|Home |Coffee room| Poem | Quest book| Contact us| About me |
องค์กรณ์การเมือง


:: รัฐสภาไทย

:: รัฐธรรมนูญ๒๕๔๐
คณะกรรมการเลือกตั้ง
ปราบปรามการฟอกเงิน
ปราบปรามทุจริตแห่งชาติ
:: วุฒิสภา

ข้อคิด ข้อเขียนอิสรภาพทางความคิด มิได้มีจิตเจตนาทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย หากผิดพลาดพลั้งไปต้องขออภัย

"นักวิชาการ" VS "นักข่าว" ความเหมือนที่แตกต่าง?
ต้องยอมรับว่า ระหว่าง นายกฯ. กับ นักวิชาการและ นักข่าว เมื่อปะทะคารมกันเมื่อไร เมื่อนั้น ได้ความเครียดกันทั้งวัน คงต้องเปลี่ยนสำนวนที่ว่า "คนพูดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้พูด" เป็น "คนพูดไม่ได้ทำ คนทำทั้งพูดและทำ"เสียแล้วในยุคนี้
ลอยชาย (203.113.36.10)
17 ก.ย. 2546 07:58:16


ความคิดเห็นที่ 1
สนับสนุนนายกครับ พร้อมกับขับไล่นักวิชาการส่วนเกินไม่พึงประสงค์น่ะครับ อิอิ อย่างว่าล่ะครับ คนอ่อนไหว ตั้งใจทำงาน แบบนายก เจอคนที่มักจี้ถุกใจดำก้ต้องเกิดอาการลืมตัวบ้างล่ะครับ..ทำไมท่านธียุทธจึงมีอิทธพลต่อความรู้สึกของนายกทักษิณเหลือเกิน.ไม่มีอะไรเบื้องลึกมากหรอกครับ...แบบวาสนาไม่ตรงกันนั่นเอง..อิอิ คือนายกรู้ว่าถ้าคนอื่นพุดสื่อจะไม่ให้ความสำคัญมาก ต่ถ้าธีรยุทธพุดเมื่อไร พวกสอพลอจะตามเป็นโขยง เมื่อมีพวกสอพลอตามเป็นโขยง ไม่ใช่สอพลอนายก ไม่ใช่สอพลออาจารย์ธีรยุทธ แต่เป็นสอพลอดิสเครดิตทางการเมือง ทั้งๆที่รู้แต่ก้อดเผลอใจไม่ได้ ก็ของมันข่มกันอยู่ไม่ใช่หรือครับ อิอิ

เห้นด้วยครับ คำพูดไม่ได้ทำ เพียงแต่พูด แตมีอีกฝ่ายหนึ่งทั้งพูดทั้งทำ..สาเหตุหนึ่งเพราะคนพูดไม่เคยทำประการหนึ่ง คนพุดเคยทำแต่ล้มเหลวประการหนึ่ง และคนพุดไม่มีโอกาสทำประการหนึ่งเมื่อไม่ทำก้ต้องพูด และพูด และพูด อิอิ

วิชา (203.99.159.33)
17 ก.ย. 2546 08:53:35


ความคิดเห็นที่ 2
ผมขอสนับสนุนคุณวิชา เพื่อให้ให้รัฐบาลเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ จัดการนักวิชาการให้หมด บ้านเมืองจะสงบสุข สนองนโยบายเชื่อผู้นำชาติพ้นภัย เพราะประชาชนไทยยังโง่อยู่ ขนาดมีการศึกษา มีเครื่องคอม ยังโง่

ผู้ตาม (65.141.11.93)
17 ก.ย. 2546 09:52:36


ความคิดเห็นที่ 3
ส่งคลื่นคนละแบบ เลยจูนกันไม่ติด
นักข่าว-นักวิชาการเขาเล่น เอฟ.เอ็ม
แต่นายกเล่น เอเอ็ม..แค่นั้นเองครับ

เด็กใหม่ (203.156.8.13)
17 ก.ย. 2546 09:59:00


ความคิดเห็นที่ 4
สังคมเปลี่ยนไปมากแล้ว ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ที่บอกว่านักวิชการทำวิจัยบ้างหรือเปล่า หรือวิจารณ์ตามความรู้สึก

เท่ง (169.210.20.113)
17 ก.ย. 2546 11:27:20


ความคิดเห็นที่ 5
วันก่อนงีบหลับตอนบ่ายๆ
เลยฝันกลางวันแสกอย่างนั้น
ฝันว่า ได้เก็บข้อมูล มามากมาย

แล้วเอามาเขียนเป็นทำนองทำวิจัย

ชี้ข้อดีข้อเสีย จุดที่ต้องแก้ไข จุดที่ต้องคงไว้ และจุดที่ต้องเพิ่มความเข้มข้น

เสร็จเป็นรูปเล่มแล้วก็บริการส่งถึงนายก

นายกเอาน้ำมาให้กิน

รีบกินจนหก

ตื่นมาจึงพบว่าตนเองนอนน้ำลายไหลยืด

พูดกลางๆ (203.146.193.116)
17 ก.ย. 2546 11:43:37


ความคิดเห็นที่ 6
ภาพทักษิณนอนน้ำลายไหลยืดเป็นภาพที่น่าสงสารมาก อี้ย์ เอ้ยเหมาะสมมากเพราะดูจะยืดในผลประโยชน์แก่ตนมาตลอดชีวิตแล้ว

คนดี (202.44.4.24)
17 ก.ย. 2546 12:13:32


ความคิดเห็นที่ 7
คุณคนดีมีภาพแบบนั้นด้วยหรือครับ แจกให้ดูหน่อยซิครับ อยากเห็นคนมีเกรียติในสังคมนำลายยืดน่ะครับว่าหน้าตาเป็นเช่นไร อิอิ ส่งไปที่สนุกคอมก็ได้ ผมจะไปช่วยลงคะแนน อิอิ แค่คิดตามก้สยองแล้วครับ ฮา....

วิชา (203.169.133.158)
17 ก.ย. 2546 12:54:46


ความคิดเห็นที่ 8
แหมคุณความเห็นที่ 2ครับ พูดอย่างนี้เดี่ยวคนเข้าใจผิดคิดว่าผมสนับสนุนเผด็จการ..ผมจะเสียหายนาครับ ผมรู้สึกแตกต่างจากอาจารย์ธีรยุทธมากครับ(เพราะคุณธีรยุทธมองท่านนายกสูงส่งมากขนาดเป็นพระโปรดสัตว์แล้วครับ)..สำหรับผม.. คุณทักษิณเป็นเพียงนายกของไทยที่เสนอตัวเข้ามาทำงานครับ และประชาชนก็เปิดโอกาสให้เขาแสดงฝีมือเต็มที่ เพียงมีแต่ประชาชนกลุ่มหนึ่งน่ะครับที่คอยพยายามขัดแข้งขัดขาทำให้คณะทำงานอาจจะอ่อนล้าละอาใจ ผมก้เลยไม่ค่อยจะชอบขี้หน้าประชาชนหมู่นี้เท่าไร เพราะไม่ดำเนินตามหลักประชาธิปไตยน่ะครับ เดาว่าเป็นพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำแบบนั้นแหล่ะครับ..ผมเองก้แค่เสียงเดียวเท่านั้นไม่มีความหมายอะไรหรอกครับ เพียงบ่นไปวันๆเท่านั้น.. แต่ท่านซิครับพูดทีกระเทือนไปเป็นวงกว้างเลย อิอิ ..

วิชา (203.169.133.158)
17 ก.ย. 2546 13:02:19


ความคิดเห็นที่ 9
ผมความจำดีนะครับ ขณะที่ ปชป.เป็นรัฐบาล ผมก็เห็น พตท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะประชาชนคนธรรมดา วิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาล ปชป. หลายครั้งหลายหน


อยากให้ท่านระลึกชาติได้จริงๆ


วันเวลาทีผ่านมา แค่ 2 ปีเศษๆ ทำไมความคิดเกี่ยวกับความเห็นคนนอกสภาถึงเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้


เวลาเปลี่ยน...คนเปลี่ยน...


แต่นักข่าว กับนักวิชาการ ก็ยังคงสภาพเดิมๆ

ด่ารัฐบาลเหมือนเดิม....


ถ้าไม่เชื่อจะกลับไปเอาข้อมูลเก่ามาให้ดู

เด็กใหม่ (203.156.8.13)
17 ก.ย. 2546 13:34:02


ความคิดเห็นที่ 10
คุณเด็กใหม่ช่วยทวนความจำดีครับ จะได้เอามาเปรียบเทียบกันได้น่ะครับ..ว่า สมัยคุณชวนเป็นนายก คุณธีรยุทธวิจารณ์อย่างไรบ้าง?? คุณทักษิณในฐานะประชาชนคนหนึ่ง คงแตกต่างมากกลับในฐานะหัวหน้าฝ่ายค้าน เอ๊ะ ตอนหลังไม่มีฝ่ายค้านด้วย..ยกมาดีครับ จะได้เห็นว่า เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยนอย่างไรบ้างน่ะครับ พอดีสมัยคุณชวนขณะยังอยู่ในตำแหน่งนายกผมไม่เคยวิจารณ์ท่านเลยน่ะครับ..ผมถือคติปกป้องนายกพิทักษ์คนทำงานเพื่อแผ่นดินน่ะครับ..อิอิ แต่ถ้าหมดวาระทักษิณแล้วผมอาจแก่เกินกว่าจะปกป้องใครอีกแล้วก็เป็นได้ อิอิ

วิชา (203.169.133.32)
17 ก.ย. 2546 14:10:51


ความคิดเห็นที่ 11
ลองๆไปค้นไม่ต้องมากหรอกครับ เอาแค่คอลัมน์ใต้ฝุ่นคงมีข้อมูลเพียบ.....


ตกลงให้หาความเห็นคุณธีรยุทธ์หรือของพตท.ดร.ทักษิณครับ...จะได้หาถูกที่


เพราะเวลาเปลี่ยน...คนเปลี่ยน มันรวมถึงตัวนายกคนปัจจุบันด้วยครับ


แม้แต่นายชวนก็ด้วยครับ เดี๋ยวนี้ออดอ้อนสื่อผิดกว่าเมื่อก่อนเยอะ...นี่ถ้าไม่ใช่น้าหยัดเป็นหัวหน้า กลัวว่าจะโดนถล่มเยินกว่านี้อีกเพราะลีลาความคิด คุณอภิสิทธิ์ถอดแบบนายหัวมาทุกกระเบียด...


