นางงูขาวเสี่ยวชิงใช้เวลากว่าทั้งชีวิต
ในช่วง 1,000 ปี เพียรบำเพ็ญบารมีด้วยหวังเป็นจะข้ามจากเดรัจฉานสู่มนุษย์
นางงูเขียวเสี่ยวชิงเฝ้าแต่สงสัยว่ามนุษย์มีอะไรดี ทำไมพี่สาวอยากเป็นมนุษย์
ทั้งๆ ที่อ่อนแอ อายุสั้น และไปด้วย กิเลศตัฒหา แล้วสิ่งมีชีวิตสิ่งนี้มีอะไรดี
และเพราะคำว่ามนุษย์คำเดียวนี้เองที่ทำให้ ฝาไห่หลวงจีนหนุ่ม
ถึงกับเห็นเฝ่าพันธ์อื่นๆ เป็นสิ่งไร้ค่า สุงท้ายเพราะการกระทำของเค้า
กลับคร่าชีวิต ผู้บริสุทธิ์มากมาย
Green Snake (บางฉบับใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Madam White Snake)
เป็นนิทานพื้นบ้านที่ดังที่สุดของจีน เล่าเรื่องของ ปีศาจงูสองพี่น้อง
ไป่ซู่จิน (หวังจู่เสียน) กับเสี่ยวชิง (จางม่านอวี้) (บางครั้งเป็นนายกับสาวใช้)
มีบารมีแก่กล้าจนสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ นางงูขาว ไปหลงรักกับบัฒฑิตหนุ่ม
สี่เซียน ทั้งคู่ต้องตาต้องใจแก่กัน จนถึงขั้นแต่งงานอยู่กิน
ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยโดยฝ่ายชายไม่ได้ล่วงรู้ถึงตัวจริงของภรรยา
จนกระทั่งเรื่องของทั้งคู่ไปเข้าหูของไต้ซือฝาไห่ แห่งวัดจินซาน
ภิกษุสงฆ์ที่บำเพิญชาญจนมีอิทธิฤทธิ์สามารถปราบปีศาจได้ ฝาไห่เห็นว่าคนไม่ควรอยู่ร่วม
กับปีศาจจึง ยื่นมือเข้ายุ่งกับความรักของทั้งคู่ โดยการเปิดเผยถึงร่างที่แท้จริงของซู่เจินต่อ
ชายหนุ่ม สี่เซียนนั้นพื้นแพเป็นคนหัวอ่อน ออกจะขี้ขลาด อ่อนแอ
อยู่แล้ว จึงหลงเชื่อและทรยศหักหลังต่อภรรยา ช่วยเหลือฝาไห่ในการจัดการกับนางงูทั้งสอง
ต่อมาเมื่อสี่เซียนกลับพึ่งรู้สึกถึงความรักของตนกับภรรยา และอยากกลับไปหานาง
นั่นสร้างความไม่พอใจแก่ฝาไห่เป็นอย่างยิ่ง และบีบบังคับให้สี่เซียนออกบวช
ซู่เจิน และเสี่ยวชิง ตามหาบัณฑิตหนุ่มไปถึงวัดจินซาน แต่ฝาไห่ออกมาขัดขวาง
สองปีศาจงูต่อสู้กับหลวงจีนที่มากไปด้วยอิทธฤทธิ์ ทำให้เกิดเหตุวิปริต
น้ำท้วมบ้านเมือง ผู้คนสูญเสียชีวิตมากมาย
นิยายเรื่อง นางพญางูขาว เล่าเรื่องราวความรักที่เป็นไปไม่ได้ของสองคนที่มีชาติภพต่างกัน
เน้นเรื่องราวอภินิหาร แบบที่คนยุคโบราณชื่นชอบ ผมไม่แน่ใจว่า
ในอดีต นางพญางูขาว เล่าด้วยมุมมองแบบไหน แต่สำหรับการตีความในยุคปัจจุบัน
เรื่องราวค่อนข้างโน้มเอียงไปในทาง การยก เชิดชูความรัก และความแข็งแก่งเพศหญิง
ในขณะที่ตัวละครชายอย่าง สี่เซียน และฝาไห่ นั้นกลับเต็มไปด้วย
ความขี้ขลาด อ่อนแอ และไร้เหตุผล เมื่อเมื่อมาเป็นภาพยนตร์ ถ้าพิจารณาจากงานเก่าๆ
ของผู้กำกับ และเขียนบท อย่าง ฉีเคอะที่ทำเรื่อง Dragon Inn,
A Chinese Ghost Story ฯลฯ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Lilian Lee
เจ้าของบทภาพยนตร์เรื่อง Rough, Farewell My Concubine (กรณีของ
