The Worst Night That I’ve ever had
By..
.Zax

TAMAHIRO VS MAKOTO

“พักนี้พี่สนิทกับรุ่นพี่มาโคโตะจังนะฮะ” ทามากิอดทักไม่ได้ เมื่อพี่ชายกำลังจะออกไปข้างนอก ซึ่งเขาก็รู้ดีว่าไปเที่ยวกับมาโคโตะ

“ก็เค้าอยากให้พี่ไปเที่ยวเป็นเพื่อนน่ะ” ทามาฮิโระตอบแกนๆ เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงยอมทิ้งเวลาว่างของตัวเองออกไปข้างนอกกับมาโคโตะ เวลาที่อยู่กับมาโคโตะแล้ว รู้สึกสบายใจดี ถึงแม้มาโคโตะจะชอบเอาใจเขาเกินไปหน่อย แต่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองมีคนให้ความสำคัญ ทามากิไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะรู้จักนิสัยของทั้งสองคนดี พี่น่ะ ขี้ใจอ่อน ไม่ค่อยปฏิเสธคน ส่วนมาโคโตะก็อันตราย ในหัวก็มีอยู่เรื่องเดียว เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร่นักว่ามาโคโตะคิดจะทำอะไร ใกล้ชิดพี่เขาเพื่อแย่งเขาคืนหรอ ก็ไม่น่าใช่ เพราะช่วงนี้มาโคโตะแทบจะไม่ได้มายุ่งกับเขาเลยก็ว่าได้ ขนาดซ้อมเทนนิสให้ ยังไม่เห็นมีท่าทีแบบตอนแรกที่เจอเลย คิดจะนอนกับพี่ยิ่งแล้วใหญ่ พี่คงไม่ยอมแน่ๆ เสียงกริ่งทำลายความคิดของทามากิ เขาเดินไปเปิดประตูอย่างรู้ดีว่าเป็นใคร

“หวัดดี” ทั้งสองทักทายกัน ทามากิมองร่างสูงที่เข้ามาอย่างไม่ไว้ใจ “ทามาฮิโระล่ะ”

“โทรศัพท์อยู่ เดี๋ยวออกมา นี่ถามจริงๆเหอะ รุ่นพี่คิดจะทำอะไรกันแน่” ทามากิยืนเท้าสะเอวถาม

“พูดอะไรน่ะ” ร่างสูงหัวเราะขำ “ชั้นจะไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่ได้เชียวหรอ”

“แล้วทำไมต้องเป็นพี่ด้วยล่ะ”

“ก็ชั้นกับเค้า เราคุยกันถูกคอนี่ ทำไม หรือว่า...หึง” มาโคโตะเลื่อนใบหน้ามาใกล้ ทามากิผละออกแทบจะทันที

“อย่ามาทำแบบนี้นะ ไม่ได้หึงรู้ไว้ซะ ถ้าคิดจะทำอะไรพี่ล่ะก็ ผมเอาตายนะจะบอกให้” ทามากิทำหน้าขึงขัง

มาโคโตะยักไหล่ นั่งลงบนโซฟา นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกัน พูดตรงๆ ทีแรกเขาคิดจะใช้ทามาฮิโระดึงทามากิกลับมา ในขณะเดียวกันก็คิดว่าถ้าไม่ได้ทามากิ ก็อยากจะลองจีบตัวพี่ชายดู แต่คงเพราะนิสัยทามาฮิโระที่มองโลกในแง่ดี แถมยังเป็นห่วงเขาบ่อยๆ จนไปๆมาๆกลายเป็นว่าเขาพอใจที่จะอยู่แบบนี้มากกว่าเสียอีก

“ขอโทษทีที่ช้า” ทามาฮิโระเดินออกมา มาโคโตะลุกขึ้นเดินตาม “พี่จะกลับมากินข้าวด้วยนะ แต่ถ้าจะกินข้าวบ้านอายะก็โทรมาบอกพี่ด้วย พี่จะได้กินข้างนอกเลย” ทามาฮิโระกอดน้องชาย

“ฮะ” ทามากิกอดแน่น ดวงตาจ้องเขม็งไปยังร่างสูงที่ยืนยิ้มกริ่มอย่างไม่ไว้ใจ “แล้วจะไปไหนกันหรอฮะ”

“ตามใจทามาฮิโระเค้าน่ะ”

ร่างเล็กชะงักเล็กน้อย ตามใจทามาฮิโระเค้าเนี่ยนะ นี่ใช่รุ่นพี่มาโคโตะหรือเปล่าเนี่ย เพิ่งเคยได้ยินประโยคนี้ ทุกทีมีแต่ตัวเองที่กำหนดทุกอย่างแท้ๆ ร่างสูงทั้งคู่เดินออกจากห้อง ทามากิมองตามเห็นรอยยิ้มของมาโคโตะที่เปลี่ยนไป ทำเอาเจ้าตัวอดคิดไม่ได้ ยิ้มนั่นอีก ตอนที่อยู่กับเราหรือพวกคู่ขาทั้งหลายเคยยิ้มแบบนี้สักครั้งมั้ยเนี่ย รอยยิ้มที่ปราศจากความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มที่มาโคโตะยิ้มให้พี่ชายเขาเป็นรอยยิ้มที่มาจากใจของตัวเอง หรือว่า...รุ่นพี่มาโคโตะจะจริงใจกับพี่ ทามากิสลัดความคิดนั้นออกไป บ้าน่า...พี่คงไม่สนใจหรอก ก็พี่น่ะจะหมั้นแล้วนี่นา

“ใครโทรมาอีกล่ะ” มาโคโตะอดถามไม่ได้ เมื่อทามาฮิโระคุยโทรศัพท์เสร็จ

“รุ่นน้องที่ทำงานน่ะ”

“คนที่เคยเล่าให้ฟังน่ะหรอ”

“อืม” เจ้าตัวทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย

“มีอะไรหรือเปล่า” มาโคโตะดึงมืออีกฝ่ายไว้ให้หยุดคุยก่อน

“ก็..” ทามาฮิโระคิดว่าควรจะเล่าดีมั้ย แต่ใบหน้าตั้งใจที่รอฟังเขาอยู่ ทำให้เขาตัดสินใจพูดออกมา “จะว่ายังงัยดี ที่ชั้นเคยบอกว่าเค้าค่อนข้างติดชั้นมากน่ะ แต่พักนี้ยิ่งหนักกว่าเก่าอีก”

“ยังงัย” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน

“อืม มันก็...เฮ้อ เค้าก็คอยโทรเช็คตลอดเลยว่าชั้นทำอะไรอยู่ แล้วก็..เยอะแยะ... ไม่รู้สิ เหมือนเค้าจะพยายาม เอ้อ...” ร่างโปร่งทำท่ากระอักกระอ่วน “...อยากจะรู้เรื่องส่วนตัวชั้นทุกอย่าง” ทามาฮิโระเลี่ยงคำที่จะพูดไป แต่มาโคโตะก็พยักหน้าเข้าใจ

“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ผมจะปกป้องทามาฮิโระเอง”

ทามาฮิโระหัวเราะ

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง”

“เอ้า ผมพูดจริงๆนะ”

“คร้าบๆ” ร่างโปร่งพยายามกลั้นหัวเราะกับใบหน้าขึงขังนั่น เพราะแบบนี้ล่ะสิ เค้าถึงชอบอยู่กับมาโคโตะ ไม่ว่าเรื่องหนักใจอะไร เขาก็สามารถลืมไปได้ มาโคโตะมองรอยยิ้มของอีกฝ่าย ทำให้อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ อยากจะให้ทามาฮิโระมีแต่รอยยิ้มแบบนี้ตลอดไปจริงๆ

“นี่ๆมาโคโตะ ไปสวนสนุกกันเหอะ นะๆ” ทามาฮิโระอ้อนออกมาอย่างลืมตัว ทำเอามาโคโตะนึกขำ คนๆนี้เด็กกว่าที่คิดแหะ ตอนแรกเห็นเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบครอบครัว แต่พออยู่กับเขาแล้วบางครั้งก็แสดงส่วนที่เป็นเด็กออกมา น่ารักจริงๆ

“ไปซิ”

“ช้าหน่อย ทามาฮิโระ นี่นายอายุ 24 จริงหรือเปล่าเนี่ย” มาโคโตะมองร่างโปร่งที่วิ่งร่าเข้าหาเครื่องเล่นทุกชนิด

“ก็ชั้นแทบไม่เคยมาเล่นของพวกนี้เลยนี่นา อ๊ะ ไอศกรีม นายเอาหรือเปล่า รออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวเอามาให้”

