Fobiden City Cop - สาย(ไม่)ลับ คังคังโป้ย(1996)

ในปี 1995 หลังจากที่โจวซิงฉือประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลกันหนังล้อเลียน หนังสายลับในสไตล์ เจมส์ บอร์น 007 กันภาพยนตร์เรื่อง พยัคไม่ร้าย คังคังฉิก (From Bejing With Love) โจวซิงฉือไม่ปล่อยให้โอกาศต้องหลุดลอยไป ส่งหนังในแนวสายลับอีกเรื่องโดยครั้งนี้ไม่ใช้สายลับในสมัยปัจจุบันอย่างเรื่องก่อน แต่ถอยหลังไปหลายร้อยปี เป็นสายลับวังหลวงที่ทำงานรับใช้ฮ่องเต้ใน Forbiden City Cop

คังคังโบ้ย(โจวซิงฉือ) เป็นหนึ่งใน 4 ราชองครักษ์ ที่ทำหน้าที่คุ้มครองฮ่องเต้ฮ่องเต้ แต่เทียบกับองครักษ์คนอื่นๆ แล้วคังคังโบ้ยมักจะถูกฮ่องเต้มองข้ามโดยตลอด เพียงเพราะว่าเค้าให้ความสำคัญกับการใช้สติปัญญาในการต่อสู้มากว่าการใช้ ฝีมือการต่อสู้ แต่ในที่สุดโอกาศของคังคังโบ้ย

ในหนังมีฉากที่ฮาๆ อยู่ด้วยกันหลายฉากทั้งฉาก การผ่าตัดมนุษย์ต่างดาว ฉากการแสดงสิ่งประดิษฐิ์ต่างๆ ของคังคังโบ้ย แต่ที่น่าจดจำที่สุดก็มีอยู่สองฉาก หนึ่งคือฉากเปิดเรื่องที่หนังหยิบเอาฉากคลาสสิคในวรรณกรรมของโก้วเล้งอย่างเรื่อง เล็กเสี่ยวหงศ์ ตอน สองผู้ยิ่งใหญ่ ฉากที่ว่าก็๋คือฉากการประลองของไซมึ้งซวยเซาะ และเอี้ยบโกวเซียะ ที่โจวซิงฉือหยิบเอาตัวละคร เท่ห์ในเรื่องมาแต่งโฉมใหม่ซะดูไม่ได้เลย หนังเรื่องนี้เป็นผลงานที่ถือว่าอยู่ในขั้นดีเรื่องหนึ่ง ของโจวซิงฉือ หนังมีทั้งเนื้อหาสาระ และดูสนุกตลกขบขัน

ดาราในเรื่องนอกจากโจวซิงฉือแล้วที่มาเล่นในหนังเรื่องนี้ก็คือ หลิวเจียหลิงในบท ภรรยาคู่ทุกคู่ยากของคังคังโบ้ย หลี่ยั่วถงแสดงเป็นนางคณิกาสาวชื่อดัง ที่มีเบื้องอันน่าสพรึงกลัว แต่ในบรรดาดาราสมทบทั้งหมดคนที่เด่นที่สุดก็คือ จางต๊ะหมิง ในบทฮ่องเต้นั้นแสดงได้ฮามาก ในบางฉากออกจะเกินหน้าโจวซิงฉือด้วยซ้ำไป

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Win's Entertainment
กำกับ - Vincent Kok Tak-Chiu
อำนวยการสร้าง - Wong Jing
บทภาพยนตร์ - Vincent Kok Tak-Chiu ,
กำกับภาพ - Lee Kin Keung
ตัดต่อ - Kwong Chi-Leung
ดนตรีประกอบ - Tats Lau Yi-Dat
กำกับศิลป์ - Cyrus Ho Kim-Hung
กำกับคิวบู๊ - Poon Kin Gwan
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, หลิวเจียหลิง, หลอเจียอิง, จางต๊ะหมิง, หลี่ยั่วถง

