลานสาวของหัวหน้าหมู่บ้านเป็นผู้นำกลุ่ม

ส่วนยอดฝีมือ 5 คน ของ โคงะประกอบไปด้วย คิซารางิ โกเอมอน (โฮกะ ชิโนคิตะ) เจ้าแห่งการแปลงโฉม, จิกูมะ โคชิโร่ (มิซึกิ โคกะ) ผู้ใช้อาวุธซัด, มิโรกะ เฮียมมะ (ฮิโรชิ มะซึ) นินจาอาวุโสในหมู่บ้าน, คาเกโร่ (โทโมโกะ คูโรทานิ) เจ้าแห่งพิษ และคนสุดท้าย เกนโนะซึเกะ โคงะ (โจ โอดากิริ) ผู้สืบทอดหัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไป รับหน้าที่หัวหน้ากลุ่ม

จุดศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่สองนินจาหนุ่มสาวจากสองฝ่าย เกนโนะซุเกะ และ โอโบโร่ ที่แอบคบกันอย่างคู่รัก การประลองครั้งนี้ทำให้คนทั้งคู่ต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างช่วยไม่ได้

ส่วนตัวผมดูแล้วรู้สึกว่า Shinobi สามารถสร้างความบังเทิงได้พอสมควร หนังยังมีฉากดีๆ อยู่บ้าง เช่น ฉากไครแม็กซ์ หรือปัญหาก็คือ หนังมีหลากหลายมุมมองอยู่ในเรื่องเดียวกัน แอ็กชั่น แฟนตาซี รักโรแมนติก และดราม่า แต่ ไม่สามารถไปได้สุดของแต่ละทางเลย อย่างไรก็ตามในฐานะหนังนินจาเรื่องหนึ่ง Shinobi ก็ยังมีแง่มุมที่น่าจดจำ

พูดถึงหนังนินจาแล้ว น่าจะพอแบ่งออกได้เป็นสองประเภท อย่างแรกเป็นนินจาประเภท ไอ้โม่งชุดดำอย่างที่เราคุ้นเคยกันดี เป็นหนังแนวที่คาบเกี่ยวระหว่างแอ็กชั่น กับศิลปะป้องกันตัว เน้นฉากต่อสู้ และอาวุธพิศดารของนินจา หนังประเภทนี้เป็นที่นิยมในต่างประเทศ (ฮ่องกง, อเมริกา) มากกว่าในญี่ปุ่นเองซะอีก ดังจะเห็นได้จากหนังอย่าง American Ninja หรือ Ninja in The Dragon’s Den ส่วนอีกประเภทเป็นหนังนินจาที่นิยมกันในญี่ปุ่นมากกว่า โดยหนังจะเน้นความเป็นแฟนตาซี นินจาเป็นอะไรที่ก่ำกึ่งระหว่าง นักสู้ และนักเวทมนตร์ ตัวละครก็ไม่ได้แต่งกายเป็นไอ้โม่งเสมอไป หนังมีจุดขายที่สีสรรค์จากงานสร้าง และเทคนิคพิเศษตามสไตล์ญี่ปุ่น หนังอย่าง Shinobi ก็เป็นหนังนินจาในลักษณะที่สองนี้เอง (เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในเว็บบอร์ดต่างประเทศแห่งหนึ่งมีนักดูหนังชาวตะวันตกหลายคน สงสัยว่า Shinobi เป็นหนังนินจายังไง เพราะตัวละครนินจาในเรื่องดูคล้ายกับพวกยอดมนุษย์ X men ซะมากกว่า ที่เขาคิดเช่นนั้นก็เพราะชาวตะวันตก คุ้นชินอยู่กับแต่หนังนินจาประเภทไอ้โม่งนั้นเอง)