“ทามาฮิโระ!” มาโคโตะยืนเคว้งงงๆ หันไปมาก่อนจะทิ้งตัวลงบนม้านั่ง

“โอ๊ะโอ๋ นึกว่าตาฝาด ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าจะเจอมาโคโตะที่นี่ มาโคโตะผู้ไม่เคยคิดจะเข้าสวนสนุก” เสียงใสๆดังขึ้น มาโคโตะหันไปเห็นร่างเล็กยืนอยู่ตรงหน้าเขา ผมสีน้ำตาลเข้มสะท้อนแสงระยิบระยับ ดวงตากลมโตเป็นประกายเหมือนได้เจอของเล่น

“ไม่เจอกันนานนะ โคฮารุ” ร่างเล็กยิ้มหวานฉ่ำ นั่งลงข้างๆ

“วันนี้กินอะไรผิดสำแดงเข้าไปล่ะ คนที่เคยบอกว่าเกลียดสวนสนุก ที่นี่มันสำหรับพวกงี่เง่าน่ะ กลับมาอยู่ที่นี่ได้”

“ก็ลองงี่เง่าดูสักวันน่ะ” ร่างสูงยิ้ม “ว่าแต่มากับใครล่ะ” โคฮารุตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

“นั่น” พลางชี้ให้ดู ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนชู้ตลูกบาสอยู่ที่ซุ้ม “น่าเบื่อชะมัด เจอบาสทีไรเป็นวิ่งเข้าหาเนี่ย...” ดวงตากลมเป็นประกาย ช้อนมองมาโคโตะอบ่างมีความหมาย “เราไม่หาอะไรสนุกๆทำหน่อยเหรอ” โคฮารุส่งสายตาเป็นที่รู้กันว่าหมายถึงอะไร

“ตรงนี้รึ” มาโคโตะยิ้ม เพิ่งเจอกันก็จะทำเลยรึ แสดงว่าหมอนั่นคงแย่มากล่ะสิ

“ห้องน้ำก็ได้นี่ ใช่ว่าเราไม่เคย” มือเล็กวางแตะที่ขาของอีกฝ่าย ค่อยสอดเข้าไประหว่างกลางสัมผัสส่วนนูนที่เกินออกมาผ่านกางเกงยีนส์หนา

“โทษทีล่ะ ชั้นกำลังรอคน” ร่างสูงยืนขึ้น โคฮารุชักสีหน้าเล็กน้อยเมื่อไม่ได้ดังใจ

“ใครล่ะ” น้ำเสียงที่แสดงถึงความหึงหวง มาโคโตะถอนหายใจ

“เพื่อน”

“เพื่อน? มาโคโตะแน่ใจหรอว่าไม่ใช่เพื่อนนอน”

ร่างสูงไม่พอใจพูดเสียงแข็ง

“อย่ามาพูดจาดูถูกทามาฮิโระนะ”

โคฮารุเองก็ไม่พอใจเช่นกัน

“อ้อ ชื่อทามาฮิโระ แล้วเรื่องบนเตียงล่ะ เป็นงัย เก่งกว่าชั้นรึเปล่าล่ะ” โคฮารุหน้าบึ้ง ถึงแม้จะรู้ว่ามาโคโตะเจ้าชู้ขนาดไหน รู้ว่าเขาไม่มีทางได้เป็นคนรักของมาโคโตะ แต่ไอ้คนที่ชื่อทามาฮิโระนี่เป็นใครกัน ทำไมมาโคโตะถึงทำท่าปกป้องกันขนาดนี้

ร่างสูงมองตอบด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะเดินไป

“เดี๋ยว มาโคโตะ ชั้นขอโทษ” โคฮารุรีบคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ “ก้..ก็ชั้นรักมาโคโตะนี่นา ทำไมล่ะ ทำไมเป็นชั้นไม่ได้ล่ะ ชั้นจะเลิกกับหมอนั่นก็ได้ หมอนั่นไม่ได้มีความหมายอะไรเลย แค่คู่นอนเท่านั้น ชั้นน่ะคิดถึงมาโคโตะมาตลอดนะ”

“เธอก็รู้กฎของพวกเราดีนี่โคฮารุ” มาโคโตะพยายามดึงมือเล็กออก ถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง โคฮารุคงไม่ยอมปล่อยเขาแน่ เพราะงี้แหละ เขาถึงไม่ชอบคบจริงจังกับใคร ไม่ชอบให้ใครมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแบบนี้ ถึงแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกก็เหอะ ที่บรรดาคู่ขาของเขามาร้องห่มร้องไห้จะขอเป็นคนรักแบบนี้ แต่เขาก็เกลียดคนที่พูดจาไม่รู้เรื่องที่สุด “โคอารุฟังนะ ชั้นไม่ได้รักเธอ หรือใครทั้งนั้น” ร่างสูงเงยหน้าเห็นทามาฮิโระเดินตรงเข้ามา อะไรบางอย่างเหมือนหยุดเวลาเอาไว้ ในขณะนี้เขาเห็นแค่ใบหน้าของทามาฮิโระที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆเท่านั้น ร่างสูงพูดกับตัวเองราวกับถูกมนตร์สะกด “คนที่ชั้นรักน่ะ..คนที่ชั้นรัก...” คนที่เรารัก คือ …

“มาโคโตะ” ทามาฮิโระมองอย่างแปลกใจ เขาเรียกมาโคโตะหลายครั้งแล้ว เจ้าตัวก็ยังไม่รู้เรื่อง “มา-โค-โตะ”

“ห๋า เอ่อ…”

“ใจร้ายที่สุด...” เสียงเล็กดังขึ้น ทั้งสองก้มมองโคฮารุที่ยังคงเกาะแขนแน่น

“ มาโคโตะบ้า ทั้งๆที่ชั้น ฮึกๆ ทั้งๆที่..โฮ…” ทามาฮิโระมองงงๆสลับกับมองหน้าคนข้างกาย แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงอีกเสียงก็ดังขั้น

“นายทำอะไรโคฮารุน่ะ”

“เปล่า”

“โคฮารุเป็นอะไรไป มานี่เถอะ” ร่างเล็กที่ยังคงสะอึกสะอื้นโอนอ่อนไปตามแรงดึงของชายร่างใหญ่อย่างว่าง่าย มาโคโตะถอนหายใจ เมื่อตัวก่อเรื่องวุ่นวายไปเสียที

“เมื่อกี้มีอะไรหรอ”

“อ้อ ไม่มีอะไรหรอก” ทามาฮิโระมองด้วยสายตาเป็นห่วง “ไม่มีอะไรจริงๆ เดี๋ยวไอติมละลายหมดนะ”

ร่างโปร่งถอนหายใจ หลายครั้งที่เขายอมเปิดใจกับมาโคโตะ แต่ทุกครั้งมาโคโตะก็แทบไม่เคยเปิดใจบอกปัญหาให้เขารู้บ้างเลย รู้สึกเหมือนโดนลดทอนความสำคัญลงไปเลยแหะ แต่ทามาฮิโระก็รู้ดีว่าถึงต้อนไปมาโคโตะก็จะเอาแต่เลี่ยงไม่บอกอยู่ดี ถ้าเขาไม่อยากบอก สู้ยอมรอไปจนกว่ามาโคโตะจะยอมพูดสิ่งที่อยู่ในจิตใจลึกๆของเขาดีกว่า แต่ว่า เมื่อไร่ล่ะ....

“งั้น เอาไป” ทามาฮิโระยื่นให้ พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก็เขาเป็นแค่คนรู้จักเท่านั้นเองนี่นา จะไปหวังอะไรมากมาย มาโคโตะยังคงยืนจ้องใบหน้าเข้มของอีกฝ่าย “มาโคโตะ นายไม่เป็นไรแน่นะ”

“เอ้อ อื้อ” ร่างสูงได้สติ ได้แต่เกาแก้มแก้เขิน ความรู้สึกเมื่อครู่นี้มันช่างประหลาดดีแท้ เขาไม่เคยคิดว่าจะรักใคร หรือให้ความสำคัญกับใครมากไปกว่าตัวเอง แต่ว่าเมื่อกี้ ในขณะที่เขาคิดถึงคนที่ตัวเองรักนั้น ทำไมถึงเห็นแต่หน้าของทามาฮิโระนะ เพราะว่า...งั้นหรอ “ไม่ได้เป็นอะไร นายต่างหาก ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

ทามาฮิโระยิ้มเฝื่อนๆ ร่างสูงพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

“อยากกินไอติมจัง”

“อ๊ะ เอาสิ” ทามาฮิโระยื่นให้ มาโคโตะไม่ได้รับ เพียงแต่ก้มลงมากินจากมือของอีกฝ่ายเท่านั้น

“อร่อยจัง” ร่างสูงเลียริมฝีปาก

“ถือสิ จะได้กินสะดวก”

“อยากให้คนป้อน”

“ทำเป็นเด็กๆไปได้น่า มาโคโตะ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมถือ ทามาฮิโระได้แต่ยิ้มขำ ยอมป้อนแต่โดยดี เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำกลับช่วยปรับอารมณ์ของเขาให้ดีขึ้นได้ นายนี่มีพรสรรค์ในเรื่องทำให้คนอื่นสบายใจจริงนะ แต่ตัวนายเองล่ะ...

