สารบัญบทความ

 

:: รัฐสภาไทย
:: รัฐธรรมนูญ๒๕๔๐
คณะกรรมการเลือกตั้ง
ปราบปรามการฟอกเงิน
ปราบปรามทุจริตแห่งชาติ
:: วุฒิสภา

 

เอ็มเว็บ
สนุกดอทคอม












Home | Quest book| Contact us| About me |Links
 
.ยินดีต้อนรับคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม......เชิญอ่านข้อความทั้งหลายตามสบายครับ
..........ดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ
ดุลการชำระเงิน (Balance of Payment)

ดุลการชำระเงิน หมายถึง ผลสรุปของการทำธุรกรรม (economic transactions) ระหว่างผู้มีถิ่นฐาน ในประเทศ (residents) กับผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ (nonresidents) ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ดังนั้นดุลการชำระเงินจึงเป็นการเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจ (economic flow) ในช่วงเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปใช้เวลา 1 ปี โดยสะท้อนให้เห็นถึงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลงสิทธิความเป็นเจ้าของ (ownership) สิทธิในการเรียกร้อง (claims) หรือภาระในการที่จะถูกเรียกร้อง (liabilities) ในตัวสินค้า บริการ รายได้ สิทธิหรือหนี้สินทางการเงินกับต่างประเทศ รวมถึงธุรกรรมประเภทการโอนและบริจาค (transfers) ระหว่างผู้มีถิ่นฐานในประเทศกับผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ

ผู้มีถิ่นฐานในประเทศ (residents) หมายถึง หน่วยสถาบันซึ่งประกอบด้วยครัวเรือน และองค์กรตามกฏหมายที่มีถิ่นฐานและมีการ ดำเนินกิจกรรมหรือธุรกรรมทางเศรษฐกิจในขอบเขตของประเทศนั้นๆ อย่างชัดเจน โดยมีระยะเวลาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปทั้งนี้ ี้ยกเว้นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยงานรัฐที่จัดตั้งอยู่ในประเทศ เช่น สถานทูต ฐานทัพทหาร รวมถึงนักเรียน และคนไข้ที่ พำนักอยู่ในต่างประเทศเกิน 1 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีถิ่นฐานในประเทศเดิมของตน

ผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ (nonresidents) หมายถึง ผู้ที่มิได้มีถิ่นฐานในประเทศตามความหมายที่ได้อธิบายข้างต้น

ดุลการชำระเงินระหว่างประเทศประกอบไปด้วยบัญชีหลัก 3 บัญชีคือ

1.ดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account)
คือ ผลรวมสุทธิของดุลการค้า และดุลบริการ บริจาค และเงินโอน

- ดุลการค้า (Trade Balance) เป็นผลต่างสุทธิระหว่างสินค้าออกกับสินค้าเข้าที่เก็บรวบรวมจากใบขนสินค้าโดยกรมศุลกากร ซึ่งแสดงถึงปริมาณและมูลค่าสินค้าที่มีการนำเข้าและส่งออกนอกราชอาณาจักร และเพื่อให้เป็นไปตามคำนิยามของดุลการชำระเงิน จึงมีการปรับสถิติบางรายการของกรมศุลฯ ได้แก่ ธุรกรรมระหว่างผู้มีถิ่นฐานในประเทศ (residents) ด้วยกัน เช่น สินค้าที่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูต หรือสินค้าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของ เช่น สินค้าที่ส่งไปซ่อมแซม สินค้าที่นำเข้ามาชั่วคราว สินค้าตัวอย่าง และสินค้าเช่า เป็นต้น รวมถึงสินค้าที่มีการนำเข้าและส่งออกจริงแต่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร เช่น สินค้าทหาร ไฟฟ้า และเครื่องบินพาณิชย์

- ดุลบริการ (Service Account)เป็นผลต่างสุทธิที่แสดงถึงการค้าระหว่างประเทศในด้านบริการ ประกอบด้วย ค่าขนส่ง ค่าระวาง ค่าประกันภัย ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว ค่าบริการทางธุรกิจและการเงิน รวมถึงค่าลิขสิทธิ์ เป็นต้น