Farewell My Concubine หมายถึงบทของเลสลี่ จาง ที่เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่ามีความเป็นหญิงมากกว่าชาย)
ที่มักจะเสนอเรื่องราวในมุมมองของเพศหญิง ก็ยิ่งดูเหมือนจะทำให้
หนังยิ่งเดินไปในทิศทางดังเดิมของนิยาย แต่งานที่ออกมา ถึงแม้จะไม่ได้พลิกกลับมุมมองดังกล่าว
แต่ก็มีการวิเคราะห์ และตีความถึงตัวชายในเรื่องมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะตัวละครไต้ซือฝาไห่ ที่กลายเป็นศูนย์รวมแห่งความสับสบ
ที่จากปกติมักจะคุ้นเคยกับภาพของพระสูงวัย ท่าทางคงแกเรียน หนังเลือกที่จะเสนอออกมาในรูป
ของชายหนุ่มวัยเจริญพันธ์ ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม หน้าตาท่าทางเหมือนอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามกดเอาไว้
หนังแสดงให้เห็นว่าฝาไห่เพียรพยายามอย่างแสนสาหัสที่ตัดอารมณ์ด้านต่ำ
อย่าง ความโกรธ ความหลง ของตนออก เพื่อหลุดพ้นจากความทุกข์แห่งความเป็นมนุษย์
แต่เมื่อไม่สำเร็จ กลับกลายเป็นการปะทุไฟแห่งความโกรธลงไปในจิตใจของเค้าเข้าไปอีก
แล้วไประบายต่อสิ่งรอบข้าง มีฉากที่แสดงถึงความจริงในข้อนี้ได้ดี
คือ เมื่อครั้งที่ฝาไห่จับตัวเสี่ยวชิงได้ เค้ายื่นขอเสนอให้นางงูเขียวว่า
ถ้าสามาถยั่วยวนให้นักบวชอย่างเค้าเกิดความรู้สึกได้ ก็จะปล่อยนางไป
เสี่ยวชิงปล่อยลีลาเชิงสังวาสอยู่นาน กลับเป็นฝาไห่ที่เกิดตะบะแตกเกิดอารมณ์ขึ้นมา
แทนที่จะรักษาสัญญากลับโมโหโกรธา และจะเปลี่ยนใจไปฆ่านางงูเขียวแทน
Green Snake พูดถึงเส้นแบ่งของ ผิดกับถูก ความดี กับความเลว
และ เส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับเดรัจฉาน มีฉากที่น่าสนใจอยู่ฉากนึง
เมื่อนักพรตเต๋าพร้อมศิษย์ทั้งสอง บุกเข้ามาปราบสองตัวเองถึงที่บ้าน
ซู่เจินพูดเชิงเหยียดหยามกับนักพรตผู้นั้นว่า "นักพรตท่านจะมาปราบเราได้อย่างไร
ในเมื่ออะไรดีอะไรเลวยังแย่งไม่ออกเลย" ในโลกของ Green
Snake แบ่งสิ่งมีชีวิต ออกเป็นสองเหล่า เดรัจชาญ และมนุษย์ สิ่งแรก
เป็นตัวแทนของความเลว ต่ำ ที่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถก้าวพ้นความต่ำของตัวเองได้
ซู่เจิน เสี่ยวชิง รวมถึงปีศาจแมงมุมในช่วงต้นของหนัง ล้วนเป็นเดรัจฉาน
ที่พยายามก้าวข้ามไปสู่สถานะที่สูงกว่า ไม่ว่าจะด้วยการทำแต่ความดี
บำเพ็ญภาวนา จนกระทั่งสามารถแปลงภาพลักษณ์จากเดรัจฉานไปสู่มนุษย์ได้
แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับ มนุษย์ ที่เรียกตัวเองว่าผู้ที่สูงส่งกว่า
นักพรตเต๋าเป็นตัวแทนของคนที่ไม่สามารถ แบ่งความดีความเลว ตามชาติกำเนิด
เป็นความดีความเลวที่เราไม่สามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง หากแต่ฟ้าเป็นผู้ลิขิตให้