“ไปกันต่อเถอะ” มาโคโตะเดินโอบเอวรั้งให้ทามาฮิโระเดินไปทางอื่นพร้อมกับความรู้สึกที่ตัวเองเพิ่งค้นพบเมื่อครู่กับคนๆนี้

“วันนี้สนุกมากเลยล่ะ” ร่างโปร่งยิ้มกว้าง นานแล้วที่เขาไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้

“ชั้นก็สนุกเหมือนกัน” มาโคโตะมองตาอีกฝ่ายตรงๆ นัยน์ตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายบางอย่างจนทามาฮิโระชักเขิน ได้แต่แก้เขินด้วยการหัวเราะแหะๆ แล้วก็เดินก้าวขึ้นบันไดจนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง

“ขอบใจมากนะที่มาส่ง แล้วก็ขอบใจที่พาไปเที่ยว นายก็...กลับดีๆล่ะ” เงียบ... ทามาฮิโระเริ่มอึกอัก เมื่อมาโคโตะเอาแต่จ้องหน้าเขา ไม่พูดอะไร เป็นมาตั้งแต่ตอนที่อยู่สวนสนุกแล้วนะ

อยากจับ อยากสัมผัสคนๆนี้ มือใหญ่ไล้ตามใบหน้าเนียนอย่างลืมตัว ดวงตาที่ทอดมองทามาฮิโระอย่างอ่อนโยนทำให้ความคิดที่คิดจะผละออกหายไปทันที ได้แต่ใจอ่อนยวบ

“เอ่อ...มาโคโตะ”

อยากจูบอยากอด อยากให้คนๆนี้เป็นของเขาคนเดียว ร่างสูงช้อนใบหน้าอีกฝ่ายก่อนจะโน้มตัวลงอย่างช้าๆ ร่างโปร่งได้แต่ตะลึงงัน หัวสมองว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออก

“พี่!” เสียงเรียกที่อาจเรียกได้ว่ากึ่งตะคอกก็เป็นได้ ดังขึ้นมาจากหน้าประตู ทามากิยืนมองหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ร่างโปร่งรีบผละออกมาจากอุ้งมืออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว มาโคโตะเพียงแค่มองด้วยสายตาเรียบเฉยเท่านั้น

“...” ทามาฮิโระพูดอะไรไม่ออก เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรมั้ยในสถานการณ์แบบนี้ เพราะไม่ว่าจะแก้ตัวหรือปฏิเสธอย่างไร ภาพที่เห็นมันก็คือ เขากำลังจะจูบกับผู้ชายน่ะแหละ ทั้ง3 ยืนเงียบ ต่างคนต่างไม่พูดไม่จา ทามากิมองร่างสูงอย่างเข่นเขี้ยว มาโคโตะมองมาที่เขา ส่วนเขาก็ได้แต่มองไปมาระหว่างน้องชายกับมาโคโตะ จนกระทั่งร่างสูงเอ่ยเสียงเบาออกมา

“เข้าบ้านเถอะ ดึกแล้วอากาศเริ่มเย็น เดี๋ยวจะไม่สบาย” ทามากิยืนกัดริมฝีปากอยู่ครู่หนึ่งแล้วดึงแขนพี่ชายตนเองเข้าบ้าน ทามาฮิโระเหลียวหลังหันมามอง ก่อนจะหลบตา ริมฝีปากบางพึมพำเบาๆ

“ราตรีสวัสดิ์” เสียงประตูปิดกระแทกดังปัง มาโคโตะถอนหายใจพลางตบหัวตัวเอง เขาทำบ้าอะไรเนี่ย จู่ๆก็จะจูบทามาฮิโระแบบนั้นเนี่ย แล้วจะมองหน้ากันได้ยังงัย สิ่งที่เขากลัวมากที่สุด คือ การถูกทามาฮิโระเกลียด พอคิดแบบนี้ ร่างสูงก็ใจหายวาบ ทามาฮิโระจะเกลียดเขาเพราะการกระทำเมื่อครู่หรือเปล่านะ

ภายในห้องบรรยากาศชักจะเริ่มอึดอัด ทั้งสองนั่งกินข้าวเย็นด้วยกันไม่พูดไม่จา ทามาฮิโระมองหน้าน้องชายก็พอจะรู้ว่าทามากิโกรธพอสมควร แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ร่างเล็กก็ชิงพูดออกมาเสียก่อน

“พี่น่ะ จะทำอะไรกันแน่กับรุ่นพี่มาโคโตะข้างนอกนั่น”

ร่างโปร่งชะงักกึก

“ไม่รู้สิ” เขาไม่รู้จริงๆว่าตอนนั้นตั้งใจจะทำอะไร

“พี่น่ะ จะแต่งงานแล้วนะ เพลาๆเรื่องเที่ยวบ้างสิ” ทามากิเอ่ยเสียงเรียบๆ เขารู้ดีว่าพี่ชายแทบไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย นอกจากไปกับมาโคโตะ ซึ่งมันก็หมายถึงอยากจะให้ทามาฮิโระเลิกไปกับมาโคโตะเสียที

“พี่ก็แค่อยากมีเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง”

“เพื่อน? พี่คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่เพื่อนเค้าทำกันหรอ นั่นไม่ใช่เพื่อนนะฮะ นั่นมัน....” พลันก็ต้องเงียบกริบ ถ้าเขาพูดไปแล้วเข้าตัวเอง คงจะยิ่งแย่กว่าเก่า ทามาฮิโระเองก็พลอยอึ้งไปด้วย

“ทามากิไม่ต้องเป็นห่วง พี่โตแล้วรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร มาโคโตะเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ไม่มีอะไรหรอก” คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าที่พูดออกมานั่นมาจากใจจริงของเขาหรือเปล่า

“ตอนเย็นพี่มิกิโทรมาฮะ บอกว่าจะกลับวันมะรืนนี้” ร่างเล็กรอดูปฏิกิริยาจากพี่ชาย

“อ้อ อือ...งั้น...พี่ไปโทรศัพท์เดี๋ยวมา” ร่างโปร่งลุกขึ้นไปอย่างเสียไม่ได้ ยิ่งเมื่อเสียงปลายสายตอบกลับมา เขากลับยิ่งรู้สึกละอาย เพราะอะไรกันนะ เขาแทบจะลืมเธอไปแล้วด้วยซ้ำตั้งแต่มาโคโตะเริ่มสนิทกับเขา ทามากิสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของพี่ชาย ยิ่งเมื่อเห็นชื่อว่าเป็นใครก็ยิ่งโมโห

“ฮัลโหล ทามาฮิ...”

“รุ่นพี่มาโคโตะ” มาโคโตะชะงักไปเมื่อไม่ใช่คนที่เขาคาดไว้

“งัยทามากิ ทามาฮิโระล่ะ”

“รุ่นพี่เลิกวุ่นวายกับพี่ผมสักทีเถอะ ผมไม่รู้ว่ารุ่นพี่คิดจะทำอะไร แต่ขอร้อง อย่ามายุ่งกับพวกเราเลย”

“นายเห็นชั้นเป็นคนเลวขนาดนั้นเชียวหรอ”

“ก็ผมไม่รู้นี่ว่าที่รุ่นพี่กำลังพยายามทำอยู่น่ะ มันคืออะไร”

“ชั้นก็แค่...อยากอยู่กับทามาฮิโระเท่านั้น” ทามากิอึ้ง ไม่คิดว่ามาโคโตะจะพูดประโยคนี้ออกมาได้ น้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนกึ่งขอร้องกึ่งเสียใจนั้น ยิ่งทำให้ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเข้าไปใหญ่ แต่ว่าเขารู้จักมาโคโตะสมัยก่อนดี เขาไม่อยากมาเสียใจทีหลังที่ปล่อยให้คนที่ตัวเองรักที่สุดต้องเสียใจ

“เลิกยุ่งกับพี่เถอะ พี่น่ะ เค้าจะหมั้นกับคนรักของเค้าแล้วนะ”

ร่างโปร่งนั่งถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อย ตอนนี้นึกอะไรไม่ออกเลย เห็นแต่ใบหน้าของมาโคโตะเวียนไปมาอยู่นั่นแหละ เขาไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเลย มันอะไรกันนักหนานะ ตอนคุยกับมิกิ รู้สึกพูดอะไรไม่ได้เต็มปากเต็มคำเลย เหมือนตัวเองนอกใจยังงัยไม่รู้ ทั้งๆที่ไม่มีอะไรสักหน่อย เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อทามาฮิโระเห็นว่าใครโทรมา ใบหน้าเข้มก็เครียดขึ้นมาทันที

“รุ่นพี่ทามาฮิโระ ขอร้องล่ะครับ ผมอยากเจอรุ่นพี่มาก ตอนนี้ผมกำลังแย่ ถ้าไม่ได้เจอรุ่นพี่ตอนนี้ ผมต้องตายแน่ๆ”