 

God of Cookery - คนเล็กกุ๊กเทวดา (1996)

สตีเฟน โจว(โจวซิงฉือ) ได้รับการยกย่องให้เป็นกุ๊กเทวดา ดำเนินธุระกิจทางอาหารมากมาย จนกระทั่งถูกลูกน้อง และคนสนิททรยศ แทบสิ้นเนื้อประดาตัว โชคดีได้ เจ๊จี(ม่อเหวินเหว่ย) หญิงขายบะหมี่ หน้าตาอัปลักษณ์ช่วยเหลือเพื่อที่ จนสตีเฟน โจว ได้โอกาศกลับมาทวงตำแหน่งคืน

อาจจะพูดได้ว่า God of Cookery เป็นงานที่ย่อหย่อนด้านความตลกที่สุดของโจวซิงฉือแล้ว แต่ถ้ามองในอีกด้านนึงหนังเรื่องนี้ เป็นการยกระดับงานจากหนังตลกธรรมดาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง หนังยังคงมีเนื้อหาที่ใกลเคียงงานหลายๆ เรื่องในอดีตของเค้า เป็นเรื่องของ ตัวละครที่ตกต่ำจากการ ก้าวที่ผิดพลาดของตัวเอง และผ่านการชดใช้ความผิด สุดท้ายก็สำนึกได้ และสามารถกลับมายืนอยู่จุดเดิมได้

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Star Overseas
กำกับ - Stephen Chow Sing-Chi, Lee Lik-Chi
อำนวยการสร้าง
- Stephen Chow Sing-Chi, Yeung Kwok-Fai
บทภาพยนตร์ - Tsang Kan-Cheung, Stephen Chow Sing-Chi, Vincent Kok Tak-Chiu, Liu Man Sang
กำกับภาพ - Jingle Ma Choh Shing
ดนตรีประกอบ - Ronald Ng Luk-Sing
กำกับศิลป์ - James Leung Wah-Sing
กำกับคิวบู๊ - Poon Kin Gwan
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, ม่อเหวินเว่ย, อู๋ม่งต๊ะ, Vincent Kok

 

The Lucky Guy - คนเล็กใหญ่เก๊กโลก (1998)

ร้านขายพายไข่ ที่ชื่อลักกี้ กำลังจะเจ๊ง เจ้าของร้าน(อู๋ม่งต๊ะ) ลูกชาย(เฉินเสี่ยวตง) และบรรดาลูกจ้าง (โจวซิงฉือ เก๋อหมิงอุย และบรรดาตัวประกอบหน้าคุ้นในหนังของโจวซิงฉือ) ต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะรักษาร้านไว้ และตามสไตล์ของหนังประเภทนี้ก็ต้องมีพระนางเป็นคู่ ในเรื่องก็มี อาฟุ(เก๋อหมิงอุย)หนุ่มนิสัยดีแบบ(โอเวอร์)กับสาวโรงเรียนมวยจีน(หยางกงหยู) อาหนาน(เฉินเสี่ยวตง)นักข่าวหนุ่มกับลูกสาวเศรษฐี(ซูฉี) ที่หนีออกจากบ้าน และสุดท้าย อาสุ่ย(โจวซิงฉือ)ลูกจ้างร้านจอมเจ้าชู้ชายา "เจ้าชายพายไข่" กับพยาบาลสาว(เจิ้งซิ่วเหวิน)อดีตเพื่อนสมัยเรียน