สัตว์ เดรัจฉาน หรือปีศาจ คือความชั่ว มนุษย์คือความสูงส่ง ที่ไม่สามารถปล่อยไว้ได้
สำหรับฝาไห่นั้นต่างออกไป ตรงที่เค้านั้นแยกแยะออกว่าอะไรก็กรรมดีกรรมชั่ว
เมื่อครั้งนางงูช่วยบังฝนให้หญิงท้องแก่ หรือผันน้ำมิให้ท้วมเมือง
หลวงจีนหนุ่มยังถึงกับชมเชยนางงูทั้งสอง สำหรับฝาไห่ที่ความเลวของซู่เจิน
เสี่ยวชิง ไม่ได้อยู่ที่ความเป็นปีศาจ หากแต่อยู่ที่ความพยายามจะเป็นมนุษย์ของนางงูทั้งสอง
ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้ ซึ่งอาจจะเป็นด้วยความอิจฉา เพราะตัวเค้าเองยังไม่สามารถเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้เลย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัวละคร และการแสดง ของ จางม่านอวี้ กับ
หวังจู่เสียน นั้นแทบจะสำคัญเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับหนังเลย
จางม่านอวี้ เติบโตมากจากบทวัยรุ่นกุ๊กกิ๊กในยุค 80 ก่อนจะโชคดีได้เป็นนางเอกของเฉินหลงในวิ่งสู้ฟัด
และมีงานดังๆ ตามมาอีกมากมาย แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เธออยู่ยงมาถึงทุกวันนี้ทั้งๆ
ที่นางเอกคนอื่นๆ จากยุคเดียวกับ ถ้าไม่แต่งาน ก็พ่ายแพ้ต่อวัยที่เพิ่มขึ้น
จนต้องออกจากวงการไปหมดแล้ว สิ่งที่ว่าก็คือ "ผีมือ"
จางม่านอวี้เริ่มฉากแววในการเล่นหนังจริงจังครั้งแรก กับหนังเรื่อง
As Tears Go By ของหว่องกาไว หลังจากนั้นเธอก็สลับเล่นทั้งหนังแนวศิลปะอย่าง
Full Moon in New York (1990, Stanley Kwan), Actress (1992,
Stanley Kwan), Red Dust (1990, Yim Ho), Farewell China (1990,
Clara Law) และงานหนังตลาดอย่าง Dragon From Russia (1990),
All's Well, Ends Well (1992), Twin Dragons (1992) และก็ทำได้เยี่ยมทั้งสองแบบ
สำหรับ Green Snake นั้นยังถือว่าก้ำกึ่งที่ค่อนไปทางตลาด จางม่านอวี้ก็วาดลวดลายได้อย่างน่าชมทั้งในแง่ความลึก
และหลากหลายของอารมณ์ ในแบบหนังคุณภาพ ผสมกับการแสดงแบบสีสรรค์ที่เหมาะสมกับหนังประเภทนี้
แล้วหวังจู่เสียนละ? อาจจะดูเกินจริงไปนัก แต่ต้องยอมรับว่า
หวังจู่เสียน นั้นเล่นหนังด้วยความสวย อย่างแท้จริง ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อแต่ในปลายุค
80 ถึงต้นยุค 90 ยากจะมีสิ่งใดมาดึงความเด่นไปจากจอได้ หากดาราคนสวยคนนี้ปรากฏอยู่บนจอ
ยิ่งมากับ Option หลักของเธออย่าง "ชุดโบราณ" แล้วยิ่งไปกันใหญ่
ซึ่งจะว่าไปความสวยนี้ก็กลายเป็นเครื่องถ่วง ไม่ให้เธอก้าวไปไกลอย่างที่ควรจะเป็นเหมือนกัน
แต่ยังไงก็ตามต้องยอมรับว่า ในยุคของเธอนั้น ชื่อหวังจู่เสียนกลายเป็นคำตอบของความว่า
"สวย" จริงๆ
หนังเล่าเรื่องด้วยความจริงจัง แต่ก็ยังหลุดอารมณ์ขันแบบหนังฮ่องกงเข้าเล็กน้อย
เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ ของฉีเคอะ Green Snake มีความโดดเด่นด้านภาพที่งดงาม
