From Beijing with Love - พยัคไม่ร้าย คังคังฉิก (1994)

เมื่อหัวกระโหลกไดโนเสาร์สำคัญของจีน ถูกคนร้ายลึกลับแย่งชิงไป ทางการต้องเรียกตัว คังคังฉิก(โจวซิงฉือ) อดีตสายสืบ ที่ถูกมองข้ามไปนาน จนต้องผันตัวไปเป็นคนขายหมู กลับมารับภาระกิจในการตามหากระดูกไดโนเสาร์ที่หายไป หารู้ไม่ว่า เหตุการณ์นี้มีคนของทางการอยู่เบื้องหลัง นอกจากนั้น คังคังฉิกยังต้องต่อกรกับมือสังหารณ์หญิง(หยวนหย่งอี้) ที่ถูกส่งมาจัดการเค้าโดยเฉพาะ

ถือว่าเป็นผลงานคลาสสิคเรื่องนึงไปแล้วสำหรับ From Beiing with Love หนังล้อเลียนหนังสายลับอังกฤษเจมส์ บอร์ด ที่ถือว่าเป็นผลหนังล้อเลียน 007 ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก(เวอร์ไปรึเปล่า) คนที่ต้องชมที่สุดก็คือ การแสดงแบบหน้าตายของโจวซิงฉือ และหลอเจียอิง ที่มารับบทเป็น "ดาวินชี่" ตัวละครลักษณะเดียวกับ Q ฉากแนะนำ อาวุธสุดแสนไฮแทคเป็นฉากฮาที่สุดฉากหนึ่งของเรื่อง ในส่วนของด้านซีเรียสหนังก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ที่สำคัญหนังเรื่องนี้เป็นผลงานการลงมือกำกับหนังครั้งแรกของโจวซิงฉือเองด้วย ถือว่าเค้าเปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยมมาก

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Win's Entertainment
กำกับ - Stephen Chow Sing-Chi,Lee Lik-Chi
อำนวยการสร้าง - Stephen Chow Sing-Chi
บทภาพยนตร์ - Stephen Chow Sing-Chi Roman Cheung Shiu Lun, Lee Lik-Chi, Vincent Kok Tak-Chiu
กำกับภาพ - Lee Kin Keung
ดนตรีประกอบ - William Hu Wei Li
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, หยวนหย่งอี้, หลอเจียอิง

 

Hail the Judge - เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว (1994)

หนังประเภทว่าความ ขึ้นศาล หรือ ต่างประเทศเข้าเรียกว่าหนังประเภท Courtroom Drama หนังประเภทนี้ก็สามารถดัดแปลงมาทำเป็นหนังตลกได้เป็นอย่างดีเลย ที่โด่งดังระดับโลกก็คือเรื่อง Liar Liar ของ จิม แครี่ สำหรับโจวซิงฉือก็มีหนังประเภทนี้อยถึง 3 เรื่อง ที่ยอดเยี่ยมที่สุดน่าจะเป็น Justice My Foot ส่วนด้อยสุดทั้งด้านคุณภาพ และความดังก็คือผลงานในปี 1998 เรื่อง Lawyer Laywer สำหรับ Hail The Judge นี้ถือว่าอยู่ตรงกลาง

โจวซิงฉือรับบทเป็นข้าราขการหนุ่มที่เคยมีอุดมการณ์ แต่ด้วยสถานการณ์บีบบังคับ ทำให้เค้าต้องตามน้ำกลายเป็นข้าราชการข้อฉลตามคนอื่นๆ แต่เมื่อต้องตัดสินคดีของหญิงม่ายนางหนึ่ง (จางเหมี่ยน) ที่คนใหญ่โตใส่ความว่าเป็นผู้ฆ่าสามีของนางเอง ทำให้พระเอกเกิดความเห็นใจจึงคิดช่วยเหลือ และให้ความยุติธรรม แต่ทุกอย่างไม่ง่ายนักเมื่อ คู่กรณีของหญิงม่ายเป็นถึงลูกหลานของขุนบางใกล้ชิดกับฮ่องเต้