“เดี๋ยวสิยาซากิ ใจเย็นๆ เธอไม่เป็นไรหรอก มีอะไรก็ว่ามาสิ”

“ผมพูดที่นี่ไม่ได้ ขอร้องล่ะครับ รุ่นพี่ผมอยากเจอรุ่นพี่ ไม่อย่างนั้น ผมต้องตายแน่ๆเลย” ร่างโปร่งถอนหายใจ

“ก็ได้ๆ เดี๋ยวชั้นจะไปหาเธอนะ “ ทามาฮิโระกำลังจะเปิดประตูออกนอกห้อง ทามากิเห็นจึงรีบถาม

“พี่จะไปไหน”

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ พอดีรุ่นน้องที่ทำงานเค้ามีปัญหาน่ะ พี่จะไปดูสักหน่อย ค่ำๆจะกลับนะ” ทามฮิโระกอดน้องชายแล้วเดินออกไป ทามากิทำหน้าไม่สบายใจ หวังว่าคงไม่ได้ไปหารุ่นพี่มาโคโตะนะ หลังจากที่ทามาฮิโระออกไปได้ไม่ถึง 5 นาที ร่างเล็กก็บ่นกระปอดกระแปดเมื่อได้บินเสียงกริ่ง

“ใครมาดึกดื่นป่านนี้ฟะ”

“ทามาฮิโระล่ะ”

“รุ่นพี่มาโคโตะ มาทำอะไรดึกขนาดนี้เนี่ย” ร่างเล็กยังไม่ยอมเปิดประตูให้เข้า เนื่องจากห่วงในความปลอดภัยของตนเอง

“ชั้นมีเรื่องจะพูดกับทามาฮิโระหน่อย”

“พี่ไม่อยู่!” ร่างเล็กกระแทกเสียง

“ทามาฮิโระ! ทามาฮิโระอยู่หรือเปล่า ทามาฮิโระ!” ร่างสูงตะโกนดังลั่น จนทามากิต้องรีบปราม

“จะบ้าหรอ มันดึกแล้วนะ เดี๋ยวคนอื่นก็ว่าเอาหรอก”

“งั้นก็ให้ชั้นเจอกับทามาฮิโระสิ ไม่งั้นก็จะตะโกนมันทั้งคืนน่ะแหละ” ร่างสูงทำท่าเอาจริง ทามากิทำหน้าแหย ก่อนจะยอมบอก

“พี่ไม่อยู่จริงๆ ไปหารุ่นน้องที่บริษัทเห็นว่ามีปัญหาอะไรก็ไม่รู้”

“ดึกขนาดนี้นี่นะ”

“ไม่เชื่อก็ตามใจ”

“เดี๋ยวสิ...” มาโคโตะรีบเอามือกันประตูไว้

“แล้วรุ่นน้องที่ว่านั่นอยู่ไหนล่ะ” ร่างสูงชักหวั่นใจ ใช่คนเดียวกับที่ทามาฮิโระบอกหรือเปล่านะ

“ไม่รู้เหมือนกัน ถามจริงๆเถอะ รุ่นพี่ชอบพี่จริงๆหรอ” ทามากิอดถามไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของอีกฝ่าย

“นายอาจจะคิดว่าชั้นคงหลอกพี่นายล่ะสิ แต่ตั้งแต่รู้จักทามาฮิโระ ชั้นก็เปลี่ยนไป นายจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่ชั้นเปลี่ยนไป ไม่ใช่คนก่อนอีกแล้ว ชั้นพร้อมที่จะรักใครสักคนจนหมดหัวใจอย่างแน่นอน แล้วคนๆนั้นก็คือ ทามาฮิโระ” มาโคโตะจ้องตาทามากิ ตอบอย่างตรงไปตรงมา ร่างเล็กยิ้มเซียวๆ

“ดีที่มีคนรักพี่อย่างจริงใจ ยิ่งเป็นรุ่นพี่แล้วด้วยล่ะก็ แต่ว่านะ ปล่อยพี่ไปเถอะ รุ่นพี่ก็รู้ดีว่าวิถีชีวิตของพวกเรามันไม่ราบรื่นนักหรอกนะ ผมไม่อยากให้พี่เสียใจ” มาโคโตะยิ้มมุมปากก่อนจะเดินจากไป

“เรื่องนั้น ชั้นจะให้ทามาฮิโระตัดสินใจเอง แล้วก็นะ ชั้นมันคนดื้อ นายก็รู้ ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ ชั้นไม่ยอมเสียทามาฮิโระไปหรอก” ทิ้งร่างเล็กให้ยืนวิตกอยู่คนเดียว

ทามาฮิโระยืนทำใจอยู่หน้าห้อง ก่อนจะเคาะประตู “ยาซากิ นี่ชั้นเองนะ”

ประตูห้องค่อยๆเปิดออกมา ชายหนุ่มร่างสูงยืนเท้าประตูจ้องมองอีกฝ่าย จนทามาฮิโระชักใจคอไม่ดี ถอยหลังอย่างลืมตัว

“นะ...นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว งั้นชั้นกลับล่ะ” ร่างโปร่งจะหันกลับ พลันเห็นเลือดสีแดงสดที่มือของยาซากิ “นายเลือดออกนี่!”

“ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้ รุ่นพี่ พอดีแก้วมันแตกน่ะ”

ทามาฮิโระมองอย่างไม่ไว้ใจ

“ไม่ใช่ว่านายจงใจทำเพื่อเรียกชั้นมาหรอกนะ”

ยาซากิยิ้มเนือยๆ

“ผมก็แค่จะดื่มน้ำ แล้วแก้วมันลื่นหล่นจากมือผมเท่านั้นเอง”

ร่างโปร่งเพิ่งสะดุดกับกลิ่นชวนปวดหัวนี่

“นาย...กินเหล้านี่” ทำไมเขาไม่สังเกตน้ำเสียงอ้อแอ้ ตอนที่ยาซากิโทรมานะ ร่างสูงเดินเซเข้าห้อง ทามาฮิโระยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“นายทำแผลด้วยนะ ยาซากิ” เขาตะโกนเข้าไปในห้อง แต่สิ่งที่ตอบเขาคือความเงียบ ทามาฮิโระไม่ค่อยอยากจะเข้าไปนัก เพราะรู้ดีว่ารุ่นน้องคนนี้คิดอย่างไรกับเขา แต่ว่า ถ้าหมอนั่นเมาจนไม่ได้ห้ามเลือดแล้วเกิดเป็นอะไรไปล่ะ พอคิดแบบนี้ เขาจึงจำใจเดินเข้าไป แล้วปิดประตูเพียงแค่แง้มๆเอาไว้ เอาน่า คงไม่เป็นอะไรหรอก “ยาซากิ” ทามาฮิโระเรียกหาเจ้าของห้อง

“รุ่นพี่” ร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ที่โซฟายาว ในมือยังคงมือแก้วเหล้าสีอำพันอยู่

“ยังไม่ทำแผลอีก จะบ้าหรืองัย” ร่างโปร่งเอ็ดเมื่อเห็นมือข้างที่เป็นแผลนั้น พันไว้แค่ผ้าสีขาวจนเลือดไหลซึมออกมา “กล่องปฐมพยาบาลล่ะ” ทามาฮิโระวิ่งไปตามที่ยาซากิชี้ เขาบรรจงทายาและพันแผลอย่างเบามือ “นายนี่มันบ้าจริงๆ อยากตายรึงัย” เขาแทบจะลืมความกลัวต่อรุ่นน้องไปสิ้น เมื่อเห็นบาดแผลที่กว้างพอสมควร แต่ไม่ลึกเท่าใดนัก ยาซากิมองร่างบอบบางที่นั่งบนพื้นกำลังทำแผลให้เขา ผมสีน้ำตาลไหม้ดูนุ่มราวกับขนแมว ข้อมือเรียวเล็กราวกับว่าถ้าเขาใช้กำลังล่ะก็ แขนเล็กๆนั่นต่อต้านเขาไม่ได้แน่

ทามาฮิโระเริ่มรู้สึกตัวเมื่อลมหายใจอุ่นๆปนกลิ่นแอลกอฮอล์อยู่แถวๆแก้มเขา เขาเงยหน้าขึ้นมองเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างของเขาถูกยกลอยเหนือพื้น “เฮ้ย!” เขาอุทานเมื่อถูกโยนลงบนโซฟา

“ทำไม ทั้งๆที่ผมรักรุ่นพี่มากขนาดนี้แท้ๆ ผมมีอะไรไม่ดีตรงไหนหรอ”