นักการเมืองพอเปลี่ยนหัวโขน ก็เปลี่ยนลีลาทุกทีครับ...ถึงอายุไม่มากก็พออ่านกันออกครับ...

เด็กใหม่ (203.156.8.13)
17 ก.ย. 2546 14:27:33


ความคิดเห็นที่ 12
ในเรื่องที่นายกคนนี้พูดมีเรื่องจริงที่ต่อไปนักวิชาการต้องรู้หลายมิติก่อนจะเสนอหน้ามาให้ความเห็นต่อสาธารณชน

แต่การดูแคลนในความชำนาญที่เขามีมาเฉพาะเป็นหลายสิบปี น่าจะไม่ถูกต้อง

การที่อาจารย์ท่านต่างๆได้ออกมาให้ความเห็นเรื่องเดิมๆที่ท่านว่าเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง

คงจะกระทบใจท่านมากที่อาจารย์เห็นว่าท่านไม่ได้แตกต่างจากทุกคนที่เคยนั่งเก้าอี้ตัวนี้

ท่านควรจะชี้แจงให้เห็นว่าท่านแตกต่างอย่างไร

การด่าทอและลำเลิกเรื่องเงินเดือน ไม่ได้ทำให้เกิดความเข้าใจที่ดี

คนระดับปัญญาชนด้วยกัน น่าจะหาทางเข้าหากันได้ดีกว่านี้และลองพิจารณาด้วยปัญญาว่าที่อาจารย์เขาแสดงความเห็นออกมาได้สะท้อนตัวตนของท่านจริงหรือไม่

หรือกลัวประชาชนจะไม่มีลิเกดู

KKP (203.170.191.1)
17 ก.ย. 2546 14:50:25


ความคิดเห็นที่ 13
ถ้าคนเรามีใจเป็นกลางไม่ยึดติดกับหน้ากากกันมากนัก อยากให้ลองถอยหลังไปดูบทบาทของ ธีรยุทธ์ บุญมี ไม่ว่าสมัยพล.เอกเปรมเรื่อยมา เขาก็ทำหน้าที่วิพากษ์มาโดยไม่เห็นแก่หน้าใครมาแล้ว


ถ้าจำกันได้ สมัย ปลายรัฐบาลชวนหลีกภัย

ธีรยุทธ์ ก็ออกมาเสนอโพลการเมืองในขณะที่การเมืองกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มในปลายปี2543 ซึ่งจะทำการเลือกตั้งใน ต้นเดือนมกรา 2544


ก็เช่นเดียวกับบทวิจารณ์เมื่อต้นปี 46 ที่ผ่านมา


เมื่อปลายปี 2543 โพลธีรยุทธ์ได้แถลงอย่างไม่เกรงใจรัฐบาลประชาธิปัตย์ว่า ประชาชนจะลงโทษนายชวน หลีกภัยและประชาธิปัตย์

ซึ่งจริงๆแล้วหากจะพูดกันไป โพลที่มีผลกระทบรุนแรงขณะการเลือกตั้งกำลังจะเกิด ในฐานะคนกลางไม่น่าจะออกมาในช่วงนั้น แต่เขาก็ออกมา


คำทำนายและวิจารณ์อย่างรุนแรงเช่นนั้นย่อมมีผลได้-เสีย อย่างสูงต่อการเมืองระดับประเทศ

สรางความไม่พอใจให้แก่พรรคประชาธิปัตย์รวมทั้งนายชวนเป็นอย่างมาก มีการตอบโต้กลับรุนแรงไม่แพ้กัน


หากถามว่า คำวิจารณ์ที่ส่งผลดีต่อพรรคไทยรักไทยอย่างเหลือล้นในขณะนั้น ธีรยุทธเสนอขึ้นมาเพื่อไทยรักไทยหรือไม่


คำตอบคือ ไม่อย่างแน่นอน


คำตอบมันมาจากความเป็นจริงในขณะนั้นมันชี้ว่า ประชาธิปัตย์จะพ่ายแพ้การเลือกตั้ง มันคือความจริงที่เขาประสบและมีสำนึกว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น โดยอาศัยหลักวิชาเข้าจับในปัญหา


อย่าลืมว่าขณะที่เขาวิจารณ์ว่า ประชาธิปัตย์จะได้รับการสั่งสอนจากประชาชน เขาก็แว้งเข้ามาหานโยบายของไทยรักไทยว่า "ติดสินบนประชาชน"


ลองกลับไปดูท่าทีของ พตท.ดร.ทักษิณในช่วงนั้น กลับนุ่มนวลชวนปลื้ม เพราะมองดูแล้วเห็นว่า"เลือดที่ชุ่มโชกนั้นตกไปอยู่กับประชาธิปัตย์มากกว่า"


หรือจะลองพลิกกลับไปที่วาทะทักษิณ เมื่อวันที่ 27 พฤษจิกายน 2543 จะเห็นอะไรในนั้น


"...ข้อวิจารณ์ของคุณธีรยุทธ์ อาจจะไม่เข้าใจข้อมูลของพรรค หรือปรัชญาที่มาของนโยบายพรรค ผมคิดว่าจะให้คนที่ร่วมขบวนการ 14 ตุลา ซึ่งเป็นคนทำนโยบายไปเล่าให้คุณธีรยุทธฟัง อย่างคุณประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ หรือxxxก้านยาว ไปพูดเรื่องนโยบายการเกษตร แล้วก็จะให้คุณจาตุรนต์ ฉายแสง คุณสุธรรม แสงประทุม ไปเล่าปรัชญาการบริหารองค์กร เพราะเราคิดว่าในอดีตพรรคการเมืองไม่ต้องบริหาร แต่ความจริงแล้ว พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคที่มีการบริหารอย่างเป็นระบบตรงจุดนี้เป็นจุดที่คุณธีรยุทธ์ไม่ต้องเป็นห่วง....."


นี่ไงครับ ลีลาของการออดอ้อน ขอเสียง ขอคะแนนก่อนมาเป็ผู้แทนและเป็นรัฐบาลในที่สุด


ยังมีอีกเยอะครับ...เวลาเปลี่ยน...คนเปลี่ยน


หรือจะเอาตอนเป็นรัฐบาลอีกมั้ยครับ


ตอนที่ ธีรยุทธออกมาบอกว่า หลงจู๊บรรหาร ทหารเมืองชวลิต นักการเมืองอาชีพชวน และนายหร้าการเมืองทักษิณ


ถ้ายังคิดไม่ทันเดี๋ยวจะเอาวาทะ สรนันท์ เวชาชีวะ ที่ประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำออกมา เรื่องนั่งบนเก้าอี้ชายหาด นั่งมองดูรัฐนาวา.....ฯลฯ


ผมขี้เกียจพิมพ์ มันเอียน เลี่ยนสำนวนนักเขียนเล่มละบาทของโฆษกรูปหล่อ...พอแค่นี้นะ


เพระเดี๋ยวจะล่วงเลยมาถึง ทักษิณานุวัตร หรือ ทุศษิณ หรือ คอรัปชั่นเชิงบูรณาการ


ไม่อยากฟัง มาร์เก็ตติ้งให้กับตัวเอง อยากเป็นฮีโร่ อะไรพวกนี้


มันเป็นชุดคำที่ประดิษฐ์ประดอยออกมาสาดใส่กัน แสดงโวหารว่าข้าแน่กันทุกคนนั่นแหละครับ ถ้าจะเอาอีกจะหามาให้อีก


เวลาเปลี่ยน....คนเปลี่ยน

เด็กใหม่ (203.156.8.13)
17 ก.ย. 2546 16:03:12


ความคิดเห็นที่ 14
ขอบคุณคุณเด้กใหม่ที่อุตส่าห์อ้างถึง แต่ยังไม่ชัดเจนน่ะครับ คุณเพียงพูดแต่อาจารย์ธีรยุทธกล่าวว่ารัฐบาลชวนจะถุกลงโทษจากประชาชน..แต่ผมยังไม่เห็นท่าทีกระด้างกระเดื่องหรือท้าทายน่ะครับ อย่างเช่น.ท่านชวนเป็นนายกสัปปรับ เอางุเห่าแขวนคอหรือตะบัดสัตย์อะไรทำนองนั้นน่ะครับ..ผมเพียงได้ยินอาจารย์ท่านว่าทักษิณานุวัตร ท่านเป็นเจ้าของประเทศผมแค่ผู้อาสัยวิจารณ์ไม่ได้ ท่านเป็นเทพยาดา เป็นพระศีรอาริยะแบบนายทุน..ฯลฯจึงอยากจะขอให้คุณเด้กใหม่ช่วยค้นคำทำนองนี้ว่าท่านธีรยุทธได้บรรยายลักษณะท่านชวนและคณะอย่างไรน่ะครับ..จะได้ให้คะแนนยุติธรรมได้ถูกต้องน่ะครับ..ขอบคุณล่วงหน้าครับ..