งานก็ออกมา OK นะครับสำหรับเปาบุ้นจิ้นหน้าขาว เป็นงานที่ดูได้สนุก นี้เนื้อหาอยู่บ้าง แต่ยังไม่ค่อยมีจุดเด่นอะไรให้ได้พูดถึง พูดถึงดาราเรื่องนี้ โจวซิงฉือ กับอู๋ม่งต๊ะ เด่นกันอยู่สองคนเลย ส่วนดาราคนอื่นๆ เป็นแค่ตัวประกอบ นางเอกที่ขนกันมาถึง 3 คนเรื่องเรี่องทั้ง จางเหมี่ยน จงลี่ถี ไช่เส้าฟิน เป็นแค่ตัวประกอบออกมากันคนละไม่กี่ฉาก

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Win's Entertainment
กำกับ - Wong Jing
อำนวยการสร้าง - Wong Jing
บทภาพยนตร์ - Wong Jing
กำกับภาพ - David Chung Chi-Man
ดนตรีประกอบ - William Hu Wei Li
กำกับศิลป์ - Andrew Cheuk Man-yiu
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, อู๋ม่งต๊ะ, จางเหมี่ยน, จงลี่ถี, ไช่เส้าฟิน

 

Sixty Million Dollar Man - คนไม่ธรรมดายีดได้หดได้ (1995)

ในเรื่องนี้โจวซิงฉือ รับบทเป็นเด็กลูกเศรษฐีจอมซ่าที่ชอบก่อกวนคนไปทั่ว จนกระทั่งเจอตอเมื่อไปมีเรื่องกับแก็งมาเฟียเข้า พระเอกถูกระเบิดร่าง เกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีได้นักวิทยาศาตร์ผู้หนึ่งช่วยชีวิตไว้ และดัดแปลงร่างผสมเข้ากับเครื่องใช้ต่างๆ กลายเป็นยอดมนุษย์พันธ์ใหม่ขึ้นมา

หนังเรื่องนี้ความจริงก็มีส่วนดีอยู่หลายส่วนไม่ว่าจะความตลกที่ขึ้นชื่อว่าหนังโจวซิงฉือแล้วต้องฮาแน่ หรือนางเอกแสนสวยอย่างเหลียงหย่งฉี โจวซิงฉือกับอู๋ม่งต๊ะก็ยังเข้าขากันเหมือนเดิม แต่หนังมีปัญหาก็คือ พวกฉากการแปลงร่างของพระเอกไปเป็นเครื่องครัวต่างๆ มันเกินขอบเขตของคำว่าตลก กลายเป็นเลอะเทอะไป หนังพยายามใส่ความเป็นดราม่าในเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเอก กับลูกน้องคนสนิท(อู๋ม่งต๊ะ) ที่ความจริงแล้วเป็นพ่อของพระเอก แต่ก็ยังไม่ลงตัวนัก หรือ เรืองความรักของพระเอกกันนางเอก ก็ยังทำได้มีกินใจเท่าเรื่องอื่นๆ ของโจวซิงฉือ ถือเป็นงานที่น่าผิดหวังสำหรับ Sixty Million Dollar Man

Credits
บริษัทผู้สร้าง
- Win's Entertainment
กำกับ - Raymond Yip Wai-Man
อำนวยการสร้าง - Wong Jing
บทภาพยนตร์ - Wong Jing
กำกับภาพ - Andrew Lau Wai-Keung
ตัดต่อ - Marco Mak Chi-Sin
กำกับศิลป์ - Cyrus Ho Kim-Hung
กำกับคิวบู๊ - Deon Lam Dik-On
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, อู๋ม่งต๊ะ, เหลียงหย่งฉี

 

Chinese Odyessy 95 - ไซอิ๋ว 95 เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน (1995)