เทียบกับงานอื่นๆ แล้วใน The Lucky Guy โจวซิงฉือค่อนข้างจะมีบทน้อยกว่าทุกเรื่อง เค้าเป็นเพียงตัวละครตัวหนึ่งของเรื่อง ไม่ได้ฉายเดียวแบบทุกที ทำให้คนอื่นๆ ได้โชว์ฟอร์มมากเป็นพิเศษคนที่เด่นก็คือ กับ ซูฉีที่เล่นบทซนๆ อ้อนๆ ได้น่ารักมาก หนังมีเจิ้งซิ่วเหว่ยเล่นด้วย ในปี 98 ก็อาจจะเป็นเรื่องธรรดา แต่ถ้าเป็นวันนี้ โจวซิงฉือ เล่นหนัง Sammi สงสัยโรงแตกแน่ เนื้อเรื่องของหนังจะเป็นยังไงก็คงก็คงไม่ใช้ประเด็น เพราะหนังตรุจจีนเค้าไม่เน้นอยู่แล้ว ดูสนุกเป็นใช้ได้ The Lucky Guy ก็ทำหน้านที่นี้ได้เป็นอย่างดี

Credits
กำกับ - Lee Lik-Chi
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, เก๋อหมิงอุย, เฉินเสี่ยวตง, อู๋ม่งต๊ะ, เจิ้งซิ่วเหวิน, ซูฉี, หยางกงหยู

 

King of Comedy - คนเล็กไม่เกรงใจนรก (1999)

หลังจากได้รับคำชมเชยไปพอสมควรใน God of Cookery ในแง่เนี้อหา โจวซิงฉือ รอนานถือ 3 ปีจึงจะกลับมาทำหน้าที่ผู้กำกับอีกครั้ง และเค้าก็มีได้ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเมื่อ King of Comedy ออกฉาย โจวซิงฉือ รับบทเป็นตัวประกอบอดทนที่มีฝีมือการแสดงแย่ที่สุด แต่หลงคิดว่าตัวเองเป็นนักแสดงที่ดีที่สุด เมื่อคิดได้ว่าอนาคตการแสดงไม่สดใสนัก เข้าจึงหัดมาเปิดสอนการแสดงแทน หนึ่งในลูกศิษย์คือสาวบาร์(จางป๋อจือ) ที่ผิดหวังในรักครั้งแรก แต่ในไม่ช้าความรู้สึกที่ดีๆ ระหว่างคนสองคนก็เริ่มก่อตัวขึ้น พร้อมกับหน้าที่การงานที่เริ่มดี่ขึ้นจากการผลักดันของดาราสาวชื่อดัง(ม่อเหวินเหว่ย) เขาอาจจะได้รับบทดีๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต แต่บางอย่างเกิดผิดพลาด สุดท้ายนักแสดงหนุ่มต้องเลือกระหว่างการงาน และความรัก

King of Comedy นั้นเอาเป็นการเอาเรื่องราวการไผ่ฝันที่จะเป็นนักแสดงของพระเอก มาผสมกับเรื่องราวโรแมนติก แนวรักสามเส้าได้อย่างลงตัวเป็นอย่างยิ่ง นางเอกสาวที่มาเล่นทั้งสองคน บทของจางป๋อจือต้องเด่นกว่าพอสมควร และน่าจะพูดได้ว่านี้เป็นผลงานที่ดีที่สุดของจางป๋อจือเลยทีเดียว นอกจากนี้หนังยังได้เฉินหลงมาแสดงรับเชิญในฉากเล็กๆ แต่ตลกมากๆ ฉากหนึ่งด้วย

ถ้าพูดถึงด้านคุณภาพแล้วคนส่วนใหญ่มักจะยกย่อง King of Comedy สูงสุดในบรรดาหนังทั้งหมดของโจวซิงฉือเลยทีเดียว

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Star Overseas
กำกับ - Stephen Chow Sing-Chi, Lee Lik-Chi
อำนวยการสร้าง - Yeung Kwok-Fai
บทภาพยนตร์ - Stephen Chow Sing-Chi, Erica Lee Man, Tsang Kan-Cheung
กำกับภาพ - Horace Wong Wing-Hang
ตัดต่อ - Hai Kit-Wai, Yau Chi-Wai
ดนตรีประกอบ - Raymond Wong Ying-Wah
กำกับศิลป์ - Chong Kwok-Wing
กำกับคิวบู๊ - Bruce Law Lai-Yin
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, จางป๋อจือ, อู๋ม่งต๊ะ, ม่อเหวินเว่ย