วิชา (203.176.154.37)
17 ก.ย. 2546 16:58:09


ความคิดเห็นที่ 15
สวัสดีครับคุณลอยชาย มาร่วมแจมด้วยคนครับคนที่เป็นแฟนหนังสือพิมพ์ เป็นนักอ่านประเภทแฟนพันธ์แท้ น่าจะเกิดความรู้สึกที่ตรงกันหรืออย่างน้อยก็คล้ายๆกันประการหนึ่งว่า ทุกวันนี้อ่านหนังสือพิมพ์แล้วไม่ค่อยมันในอารมย์ เหมือนการอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาทุกวันนี้ บทความในหน้าหนังสือพิมพ์ค่อนข้างจะอ่อนปวกเปียกและรอมชอมอ้อมแอ้ม ไม่กล้าด่ารัฐบาลหรือระดับบิ๊กของรัฐบาลโดยตรงแถมบางฉบับหรือบางคอลัมน์ ยังเขียนเหมือนเชียร์รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจอย่างหน้าตาเฉย แถมท้ายด้วยการด่า"ฝ่ายค้าน" เสียอีกต่างหากคนทั่วไปจะกังขาหรือไม่ไม่ทราบได้ว่า ทำไมมันถึงมากลายเป็นอย่างนี้??ก็วิเคราะห์กันได้ 2 ประเด็น!!(ถ้าเป็นสำนวนคุณบัญญัติก็ 2ประการ)


1.มองให้แง่ดีก็คือ รัฐบาลชุดนี้อาจมีผลงานมาก เป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมสัมผัสได้ มีข้อบกพร่องน้อย โดยเฉพาะการทุจริตคอรัปชั่นที่ลดลงไปฮวบฮาบ เลยก็ต้องเขียนเชียร์กันเป็นธรรมดา

2.ไม่กล้าด่า ไม่กล้าวิจารณ์เหมือนเคยด่าเคยวิจารณ์รัฐบาลอื่น

แต่เอาเถิดไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลข้อ 1 หรือ ข้อ 2 ก็เป็นอันว่าทุกวันนี้ การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลโดยเฉพาะผู้นำประเทศในทุกวันนี้ น่าจะถือเป็นเรื่องดี เพราะก่อนหน้านี้"สื่อ"ทั้งหลาย ก็มักจะยำใหญ่รัฐบาลด้วยการด่าลูกเดียวก่อนหน้านี้ เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ จะต้องเปิดคอลัมน์ประเภทเด็ดๆหรือบู๊ล้างผลาญ ดูเขาด่ารัฐบาลกันอย่างสนุกปาก(กา)แต่มาวันนี้ ใครไม่เชื่อลองเปิดหนังสือพิมพ์อ่านกันดูเถิด ข้อเขียนที่เขียนกันอย่างซาดิสต์นั้นลดน้อยลงไปจนเกือบจะเรียกว่าแทบสูญพันธ์และอาจจะต้องเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะต้องเป็นนายกรัมนตรีไปอีกอย่างน้อยที่สุดก็อีก 6 ปีและยิ่งอยู่นานเท่าไร อำนาจวาสนาของรัฐบาลไทยรักไทยก็ยิ่งมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเอากันอย่างนี้ดีกว่า............ตั้งแต่เรามีรัฐบาลมา ยังไม่มีรัฐบาลชุดใหนที่มีอำนาจเต็มไม้เต็มมือและครบเครื่องทั้งฐานการเมือง ข้าราชการ และกองทัพอย่างรัฐบาลชุดนี้


ผมต่อให้เป็นรัฐบาลเผด็จการหรือรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารก็มีความเฟิร์มในสิ่งที่เรียกว่า"อำนาจ"น้อยกว่ารัฐบาลทักษิณคนที่อยู่กับการเมืองนานๆ และไม่มีจิตใจอคติ ก็คงจะรับได้ว่า การที่รัฐบาลทักษิณ มีอำนาจและอำนาจต่อรองในมือมากมายขนาดนี้ ก็มาจากการที่มีประชาชนหนุนหรือคอยอุ้มมากกว่าอย่างอื่นนโยบายรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านเรียกว่า"การตลาด" เป็นของใหม่ของรัฐบาลไทยที่ไม่มีเคยมีรัฐบาลใดในอดีตทำมาก่อน เมื่อมีประชาชนหนุนมากมายทั้งประเทศ อำนาจและเสถียรภาพของรัฐบาลก็ย่อมมีมากเป็นธรรมดาระบบซีอีโอของคุณทักษิณ มีส่วนอย่างยิ่งในการสร้างความโดดเด่นให้กับรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีที่ทำงานเหมือนนารายณ์ 10 กร ความได้เปรียบของนายกฯทักษิณอยู่ที่ตัวเขาเอง คือเป็นทั้งคนกล้าและคิดเป็นในเวลาเดียวกันถ้าเป็นสมัยก่อน ในรัฐบาลก่อน คงจะมีคนออกมาวิจารณ์กันตรึมแล้วว่า ทำไมคนระดับนายกรัฐมนตรีต้องออกมาแก้ปัญหาสะพานลอยไม่ปลอดภัยเอง??แต่ในรัฐบาลนี้กลับถือเป็นเรื่องธรรมดาแถมได้ผลชงัดในพริบตาเดียว และนี่กระมังที่ทำให้คุณทักษิณเชื่อว่า สิ่งที่ตัวท่านเองหรือรัฐบาลกำลังทำ เป็นความคิดที่ถูกต้องและด้วยความมั่นใจที่อาจมากเกินไป หลายคนจึงอาจมองว่า คุณทักษิณหลงอำนาจมากไปหรือเปล่า?? ทั้งที่ในความเป็นจริง หากไม่ใช้วิธีการและรูปแบบอย่างนี้ ป่านนี้เมืองไทยก็ยังไปไม่ถึงใหน หนี้ ไอเอ็มเอ๊ฟ.ก็คงยังใช้เขาไม่หมด!!คุณบัญญัติว่าประการสุดท้ายนี้โอเคหรือเปล่า??

ฒ.สี่แคว/ (202.29.48.81)
17 ก.ย. 2546 17:27:53


ความคิดเห็นที่ 16
To Khun New-kid krab,

"เมื่อปลายปี 2543 โพลธีรยุทธ์ได้แถลงอย่างไม่เกรงใจรัฐบาลประชาธิปัตย์ว่า ประชาชนจะลงโทษนายชวน หลีกภัยและประชาธิปัตย์"


ซึ่งจริงๆแล้วหากจะพูดกันไป โพลที่มีผลกระทบรุนแรงขณะการเลือกตั้งกำลังจะเกิด ในฐานะคนกลางไม่น่าจะออกมาในช่วงนั้น แต่เขาก็ออกมา"


Mr. Taksin didn't make agrument with Khun Teerayuth about the poll because it's a technical research. Even it did not appropriate to reveal the results of the poll. It's a responsibility of the researcher.


If Mr. Teerayuth does the same thing in the last critique, tons of people will cheers him up. Of course he has right to criticize, but he must prepare for any feedback in the same way.

Sam (141.219.149.237)
17 ก.ย. 2546 20:32:32


ความคิดเห็นที่ 17
ครับเห็นด้วยคุณSam


แต่อย่าลืมว่าเรายังมีหลายสิบโพล เช่นของมหาดไทยเป็นต้น บทสรุปของโพลไม่มีข้อแย้งใช่ครับ


แต่คำว่า"ติดสินบนประชาชน" ก็รุนแรงนะครับ ผมถึงบอกว่าลีลาการตอบโต้ทำไมไม่เหมือนกัน


ด้วยความเคารพครับคุณวิชา ท่าทีของอาจารย์ธีรยุทธ์ต่อพรรคประชาธิปัตย์ ขณะเป็นรัฐบาลมีแน่นอนครับ แต่ในเวลาอันจำกัด คงไม่อาจค้นให้ได้ แต่ถ้าเจอผมจะนำมาอ้างนะครับ


แต่อย่าลืมว่าในสมัยรัฐบาลชวน 2 เรามีฉายาเยอะแยะ นะครับ รัฐบาลเด็กดี รัฐบาลเด็กดื้อ

รัฐบาลเกาเหลา แต่จะให้ออกมาในทำนองเดียวกับมุมมองของอาจารย์ธีรยุทธ์ต่อรัฐบาลนี้คงไม่เหมือนกันเพราะต่างกรรมต่างวาระ ต่างเป้าหมาย การมองและวิพากษ์สังคม จะไม่เหมือนกันแน่นอนครับ


ถ้าให้ผมวิเคราะห์ด้วยความรู้สึก อาจจะเป็นเพราะสื่อมวลชนและสังคมระดับบน ต่างไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำงานของชวนเชื่องช้า และรัฐบาลเกาเหลา เสียงต่อว่าดังขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะค่ายหัวเขียววิภาวดี เมื่อสังคมส่วนอื่นวิพากษ์ดังอยู่แล้ว ดีกรีที่ออกมาจึงอาจถูกกลบ


โดยเฉพาะวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ต่างหงุดหงิดในหลายๆเรื่อง


ส่วนข้อสันนิษฐานของท่านผู้เฒ่าที่บอกมา ผมว่าไม่น่าจะใช่ทั้งหมดหรอกครับ


ผมอยากเรียนว่า


ประเด็นที่ 1 คอรัปชั่นลดลงมาก ก็พอจะพูดได้ แต่เรามีเรื่องทุจริตนมโรงเรียน เรามีซื้อควายช่วยพ่อ เรามีปุ๋ยชุมนุมสหกรณ์ และอีกหลายเรื่องที่ยังคลางแคลงใจ


การทุจริตยังมีอยู่ครับไม่ใช่ไม่ด่าเพราะผลงานมาก ผลงานมากไม่ใช่ประเด็น

อย่าลืมว่า "ฆ่าตัดตอน" ก็โดนหนักนะครับ


ส่วนข้อ 2 ที่บอกไม่กล้า ผมคิดว่าเราดูถูกสื่อมวลชนเกินไป


ความกล้าของสื่อมวลชนมีอยู่ครับ แต่ผมคิดว่าความกล้านั้นเขาใช้อย่างมีเหตุ มีผลในการด่า ไม่ใช่ด่าสุ่มสี่สุ่มห้า


อย่าลืมว่า คนในสายอาชีพสื่อมวลชน ไม่มีปมด้อยอะไรในวิชาชีพ ไม่ว่าการศึกษาหรือฐานะทางสังคม ที่บอกไม่กล้าคงไม่ใช่ มันเป็นเรื่องเหตุผลมากกว่า


อย่าลืมว่า พวกเขาเคยด่า ปชป. เพราะอะไร

1. เชื่องช้า รัฐบาลนี้ ตัดสินใจเร็ว

2. เชื่อต่างชาติมาก รัฐบาลนี้ ว่ากันเป็นเรื่องๆ

3. การตอบโต้สื่อต่างชาติ รัฐบาลที่แล้วกลัวมาก แต่รัฐบาลนี้ไม่กลัว

4. การดำเนินนโยบาย ตรงข้ามกับรัฐบาลที่แล้วในลักษณะ 180 องศา

แล้วสื่อมวลชนจะด่าทำไมครับในเมื่อเขาเห็นด้วยตั้งแต่แรก


ถ้ามาด่ากันเล่นๆ แสดงว่ามีบางอย่างผิดปรกติในระบบแน่นอน อย่างกรณี ไทยโพสท์ เป็นต้น


ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ เอาใจสื่อมวลชนมากกว่าครับ โดยเฉพาะคอลัมนิสต์บางคน อย่างที่ท่านผู้เฒ่าเคยยกตัวอย่างนั่นแหละครับ