Part One - Pandora's Box

Part Two - A Cinderella

โจวซิงฉือเอาตำนานอย่าง ไซอิ๋ว มาดัดแปลงกลายเป็นงานที่ใหญ่ที่สุด ทะเยอทะยานที่สุด เป็นที่ถกเถียงที่สุด และดีที่สุดของเค้า ไซอิ๋ว เป็นเรื่องของการเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฏกของ พระถังซำจั๋ง กับลูกศิษย์ 3 คน จุดเด่นอยู่ที่ความสนุกสนาน เมื่อลูกศิษย์คนโต เห้งเจียต้องต่อสู้กับบรรดาปีศาจต่างๆ นานา แต่ใน Chinese Odyssey สิ่งที่เห้งเจียต้องเผชิญหาใช่ ปีศาจที่แข็งแกร่งใดๆ แต่เป็นจิตใจ และกิเลสของตัวเอง

เห้งเจียร่วมมือกับปีศาจวัว ทรยศพระถังซำจั๋ง จับอาจารย์ตัวเองมาเพื่อจะกินเนื้อ แต่ถูกเจ้าแม่กวนอิมมาจัดการเสียก่อน พระถังรู้สึกผิด และละอายใจ ที่ไม่สามารถสั่งสอนลูกศิษย์ให้ดีได้ จึงฆ่าตัวตายเพื่อไถ่โทษให้กับลูกศิษย์คนโต อีกหลายร้อยปีต่อมา เห้งเจีย กลับมาเกิดใหม่เป็นหัวหน้าโจรภูเขา แต่แล้วเหตุการณ์การพาให้เค้าได้ตามหาอดีตของตัวเอง และด้วยของวิเศษที่เรียกว่า "กล้องแสงจันทร์" ที่สามารถย้อมเวลาไปหาอดีตได้ เห้งเจียในรูปของโจรหนุ่มได้รับโอกาศอีกครั้ง โอกาศที่จะกลับไปแก้ตัว ช่วยเหลือพระถังซำจั๋งให้พ้นภัย เห้งเจียต้องเผชิญหน้ากับ ปีศาจกระดูกขาว คนรักเก่าในชาติที่แล้ว ที่เค้าแทบจะไม่รู้จักเลย และรักครั้งใหม่กับ นางฟ้าสาวสวยที่กลายร่างมาจากไส้ตะเกียงของพระยูไล ความรักกลับสร้างรอยแผลใหญ่แก่ทั้งเห้งเจีย(ในร่างโจรหนุ่ม) และหญิงสาวที่เค้าเกี่ยวข้องด้วย สุดท้าราชาแห่งลิง ยินดีที่จะกลับสู่ร่างเดิม และเดินทางไปกับพระถั๋งซำจั๋ง ตามเดิม เพื่อที่จะหลุดพ้นจากความรักโลภโกรธหลงอันเป็นเหตุของความเจ็บปวดทั้งปวง

A Chinese Odyssey มีเนื้อเรื่องใหญ่โต ตัวละครมากมาย รายละเอียดยิบย่อยเต็มไปหมด ซึ่งถ้าคุมไม่ดีจะเละไปเลย ซึ่งหนังของโจวซิงฉือเรื่องนี้ก็ออกมาเละอย่างงั้นจริงๆ เนื้อเรื่องภาคแรกกับภาคสองแทบจะแยกออกจากกัน หนัง ที่เละอย่างงี้ก็ไม่รู้ว่าพระผู้สร้างตั้งใจ หรือคุมไม่อยู่จริงๆ แต่ความที่งานมันมั่วๆ อย่างนี้กลับเป็นผลดีต่อหนังอย่างประหลาด หนังผสมปนแป ทั้ง คำสอนของพระพุทธศาสนา เรื่องรักสะเทือนอารมณ์ และมุขตลกงี่เง่าดั้งเดิมแบบโจวซิงฉือ ออกมาได้อย่างลงตัว