ชิโนบิ ดัดแปลงมาจากมังงะเรื่อง Basilisk ของ มาซากิ เซกาว่า ที่ดัดแปลงจากจากนิยายของ ฟูตารุ ยามาดะ มาอีกต่อนึง เล่าถึง ฟูตารุ ยามาดะ กันสักหน่อย เขาเป็นนักเขียนนิยายแนว อิงประวัติศาสตร์แฟนตาซี คนสำคัญคนหนึ่งของญี่ปุ่น งานหลายชิ้นของเขาได้รับการดัดแปลงไปเป็นหลายรูปแบบทั้งหนัง อนิเมะ หรือ มังงะ ที่โด่งดังเป็นพิเศษก็คือ เรื่องที่เล่าเรื่องการผจญภัยของ จูเบ ยางิว ที่ถูกดัดแปลงเป็นหนัง อย่าง “มะไค เท็นโซ” Samurai Resurrection (1979, Kinji Fukusaku) และอนิเมะในชื่อว่า “จูเบ นินปุจู” Ninja Scroll (1993) ความสนุกของเรื่องเรื่องราวทำนองนี้

ดูจากโครงเรื่อง Shinobi เป็นหนังแอ็กชั่นแฟนตาซี ที่ให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องพอสมควร ถึงแม้หนังจะเป็นเรื่องการต่อสู้ แต่ดูเหมือนเนื้อเรื่องหลักจะเน้นไปที่ความรักมากกว่าเสียอีก โดยเฉพาะเรื่องรักในแนวโรมิโอ กับจูเลียต ของคู่พระนาง รวมถึงเรื่องรักสามเส้าที่ใส่เข้ามาระหว่าง เกนโนะซึกะ โอโบโร่ และตัวละครสาวไอพิษ อย่าง คาเกโร ที่หลงรักเกนโนะซึเกะแทบบหัวปักหัวปัม ทั้งที่รู้ว่าความรักระหว่างเขา และนาง เป็นไปไม่ได้ แต่น่าเสียดายที่ถึงแม้เรื่องราวประเภทนี้ใน Shinobi จะสร้างความซาบซึ้งขึ้นมาได้บ้าง แต่รวมๆ แล้วเรื่องรักสามเส้า และรักระหว่างรบของตัวละคร นั้นดูซ้ำซาก และไม่สามารถสร้างความแตกตาก จากหนังที่เล่าเรื่องในลักษณะเดียวกันได้

ประเด็นที่ดูจะเข้าท่ากว่ากลับเป็นการเสนอภาพนินจา ในมุมมองของการเอาชีวิตรอด และการอยู่เพื่อตนเอง แทนที่จะอยู่เพื่อคนอื่นๆ คนหนุ่มสาวอย่างอย่างเกนโนะซึเกะ และโอโบโร่ พยายามที่จะด้นรนให้ตัวเองหลุดจากวงจรซ้ำซากของชีวิตนินจา ที่ชีวิตอยู่กับการฆ่าฟัน แล้วต้องยอมตายเพื่อผู้อื่นๆ ขณะที่ตัวละครอื่นๆ ยินยอมจะอยู่ในวังวนเดิมๆ เพราะพวกเขาเติบโตเช่นนั้น ยินยอมที่ใช้ชีวิตเพื่อเป็นอาวุธของผู้อื่นๆ เมื่อถึงเวลาที่อาวุธนั้นจะถูกทิ้งขว้างเมื่อหมดประโยชน์ก็ไม่สามารถจะมีปาก มีเสียงที่จะปฏิเสธ สุดท้ายก็ต้องมอบความตายแบบยินยอมพร้อมใจแก่ผู้เป็นนาย หนังดูจะตั้งคำถึงประเพณีบูชาความตาย มองเห็นการสละชีพเป็นสิ่งที่มีเกียตริ ที่อยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตามเนื้อหาเชิงดราม่านั้นอาจจะช่วยให้หนังลึกซึ้ง และน่าสนใจขึ้นมาพอสมควร แต่ในทางตรงกันข้ามการใช้ “เนื้อหา” เข้ามามากเกินควร ก็ไปลดทอนพลังในฐานะหนังแอ็กชั่นของ Shinobi ลงไปอีก แต่ใช่ว่าจะมีปัญหาอยู่ในเรื่องบท และเนื้อเรื่องเท่านั้น จุดขายของหนังอย่าง เทคนิคพิเศษ ฉากต่อสู้ กับต้องยอมรับว่า น่าสนใจแต่ยังทำได้ไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น ประเด็นในเรื่องคุณภาพนั้นไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนหนังจะด้อยไปด้วยจำนวน