รายได้ (Income) ประกอบด้วยผลตอบแทนการจ้างงาน หมายถึง รายได้ในรูปของค่าจ้าง เงินเดือนและสวัสดิการ ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน และรายได้จากการลงทุน หมายถึง ผลตอบแทนที่ได้รับจากการถือครองทรัพย์สินทางการเงินในต่างประเทศ ได้แก่ ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนโดยตรง การลงทุนในหลักทรัพย์ และการลงทุนอื่นๆ

เงินโอนและบริจาค (Current transfers) หมายถึง เงินบริจาค หรือเงินช่วยเหลือต่างๆ ที่ผู้มีถิ่นฐานในประเทศ (residents) ได้รับหรือโอนให้ผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ (nonresidents) ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิทธิความเป็นเจ้าของในทรัพยากรที่แท้จริงหรือทางการเงิน

2.บัญชีเงินทุน (Capital Account / Finance Account)

เป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์และหนี้สินระหว่างผู้มีถิ่นฐานในประเทศ กับผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ โดยสินทรัพย์จะแสดงถึงสิทธิในการเรียกร้อง ขณะที่หนี้สินจะแสดงถึงภาระที่จะถูกเรียกร้อง ประกอบด้วยบัญชีทุน (Capital Account) และบัญชีการเงิน(Financial Account)

บัญชีทุน (Capital Account) หมายถึง รายรับและรายจ่ายที่เกิดจาก1) ธุรกรรมเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Transfer) ทั้งในรูปตัวเงินและในรูปมิใช่ตัวเงิน ได้แก่ การโอนย้ายเงินทุนที่เกิดจากการซื้อขายสินทรัพย์ถาวร การโอนสิทธิในทรัพย์สินถาวร และการยกเลิกหนี้สินโดยเจ้าหนี้ และ2) การซื้อขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดการผลิต และมิใช่ทรัพย์สินทางการเงิน (Acquisition / Disposal of non-produced, non-produced, non-financial assets) หมายถึงการซื้อขายทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น ที่ดิน และทรัพย์สินที่ไม่สามารถจับต้องได้ เช่น ที่ดิน และทรัพย์สินที่ไม่สามารถจับต้องได้ เช่นลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้าและสัญญาเช่า

- บัญชีการเงิน (Financial Account) หมายถึงธุรกรรมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมถึงการลงทุนโดยตรง (Direct Investment) การลงทุนในหลักทรัพย์(Portfolio Investment) และการลงทุนอื่น ๆ (Other Investment)

เงินลงทุนโดยตรง (Direct Investment) เป็นธุรกรรมการลงทุนซึ่งมีเสถียรภาพที่ผู้ลงทุนที่มีถิ่นฐานในประเทศหนึ่งมีต่อธุรกิจที่มีถิ่นฐานในอีกประเทศหนึ่ง โดยผู้ลงทุนมีส่วนในการบริหารธุรกิจนั้น ๆ ประกอบด้วยเงินลงทุน 3 ลักษณะคือ :

เงินลงทุนในหุ้นสามัญของบุคคลหรือนิติบุคคล โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป หรือมีสิทธิในการร่วมบริหารกิจการ

เงินกู้ยืมระหว่างบริษัทในเครือ (Loans from Affiliates) ยกเว้นกรณีบริษัทเงินทุน, บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ โดยจะถือเป็นเงินกู้ยืม อื่น ๆ แทน

กำไรที่นำกลับมาลงทุน (Reinvested Earnings) หมายถึง รายได้ในรูปเงินปันผลของผู้มาลงทุนโดยตรงที่สมควรได้รับตามสัดส่วนการถือหุ้นในวิสาหกิจนั้น ๆ หรือรายได้ของสาขาที่ไม่ส่งกลับผู้ลงทุน อย่างไรก็ดี สำหรับข้อมูลที่ธปท. จัดทำขณะนี้ยังไม่รวมข้อมูลในส่วนของ กำไรที่นำกลับมาลงทุน

เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เป็นการลงทุนโดยตรงจากผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นฐานะด้านหนี้สินของประเทศ

เงินลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ เป็นการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศโดยคนไทย ซึ่งนับเป็นฐานะด้านสินทรัพย์ของประเทศ ทั้งนี้ในส่วนของทุนเรือนหุ้นถือเกณฑ์ต่างจากการลงทุนโดยตรง โดยถือเกณฑ์ตั้งแต่ร้อยละ 25 เป็นหลัก

เงินลงทุนในหลักทรัพย์ (Portfolio Investment) หมายถึง ธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายตราสารทุน (equity securities) และตราสารหนี้ (debt securities) ทั้งในรูปของพันธบัตร (bonds) ตั๋วเงิน (notes) เครื่องมือทางการเงิน(money market instruments) และตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน(financial derivatives) ทั้งนี้ ยกเว้นตราสารที่จัดเป็นการลงทุนโดยตรงและทุนสำรอง

เงินทุนอื่น ๆ (Other Investment)
ประกอบด้วยเงินกู้ สินเชื่อทางการค้า เงินฝากและบัญชีลูกหนี้ และเจ้าหนี้อื่น ๆ

หนี้ต่างประเทศ (External Debt)
หนี้ต่างประเทศ หมายถึง ยอดคงค้างหนี้สินส่วนที่ไม่ใช่ทุนเรือนหุ้นของผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ (residents) ก่อขึ้นโดยมีภาระผูกพันที่ต้องชำระคืนเงินต้นให้กับผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ (nonresidents) ทั้งหนี้สินที่มีดอกเบี้ย หรือไม่มีดอกเบี้ย โดยรวมหนี้สินทุกสกุลเงินและทุกประเภทของการกู้ยืม

- หนี้ต่างประเทศระยะยาว (Long-term External debt) หมายถึง หนี้ต่างประเทศที่มีระยะเวลาครบกำหนดมากกว่า 1 ปี ขึ้นไป

- หนี้ต่างประเทศระยะสั้น (Short-term External debt) หมายถึง หนี้ต่างประเทศที่มีระยะเวลาครบกำหนดน้อยกว่า หรือเท่ากับ 1 ปี

- หนี้ต่างประเทศภาคเอกชน หมายถึง หนี้ต่างประเทศที่ภาคเอกชนเป็นผู้ก่อขึ้นกับผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ ประกอบด้วยหนี้ของภาคธุรกิจธนาคาร (ธนาคารพาณิชย์ และกิจการวิเทศธนกิจ) และภาคธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร อาทิ บริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ นิติบุคคลที่ประกอบการค้า การผลิต และบุคคลธรรมดา

- หนี้ต่างประเทศภาคทางการ หมายถึง หนี้ต่างประเทศที่ภาคทางการเป็นผู้ก่อขึ้นกับผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ ประกอบด้วยหนี้ของรัฐบาลกลาง (กู้ในนามรัฐบาลไทย๗ หนี้ของรัฐวิสาหกิจ และหนี้ของเอกชนที่รัฐบาลค้ำประกัน รวมทั้งหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย

3.เงินสำรองระหว่างประเทศ (Reserves Assets)

เงินสำรองระหว่างประเทศ คือ สินทรัพย์ต่างประเทศที่ถือครองหรือควบคุมโดยธนาคารกลางและสามารถนำ มาใช้ประโยชน์ทันทีที่จำเป็น เช่น การชดเชยการขาดดุลการชำระเงินหรือใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการดำเนินนโยบายอัตราแลก เปลี่ยน เงินสำรองระหว่างประเทศ ประกอบด้วย ทองคำ สิทธิพิเศษถอนเงิน (Special Drawing Rights : SDR) สินทรัพย์ส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และสินทรัพย์ในรูปเงินตราต่างประเทศ

บัญชีฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ (international Investment Position) คือ

บัญชีที่แสดงสินทรัพย์และหนี้สินต่างประเทศ ของแต่ละประเทศซึ่งบันทึกรายการทางการเงิน เช่น สิทธิเรียกร้องจากผู้ที่มีถิ่นฐานในต่างประเทศ หนี้สินต่อผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ ทองคำในทุนสำรอง และสิทธิพิเศษถอนเงิน

ฐานะในการลงทุนระหว่างประเทศ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงธุรกรรมทางการเงิน การเปลี่ยนแปลงของมูลค่า และการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ซึ่งจะมีผลต่อระดับของสินทรัพย์และหนี้สินในช่วงระยะเวลานั้น ๆ