“ยาซากิ นายเมาแล้วนะ” ทามาฮิโระพยายามปัดป่ายร่างใหญ่ที่เข้าประชิดเขา

“ผมรักรุ่นพี่นะ ผมจะไม่ทนอีกแล้ว” ยาซากิจับข้อมือเรียวแน่นจนทามาฮิโระร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างสูงกระชากแขนอีกฝ่ายจนล้มลงบนโซฟา มือหยาบลากผ่านผิวเนียนใต้ร่มผ้า ทามาฮิโระดิ้นสุดแรงเกิด

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ยาซากิ! หยุด!” เป็นครั้งที่สองในชีวิตที่เขารู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ นอกจากที่พ่อกับแม่ตาย เห็นอยู่ว่าเขาคงสู้แรงยาซากิไม่ได้ แต่เขาจะไม่ยอมแพ้แน่ๆ “โอ้ย!” ร่างโปร่งถึงกับน้ำตาเล็ด เมื่อยาซากิบิดแขนเขา ถ้าขืนเขาดิ้นต่อไปมีหวังได้แขนหักแน่

“ผมรักคุณนะ ผมรักคุณ” ยาซากิก้มลงกระซิบเสียงแหบพร่า มือข้างหนึ่งจับแขนเขาแน่น อีกข้างก็ดึงเสื้อเขาทิ้ง ทามาฮิโระเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อน พยายามตะล่อมให้ปล่อยเขา

“ยาซากิ นายใจเย็นก่อนสิ นายกำลังทำให้ชั้นเจ็บอยู่นะ นายจะทำให้คนที่ตัวเองรักเจ็บตัวหรอ” ร่างโปร่งพูดเสียงเหนื่อยหอบ

“ก็...เดี๋ยวรุ่นพี่จะหนีผมไป” ยาซากิตอบราวกับเด็กตัวเล็กๆที่กลัวจะโดนทิ้งยังงัยอย่างนั้น

“ชั้นไม่ได้หนีนะ แค่...จะคุยด้วย เรามาคุยกันก่อนดีกว่ามั้ย” แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล คำพูดของเขามันทะลุผ่านหูไปอย่างนั้น อาจจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือว่าเจ้าตัวไม่สนใจเองก็แล้วแต่ ใบหน้าของยาซากิยังคงซักไซร้อยู่ที่ซอกคอเขา มือใหญ่เคลื่อนมาบีบกรามเขาก่อนจะประกบปาก ส่งลิ้นเข้ามาสำรวจอย่างร้อนแรง “อื้อ” ทามาฮิโระหน้าตื่น พยายามหันหน้าหนี ยาซากิยิ่งบีบกรามเขาแน่นขึ้นจนปวดไปหมด ร่างโปร่งดิ้น เขาหายใจไม่ออก ยาซากิคิดจะฆ่าเขาหรืองัยกัน ให้ตายสิ จวบจนเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกทามาฮิโระรีบหายใจรับอากาศเข้าเต็มปอด เขารู้สึกอยากอาเจียนเมื่อรู้ถึงรสเหล้าในปากตัวเอง

“อื่อ” เสียงลมหายใจหนักกับมือที่พยายามดึงกางเกงเขาออกนั้น ทำให้ทามาฮิโระรวบรวมกำลังที่มีเหลืออยู่น้อยนิด พยายามดันยาซากิที่เอาแต่พร่ำว่ารักเขาออกไปให้ห่างตัวที่สุด ไม่ยอมหรอก ชั้นยังไม่อยากโดนผู้ชายด้วยกันข่มขืนแบบนี้นะ ใครก็ได้ช่วยด้วย... ร่างโปร่งข่วนหน้าอีกฝ่ายเข้าเต็มๆ ยาซากิหยุดการกระทำของตัวเองชั่วครู่ด้วยความงุนงง เขารู้สึกเจ็บแปล็บบนในหน้า ทามาฮิโระอาศัยจังหวะนี้ศอกกระแทกยาซากิ แล้วรีบวิ่งหนีทันที แต่ช้ากว่ามือแข็งแรงที่ดึงขากางเกงไว้ จนร่างโปร่งล้มหัวชนพื้นอย่างจัง

“ทำไมต้องทำร้ายผมด้วย ผมรักรุ่นพี่นะ “ เจ็บ มึนไปหมด “อย่าทิ้งผมไปเลย ผมรับรอง เราจะมีความสุขด้วยกันนะครับ”

ทามาฮิโระพยายามรวบรวมสติกลับมา แต่ทำไมมันช่างเลือนลางเหลือเกิน

“มะ...ไม่...อย่า...” เงาของร่างใหญ่ทาบทับลงมา ผิวหนังทุกส่วนถูกสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้าน ขยะแขยง ไม่เอา อย่า มาโคโตะ...คนโกหก ไหนนายบอกจะปกป้องชั้นงัย คนโกหก...

“ทามาฮิโระ...ทามาฮิโระ เป็นงัยบ้าง” ร่างโปร่งพยายามลืมตาอันหนักอึ้ง แล้วมองทั่วห้องอย่างงงๆ นี่มันห้องยาซากินี่นา “ทามาฮิโระ เป็นอะไรมากหรือเปล่า ชั้นเรียกยังงัยนายก็ไม่ตื่นสักที ตกใจหมด” ทามาฮิโระมองบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยความประหลาดใจ

“มา..โค..โตะ..” ร่างสูงยิ้มยินดีเมื่อเห็นอีกฝ่ายได้สติ

“แล้วยาซากิล่ะ”

“ใช่หมอนั่นหรือเปล่าล่ะ” มาโคโตะชี้ไปทางร่างใหญ่ที่นอนกองกับพื้น “ตัวใหญ่แรงควายเป็นบ้า ยังดีที่เมานะ ถ้าไม่เมาก็ไม่รู้จะจัดการยังงัยดี”

“เขา...เป็นไรหรือเปล่า”

“ยังจะห่วงคนอื่นอีก ไหนดูสิ หัวโนเลย” มาโคโตะประคองร่างในอ้อมกอด พลางเกลี่ยผมออกอย่างอ่อนโยน ทามาฮิโระนอนมองหน้าอีกฝ่ายอย่างโล่งใจ

“นายเข้ามาได้งัยกัน”

“ก็เห็นประตูเปิดไว้อยู่น่ะ แถมได้ยินเสียงโวยวาย เลยเข้ามาดู ยังดีนะที่ทันเวลา โชคดีที่ชั้นจำได้ว่านายเคยบอกว่าเจ้ารุ่นน้องนี่อยู่แถวนี้นะ นายเองก็เหมือนกัน จะบ้าหรืองัย รู้อยู่ว่าเขาไม่ได้คิดดีด้วยยังจะมาอีก” ร่างโปร่งฉุนเล็กน้อยเมื่อถูกต่อว่า

“แล้วงัย จะให้ชั้นปล่อยไว้หรืองัย เกิดเค้าเป็นอะไรไปขึ้นมา แล้วใครจะรับผิดชอบล่ะ” พลางสะบัดตัวออกจากอ้อมกอด

“แล้วนายไม่รู้หรืองัยว่าชั้นเป็นห่วงแค่ไหน หรือว่าชอบใจล่ะ ถ้าถูกหมอนั่นมันทำอะไรน่ะ” ดวงตาเรียวค้อนมองอย่างไม่พอใจ ทำไมเขาต้องว่าถูกว่าจากเด็กคนนี้ด้วยนะ เขาทำอะไรผิดหรืองัย การเป็นห่วงคนอื่นมันผิดหรืองัย

“ใครให้นายเป็นห่วงล่ะ เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน ไม่จำเป็นต้องมาเดือดร้อนแทนหรอก” ทามาฮิโระพยายามยันตัวลุก ก่อนจะเดินมึนๆไปหยิบเสื้อที่อยู่บนพื้น ร่างสูงหน้าบึ้ง พูดแบบนี้หมายความว่างัยกัน เขารึเป็นห่วงแทบตาย ‘เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน ไม่จำเป็นต้องมาเดือดร้อนแทนหรอก’ เนี่ยหรอ คือคำที่เขาได้ยินกลับมา

“อ้อ ใช่สิ นายจะแต่งงานแล้วนี่ เรามันก็คงไม่เกี่ยวอะไรกันอยู่แล้ว” ทามาฮิโระชะงักเล็กน้อย

“รู้ได้ยังงัย”

“แสดงว่าจริงสินะ” มาโคโตะยืนกอดอก ทามาฮิโระหลบตาวูบ แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกผิดด้วยล่ะ ร่างโปร่งลังเล ก่อนจะสบตาอีกฝ่าย

“ใช่” ทามาฮิโระบีบมือตัวเองแน่น เขารู้สึกถึงความโกรธที่ระอุอยู่ในตัวมาโคโตะได้เป็นอย่างดี นั่นทำให้เขารู้สึกใจคอไม่ค่อยดีขึ้นมาทันที “ขอบคุณที่มาช่วย ชั้นว่าเรากลับกันดีกว่า” ทามาฮิโระรีบเดินออกจากห้องทันที