ผมยกกรณีเดียวนะครับ เรื่งการประกาศเปลี่ยนแปลงเวลามาตรฐาน เพื่อให้ทันกับตลาดหุ้นสิงคโปร์หรือฮ่องกง พอจำกันได้มั๊ยครับ

เรื่องนี้"ไต้ฝุ่น" เสนอมาตั้งแต่รัฐบาลชวน 2

รัฐบาลก็รับลูกเอามาทำ ผมยังไม่ได้ค้นเรื่องนี้จริงจัง แต่ผมสัมผัสได้กับปฏิกริยาของรัฐบาลนี้ กับสื่อมวลชน จนอยากจะพูดเล่นๆๆว่านายกทักษิณ เชื่อคอลัมนิสต์บางคน ยิ่งกว่ารัฐมนตรีบางรายซะอีก


อาจเป็นเพราะสิ่งที่สื่อสะท้อนออกมา คือความรู้สึกของประชาชนไงครับ


แม้ท่านผู้เฒ่า ซูม ซึ่งเป็นเสาหลักของวงการคนหนึ่ง ก็มีทีท่าผ่อนปรนลง ท่านอาจเชียร์เอื้ออาทร แต่ฆ่าตัดตอนท่านก็ไม่เห็นด้วย


อย่าลืมว่ารัฐบาลใช้นโยบายในการทำงานด้านเศรษฐกิจค่อนข้างได้ผล แล้วเขาจะติติงไปทำไมครับ


แต่อย่าได้ลิงโลดไปนะครับหลายๆเรื่องที่สื่อทั่วๆเห็นว่า รัฐบาลนี้ แทรกแซงสื่อด้วยกันมีหลายกรณี เช่นกรณี ไอเอ็น เอ็น เป็นต้น หรือแม้แต่ ร่วมด้วยช่วยกัน ก็เถอะครับ ส่วนเรื่องไอทีวี ที่ท่านนายกเปรยๆออกมาผมไม่ได้ซื้อสื่อให้มาด่าตัวเอง ทำนองนี้ครับ


ถ้าเราใจเป็นกลาง ไม่นำเรื่องดีกลบเรื่องไม่ดี เราก็จะเห็นทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี


การจัดการกับปัญหาความไม่เข้าใจระหว่างผู้นำกับบรรดาอาจารย์ทั้งหลาย บรรดากองเชียร์ก็ไม่ค่อยพินิจพิเคราะห์ว่า แต่ละท่านมีความเป็นมายังไง


ถึงอยากให้กลับไปย้อนอดีต ขณะนายกติดบ่วงซุกหุ้น เราจะเห็น อาจารย์คุณหมอประเวสจับมือเจ้าสัวซีพี หนุนส่งอัศวินควายดำ


คุณหมอเสม พริ้งพวงแก้ว ออกมาล่ารายชื่อให้ครบ 50,000 เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ


เราอย่ามองแค่ว่าเป็นผู้เฒ่าตกยุค นักวิชาการตกขอบอะไรเลยครับ


หากรัฐบาลนี้ ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้นำทางปัญญามากมาย คงมาไม่ถึงจุดนี้ได้หรอกครับ


ผมไม่อยากเห็น เวลาเปลี่ยน...คนเปลี่ยน...คิดว่าเสียงวิพากษ์คือศัตรูไปหมด


ผมคงไม่ต้องบอกนะครับ การตอบโต้กับเสียงวิพากษ์ของนายกมันมีผลลบต่อนักวิชาการมากน้อยแค่ใหน ดูตามสื่อที่สัมภาษณ์หมากเกมนี้...นายกเสียหายครับ

เด็กใหม่ (203.156.14.169)
17 ก.ย. 2546 22:15:13


ความคิดเห็นที่ 18
อดไม่ได้ ต้องขอชมคุณเด็กใหม่ค่ะ ติดตามอ่านข้อคิดเห็นของคุณเด็กใหม่มาตลอดตั้งเเต่คุณเด็กใหม่เข้ามาโพสต์ที่นี่ครั้งเเรกๆเลย เยี่ยมจริงๆ ไม่ใช่เเค่ยกอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาเอ่ยถึงลอยๆ มีกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงมาชี้ให้เห็นประกอบด้วย ขอเเสดงความนับถือด้วยใจริงค่ะ

กุลธิดา (206.74.241.28)
17 ก.ย. 2546 22:58:20


ความคิดเห็นที่ 19
มาร่วมรับรู้ และชมเชยการนำเสนอครับ เอ้าฝ่ายคุณฒ. มาคุยต่อนะครับ จะได้หาน้ำหนักของเหตุผลกันดูครับ

คิด (169.210.26.229)
17 ก.ย. 2546 23:08:33


ความคิดเห็นที่ 20
Hi Khun New-kid,

"...ข้อวิจารณ์ของคุณธีรยุทธ์ อาจจะไม่เข้าใจข้อมูลของพรรค หรือปรัชญาที่มาของนโยบายพรรค ผมคิดว่าจะให้คนที่ร่วมขบวนการ 14 ตุลา ซึ่งเป็นคนทำนโยบายไปเล่าให้คุณธีรยุทธฟัง อย่างคุณประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ หรือxxxก้านยาว ไปพูดเรื่องนโยบายการเกษตร แล้วก็จะให้คุณจาตุรนต์ ฉายแสง คุณสุธรรม แสงประทุม ไปเล่าปรัชญาการบริหารองค์กร เพราะเราคิดว่าในอดีตพรรคการเมืองไม่ต้องบริหาร แต่ความจริงแล้ว พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคที่มีการบริหารอย่างเป็นระบบตรงจุดนี้เป็นจุดที่คุณธีรยุทธ์ไม่ต้องเป็นห่วง....."


Did any of these people explain to Khun teerayuth? If yes, did Mr. Teerayuth understand or didn't try to understand or didn't pay attention?


Oh boy! why do I waste my time about this stupid thing? People, just do it what you want!!!!

Sam (141.219.149.237)
18 ก.ย. 2546 00:01:20

ความคิดเห็นที่ 21
อิ อิ คุณSamครับ


ที่ผมนำเสนอในที่นี้ เพื่อสนับสนุนแนวคิดที่ผมเสนอไว้...เวล่เปลี่ยน...คนเปลี่ยนครับ..


เป็นแค่ "ท่าที" หรือ "ปฏิกริยา" ของท่านทักษิณต่อการวิพากษ์ของผู้อื่นครับผม


คือท่านออกตัวได้สวย มีเอื้ออาทรยอมรับในเหตุผล ตลอดจนการอธิบายอย่างมีเหตุผลไงครับ


ส่วนในข้อเท็จจริง ท่านจะสั่งให้เขาไปพบกัน อธิบายกันหรือไม่ นั่นเป็นผลตามมา ไม่มีรายงานข่าวในเรื่องนี้ครับ


คือผมแค่แสดงให้เห็นจุดยืนและวิธีพูดในการตอบโต้ของท่านผู้นำว่า...เวลาเปลี่ยน...คนเปลี่ยน..ครับ


ส่วนอาจารย์ธีรยุทธ์ จะมองลบหรือเปล่าผมไม่อาจรู้ใจท่าน แต่ที่เราได้ยินนั้นเป็นข้อสรุป อาจเนื่องจากปัญหาในเรื่องเวลาที่พูด การนำเสนอของสื่อ เรายังไม่เห็นรายละเอียดทั้งหมด ของเนื้อหาที่พูด


และเท่าที่ทราบ อาจารย์ธีรยุทธ์ยังมีฉบับจริง ซึ่งจะนำออกมาเผยแพร่ในต้นเดือนตุลาคมครับ


ผมถึงอยากจะให้พวกเรามองว่า เรากำลังถูกปั่นด้วย "สื่อ" หรือเเปล่า เนื้อหาการพูดคงไม่ได้มีแค่ที่เป็นข่าว ผมก็พยายามติดตามหาฉบับจริงที่พูดวันนั้นไม่ได้ มันก็เลยไม่กล้าฟันธงอะไรลงไปครับ...คืดสื่อมวลชนตัดคำพูดที่เป็นสีสรรมาออกเผยแพร่ แต่ประโยคหรือเนื้อหาก่อนหน้าหรือหลังจากนั้น เราไม่ทราบครับ


บางทีเราก็งับเอาเหยื่อที่สื่อมวลชนยื่นมาให้ ก็เลยพลอย"ติดเบ็ด" เช่นเดียวกับอาการตอบโต้ของท่านนายก


แต่ก็อย่างว่าหละครับ ถ้าผมเป็นนายกผมก็โกรธ...คนเราคงไม่จำเป็นต้องเก็บอารมณ์


ผมคิดว่าอาการอย่างนี้ของท่านผู้นำไม่ใช่ครั้งแรก คราวหนึ่งผมเคยได้ยินประโยค"หูตึง" ฟังไม่ชัด หรือ อมฮอลล์ อะไรยังงี้มันค่อนข้างนุ่มนวลกว่า ไปหาข้อมลจริงแล้วค่อยมาชี้แจงแบบนี้จะสวยกว่าเยอะ


ที่จริงถ้ากระซิบคำเดียว ใหนไปตามเนื้อหาที่เขาพูดทั้งหมดมาดูซิ...แบบนี้ก็อาจไม่หลุดเรื่องกินเงินเดือนหลวงออกมา


เอ...หรือว่าได้ฟังแล้ว...ได้อ่านแล้วค่อยออกมาโต้ ดอกที่ 2 ผมก็ไม่แน่ใจ...ระดับคนเป็นนายกจะไม่มีสายสืบไปดูในงานเชียวหรือ(ฮา)


พวกข่าวกรองน่าจะบกพร่องนะครับ อิ อิ


ขอบคุณคุณกุลธิดาและคุณคิดครับ ผมก็แค่ไปหยิบเอาข่าวเก่าๆออกมาดู แล้วก็คิดเล่นๆไปงั้นเองครับ.....


ที่ผมนำมาไม่ใช่ว่าจะโจมตีนายกนะครับ เดี๋ยวนี้ก็ยังเชียร์อยู่ แต่อย่างว่าแหละครับ พระเอกรำไม่สวย กองเชียร์ก็อยากให้เก็บอาการบ้าง แค่นั้นเองครับ


เรามันคนชอบหนังรักโรแมนติค มาเจอแรมโบ้ ตำรวจเหล็้ก ก็ตกใจน่ะครับ


เด็กใหม่ (203.156.14.169)
18 ก.ย. 2546 01:14:18


ความคิดเห็นที่ 22
Hi Khun New-kid,


Thanks for your resonable answers. I'd like to metion about "เวลาเปลี่ยน...คนเปลี่ยน". It's a very common explaination for people who are woring in the social science. It also becomes an 'execution" for regular people.