ฉากต่อสู้ที่ดีที่สุดในเรื่องก็คือ ฉากปะทะกันของจอมแส้ ยาชามารุ และอาวุธลับของ จิกูมะ โคชิโร่ ที่ทั้งสองฝ่ายต่างประเคนอาวุธระยะไกลเข้าหากันอย่างสุดยอดพิศดาร แต่หลังจากนั้นหนังก็ไม่ได้ให้อะไรในลักษณะนี้กับคนดูอีกเลย ฉากต่อสู้ที่เหลือใน Shinobi นั้นเน้นการใช้ CG เข้าช่วยมากเกินไป ซึ้งก็ต้องยอมรับว่า CG ของหนังเนียนใช้ได้ แต่ขาดความแปลกใหม่ หลายๆ ฉากยังเป็น ประเภทเน้นความพิศดาร และมุ่งหวังที่จะสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับคนดูทั้งในแง่ความพิศดาร และในแง่การจู่โจมคนดูให้ไม่ทันตั้งตัว เช่น ฆ่าตัวละครบางตัวอย่างไม่ขาดฝัน จนดูขาดความสมจริงสมจัง และขาดน้ำหนักที่หนังประเภทต่อสู้นี้พึงมีไป แต่นั้นก็ยังไม่แย่เท่ากับ ที่หนังใสคิวบู๊ลงไปน้อยกว่าที่ควรจะมีไปมากทีเดียว

ไอเดียการสร้างเงื่อนไขให้มีตัวละครนินจาที่มีสีสรรค์ถึง 10 ตัว นั้นถือว่าเข้าท่ามาก แต่หนังไม่อาจฉกฉวยโอกาสที่สร้างขึ้นมานี้ได้เลย ตัวละครใน 10 นั้นมีไม่กี่ตัวที่น่าสนใจ ไม่ตายเร็ว ก็จืดชืดซะจนคนดูแทบจำไม่ได้ นอกจากพระเอกนางเอก มีอีกเพียง 3 ตัวเท่านั้นที่พอจะน่าพูดถึง สองตัวแรกก็คือ จิกูมะ โคชิโร่ จอมซัดอาวุธลับ ที่นอกจากจะสู้มันแล้ว ยาชามารูนักฆ่าเลือดเย็น ที่แสดงโดย ดารานักบู๊คนสำคัญของวงการหนังญี่ปุ่น ทัก ซากากุจิ ที่สร้างชื่อมาจากการเล่นหนังของ เรียวเฮ คิตามูระ (Versus, Alive, Arakami) ในเรื่องนอกจากจะได้โชว์คิวบู๊แล้วเขายังได้โอกาสโชว์ความเทห์แบบหลอนๆ ด้วย

ดาราสาวสวย โทโมโกะ คุโรทานิ ที่แสดงเป็นคาเกโร่ โปรยเสน่ห์แบบสยดสยองออกมา ตลอดทั้งเรื่องได้แบบน่าชม เธอสร้างตัวละครคาเกโร่ ให้ออกมาทั้งสวย น่าหลงไหล อันตราย นอกจากนี้ยังแฝงไว้ด้วยความเศร้า นางต้องแบกรับชตากรรมที่น่าเจ็บปวด เพราะการฝึกวิชาพิษต้องดื่มกินพิษตั้งแต่เด็กจนโต จนร่างกายรับเอาพิษนั้นไว้เต็มร่าง เป็นผลให้คาเกโร่ ไม่สามารถจะมีปฏิสัมพันธ์กับชายใดๆ ได้นั้นหมายถึง นางเองไม่สามารถจะมีความรักได้ตลอดชีวิต