 

Shaolin Soccer - นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ (2001)

อาฟุง(อู๋ม่งต๊ะ) เป็นอดีตนักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์ ขนาดได้รับการขนานนามว่า "นักเตะแข้งทอง" แต่ด้วยความโลภทำให้เค้าต้องกลายเป็นชายแก่ขาพิการ ขณะที่เค้ากำหลังหมดหวัง บังเอิญได้พบกับ อาซิง(โจวซิงฉือ) ชายหนุ่มคนเก็บขยะอดีตลูกศิษย์วัดเส้าหลิน อาฟุงเห็นพรสวรรค์ที่ซ้อนอยู่ในเขาของอาซิงจึงต้องการที่จะปั้นให้อาซิงเป็นนักฟุตบอลระดับสุดยอด ส่วนอาซิงต้องการที่จะประยุกต์วิชากังฟู ให้เข้ากับฟุตบอลเพื่อเผยแพร่วิชาของวัดเส้าหลิน ทั้งสองจึงร่วมมือกัน อาซิงจึงรวบรวมศิษย์พี่ศิษย์น้องตกอับของวัดเส้าหลินมาร่วมทีมกัน เพื่อเข้าแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติ ที่นั้นพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ "ทีมปีศาจ" ทีมฟุตบอลอันดับหนึ่งของประเทศซึ่งมี อดีตคู่แค้นของของอาฟุงเป็นจำของทีม นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ เป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพของ โจวซิงฉืน หนังเต็มไปด้วยมุขตลกเยี่ยมๆ มากมาย เทคนิคพิเศษทำได้ดีมาก สมจริง ดูกลมกลืนกับหนัง เสียแต่ตรงท้ายๆ ของหนังดูโอเวอร์ไปนิด ด้านดราม่า ก็ยังทำดี หนังแฝงเรื่องราวเกี่ยวกับการล้างบาป แก้ไขสิ่งที่ตัวเองเคยทำผิดพลาดไว้ในอดีต ซึ่งเป็นแนวคิดที่ปรากฏบ่อยๆ อยู่ในหนังของโจวซิงฉือ โดยรวมแล้วหนังมีความลึกซิ้ง กินใจ ดูสนุก สามารถให้ความบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยม หนังได้รางวัล HKFA ไปถึง 7 รางวัล รวมถึงรางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ดารานำชาย และผู้กำกับยอดเยี่ยมของโจวซิงฉือ ซึ่งผมว่าเกินเหตุไปซักนิด ต้องยอมรับว่าหนังดี มีคุณภาพ แต่มันดีขนานนั้นเชียวหรือ คำตอบของผมคือ ดีแต่ไม่ใช่ที่สุด หนังไม่ได้ดีไปกว่าเรื่องอื่นของโจวซิงฉือเลย มุข หรือเนื้อหาก็ยังไม่มีอะไรใหม่ เทียบงานอื่นๆ ของเค้าอย่าง King of Comedy หรือ A Chinese Odessy แล้ว Shaolin Soccer ยังถือว่าเป็นรอง

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Star Overseas
กำกับ - Stephen Chow Sing-Chi
อำนวยการสร้าง - Yeung Kwok-Fai
บทภาพยนตร์ - Stephen Chow Sing-Chi, Tsang Kan-Cheung
กำกับภาพ - Gwaan Paak Suen, Gwong Ting Woh
ตัดต่อ - Hai Kit-Wai
ดนตรีประกอบ - Raymond Wong Ying-Wah
กำกับศิลป์ - Cyrus Ho Kim-Hung
กำกับคิวบู๊ - Ching Siu-Tung
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, อู๋ม่งต๊ะ, เจ้าเว่ย

Back To [comedy]

Hosted by www.Geocities.ws

1