Suppose that the social researchers study the same topic in a particular site but different time. If the results are different, they will explain that human opinions change around the clock.


Dynamic is very still. This is the law- not theory or not the hypothesis. Time's never stopped. The temperature changes from time to time, the light intensity's never been the same, etc. When the time passes by, don't expect that everything gonna be the same. Impossible!


I'm waiting for the big day in October. Let's see how Mr. Teerayuth make the second impact onThai people. He cuased a war among us on the first one.

Sam (141.219.149.237)
18 ก.ย. 2546 02:19:08


ความคิดเห็นที่ 23
ครับคุณSam


ผมอาจสรุปเหตุการณ์หรือปฏิกริยาของมนุษย์ผิดไปบ้างอาจไม่ตรงนัก


คนเราย่อมมีมุมมองที่เปลี่ยนไป เมื่อฐานะหรือตำแหน่งที่ยืนอยู่ มันอาจไม่ใช่วิชาสังคมวิทยา

แต่เป็นวิชาจิตวิทยาครับ


ที่พูดถึงเรื่อง บทบาท สถานะ ซึ่งมีผลต่อการแสดงความคิดเห็น หรือมุมมองที่เปลี่ยนไป


มันเป็นหลักง่ายๆเองครับ เวลาเราเป็นนักเรียน มองครูก็ว่าจู้จี้ เวลากลับไปเป็นครู ก็คิดว่าเด็กดื้อเด็กซนไม่มีระเบียบ มันเป็นไปตามบทบาทที่ได้รับครับ


ก่อนเป็นนักการเมือง สส. หรือมีตำแหน่ง ท่าทีต่อฐานคะแนนเสียงคือตัวกำหนด อาจไม่ใช่"ตัวจริง" ของผู้สมัครนั้นๆ เราจึงมักเห็น"ผู้แทน"หน้าไหว้หลังหลอกไงครับ(พูดรวมๆนะครับมิได้หมายรวมนายกครับ)


ในกรณีที่นายกไม่โต้คุณธีรยุทธ์แรงๆสมัยรับสมัครเลือกตั้ง ก็คือต้องรักษารูปมวย รำสวยๆ เอาใจประชาชนทุกฝ่าย...เรื่องปกติธรรมดาครับ


ฝรั่งมักจะบอกว่าเปลี่ยนที่กันยืนมั๊ย บางทีอาจมองเห็นอะไรดีๆระหว่างสองฝ่าย หรือถอยคนละก้าวมั๊ย เรื่องแบบนี้ คนสองสถานะเมื่อก่อนจะปะทะกัน ต้องคิดให้มาก


นายกเต้นเพียงเพราะสื่อเอาคำถามที่มีสีสรรมายัดปาก แล้วท่านก็โพล่งออกไป นั่นแสดงถึงอะไรครับ


มันเป็นเรื่องปกติ ของผู้ที่อยู่นอกวงการบริหารราชการแผ่นดิน จะมองเข้าไปในองค์กร เพราะจริงๆมันคือมุมสะท้อน ที่ทุกคนเห็นอยู่ อาจจะถูก อาจจผิด


เราตำหนิ ปชป.ในหลายๆเรื่อง แต่บางทีเราก็ลืมไปว่าประเทศเรามีข้อตกลงอะไรบ้างในเรื่องนั้นๆ รัฐบาลมีโอกาสเลือกวิธีทำงานมากน้อยแค่ใหน แน่นอนการตัดสินใจบางเรื่องอาจผิดพลาด เพราะความดื้อ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เราไม่เอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นฐานในการวิพากษฺวิจารณ์หรอกครับ เราเอาสิ่งที่เราเชื่อ ทำไมไม่ทำยังงั้น ทำไมเราไม่ทำยังงี้


เหมือนคนเชียร์มวยกับนักมวยนั่นแหละครับ

โค้ชสั่งแทบตายแต่นักมวยมันเมาหมัด มันก็ไปไม่รอดอย่างที่เห็นครับ


ไม่มีใครทำนายอนาคตได้


แต่ถามว่า อาจารย์ธีรยุทธ์มีสิทธิ์ทำนายหรือไม่ผมว่ามีนะครับ....แต่จะถูกจะผิดก็ต้องรอการพิสูขน์


ผมไม่อยากไปโค้ดคำพูดท่านนายกตอนหาเสียง ท่านเคยโจมตีรัฐบาล ปชป.ยังไงไว้บ้าง

มันเป็นเรื่องปรกติธรรมดาจริงๆครับ


ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่ง ปชป.ตอบโต้คุณทักษิณแรงๆ แต่ก็มีเหตุผลหนึ่งที่ใช้โต้คืนคือ เขาเป็นประชาชน สามารถวิจารณ์รัฐบาลได้ มันปกติจริงๆครับ


นั่นมันหลังจากตั้งพรรคการเมือง และยังไม่มีตำแหน่งหน้าที่ในสภา ท่านนายกทักษิณพูดวิจารณ์รัฐบาลไว้ว่ายังไงบ้าง เยอแยะไปหมดครับ


ก็พูดฐานะประชาชนเหมือนอาจารย์ธีรยุทธ์นั่นแหละครับ


เมื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปสวมตำแหน่งในทางบริหาร สายตาที่มองออกมาถึงตัวคนๆเดียวอย่างอาจารย์ธีรยุทธ์ จึงเป็นสายตาที่ ผู้บริหารมองผู้คัดค้าน(ไม่ใช่ฝ่ายค้านนะครับ)เปลี่ยนไปจากเดิม


พูดง่ายๆแทนที่จะได้มิตร แทนที่จะได้เสียงจากฝ่ายอาจารย์ซึ่งมีบทบาทเดียวกับอาจารย์ธีรยุทธ ท่านนายกกลับสูญเสียคะแนน เพียงแค่คำพูด"กินเงินเดือนหลวง"


ครับมันเป็นการคิดค้นคำวิพากษ์ในทางการเมือง คงหาสูตร 2+2=4 ไม่ได้หรอกครับ


มันเป็นข้อสรุปจากการตกผลึกทางความคิด

อาจจะผิดหรืออาจจะถูก มันเป็นเรื่องของทฤษฎีของเขาเอง ซึ่งยังไม่มีใครรู้ได้ในอนาคต


ที่คุณแซมบอกไว้นั่นถูกแล้วครับ เรื่องของกฎหมาย เรื่องของความรู้สึกหรือเรื่องของประชามติ มันทำนายยากครับ มันขึ้นอยู่กับห้สงเวลาและสถานการณ์


บางกฎหมายถูกในเวลาหนึ่ง แต่อีกเวลาหนึ่งมันก็ไม่ใช่แล้ว


ผลของประชามติ บางครั้งก็เหลื่อมล้ำกฎหมาย ศีลธรรม หรือกฎเกณฑ์อื่นๆมากมาย เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนครับ


ก็คอยดูกันต่อไปนะครับว่า อะไรจะตามออกมาอีก เราคงได้เป็นบทวิจารณ์ฉบับเต็ม อีกไม่นานเกินรอ


เราตกเป็นเหลยื่อของเหตุการณ์และติดเบ็ดสื่อมวลชนเรียบร้อยไปแล้วครับ


เราทุกคนเป็นมนุษย์ ผมก็ไม่เชื่อว่าอาจารย์ธีรยุทธ์ ไม่มี bias มีแน่นอนครับ เพราะถ้าไม่มีอคติ สำนวนโวหารไม่ปวดแสบปวดร้อนปานนั้น.

เด็กใหม่ (203.156.14.169)
18 ก.ย. 2546 03:39:24


ความคิดเห็นที่ 24
สวัสดีค่ะ คุณเด็กใหม่ ชื่นชมค่ะ ข้อมูลเพียบ แต่ต้องขอแย้งนิดเดียวนะคะ คุณธีรยุทธ เจาะจง และจงใจ ที่จะวิจารณ์ คุณทักษิณ โดยตั้งสรรพนามให้ต่างๆ นาๆ จุดนี้ต่างหากคะที่ทำให้มีข้อกังขาในการวิพากษ์ วิจารณ์ของคุณธีรยุทธ


ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ เห็นด้วยที่คุณทักษิณ โต้กลับค่ะ แต่ไม่ได้เห็นด้วยกับทุกคำพูดที่โต้กลับไปหรอกนะคะ เอาเป็นว่าดิฉันยอมรับได้ว่า คุณธีรยุทธ ก็เป็นแบบนี้ สไตล์นี้แหละ เช่นกันดิฉันก็ยอมรับได้เช่นกัน ว่า คุณทักษิณก็เป็นแบบนี้ สไตล์นี้เข่นกัน เพราะคนทั้งคู่แก่เกินกว่าที่จะเปลี่ยนได้แล้ว อิ อิ

CA (203.170.157.37)
18 ก.ย. 2546 03:45:48


ความคิดเห็นที่ 25
ถูกต้องตรงประเด็นครับ


โดยลักษณะของผู้นำ ก็ต้องเป็นแบบนี้แหละครับ โต้ได้ครับ ผมอยากให้โต้หนักๆ แต่น่าจะโต้ลงไปที่ตัวอาจารย์ธีรยุทธ์คนเดียว


อธิบายในเนื้อหาที่เข้าแย้งมาซีครับ ผมเห็นผู้นำลงไปเล่นเรื่องส่วนตัว เรื่องบทบาทหน้าที่


ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่เขาแหย่มานะครับ


ลงไปเน้นอธิบายวิธีบริหารจัดการ ไม่ใช่ระบอบการปกครอง ตรงนั้นน่าจะดีกว่านะครับ เพราะถ้านายกอ้าง นี่คือวิธียริหารจัดการ อาจารย์ธีรยุทธ์ เสียไปเองครับ


มันมีที่ใหนการปกครองแบบ ซี อี โอ. อิ อิ


นี่เล่นเหมารวม อาจารย์ทุกมหาวิทยาลัยก็พลอยกระเทือนไปด้วย(อาจเป็นด้วยการตีความเื่องกินเงินเดือนหลวงนั่นแหละครับ)


เรื่องจริงครับ คุณธีรยุทธ์ อคติ ผมเห็นด้วยไม่ใช่วิชาการเพียวๆหรอกครับ

เด็กใหม่ (203.156.14.169)
18 ก.ย. 2546 03:58:40


ความคิดเห็นที่ 26
แก้ไข

เพราะถ้านายกอ้าง นี่คือวิธีบริหารจัดการ อาจารย์ธีรยุทธ์ เสียไปเองครับ


เด็กใหม่ (203.156.14.169)
18 ก.ย. 2546 04:00:45


ความคิดเห็นที่ 27
ตรงนี้เป็นของแถมครับ นักข่าวเขาให้ข้อคิดไว้ คงคิดคล้ายๆผมครับแต่ผมเขียนสู้เขาไม่ได้

....แค่ความเห็นของคนๆหนึ่ง...ขออนุญาตนะครับ

.......................................................