เป็นเรื่องน่าเสียดายนิดหน่อยที่พระเอกนางเอกอย่าง มีฉากโชว์ฝีมือกันน้อยไปหน่อย คือ ทั้งคู่มีฉากต่อสู้กันคนละฉากสองฉากเท่านั้น แถมของนางเอก ยังเป็นการต่อสู้ที่สั้นมากๆ ด้วยอีกต่างหาก อย่างไรก็ตามนอกเหนือไปจากนั้น โจ โอเดงิริ กับยูคิเอะ นากามะ ถือว่าทำได้ดี เกนโนะซุเกะ และ โอโบโร่ก็เป็นตัวละครที่ใช้ได้ เนื้อเรื่องเปิดฉากด้วยฉากหวานซึ้ง ก่อนจะตามมาด้วยการแยกทั้งสองให้ออกจากกันด้วยสงครามของสองหมู่บ้าน ฝ่ายเกนโนะซุเกะ นั้นไม่เห็นด้วยการการประลองครั้งนี้อย่างรุนแรง จึงต้องการจะเดินทางไปสืบถามข้อเท็จจริง กับท่านโชกุนด้วยตัวเอง ฝ่ายโอโบโร่ ก็เช่นเดียวกัน นางเองรู้สึกขัดแย้งกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ความรักต่อเกนโนะซุเกะ กับความจงรักภัคดีต่อ อิงะ สุดท้ายสองหนุ่มสาวต้องเสียสละด้วยกันทั้งคู่ หนึ่งเพื่อคนรัก อีกหนึ่งเพื่อชีวิตของพวกพ้อง ดาราหนุ่มสาวทั้งสองคนให้การแสดงที่ดีเยี่ยม สร้างความน่าเชื่อถือให้กับบทที่ค่อยข้างจะธรรมดา จนดูพิเศษขึ้นมาได้พอสมควร

Shinobi เป็นงานที่ใช้ได้ มีจุดดีอยู่หลายจุด เรื่องราวน่าสนใจ ดาราที่ทำหน้าที่ได้ดี น่าเสียดายที่ขาด องค์ประกอบอย่างคิวบู๊ที่ดี ตัวละครหลายตัวขาดเสน่ห์ และการคุมองค์ประกอบต่างๆ ให้เข้ากัน โดยรวมยังไม่กลมกลืนเท่าที่ควร ภาพรวมของ Shinobi จึงถือว่าน่าพอใจ แต่ก็ห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Shochiku
กำกับ - Ten Shimoyama
อำนวยการสร้าง - Andrew Lau Wai-Keung
บทภาพยนตร์ - Kenya Hirata
กำกับภาพ - Masasai Chikamori
ตัดต่อ - Isao Kawase
ดนตรีประกอบ - Taro Iwashiro
กำกับศิลป์ - Toshihiro Isomi, Akihiro Yamada
แสดงนำ - Joe Odagiri, Yukie Nakama, Minoru Terada, Tomoka Kurotani, Erika Sawajiri, Kippei Shiina, Takeshi Masu, Mitsuki Koga, Tak Sakaguchi, Houka Kinoshita, Shun Ito, Riri, Minoru Terada, Masaki Nishina, Toshiya Nagasawa, Yutaka Mastushige, Renji Ishibashi, Kazuo Kitamura

DVD : Shinobi - EVS

บริษัทผู้สร้าง - DVD Shinobi จัดจำหน่ายโดย EVS ซึ่งก็ไม่มีอะไรให้พูดถึงกันมากนัก เพราะหนังญี่ปุ่น EVS ทำดีเกือบตลอดอยู่แล้ว แผ่นนี้ก็เช่นเดียวกัน แพ็คประกอบไปด้วย แผ่น DVD 2 แผ่นตัวหนัง และฟีเจอร์ ซึ่งก็ภาพชัด เสียงดี ตามปรกติของ EVS ที่จะใช้ฉะบับเป็นแผ่นของญี่ปุ่นเองเลย หลายๆ ส่วน EVS ก็ทำได้ดีขึ้นซับไตเติล ไม่ได้ใช้บทพากย์แล้ว นอกจากนั้นยังมีแปลเพลงประกอบให้ด้วย

Back To [asian films]

Hosted by www.Geocities.ws

1