And Then หรือชื่อภาษญี่ปุ่นว่า
Sorekara ดัดแปลงมาจากนิยาย ชื่อเดียวกัน ของนักเชียนชื่อระดับครูชาวญี่ปุ่น
นัตซึเมะ โซเซคิ (1867 - 1916) งานของเค้ามักจะพูดถึง การต่อสู้ในจิตใจ
ความขัดแย้งของหน้าที่และความเสน่ห์หา การต่อสู้ของความเป็นปัจเจกของตัวละคร
กับหน้าที่รับผิดชอบต่อครอบครัว แสดงภาพญี่ปุ่นในยุคสร้างชาติหลังสงคราม
และผลกระทบต่อคน งานที่มีชื่อเสียงที่สุดของ นัตซึเมะ โซเซค
ก็คือ Kokoro (โคะโคะโระ หมายถึง จิตใจ หรือ หัวใจ มีแปลเป็นภาษาไทย)
ทั้งตัวเนื่องเรื่อง และบุคลิคตัวละครของ Kokoro กับ Sorakara
มีส่วนที่คล้ายกันพอสมควรทีเดียว
แม้อายุย่างเข้าวัยกลางคนแล้ว นากาอิ (ยูซากุ มัตสึดะ) ลูกชายคนรองแห่งตระกูลพ่อค้าผู้มีอันจะกิน
ก็ยังคงใช้ชีวิตอย่าง เรื่อยเปื่อย โดยไม่กระตือรือร้นต่อสิ่งใด
แสวงหาความสำราญ ด้วยการดื่มกิน เล่นหมากกระดาน อ่านตำรา ตามแบบฉบับของคุณชายตระกูลผู้ดี
ไม่สนใจที่จะหาการหางานทำ อย่างชายหนุ่มการศึกษาดีทั่วๆ ไป และที่สำคัญนากาอิ
ไม่ได้แสดงวี่แววว่าจะแต่งงาน หรือ มีหญิงสาวนางใดมาอยู่ข้างกายเลยแม้แต่น้อย
ประการหลังนี้เอง ที่มักจะสร้างความขัดใจให้กับผู้พ่อ พี่ชาย
และพี่สะใภ้ ที่อยากเห็นบุตรชายคนเล็กแห่งตระกูลคนนี้ เป็นฝั่งเป็นฝาซะที
สิ่งเดียวที่ดูเหมือนจะสร้างความกระตือรือล้นต่อ นากาอิ ได้มากที่สุด
ก็คือ การให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ เพื่อนสมัยเรืยนคนหนึ่งที่ชื่อว่า
ฮิราโอกะ (คาโอรุ โคบายาชิ) นากาอิเองพอมีเงินทองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นใช้จ่ายได้อย่าง
ไม่มีจำกัด จึงต้องเทียบหยิบยืมเงินจากบรรดาญาติ และผู้ให้เงินกู้นอกระบบ
แต่นากาอิ ก็ยินดีช่วยเหลือ ความล้มเหลวทางธุระกิจ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของ
ฮิราโอกะ อยู่ในสภาวะฝืดเคืองเต็มทน หนีสินที่ผะรุงผะรัง ค้าใช้จ่ายในบ้าน
ก็ถูกจำกัดจำเขี่ย คนที่ได้รับผลกระทบกับ ไม่ใช้ตัวฮิราโอกะเอง
แต่กลายเป็น มิจิโยะ (มิวาโกะ ฟูจิทานิ) ผู้เป็นภรรยา และเป็นมิจิโยะ
ผู้นี่เอง ที่เป็นสาเหตุแห่งการครองตัวโสดของนากาอิ
เมื่อ 4 ปีก่อน มิจิโยะ ยังเป็นเพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นของนากาอิ
และฮิราโอกะ ทั้งสองคนรู้สึกถูกใจในตัวหญิงสาวพร้อมๆ กัน แต่ทั้งๆ
ที่หญิงสาวมีใจให้ นากาอิกลับไม่ตอบสนอง และทำตัวป็นพ่อสื่อยก
มิจิโยะ ให้กับเพื่อนสนิทอย่าง ฮิราโอกะ แทนหลังจากนั้น เนื่องด้วยเพราะการตัดสินใจของ
นากาอิ หรือไม่ก็ตาม ชีวิตของทั้งสามคนก็ไม่ต่างอะไรจากสิ่งที่เรียกว่าการพังทลายลงเลย
ฮิราโอกะล้มเหลวในเรื่องงาน มิจิโยะต้องคอยรองรับอารมณ์ของสามี
ตลอดเวลา นอกจากนั้นเธอยังต้องเสียลูกไปจากการแท้ง เนื่องด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอ
การมาเยี่ยมเยือนบ้าน ฮิราโอกะ เพื่อดื่มเหล้าสังสรรค์ และถามไถ่สาระทุกข์สุกดิบ
กลับเป็นเพียงฉากปังหน้า แต่ความเป็นจริงนี้เป็นโอกาศอันเล็กน้อยที่
นากาอิ จะได้พบกับหญิงคนรัก มิจิโยะ ผู้ภรรยาของ ฮิราโอกะ นั้นเอง
And Then เน้นย้ำถึงเรื่อง ความเปลี่ยนแปลง และไม่เปลี่ยนแปลงของมนุษย์
ตัวละครมักจะพร่ำเพ้อถึงอดีตสามปีก่อน ถึงความเปลี่ยนแปลงของตน