“จะรีบไปไหนล่ะ” ร่างสูงคว้าแขนเรียวไว้

“ถ้าจะกลับไปหาผู้หญิงคนนั้นล่ะก็...ผมไม่ยอมหรอกนะ”

ทามาฮิโระกลืนน้ำลายเฮือก มาโคโตะเวลานี้ ดูเหมือนไม่ใช่คนที่เขารู้จัก มาโคโตะกระชากร่างโปร่งลงกับพื้น ทามาฮิโระจ้องมองด้วยความกลัว “ทำไมล่ะ ชอบไม่ใช่หรอ อยากถูกหมอนั่นทำอะไรไม่ใช่หรอ แต่เสียใจด้วยนะ ตอนนี้มันเดี้ยงไปแล้ว”

น้ำตาเอ่อล้นคลอดวงตาคู่สวยที่มองอย่างตื่นกลัว รู้สึกลำคอตีบตันจนพูดไม่ออก ทามาฮิโระขยับริมฝีปาก แต่กลับไม่มีเสียงลอดออกมา มาโคโตะมองกลับด้วยแววตาปวดร้าว

“ถ้าจะต้องปล่อยให้คุณไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นล่ะก็...” ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้ “ผมยอมให้คุณเกลียดผมดีกว่า”

ร่างโปร่งร้องไห้กระซิก ในเวลานี้เขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่อีกแล้ว มาโคโตะกอดทามาฮิโระอย่างรักใคร่

“อย่าร้องไห้ซิ ผมไม่ใช่หมอนั่นนะ มองให้ดีสิ นี่มาโคโตะนะ” แต่นายกำลังจะทำเหมือนยาซากิ “นี่ผมเองนะ อย่าร้องไห้ทามาฮิโระ” กลัว...ไม่เอา... “ผมรักคุณนะ ทามาฮิโระ...”

ร่างเล็กลืมตามองรอบห้อง แล้วก็ต้องหรี่ตาเล็กน้อย เช้าแล้ว กี่โมงล่ะเนี่ย 7โมงกว่าแล้วหรอ

“เทตสึยะ” ทามากิปลุกคนรักที่นอนพิงโซฟากอดเขาไว้ “เทตสึยะ 7 โมงแล้ว พี่ยังไม่กลับมาเลย” เทตสึยะงัวเงียตื่น

“ยังอีกหรอ”

“ทำงัยดี เราแจ้งตำรวจดีมั้ย”

“รอก่อนดีกว่ามั้ง ทามาฮิโระเองก็โตแล้ว อีกอย่างหมอนั่นยังหายตัวไม่ถึง 24 ชม.เลย เดี๋ยวพวกตำรวจก็คงเดาว่าหมอนั่นไปเที่ยวยันเช้ายังไม่กลับน่ะสิ” เทตสึยะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เมื่อคืนทามากิโทรมาหาเขา ท่าทางกังวลมาก เที่ยงคืนแล้ว ทามาฮิโระยังไม่กลับ เห็นว่าออกไปหารุ่นน้องที่บริษัทตั้งแต่เกือบ 3 ทุ่ม เขาก็เลยมารอเป็นเพื่อน แต่นี่เช้าขนาดนี้แล้ว ทามาฮิโระไม่ใช่คนที่ไม่มีความรับผิดชอบเสียด้วย ถ้าจะค้างบ้านคนอื่น พอหมดเที่ยวรถไฟแล้วก็น่าจะโทรมาบอก เทตสึยะชักเป็นห่วง ลองสั่งให้คนไปตามหาดูดีกว่า

“รุ่นพี่มาโคโตะก็เหมือนกัน ทำไมไม่ยอมรับโทรศัพท์นะ ไปตามหาพี่ถึงไหนกัน” เสียงเล็กบ่น ในขณะที่ปลายนิ้วก็ยังคงกดโทรศัพท์ไม่หยุด

ตี๊ดๆ.. ดวงตาเรียวลืมตาอย่างยากลำบาก ทำไม ปวดไปหมด เขาพยายามขยับแต่รู้สึกแขนขาหนักไปหมด ที่นี่ที่ไหนกัน ทามาฮิโระมองรอบห้อง เพดานสีขาว ผนังห้องที่ไม่คุ้นตา เขาหลับตาพักอย่างเหนื่อยอ่อน พลางหันมามองข้างๆ ก็พบใบหน้าคมเข้มของคนที่เขารู้จักดี มาโคโตะ...ทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้

“อือ” มาโคโตะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นทำให้ตัวของทามาฮิโระเอนเข้าหาอีกฝ่าย ความร้อนจากร่างกายกระทบผิวหนังของเขา หืม เขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้า มาโคโตะเองก็เหมือนกัน นี่มันอะไรกัน ทามาฮิโระนึกทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ใช่แล้ว! เขาถูกมาโคโตะข่มขืน...จากที่ห้องยาซากิยังไม่พอ มาโคโตะยังพาเขามาต่อที่นี่อีก น้ำตาเอ่อรื้นขึ้นมาทันที ทามาฮิโระค่อยๆลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบที่สุด

“อุ๊” แต่เมื่อเขาขยับ ความเจ็บปวดก็แล่นปราดขึ้นมาทันที เขาสังเกตเห็นคราบขาวๆและคราบเลือดเกรอะกรังที่ต้นขาของเขา และบนเตียง ทามาฮิโระใบหน้าซีดเผือด น้ำตาหยดลงบนขาเรียว ศักดิ์ศรีของเขาถูกคนๆนี้ย่ำยีไม่มีเหลือ ร่างโปร่งพยายามกลั้นสะอื้น ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดเมื่อขยับแต่ละครั้ง ในเวลาแบบนี้ เขาไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้ว่าควรจะคิดอะไรดี ทามาฮิโระกลั้นน้ำตาไม่อยู่ น้ำใสๆไหลพรากบนใบหน้า ถ้ามันจะช่วยชำระความเจ็บปวดนี้ให้หายไปได้คงดี

“พี่จะเป็นอะไรหรือเปล่านะ” ร่างเล็กเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย เทตสึยะนั่งใช้ความคิดอย่างเงียบเชียบ เขาสั่งให้คนของเขาออกตามหาแล้ว ทามากิบอกว่าทามาฮิโระออกไปข้างนอกไปหารุ่นน้องที่บริษัทแถวไหนสักแห่ง แต่คิดว่าไม่น่าจะไกลมากนัก ไปหารุ่นน้องที่บริษัท....จนป่านนี้ยังไม่กลับ ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ทางโรงพยาบาลหรือสถานีตำรวจคงโทรมาแจ้งแล้ว แต่ว่านี่ยังไม่มีใครโทรมาเลย หรือว่า.... ร่างสูงสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป บ้าน่า...ทามาฮิโระไม่ได้สนใจผู้ชายสักหน่อย อ๊ะ! แต่ว่าถ้ากลับกันล่ะ ถ้าเจ้ารุ่นน้องนั่นไม่ได้คิดกับทามาฮิโระแค่รุ่นพี่ล่ะก็... เทตสึยะหยุดความคิดของตนเองไว้แค่นั้น เมื่อทามากิเดินมาสะกิดเขา

“ชั้นจะออกไปตามหาพี่”

“ทามากิอยู่ที่นี่ดีกว่า เดี๋ยวชั้นจะออกไปหาเอง”

“แต่...”

“ทามากิอยู่ที่นี่แหละ รอฟังข่าว เผื่อทามาฮิโระกลับมาด้วย ชั้นให้คนไปสืบหาที่อยู่ของรุ่นน้องคนนั้น เดี๋ยวคงเจอ” ทามากิมองอย่างเป็นห่วง “ไม่เป็นไรน่า ทามาฮิโระไม่เป็นไรแน่ๆ ชั้นจะพาเค้ากลับมาเอง ” ร่างสูงโน้มตัวจูบหน้าผากคนรักอย่างแผ่วเบา พลางสวมเสื้อคลุม ร่างเล็กดึงชายตรงหน้าให้หันกลับมาอีกครั้ง รั้งให้ริมฝีปากเรียวทาบทับลงมา

“หาพี่ให้เจอนะ”

“ไม่ต้องตามหาชั้นหรอก” เสียงเนือยๆดังแทรกขึ้นมา ทั้งสองสะดุ้งหันพร้อมกัน เห็นร่างโปร่งยืนพิงประตูอย่างเหนื่อยอ่อน

“พี่!”

“ทามาฮิโระ!” ทั้งสองกรูกันเข้าไปหา แต่ทามาฮิโระกลับก้าวถอยหนี

“พี่?”