ศัตรูรัฐบาล


ว่าที่จริงแล้วคนชื่อ “ส.ศิวรักษ์” ใครก็รู้ว่าปากร้ายแค่ไหน แต่ครานี้ได้ออกมา วิพากษ์วิจารณ์นายกฯทักษิณ เอาไว้ค่อนข้างดี แบบผู้ใหญ่สอนเด็กด้วยความรักและ เมตตาระหว่างคนกับคน


ก่อนหน้านี้อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี ได้ออกมาวิจารณ์นโยบายผู้ว่าฯซีอีโอค่อนข้างแรงว่า เป็นการเดินตามก้น อเมริกาเต็มรูปแบบเพราะระบบนี้คือการสร้างกลไก อำนาจเพื่อครอบคลุมประเทศเอาไว้


เท่านั้นแหละนายกฯทักษิณถึงกับลมออกหู บริภาษนักวิชาการอย่างหนักว่าเป็นพวก แผ่นเสียงตกร่อง ซ้ำหน้ากันอยู่ 10 กว่าคน ที่คอยจ้องจะเล่นงานรัฐบาล ความรู้ก็มีเฉพาะด้าน แต่ทำเป็นรู้หมด ทุกอย่าง


ลงท้ายก็บอกว่านี่คือศัตรูของรัฐบาล


ดังนั้น พวกนี้จึงสมควรที่จะไปอยู่กับฝ่ายค้าน เพราะค้านทุกเรื่อง ไม่ได้เสนอแนะหรือ มีทางออกที่ดีกว่านี้


ปกติแล้วนักวิชาการที่เคลื่อนไหวในรัฐบาลชุดนี้ เมื่อออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล จะถูกนายกฯ ตอบโต้กลับไปทุกครั้ง ไม่ว่ารุ่นไหนระดับไหน จะเหลือก็เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่นายกฯ ยังไม่ค่อยกล้าตอบโต้


แต่โดยรวมแล้ว นายกฯทักษิณเล่นงานทุกคนที่มีความเห็นไม่ตรงกับเขาหรือรัฐบาล จนเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลชุดนี้ แม้นายกฯจะแสดงท่าทีไม่สนใจ แต่ในใจลึกๆแล้วผมว่าหวาดหวั่นจนต้องออกมาข่มขู่เอาไว้ก่อน


เมื่อสภาพการณ์เป็นไปเช่นนี้ นักวิชาการที่ถูกเหมารวมว่าเป็นศัตรูรัฐบาล ทั้งๆที่บางคนบางท่าน เสนอแนะด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็ต้องมาเจอแบบนี้ ดังนั้น จากนี้ไป เชื่อได้เลยว่า นายกฯ กำลังผลักไสให้นักวิชาการเหล่านี้ไปอยู่ในสภาพเดียวกัน


วันนี้นายกฯเชื่อในอำนาจและศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ แต่ระวังเอาไว้เถอะว่า การก่อศัตรูโดยไม่จำเป็นนั้นเป็นเรื่องที่ผู้นำประเทศไม่ควรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง


“ส.ศิวรักษ์” พูดเอาไว้ดีครับ...นายกฯนั้นเป็นคนมีความรู้ทางวิชาการมาก จบปริญญาเอก มีประสบการณ์ด้านตำรวจและทหารจึงเป็นทั้งบู๊ทั้งบุ๋น ขณะเดียวกันก็รู้ระบบการค้า ด้วยนักวิชาการนั้นรู้เฉพาะปฏิบัติไม่รู้ปริยัติ ข้าราชการรู้ปฏิบัติไม่รู้ปริยัติ


แต่นายกฯทักษิณรู้ทั้งสองอย่าง


ซึ่งในแง่หนึ่งน่ายินดี แต่อีกแง่หนึ่งเพราะการที่นึกว่าตัวเองรู้หมด มันอันตราย เพราะจะเกิดความอหังการ ซึ่งเป็นสิ่งที่พระพุทธ องค์เตือนให้ระวังที่สุด


เมื่อคนเรารู้สึกว่าตัวเองอหังการ ก็จะรู้สึกว่าคนอื่นโง่ ใครเตือนไม่ฟัง ดังนั้น นายกฯ ต้องหัด เรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน ต้องใช้การเจริญด้วยสติ ภาวนา กำหนดลมหายใจรู้ตัวทั่วพร้อม ถ้ารู้จักหายใจอย่างรู้ตัวทั่วพร้อม จะเห็นทุกคนเสมอกันหมด


“ถ้านายกฯรู้ตัว เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ จะช่วยให้ท่านเป็นคนน่ารักมากขึ้น เวลานี้เราต้องการคนที่น่ารัก ไม่ใช่คนที่น่าเกลียด”


แม้บทวิพากษ์ของ ส.ศิวรักษ์จะยังมีอะไรอีกหลายอย่าง แต่คำว่าอ่อนน้อมถ่อมตน ทำตัวให้น่ารัก ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งพึงประสงค์ของคนไทยทั้งประเทศ เนื่องจากคนไทยนั้นชื่นชอบ บุคคลที่มีลักษณะเช่นนี้


ความจริงแล้วรูปลักษณ์ภายนอกของนายกฯทักษิณนั้นดูอ่อนโยน เรียบร้อย น่าคบหาสมาคม ยิ่งเป็นคนเก่งก็ยิ่งน่าสนใจ แต่ไม่รู้ว่าภายในใจจะเป็นอย่างไร ยิ่งครองอำนาจยาวนาน ก็ยิ่งจะดูเหมือนเป็นคนละคนไป


“อำนาจ” มันชวนให้เหลิงหรือ


คำตอบมันอยู่ตรงนี้หรือ?


"สายล่อฟ้า"

(ไทยรัฐ)

เด็กใหม่ (203.156.14.169)
18 ก.ย. 2546 04:54:22


ความคิดเห็นที่ 28
I think we're missing the point here. There several points that poeple are mixing them up:


1) Whether the PM can be criticized.

2) The context of the critique.

2.1) The critique has very strong evidence support.

2.2) The personal-bias critique.

3) How does the PM feedback to the critique?


Many people who support the PM are not happy about the 2.1) but many opponents are talking the first one. This causes a lot of the endless agrument because they're fighting with the different issue.


What's about the 2)? For the 2.1), I'm pretty sure that the PM listened to many technocrats that that their ideas are supported by the very strong empirical evidences or even the valuable advice given by Mr. Sivalak.


The problem is about the 2.2). Not only the personal bias (Khun New-kid stated that "แน่นอนครับ เพราะถ้าไม่มีอคติ สำนวนโวหารไม่ปวดแสบปวดร้อนปานนั้น"I believed many people thought the same thing), but Mr. Teerayuth created very painful words to attack the PM. So the PM has a 100% right to kick it back in the same way. He has to do it. I'll yell to the PM if he just keeps quiet. l'll do the same thing or may be making double re-attack. This is a free verbal-attacked zone. ha...


By the way, he is the PM, so some people expected him to give less aggressive feedback. The problem coame from this point.


Many columnists took only the first point to criticized Mr.PM by ignoring the context of the critique. It actually is unfair.

Sam (141.219.149.237)
18 ก.ย. 2546 08:07:41


ความคิดเห็นที่ 29
ดิฉันเองกลับดีใจมาก ๆ ที่ยังมีคุณวีรยุทธ บุญมี อยู่ปะปนบ้างในสังคมไทยยุคนี้ การพูดตรงข้ามรัฐบาล หรือพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลอยู่ หรือ ทุกท้วงวิจารณืนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง(อุทิศตนเพื่อทำงานให้ประชาชนในชาติ)เราทำได้ หนึ่งในคุณภาพของผู้นำชั้นดีคือการยอรับการวิจักษณ์+วิจารณ์ได้ เรามาดูคุณภาพ+คุณสมบัติของผู้นำแบบสากล นะคะ (แบบไทยดิฉันไม่อยากวิจารณ์ เพราะหลายครั้งเห็นว่าทำตัวยิ่งใหญ่เกินจริง ใครก็วิจารณ์แตะต้องไม่ได้ ตลกมากมากในสายตาศิวิไลย์ชน )

ศาสตร์ ผู้นำแบบสากล

ผู้นำ..เขายิ่งต้องอยู่อย่างอ่อนน้อม

ผู้นำ..เขายิ่งต้องมุ่งมั่นในอุดมการรับใช้มวลชน

ผู้นำ..เขาจะถูกฝึกฝนอย่างหนักเรื่องคุณภาพให้เป็นพื้นฐานอย่างแรกเพื่องาน"มวลชน"

ผู้นำ...เขาไม่คิดว่าเขาสำคัญอะไร "คุณธรรม"สำคัญกว่า เขาเป็นเพียงผู้นำคุณธรรมแด่มวลชน เขายอมถูกวิพากษ์+วิจารณ์ได้ เขาถือว่าตัวเขาไม่สำคัญอะไร ใครก็วิจารณ์ได้ เมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรี...งานเพื่อประชาชน"ต้องสมควร" สำคัญกว่าตัวท่านนายกรัฐมนตรีคะ

*

นิรนารี (203.146.138.3)
18 ก.ย. 2546 08:49:09


ความคิดเห็นที่ 30
ครับคุณSam ยินดีที่ให้เกียรติเสวนา แต่ผมเรียนว่าภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยแข็งแรง แต่พอเข้าใจได้ครับ อาจไม่ลึกซึ้งนักนะครับ