และคนใกล้ชิด สะท้อนถึงอดีตที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ ความอ่อนต่อโลกของคนหนุ่มสาว
ที่เลือกเส้นทางที่ผิดพลาด ผู้กำกับ ยาชิมิตซึ โมริตะ ต้องถือว่าผู้กำกับประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับการ
เล่าเรื่องความซับซ้อนในจิตใจของตัวละคร ออกมาได้แบบชัดเจน และสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง
เรื่องดำเนินไปด้วยความเชื่องช้า 75 % แรกของหนังเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุด
เป็นช่วงที่ตัวละครอีกทั้งสองต้องเก็บงำความรู้สึกต่อกันไว้
มีฉากที่น่าประทับใจอยู่มากมาย เช่นฉากที่ มิจิโยะมาเยื่ยมนากาอิถึงบ้านเพื่อขอบคุณเรื่องเงินทองที่เค้าเคยให้หยิบยืม
หญิงสาวแต่งกายด้วยชุดกิโมโนชุดสวย ทำผมอย่างปราณีต ช่วงเวลาที่ทั้งสองได้พบกัน
เหมือนเป็นการย้อนอดีตกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อนอีกครั้ง น่าเสียดายเมื่อล่วงเข้าสุ่ประมาณ
20 นาทีสุดท้าย ที่ตัวละครต้องเปิดเผยอารมณ์ ความจริงต่อกัน
และคลีคลายปัญหาด้วยการพูดคุยกันในที่สุด และมีผลต่อการแตกหักของตัวละคร
หนังกลับดูอ่อนแรงลง ไม่ทรงพลังเท่าช่วงต้น ความรู้สึกกดดันต่างๆ
ที่มีอยู่ลดทอนลงอย่างน่าเสียดาย
หนังมีงานด้านภาพที่น่าสนใจ โดยการใช้ภาพที่เรียบง่ายสมจริงสมจัง
เน้นการแข่กล้อง มีมุมภาพที่ไม่หวือหวา สลับกับภาพแบบเหนือจริง
ทั้งการจัดแสง เงา และวางองค์ประกอบทางภาพแบบประดิษฐ์เพื่อเล่าเรื่อง
และสื่ออารมณ์บางประการ อาทิเช่น ฉากที่นากาอิ นั่งบนรถรางในเวลาเย็น
แต่จู่แสงก็มืดลง ด้านนอกรถไฟกลายเป็นมืดสนิท มีแสง(ที่ไร้แหล่งที่มา)
ฉายลงบทตัวของตัวละคร ท่ามกลางฉากหลังที่มืดมิด เพื่อเป็นการบอกถึงสถานจิตใจของตัวละครในช่วงนั้น
องค์ประกอบอื่นๆ ก็ล้วนน่าประทับใจแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของดารานำ
โดยเฉพาะสองนักแสดงนำ มิวาโกะ ฟูจิทาน และ ยูซากุ มัตสึดะ ที่แสดงบทบาทเก็บงำความรู้สึกได้ยอดเยี่ยมมาก
หนังยังมีดนตรีประกอบอันไพเราะ ที่ช่วยโอบอุ้มอารมณ์เหงา และเจ็บปวดของหนังได้เป็นอย่างดีโดย
ชิเกรุ อูเมะบายาชิ นี้เป็นผลงานชิ้นแรกๆ ของเค้า ก่อนที่จะโด่งดังในปัจจุบัน
โดยเฉพาะกับการทำดนตรีประกอบให้หนังของหว่องกาไว เรื่อง In the
Mood for Love กับ 2046 และ ของจางอี้โหมวใน House of Flying
Daggers
ยุค 80 ไม่ว่าจะของญี่ปุ่นหรือทั่วโลก เป็นช่วงเวลาแห่งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
และความหวือหวาด้านวัตถุ ขณะที่ตลาดหนังถาโถมมาด้วยหนังตลาดแบบสุดตัวที่กระตือรือล้นต่อการสร้างความบังเทิงแบบสำเร็จรูปแก่ผู้ชม
And Then เป็นงานที่เดินมาในทางตรงกันข้าม นำเสนอเรื่องราวของอารมณ์
มีเนื้อหาสาระอันลึกซึ้ง ท้าทายต่อผู้ชม โดยไม่ละเลยด้านความบังเทิงจนเกินไป
เป็นหนังดีที่ถูกลืมอีกเรื่อง
Credits
บริษัทผู้สร้าง - Toei Co., Ltd.
กำกับ - Yoshimitsu Morita
บทภาพยนตร์ - Tomomi Tsutsui
บทประพันธ์ - Natsume Soseki
กำกับภาพ - Yoshio Nakajima
ดนตรีประกอบ - Shigeru Umebayashi
แสดงนำ - Yusaku Matsuda, Miwako Fujitani,
Kaoru Kobayashi, Morio Kazama, Chishu Ryu, Katsuo Nakamura,
Mitsuko Kusabue |