อย่างนึงที่ผมชอบมากๆ เกี่ยวกับงานชิ้นนี้ ก็คือเทคนิคพิเศษ ถ้าหนังสร้างหลังจากนี้สักปีสองปี A Chinese Odyssey 95 ก็จะกลายเป็นหนังที่เน้น CG อาจจะทันสมัยสวยงามกว่า แต่จะกลายเป็นงานที่ไร้รสนิยม ดูแข็ง และขาดเอกลักษณ์อย่างที่หนังควรมี หนังสร้างในปี 95 ปีที่หนังอภินิหารณ์ยังมีรูปลักษณ์อย่างที่มันควรเป็นอยู่ ทั้งการแต่งหน้าตัวละครจำพวกปีศาจแบบดังเดิมที่ดูปลอมๆ เทคนิคพิเศษแบบโบรั่มโบราณ ฉากต่อสู้ทำลายข้าวของแบบโฟมกระจุยกระจาย ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังอภินิหารยุคเก่า ทำให้ A Chinese Odyssey 95 กลายเป็นมาสเตอร์พีชชินสุดท้ายของหนังแฟนตาซี ก่อนการมาของ คอมพิวเตอร์กราฟฟิค

Credits
กำกับ - Jeff Lau
กำกับคิวบู๊ - Ching Siu Tung
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, อู๋ม่งต๊ะ, หลอเจียอิง, จูอิน, ม่อเหวินเหว่ย, หลันเจียอิง, Jeff Lau

 

Out of The Dark - กึ๋ยเฉพาะชั้น 9 (1995)

หลังจากจบงานใหญ่ๆ อย่าง Chinese Odyessy โจวซิงฉือ กับ ผู้กำกับ Jeff Lau ก็มาพักร้อนกับงานเล็กๆ ในหนังเรื่องนี้ กลับกลายว่าเป็นว่า Out of Dark เป็นงานฮาบ้าหลุดโลกที่สุดของโจวซิงฉือ

เฟต็ทแห่งหนึ่งมีผีอลาวาด ไอ้หนุ่มสติแตกคนหนึ่ง(โจวซิงฉือ ในมาดเหมือน ฌอง เรโนด์ จาก Leon เปี้ยบ) อยู่ก็โผล่มาอาสากำจัดผี โดยมีลูกมือเป็นบรรดายามเง่าๆ และสาวซ่า(ม่อเหวินเหว่ย) ที่ทำท่าจะสนใจไอ้หนุ่มอยู่ หนังเริ่มต้นด้วยการเป็นหนังผี แบบดั้งเดิม ตอนกลางเป็นขั้นตอนการฝึกปราบผี และขจัดความกลัว ดำเนินการสอนโดยพระเอก ส่วนตอนท้ายหนังกลายเป็น หนังผีไล่ฆ่าแบบเจสัน หรือศุกร์ 13 อะไรเทือกนั้น (มีเลื่อยไฟฟ้าด้วย) จบท้ายแบบแอบหวาน เมื่อผีมาเข้าสิงพระเอก เค้าเลยสละชีวิตตัวเอง โดยบอกให้นางเอกฆ่าเค้าซะผีจะได้ตายไปด้วย

หนังเต็มไปด้วยเลือดปลอม ฉากแหวะๆ แต่ดูแล้วไม่น่ากลัวเลย กลับดู งี่เง่า ทุเรศ ปน ฮาแตก เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยความไร้เหตุผล และไม่สมจริง แต่ดูสนุกสุดๆ เนื้อหาก็พอจะมีให้จับต้องได้บ้าง Out of Dark พูดถึงประเด็นเรื่อง "ความเชื่อ" ได้ชัดที่สุดของเค้า หนังของโจวซิงฉือมักจะเล่าเรื่องของคนที่เชื่อในบางสิ่งบางอย่าง อย่างมั่นคง เช่น เช่นในกังฟู เช่นในการทำอาหาร เชื่อในฟุตบอล เชื่อในการแสดง แต่ในเรื่องเล่านั้นอาจถูกมองในระดับของความฝั่นเฟื่อง หรือเพ้อเจ้อ แต่ใน การเชื่อในเรื่องผีของพระเอก Out of Dark นันถูกมองว่าบ้าเลย(พระเอกเป็นคนต็องหลุดออกมาจากโรงบาลบ้า) แต่ก็ยังไม่แยแสต่อสายตาคนรอบข้างมุ่งมั่นต่อไป

Credits
กำกับ - Jeff Lau
แสดงนำ - โจวซิงฉือ, ม่อเหวินเหว่ย, เหลียงเจียเหยิน, หวังยัดเฟย

Back To [comedy]

Hosted by www.Geocities.ws

1