ตรงที่เราไปมองที่สำนวนและการประดิษฐ์ถ้อยคำนั่นแหละครับ อาจารย์ธีรยุทธ์สมควรได้รับการตอบโต้ นั่นผมเห็นด้วยอยู่แล้ว นายกมีสิทธิ์ตอบโต้ 100 % อย่าที่คุณSamบอก เพราะโดยเนื้อหาที่วิพากษ์มา ก็เน้นที่สำนวนแต่ในเนื้อหาแท้ๆ ไม่มีเหตุผลสนับสนุนที่น่าเชื่อถือ


หลายเสียงมองว่าสิ่งที่เขาตอบโต้กันบนสื่อต่างๆ มันมีข้อความในวงเล็บอีกมากมาย ที่ไม่ได้รับการถ่ายทอด


เวทีที่อาจารย์ธีรยุทธ์ไปพูด ก็คือสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การตอบโต้ของนายก กลับลามไป(อันนี้ผมคิดเอง)ถึงสภาที่ปรึกษา (ถ้อยคำที่นายกบอกว่าถอดเน็คไทออกล้วสั่งกาแฟมากิน อ่านข่าวแล้วก็นั่งคุยกัน)มันก็เลยมองได้ว่า นายกกระทบชิ่งไปถึงคุณอานันท์ ปันยารชุน รวมทั้งบรรดาสมาชิกสภาที่ปรึกษาซึ่งมีการจัดสัมนาหรือเสวนากันบ่อยๆ โดยเชิญนักคิดทั้งหลายมานั่งคุยกัน


และยังรวมไปถึงบรรดาอาจารย์ทั้งหลาย ที่กินเงินเดือนหลวง


ผลสรุปออกมามันจึงกลายเป็นว่า บรรดาอาจารย์ที่ไปร่วมโดนกันหมดทุกคน ทั้งๆที่อาจรย์บางคนอาจไม่เห็นด้วยกับคำพูดหรือบทสรุปของอาจารย์ธีรยุทธ์

มันกลายเป็นการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไปโดยปริยาย


และเราก็สามารถเห็นปฏิกริยาจากสังคม จากกระทู้ที่ขึ้นตามบอร์ดสาณธารณะ ไม่ว่าพันทิพย์ หรือที่สนุก


แต่ผมก็เชื่อว่า คนที่มีลักษณะบบนายก พร้อมที่จะแตกหักกับคนที่ไม่ใช่มิตรอยู่แล้ว (ผมวิเคราะห์จากวงการธุรกิจทั่วๆไป ไม่ใช่มิตรคือศัตรู) และสิ่งที่อาจารย์ ส. ศิวลักษณ์ออกมาให้เหตุผลแบบผู้ใหญ่ น่าจะเป็นไปในลักษณะคนกลางมากกว่านะครับ


คำพูดของอาจารย์ ส. ที่ออกมาโดยสื่อ ผมยังมองไม่เห็นโทษอะไรเลย ไม่เข้าข้างใคร แต่โดยความคิดเห็นของผม มองว่า อาจารย์ ส. ห่วงว่า การสื่อสารตอบโต้อย่างรุนแรง อาจจะมีผลร้าย ที่จะเกิดกับอาจารย์ธีรยุทธ์มากกว่า


อย่าลืมว่า คนมีอำนาจกับคนไม่มีอำนาจ เวลาพูดมันมีผลต่างกัน ผมไม่แน่ใจหากมีใครซักคนเดินเข้าไปต่อยอาจารย์ธีรยุทธ์ภายใน 2-3 วันนี้ ไม่ว่าโดยสาเหตุอะไรก็ตามแต่ สังคมจะหันมามองนายกในลักษณะใหน


ที่ผู้ใหญ่ออกมาให้สติน่าจะเป็นผลดีกับนายกมากกว่าผลเสียนะครับ


คนเรามีอำนาจมาก ย่อมมีลูกน้องมาก มีคนรักมาก หากมีใครซักคนไปทำอะไรโดยที่ไม่มีใครสั่งขึ้นมา มันจะกลายเป็นกรณีน้ำผึ้งหยดเดียว


ประเภทขิงก็รา ข่าก็แรง สุดท้ายก็จะกลายเป็นความเสียใจของทั้งสองฝ่ายครับ


สงครามมันก็เกิดจากเม็ดถั่วเม็ดงา เกิดจากเรื่องเล็กๆทั้งนั้นครับ เดือนตุลาสำหรับเมืองไทย ผมเห็นร้อนทุกที ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง


ทุกปีมีเรื่องแต่งตั้งทหารเป็นโฟกัสของสังคม แต่ปีนี้ไม่ มันเลยมาถึงเรื่องพลเรือน....ขอโทษดวงดาวอังคารละกันครับ


แต่ถึงที่สุด อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดครับ

หากฝ่ายหนึ่งยั่วยุ อีกฝ่ายหนึ่งเต้นตาม


แต่ถึงที่สุดผมคิดว่าทุกอย่างมันมีข้อสรุปในตัวของมันเองครับ


ผมอาจจะมองใกล มองแง่ร้าย แต่ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นไม่ได้ ค่อยๆดูกันไปครับ


ผมเห็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ถูกแทงเสียชีวิตในศูนย์การค้าของประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็อดเสียวแทนอาจารย์ธีรยุทธ์ไม่ได้ครับ

เด็กใหม่ (203.156.8.159)
18 ก.ย. 2546 09:09:28


ความคิดเห็นที่ 31
เห็นด้วยกับคุณนิรนารี


แต่เราก็ต้องมีขีดคั่นของความแรงในถ้อยคำนะครับ


ถ้าแรงด้วยเนื้อหา มีเหตุผลที่ฟังขึ้น ผมคิดว่าพวกเราที่อยู่วงนอก อาจมองสภาวะของวิวาทะคั้งนี้ไปอีกรูปหนึ่ง

เด็กใหม่ (203.156.8.159)
18 ก.ย. 2546 09:15:44


ความคิดเห็นที่ 32
ผลงาน ความตั้งใจ ตลอดจนแนวทางของรัฐบาลทักษิณในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นที่พึงพอใจของประชาชนส่วนใหญ่ และเป็นที่กล่าวขานในระดับภูมิภาค และระดับทวีป ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างแปลกสำหรับรัฐบาลไทยที่มักจะเชื่อกันว่ามีช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์เพียงแค่ 1 หรือ 2 ปีเท่านั้นแล้วก็จะแพ้ภัยตนเอง เนื่องจากความไม่สามัคคี ปรองดองในรัฐบาล การโกงกิน และความไร้ประสิทธิภาพที่ไม่เคยแก้ปัญหาอะไรได้เลย

ท่าทีของอาจารย์ธีรยุทธและนักวิชาการหลายคน คงจะเป็นเรื่องที่น่ายกย่องชมเชย ถ้าบังเอิญว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลทักษิณ หรือในอีกกรณีหนึ่งคือ รัฐบาลทักษิณยังคงมีหลักการและนโยบายวิธีการทำงานเช่นเดียวกับรัฐบาลก่อน ๆ

ดังนั้นสูตรสำเร็จที่บรรดาผู้ที่มีอาชีพเป็นนักวิชาการนำมาใช้จึงได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กลับอย่างรุนแรง ทั้งนี้รวมถึงบรรดาการเคลื่อนไหวของลัทธิอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และนักสิทธิมนุษยชนทั้งหลายที่เริ่มแผ่วเบาลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ความเป็นนักวิชาการน่าจะอยู่ที่เนื้อหา สาระ ของสิ่งที่พูดและสิ่งที่ทำ

ความเป็นนักวิชาการไม่น่าจะเป็นสิทธิพิเศษที่ติดตัวบุคคลหนึ่งบุคคลใดไปตลอดเวลาเหมือนอิทธิฤทธิ์ปฏิหารของมนุษย์บางคนที่ได้บรรลุธรรมวิเศษ หรือเทวดาบางจำพวก

รัฐบาลใดก็ตามที่ประสบความสำเร็จในการบริหารและแก้ปัญหาของประเทศ จำต้องอาศัยหลักวิชาการที่แม่นยำและเฉียบขาด ต้องอาศัยทั้งการสำรวจ วิเคราะห์วิจัยพัฒนาปรับปรุงอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ในทำนองเดียวกันคนที่ทำหน้าที่สอนหนังสือหรือศึกษาจากห้องสมุด ก็อาจจะมิใช่นักวิชาการที่แท้จริงก็ได้

คำว่าวิชาการน่าจะหมายถึงความรู้ความสามารถที่แท้จริงที่นำมาปฏิบัติได้ โดยเกิดประโยชน์ต่อทั้งตนเองและผู้อื่น และไม่น่าจะหมายถึงวุฒิบัตร หรือปริญญาบัตรแต่เพียงอย่างเดียว

หลายคนได้โจมตีระบบการศึกษามาโดยตลอด

มีนักศึกษาที่จบปริญญาตรี ปริญญาโท และแม้แต่ปริญญาเอกบางคนที่ยังหางานทำไม่ได้ และไม่พร้อมที่จะทำงาน บางคนถึงขั้นดูถูกการงานที่ต่ำกว่าวุฒิชั้นสูงสุดที่ตนได้รับ

รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยของไทย จะต้องได้รับการเลือกตั้งทุก ๆ 4 ปี จะต้องรับผิดชอบในผลงานต่อประชาชนและสภาทั้ง 2 สภา

จะให้รัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบมีท่าทีอย่างไรต่อการกล่าวหาโจมตีว่ารัฐบาลเป็นเผด็จการที่กำลังสร้างความวิบัติให้กับประเทศในระยะยาว

ในเมื่อบุคคลในคราบนักวิชาการได้ทำการกล่าวหาโจมตีโดยไม่ต้องรับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็ไม่ได้มีหน้าที่และความชอบธรรมแต่อย่างใด และควรแสดงความเห็นเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น

ดังนั้นจึงเป็นทั้งความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และเป็นการกำหลาบพวกที่แอบอ้างสถานภาพ แต่กลับมิได้มีความเป็นนักวิชาการที่แท้จริงแต่อย่างใด

ถ้ารัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะชี้แจงและตอบโต้ ก็ไม่รู้จะเป็นรัฐบาลไปทำไม ในเมื่อคนที่ไม่มีใครเลือกก็ยังด่ารัฐบาลได้เป็นประจำ แล้วรัฐบาลไม่มีสิทธิ์จะไปโต้ตอบ หรือรัฐบาลมีสิทธิ์แค่ชี้แจงแบบสุภาพ ๆ ต่อคำกล่าวหาถ่อย ๆ อย่างนั้นหรือ

ชีพ ชูชัย (203.170.152.116)
18 ก.ย. 2546 15:01:20


ความคิดเห็นที่ 33
เห็นนายธีรยุทธ์พูดได้ทุกเรื่องแต่ถามเงินบริจาคของประชาชชนหายไปไหนไม่ยอมตอบ

ชวด (158.108.8.120)
18 ก.ย. 2546 15:51:08


ความคิดเห็นที่ 34
กราบเรียนผู้ร่วมกระดานที่เคารพทุกท่าน.