บัญชีการลงทุนระหว่างประเทศ

บัญชีการลงทุนระหว่างประเทศ ประกอบด้วยรายการทางด้านสินทรัพย์และหนี้สินต่างประเทศ ตามแบบฉบับของบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย ในบัญชีดุลการชำระเงิน ซึ่งองค์ประกอบจำแนกตามประเภทเงินทุน โดยสินทรัพย์จำแนกเป็น เงินทุนจากการลงทุนโดยตรง เงินลงทุน ในหลักทรัพย์ เงินลงทุนอื่น ๆ และเงินทุนสำรอง ด้านหนี้สินจำแนกเป็น เงินทุนจากการลงทุนโดยตรง เงินลงทุนในหลักทรัพย์ และเงิน ลงทุนอื่น ๆ

ดัชนีราคาสินค้าออก / ดัชนีราคาสินค้าเข้า (Export Price Index and Import Price Index)

ดัชนีราคาสินค้าออก / ดัชนีราคาสินค้าเข้า เป็นดัชนีที่ใช้วัดการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าออก/สินค้าเข้าโดยรวม ทั้งนี้ การจัดทำดัชนีราคาจะใช้ข้อมูลที่ได้จากกรมศุลกากร โดยจำแนกสินค้าออกและสินค้าเข้าเป็นตามหมวดตามการแบ่งรหัสการค้าระหว่างประเทศแบบมาตรฐาน (Standard International Trade Classification) ในแต่ละหมวดประกอบด้วยสินค้าต่าง ๆ ซึ่งแบ่งย่อยตามรหัสฮาร์โนไนซ์ 10 หลักเป็นมูลค่า และปริมาณ จากนั้นคำนวณาคาต่อหน่วยของสินค้า โดยนำปริมาณไปหารมูลค่าของสินค้านั้น ๆ แล้วนำรายการย่อยเหล่านั้นมาคำนวณดัชนีราคาสินค้าออก/สินค้าเข้า โดยใช้สูตรของ Fisher ที่เป็น Chain Index และใช้ปี 1995 เป็นปีฐาน ปัจจุบันจำนวนรายการสินค้าที่ใช้คำนวณดัชนีราคาสินค้าออกมีประมาณ 5,000รายการ ส่วนสินค้าเข้ามีประมาณ 6,000 รายการ ซึ่งครอบคลุมมูลค่าการค้ากว่าร้อยละ 90

ที่มา : http://www.riphuket.ac.th/~economic/article/balance_of_trade.htm


Home

 
 
 บทความ-ข่าว
การเมือง
เศรษฐกิจ
สังคม
การศึกษา
อาชญากรรม
วิทยาการ
ท่องเที่ยว
อินเตอร์เน็ต
ลิ้งอุตลุด
กฎหมาย
ศิลปวัฒนธรรม
วัยรุ่น
เพลง
โทรทัศน์
ภาพยนต์
  
 
 
 
  
มุมธรรมะ
เกษตรพอเพียง
ข่าว-บทความ
สภากาแฟ
สนทนาประสานักกลอน
กระทู้ฮิตติดใจ


ขอขอบคุณ...ทั้งแหล่งข้อมูล...และเว็บต่างๆ ที่ผมเข้าไปลอกมา.....
  ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยเจ้าของสำนวน วัตถุประสงค์ของการทำเว็บนี้
ก็เพื่อศึกษาความเป็นไปของสังคมและความคิดเห็นของมหาชนต่อเหตุการณ์นั้นๆ ในฐานะผู้นำมาเผยแพร่และเก็บไว้เป็นคลังข้อมูลข้อความทั้งหมดไม่สามารถระบุได้ ว่า เป็นความจริง หรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมาย
และ ศีลธรรม
ขอได้โปรดติดต่อข้าพเจ้าตามที่อยู่ของเว็บไซด์นี้ และขอขอบคุณที่มาเยี่ยมชม




กลับหน้าสารบัญบทความ
ติดต่อทางจดหมายอีเลคโทรนิคส์ [email protected] tel. 01-0709394-lungcan
Hosted by www.Geocities.ws

1