(ทั้งการถ่ายภาพ และองค์ประกอบทางศิลป์) หนังใช้ผ้าแบบต่างสี
ต่างลักษณ์ ไม่ว่าจะจากเครื่องแต่งกาย หรือ ใช้ประดับฉาก ในการสร้างบรรยากาศให้กับหนัง
การแต่งหน้าที่เกินจริง ก็ถูกใช้ในการเพิ่มมิติความหลากหลายให้กับตัวละคร
สิ่งเดียวที่ดูเหมือนกลายเป็นจุดบอดของหนังน่าจะเป็นเทคนิคพิเศษด้านภาพที่อ่อนด้อย
และหุ่นงูปลอมที่ดูปลอมสมชื่อจริงๆ
ถึงวันนี้ นางพญางูขาวถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วมากมายหลายครั้ง
ทั้งหนังใหญ่ และหนังทีวี Green Snake อาจจะไม่ได้รับคำยกย่องว่า
เป็นนางพญางูขาวฉบับที่ถ่ายถอดความรู้สึก ความงดงาม ของนิยายเรื่องนี้ได้ในระดับไร้ที่ติ
อย่างที่ Dreams of the Red Chambers (1962, Cen Fan) เป็นสำหรับความรักในหอแดง
หรือ The Love Eterne (1963, หลี่ฮั่นเสียง) เป็นสำหรับ ม่านประเพณี
แต่นางพญางูขาวฉบับฉีเคอะนี้จะต้องได้รับการจดจำอย่างเท่าเทียมกันแน่นอน
ในฐานะหนังที่พยายามชุบชีวิต นิยายพื้นบ้านเรื่องนี้ด้วยการเติมรสชาติใหม่ๆ
ลงไป ไม่ว่าจะในด้านเนื้อหาและทางเทคนิคภาพยนตร์ โดยไม่ทำลายแก่นแกนดั่งเดิมของหนัง
ถึงแม้จะแปร่งไปบ้าง แต่ก็น่าลิ้มลอง
หมายเหตุ
เมื่อปี 2537 หนังโฆษณาโดยมีจุดขายอยู่ที่
ฉากหวาบหวิว ของดารานำหญิงทั้งสองคน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจาก
การโฆษณาแนวเดียวกันนี้ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับหนังเรื่อง
นางพญาผมขาว (นำแสดงโดยหลินชิงเสีย) ซึ่งก็เหมือนกันทั้งสองเรื่อง
ที่ไม่ได้มีฉากอะไรทำนองนั้นอยู่เลย
อ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องนางพญางูขาวได้ที่
เว็ปผู้จัดการ พบรักที่
'ซีหู' (1) พบรักที่
'ซีหู' (2)
นางพญางูขาวที่ดีที่สุดว่ากันว่าเป็นฉบับอันหนึ่ง
คือ ละครโทรทัศน์ ที่นำแสดงโดย เจ้าหย่าจือ และเยี่ยถง สังเกตุว่าใช้นักแสดงหญิง
รับบทเป็น สี่เซียน น่าจะให้บรรยากาศแบบงิ้ว ในยุค 50 60 นอกจากนั้นหนังยังมีเพลงประกอบที่ไพเราะ
และงานสร้างที่สวยงามด้วย
Credits
บริษัทผู้สร้าง - Film Workshop Co. Ltd.
กำกับ - Tsui Hark
อำนวยการสร้าง - Tsui Hark
บทภาพยนตร์ - Tsui Hark, Lilian Lee
กำกับภาพ - Ko Chiu-Lam
ตัดต่อ - A Chik
ดนตรีประกอบ - James Wong Jim, Mark Lui Chung-Tak
กำกับศิลป์ - Bill Lui Cho-Hung
กำกับคิวบู๊ - Yuen Bun
แสดงนำ - หวังจู่เสียน, จางม่านอวี้, จ้าวเหวินจั๊ว,
อู๋ซิงกัวะ

DVD
ภาพ - 16 x 9
เสียง - 5.1 Cantonese, 5.1 Mandarin
ซับไตเติล - Chinese, English
ของแถม - Trailer
ข้อคิดเห็น - แผ่น DVD ของ Mei Ah ฮ่องกง ออกแบบปกได้สวยดี
ภาพชัดเจน เสียงก็ตามมาตรฐาน รวมๆ ไม่มีอะไรต้องติมากนัก นอกจากขอมแถมที่น้อยตามสไตล์
Mei Ah |