ผมคิดเอาเองนะครับว่าถ้าข้อเขียนหรือคำพูดของนายธีรยุทธที่เผยแพร่ออกมานี้มันเป็นลักษณะอะไรก็ตามแต่รู้สึกว่าทำให้นายกเขาเสียหายหรือเสื่อมเสียหรือหมดกำลังใจหรืออะไรๆก็ตามที่เป็นแง่ลบก็ตามถ้ามองเห็นเป็นอย่างนี้แล้วนายกรัฐมนตรีก็ได้ตอบแทนไปตามที่เขามองเห็นแล้วนี่นาหรือถ้านายกฯเห็นว่ายังไม่เพียงพอก็ทำอะไรสักอย่างก็ได้ที่คิดว่านายกฯจะรักษาปกป้องศักดิ์ศรี(ที่คิดว่าเสื่อมเสีย)ไปจากข้อเขียนหรือคำพูดของนายธีรยุทธเหล่านั้นได้ซึ่งก็มีกรอบอะไรๆตั้งหลายอย่างที่จะให้นายกฯเขาทำได้ไม่ว่าจะเป็นกรอบของกฎหมายบ้านเมืองทั้งอาญาทั้งทางแพ่งหรือใช้มาตรการทางสังคม(ที่กำลังปรากฎอยู่ทุกวันนี้แม้ในกระดานนี้)ตอบโต้ข้อเขียนคำพูดที่ล้าหลังไร้ประโยชน์แก่นายธีรยุทธคืนไปได้อยู่แล้ว

โดยส่วนตัวของชาวบ้านที่ไม่ได้มีวุฒิการศึกษาเป็นนักวิชากงวิชาการอะไรกับเขานั้นผมมองว่าคนๆหนึ่งได้มาเป็นนายกฯเพราะคนส่วนใหญ่เลือกลงคะแนนเสียงให้ได้มาเป็นเพื่อทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง(ไม่ได้มาเป็นเจ้าเป็นนาย)ทำไมใครๆที่อยู่ในฐานะที่เป็นประชาชนเขาจะวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้???ดูๆไปแล้วถ้าวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้มันไม่สอดคล้องกับภาพที่คนๆนั้นเขาแสดงออกเมื่อวันที่เขาออกทีวี,ขึ้นเวทีเดินสายหาเสียงยกมือเป็นฝักถั่วทั้งวันทั้งคืนเพื่อบอกกับคนทั้งประเทศว่าขอให้ผมได้เป็นนายกฯเถิดผมจะเข้ามารับใช้..."พ่อ,แม่,พี่,น้องประชาชนทั้งหลาย" อย่างนั้นอย่างนี้...คือแสดงภาพเป็นผู้น้อยถ่อมตนติดดินออกทีวีมีภาพว่าติดดินให้ใจคนยากคนจนต่างๆนาๆ....เวลาผ่านไปไม่นานภาพนั้นเปลี่ยนไป...เปลี่ยนมาเป็นภาพของ"ผู้ใหญ่"เป็นเจ้าคนนายคนใครหน้าไหนอย่าได้พูดหรือเขียนอะไรที่ท่านไม่โปรดเป็นผู้ใหญ่ในแบบจารีตนิยม(อำนาจมากๆ)ทุกเรื่องฉันรู้ดีหมดแล้วอย่าเสือกมาสอน,ถ้าไม่เจ๋งไม่เก่งจริงจะมีความสามารถประสพความสำเร็จร่ำรวยมหาศาลได้อย่างรวดเร็วในเวลาลัดนิ้วมือได้อย่างไร?xxxคนที่วิจารณ์น่ะรวยหรือยังแค่รวยมันยังทำไม่ได้เลยนับประสาอะไรจะมารู้ดีกับเรื่องยากๆอย่างการเป็นเจ้าคนนายคนอย่างนี้(วะ)???

อย่างนี้หรือครับที่บทบาทของผู้ที่เรียกได้ว่าเป็น ..."ผู้หลักผู้ใหญ่"(แบบคิดใหม่ทำใหม่)

อย่างนี้หรือครับที่เขาเรียกว่าเป็น "นายกรัฐมนตรีแบบประชาธิปไตย"(ที่ท่านบอกว่าท่านรู้ดีอยู่คนเดียว) แล้วท่านรู้ดีว่าประชาธิปไตยมันคืออะไรแล้วท่านรู้หรือไม่ว่าเผด็จการทรราชย์มันมีหน้าตาเป็นอย่างไร?ก็คงรู้ดี(อยู่คนเดียว)เหมือนรู้ประชาธิปไตยดีอีกนั่นแหละกระมัง...

สรุปว่าก็เมื่อข้อเขียนหรือคำพูดที่มันออกจากปากของจะใครยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ช่างมันเถิดครับถ้ามันไม่มีประโยชน์ก็ไม่เห็นต้องลงทุนลงแรงไปเสียเวลาวิสาสะกับมันเลยปล่อยให้บรรดาพวกไม่มีที่อยู่มันหาที่อยู่ด้วยปากด้วยปากกาของมันไปเถิด ความดีงามของตำแหน่งนายกฯมันคงไม่ได้อ่อนแอพังทลายลงได้ง่ายๆด้วยคำพูดหรือข้อเขียนอันล้า

หลั งไม่พัฒนาของนักวิชาการหลงยุคพวกนั้นหรอกกระมัง ถ้ามันจะพังมันจะไม่มั่นคงมันน่าจะเป็นไปโดยที่มาของการได้มาซึ่งตำแหน่ง(อันมีเกียรติ)นั้นต่างหาก?หรือมิใช่?

//ขอแสดงความนับถือ

วรพจน์ พิทักษ์ (unknown, 203.157.100.22)
18 ก.ย. 2546 16:31:46


ความคิดเห็นที่ 35
สวัสดีค่ะ คุณเด็กใหม่


เห็นด้วยกับความคิดเห็น ที่ 25 ของคุณนะคะ เอาเฮอะค่ะ ที่จริงนายกทักษิณ ก็มีจุดอ่อนเรื่องนี้แหละ แต่ถ้าไม่มีจุดนี้ เดี๋ยวเราจะหาอะไรติแกไม่ได้เลย จะเซ็งและเหงาไปนะคะ

CA (203.170.148.184)
18 ก.ย. 2546 23:04:28


ความคิดเห็นที่ 36
ครับผมคุณ ca ย่อมมีสิทธิ์ตอบโต้ครับ


แต่ตอบโต้แล้วผลของการตอบโต้เป็นอย่างไร เราคนไทยผู้รับฟังจะได้ตัดสินกันเอง ว่าควรเชื่อฝ่ายใด


ปกติการวิพากษ์ผู้มีอำนาจในเมืองไทย เราทำกันเสมอ ไม่ใช่ไม่เคยทำ


แม้ตอนสิ้นปี ผู้สื่อข่าวก็มักตั้งฉายาต่างๆให้กับผู้คนใแวดวงการเมือง ผมคิดว่าเรื่องธรรมดาครับ


อย่างป๋าเหนาะก็ได้รับฉายา ไดโนเสาร์ ตอนนี้ท่านก็ออกมาขอฉายาใหม่ เป็นป๋าเหนาะคอมพิวเตอร์ แทนไอคิว 30 ตัน


เราเคยมีฉายาช่างทาสี นักสร้างภาพ หน้าเหลี่ยมเทียมเมฆ นายกเทวดา เทวดาเหลิงลม มากมายครับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศไทยมีการตั้งฉายาให้นักการเมือง ส่วนจะติดปากประชาชนหรือไม่ ก็แล้วแต่ว่า ภาพหรือฉายาที่คนอื่นตั้งให้นั้น มันตรงกับความเป็นจริงที่ประชาชนมองเห็นหรือไม่


เมืองไทยชอบโต้วาที ชอบการเชือดเฉือนด้วยคารม ไม่ต้องพูดกันมา ถ้าเพียงแต่นายกพูดคำเดียวว่า...อย่าไปเชื่อนักวิชาการหลงยุค...


ผมคิดว่าบรรยากาศจะแตกต่างกว่านี้เยอะครับ

ถ้าไปอธิบายมากๆ คนกลับไม่ชอบ เพราะอยากคิดต่อเอาเอง


ผมคิดว่าเป็นวัฒนธรรมของการเมืองไทยธรรมดาๆที่คนไทยคุ้นเคย


นายกอาจลืมๆวัฒนธรรมตรงนี้ไปครับ...ใครจะค้านก็ได้นะครับ


ที่จริงเคยมีนักเขียนอย่างคุณวาณิช จรุงกิจอนันต์ เคยตั้งคำถามทำนองนี้มาแล้วเมื่อต้นปี

นักข่าวมีสิทธิ์อะไรไปตั้งฉายานักการเมือง...


น่าคิดครับ มองได้สองทางหรือหลายทางครับ

เด็กใหม่ (203.156.8.159)
19 ก.ย. 2546 00:37:04

พรรคการเมือง
:: พรรคประชาธิปัตย์
:: พรรคไทยรักไทย
::พรรคชาติไทย
::พรรคชาติพัฒนา
บ้านสวนลุงแคน

สรวลเสเฮฮา
น้ำบุญ สามตำบล
อรัญ คนโก้

ลิ้งค์ทั่วแดน-ค้นหา

อาร์ตเล็กเล็ก อังศุมาลิน

บ้านดอกบัว
บ้านครูต๊อก
บ้านใจเป็นธรรม
นักเลงโบราณ
บ้านแม่พลอย
บ้านพลสมบัติ

บ้านโจ
บ้านน้องนัท
บอร์ดแม่เฒ่า

ซุปเปอร์เว็บ  
msn yahoo |
sanook | hunsa |
pantip | thai.net

สภากาแฟ
กลอน/น้ำพิง/ภูผา
อเมริกา - อิรัก
ชม.ต่อ ชม.สงครามอ่าว
เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
.
   
1
Hosted by www.Geocities.ws