“นายทำอะไรน้องชั้น” ทามาฮิโระจ้องเพื่อนอย่างเอาเรื่อง เทตสึยะชะงักไปเล็กน้อย จริงสิ ทามาฮิโระไม่รู้เรื่องของเขากับทามากินี่ “ชั้นถามว่านายทำอะไรน้องชั้น” ทามาฮิโระตรงเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย เทตสึยะถอยตามแรงเคลื่อนของทามาฮิโระจนหลังไปกระแทกกับผนังห้อง

“พี่!” ร่างสูงเหลือบมองคนรักก่อนจะยอมบอกความจริง “เราสองคนรักกัน” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน

“ตั้งแต่เมื่อไร่....” ทามาฮิโระคิดทบทวนด้วยความงุนงง เขากับเทตสึยะสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลายด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้นดูเทตสึยะจะสนิทกับน้องชายเขามากกว่าเขาเสียอีก “อย่าบอกนะว่าตั้งแต่...ตอนนั้น” เขาจำได้ดี ตอนที่ทามากิกลายเป็นคนไม่มีชีวิตจิตใจ เอาแต่ซึมอยู่ในห้อง บางทีก็เหม่อลอยเหมือนคนอกหัก เขาพยายามคาดคั้น แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เทตสึยะไปเรียนต่อที่เมืองนอก เพราะทามากิเป็นแบบนั้น ก็เลยเป็นสาเหตุอีกสาเหตุหนึ่งที่เขาย้ายมาอยู่ที่นี่ เทตสึยะหลบตา “บ้าน่า...ไอ้บ้า แกทำอะไรน้องชั้นรู้บ้างมั้ย ทามากิเค้ายัง...เด็กอยู่นะ”

“ชั้นรู้ทามาฮิโระ แต่ชั้นก็รักเค้า ตอนนี้ชั้นรักเค้ามาก” เทตสึยะดันตัวเพื่อนรักออกห่าง ทามาฮิโระนิ่งเงียบ

“ผมรักเทตสึยะนะฮะพี่ เราไม่ได้ตั้งใจปิดบัง แต่ว่า....” ทามากิเดินเข้ามาจับแขนพี่ชายอย่างเป็นห่วง “พี่ฮะ ที่ผมไม่กล้าบอกพี่ก็เพราะกลัวพี่ไม่เข้าใจ แต่ว่า...พี่เคยบอกใช่มั้ยฮะ ว่าพี่เป็นห่วงผม อยากให้ผมมีความสุข ผมมีความสุขแล้วนะฮะกับเทตสึยะ พี่ฮะ?”

ทามาฮิโระอึ้งไป เขาจะว่าอะไรน้องชายได้ ก็เขาเอง...เพิ่งมีอะไรกับผู้ชายนี่นา เขาจะไปว่าอะไรทามากิน้องชายที่เขารักได้ ร่างโปร่งเหลือบมองทั้งสอง ถึงแม้มือข้างหนึ่งจะจับเขาไว้ แต่อีกข้างก็จับมือของเทตสึยะไว้ด้วยเช่นกัน

“ถ้า...นายทำให้ทามากิเสียใจอีก...ชั้นจะฆ่านาย”

“พี่” ร่างเล็กยิ้มออกเมื่อได้ยิน

“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้พี่ไม่อยากฟัง ชั้นเหนื่อย อยากพัก” ทามาฮิโระเดินโซเซเข้าห้อง เทตสึยะมองอย่างแปลกใจ ทามาฮิโระดูแย่มาก ท่าทางแปลกๆด้วย หายไปทั้งคืน กลับมาสภาพนี้ มันต้องมีอะไรแน่

“เทตสึยะ พี่เค้าเข้าใจเราแล้วหรอ” ทามากิถามอย่างไม่แน่ใจ

“เข้าใจสิ” ร่างสูงลูบศีรษะคนรักอย่างปลอบใจ “เค้าคงเหนื่อยน่ะ ทามากิโทรไปลางานให้เค้าหน่อยนะ เดี๋ยวชั้นจะเข้าไปดูเค้าสักหน่อย” เทตสึยะเดินเข้าไปในห้อง เห็นทามาฮิโระหลับสนิทอยู่บนเตียง ท่าทางแย่จริงๆ ตาบวมไปหมด อย่างกับไปร้องไห้ที่ไหนมาทั้งคืน

“อือ อย่า...” ร่างโปร่งละเมอออกมาเบาๆเมื่อเทตสึยะเกลี่ยผมออก ร่างสูงนิ่งคิด หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่เขาคิดนะ เทตสึยะค่อยๆดึงผ้าห่มออกมา เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวยับไปทั้งตัว กระดุมขาดวิ่น ที่สำคัญตามตัวของเพื่อนเขานั้นมีรอยจ้ำอยู่ทั่วตัว เทตสึยะใจหายวาบ ทามาฮิโระขยับตัวเล็กน้อย “ใคร?”

“ชั้นเอง”

“มีอะไร ขอชั้นนอนได้มั้ย ชั้นปวดหัว” ทามาฮิโระดึงผ้าห่มปิดจนถึงคอ

“นาย...” เทตสึยะลังเลที่จะถาม

“ชั้นยังไม่หายโกรธนายเรื่องทามากินะ แต่ตอนนี้ขอร้อง ชั้นอยากนอนเงียบๆคนเดียว”

“ขอโทษ ชั้นกับทามากิอยู่ข้างนอก มีอะไรก็เรียกได้”

“ไม่ต้อง ไปทำงานเถอะ ฝากปิดล้อคห้องด้วย” ร่างโปร่งงึมงำก่อนจะหลับสนิทอีกครั้ง เทตสึยะถอนหายใจยาว ค่อยๆออกจากห้องอย่างเงียบกริบ

“พี่เป็นงัยบ้าง”

“ไม่เป็นไร เออ จริงสิ ทามากิบอกว่ามีรุ่นพี่ที่ชมรมออกไปตามทามาฮิโระใช่มั้ย” เทตสึยะเลี่ยงที่จะบอกทามากิ เพราะกลัวว่าจะยิ่งไม่สบายใจ

“ใช่ รุ่นพี่มาโคโตะน่ะ คือ เค้าค่อนข้างติดใจพี่น่ะ เอ่อ...เทตสึยะ ชั้นมีเรื่องที่ต้องบอกหน่อยน่ะ เกี่ยวกับชั้นกับรุ่นพี่คนนั้น คือ มันก็เป็นอดีตไปแล้วนะ แต่ชั้นคิดว่าเทตสึยะควรรู้ไว้ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น ชั้นไม่อยากให้เทตสึยะเข้าใจแบบผิดๆ...” เทตสึยะหันมามองหน้าคนรักอย่างชั่งใจ ก่อนจะพยักหน้ารับ ร่างเล็กสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะค่อยๆเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับมาโคโตะ

“โกรธหรือเปล่า” ร่างสูงยิ้มเยาะตัวเอง หลังจากที่เขานั่งฟังทามากิเล่าเรื่องของตัวเอง ในช่วงที่เขาตัดสินใจทิ้งทามากิไปเรียนเมืองนอก เพราะกลัวว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ได้รับการยอมรับนั้น จะทำให้ตัวเองขายหน้าในสังคม เขาจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับทามากิ ถึงแม้จะยังรักอยู่ก็ตามที เพื่อเดินไปตามเส้นทางที่สังคมรอบข้างเขาได้วางไว้ โดยที่เขาไม่ได้คำนึงถึงทามากิเลยว่าจะต้องเผชิญกับความปวดร้าวมากมายขนาดไหน ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายเข้าหาทามากิก่อนด้วยซ้ำ

“โกรธตัวเองมากกว่าที่ทำให้ทามากิกลายเป็นแบบนั้น” ร่างเล็กทอดยิ้มอ่อนโยน

“ไม่ใช่เพราะเทตสึยะหรอก ถ้าชั้นเห็นคุณค่าของตัวเสียหน่อย คงไม่เป็นแบบนั้น” ทามากิอดนึกถึงช่วงนั้นไม่ได้ สำหรับเขาแล้วก็ให้เป็นใครก็ได้ ที่ให้ความอบอุ่นและความสุขกับร่างกายของเขา แม้จะเพียงชั่วคราวก็ยังดี เพื่อที่จะได้ลืมความเจ็บปวดจากการที่ถูกคนที่รักมากที่สุดทอดทิ้ง เขาไม่มีพ่อแม่ มีแต่พี่ชายเท่านั้นที่ให้ความรักกับเขา พอรู้จักเทตสึยะ เทตสึยะก็เป็นอีกคนที่มอบความรักให้เขา เขาจึงทุ่มเทความรักให้จนหมดหัวใจ พอต้องเลิกกันเขาจึงแทบจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้ “แต่ชั้นจะบอกให้นะว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชั้นจะขอยืนยันคำพูดนี้ ชั้นไม่มีทางเสียใจเด็ดขาดที่รักเทตสึยะ ชั้น-รัก-เทตสึยะ” ทามากิเน้นย้ำแต่ละคำช้าๆ เพื่อให้ซึมซับเข้าสู่หัวใจ สู่ความรู้สึกทุกอณู ร่างสูงน้ำตาคลอ แลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก

“ขอบคุณมากที่กลับมารักชั้นอีกครั้ง” ก่อนจะเข้าสวมกอดคนรัก

“ชั้นจะไม่มีทางปล่อยทามากิห่างจากตัวอีกแน่ๆ ชั้นสัญญา”

“อือ” มาโคโตะพลิกตัว ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ห้องทั้งห้องเงีบยสนิท มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังเดินอยู่เรื่อยๆ กี่โมงแล้ว อืม จะ9โมงแล้ว มาโคโตะเอื้อมแขนหมายจะกอดคนข้างกาย แต่ “ทามาฮิโระ?” ร่างสูงลุกขึ้นมองเห็นเพียงที่นอนว่างเปล่า เย็นเชียว ลุกออกไปนานแล้วหรอ เขาหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่กับพื้นมาสวมอย่างลวกๆ “ทามาฮิโระ” มาโคโตะเดินหาตามห้องน้ำและห้องนั่งเล่น ไม่อยู่ กลับไปแล้วหรอ บ้าชะมัด เขาเดินกลับมาที่เตียงจ้องมองทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น พออยู่ในอ้อมกอดเขาแล้ว ทามาฮิโระดูตัวเล็กลงตั้งเยอะ ผิวที่เนียนเรียบยามสัมผัส เสียงครางแผ่วๆเมื่อเขากระตุ้นเร้า นันยน์ตาคู่สวยที่คลอไปด้วยน้ำตา น้ำตา...ร่างสูงกระแทกตัวลงนั่งบนเตียง เขาทำทามาฮิโระร้องไห้จนได้ ทั้งๆที่อยากจะให้แต่ยิ้มเท่านั้น เขาเหลือบไปเห็นคราบเลือดเปรอะอยู่บนผ้าปูเตียง ทามาฮิโระคงจะเจ็บ แย่จัง เมื่อวานดูแหมือนเขาจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลย มาโคโตะลุกขึ้นหยิบกุญแจรถและโทรศัพท์มือถือ เดินจ้ำออกจากห้อง “ทำไมไม่รับสายนะ” ร่างสูงบ่นอุบ ทามาฮิโระน่าจะกลับบ้านนะ เฮ้อ บ้าชะมัด เขาทำอะไรลงไปเนี่ย ทามาฮิโระต้องเกลียดเขาแน่ๆ ต้องไปพูดกันให้รู้เรื่อง รถสปอต์สีดำเร่งตะบึงไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง

“ทามากิ คือ...” เทตสึยะลังเล เขาจะบอกทามากิดีมั้ยว่าพี่ชายของเขาเป็นอะไรไป แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทามากิควรจะรู้นี่นะ

“เทตสึยะไปทำงานเถอะ วันนี้ชั้นขอลาหยุดแล้วกัน เป็นห่วงพี่น่ะ ว้า...ชั้นนี่แย่จริง ไม่รับผิดชอบทำงานเลย เดี๋ยวก็ต้องซ้อมเทนนิส เดี๋ยวก็มีเรื่องให้หยุดเรื่อย ขอโทษนะ” ร่างเล็กยิ้มอย่างรู้สึกผิด นี่ถ้าไม่มีอายะที่มาทำงานทุกวัน เขาจะยิ่งรู้สึกแย่มากกว่านี้ที่มาทำงานบ้างขาดบ้าง

“ก็มันจำเป็นนี่นา ไม่เป็นไรหรอกน่า วันนี้ชั้นก็จะลาเหมือนกัน ชั้นจะอยู่เป็นเพื่อนทามากิเองนะ”

“แต่ว่า...” “น่า..ดีแล้ว เอ้อ แล้วก็เรื่องทามาฮิโระน่ะ...”

“ทำไม พี่เป็นอะไรหรอ”

“คือ...ที่เมื่อเช้าชั้นเข้าไปดูทามาฮิโระ ชั้นคิดว่าเค้าอาจจะ เอ้อ คือ เมื่อคืนที่เค้าหายไป อาจเป็นเพราะไปค้างคืนกับใครมาน่ะ” ร่างเล็กขมวดคิ้ว “แล้วก็อาจะมีความสัมพันธ์...” เทตสึยะพยายามบอกด้วยสีหน้า “แต่คิดว่าคงไม่ใช่รุ่นน้องที่ว่านั่น เพราะคนของชั้นไปดูมาแล้ว บอกว่าเจ้านั่นยังสลบอยู่คาห้อง พร้อมรอยช้ำเต็มเบ้าตาเลยน่ะ ก็เลยคิดว่า...อาจจะเป็นคนที่ชื่อ มาโคโตะ” เพียงแค่พูดชื่อนี้ ทามากิก็เข้าใจความหมายโดยทันที ร่างเล็กยืนตะลึงค้าง

“บะ..บ้าน่า พี่ถูกรุ่นพี่มาโคโตะขืนใจงั้นหรอ” ทามากิบีบแขนตัวเองแน่น เทตสึยะกอดคนรัก

“แต่มันก็อาจจะไม่ใช่ นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของชั้นจากสถานการณ์โดยรวมน่ะ”

“แต่มันก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ไม่ใช่หรองัย” ทามากิขบฟันแน่น

“ชั้นจะไปคุยกับรุ่นพี่มาโคโตะเอง” ทามากิก้าวฉับๆไปทันที

“เดี๋ยว” เทตสึยะรั้งแขนอีกฝ่ายไว้

“ชั้นรู้ว่าเธอโมโห ชั้นเองก็เหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้อย่าเพิ่งทำอะไรดีกว่า สภาพจิตใจของทามาฮิโระในตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ชั้นไม่อยากให้มันแย่ลงไปกว่าเก่าน่ะ รอให้เค้าดีขึ้นอีกนิดจะดีกว่านะ” จริงสินะ อย่างที่เทตสึยะพูด ตอนนี้พี่กำลังเปราะบาง ถ้ามีเรื่องมากระทบจิตใจมากๆอาจจะแย่กว่าเก่าก็ได้ ร่างเล็กเงยหน้ามองคนรัก เทตสึยะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นตั้งเยอะ มีเหตุผล รอบคอบจริงๆ

“แล้วชั้นจะทำยังงัยดีล่ะ พี่จะเป็นอะไรมากมั้ย”

“ปล่อยให้เค้าพักผ่อนไปก่อน แต่อย่าทิ้งเค้าไว้คนเดียว เชื่อสิทามาฮิโระจะต้องไม่เป็นไร” เทตสึยะยิ้มบางๆให้กำลังใจ เสียงกริ่งดังขึ้น ทั้งคู่มองหน้ากัน ก่อนจะเดินไปเปิดประตู พอทามากิเห็นว่าเป็นใคร ก็ลืมเหตุผลหมดสิ้นถลันเข้าชกหน้าอีกฝ่ายเต็มๆ มาโคโตะล้มโครม จับคางอย่างงุนงง ร่างเล็กก้มมองอย่างเข่นเขี้ยว เทตสึยะต้องรีบเข้ามากันทั้งคู่ไว้

“ใจเย็นๆ ทามากิ” มาโคโตะพอจะรู้ว่าทั้งคู่คงจะรู้เรื่องของเขากับทามาฮิโระแล้ว ว่าแต่ ไอ้หมอนี่มันใครกัน...

“กลับไปซะ” น้ำเสียงรอดไรฟัน “ชั้นขอพบกับทามาฮิโระหน่อย” ร่างสูงพยายามดันตัวจนผ่านประตูเข้ามาในห้องได้

“บอกให้กลับไปไม่ได้ยินหรืองัย”

“ขอร้อง ให้ชั้นพูดกับทามาฮิโระหน่อย ชั้นมีเรื่องจะต้องอธิบาย” มาโคโตะวิงวอน อย่างน้อย ขอให้เขาได้บอกสิ่งที่ตัวเขาอยากบอกมากที่สุดด้วยเถอะ

“กลับไปซะ นายทำกับพี่ขนาดนั้นแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก” เสียงดังโวยวายทำให้ร่างโปร่งที่หลับอยู่สะดุ้วตื่น พลางกระพริบตาถี่ๆด้วยความงุนงง เสียงดังจัง ทามาฮิโระจำใจต้องลุกขึ้นมาดู เกิดอะไรขึ้นหรืองัยกัน เขาขยับช้าๆ จนเมื่อรู้สึกว่าความเจ็บปวดบรรเทาลงจึงค่อยเดินกระย่องกระแย่งออกมา อะไรกันนักหนา เทตสึยะดึงร่างเล็กเข้ามากอดปลอบประโลม

“ผมว่าคุณกลับไปก่อนจะดีกว่านะ ไม่ว่าจะทามาฮิโระหรือทามากิก็ยังไม่มีใครพร้อมที่จะพบคุณหรอก”

“แล้วนายเป็นใครวะ มายุ่งอะไรกับเรื่องของชั้นกับทามาฮิโระด้วย” มาโคโตะมองตาขวาง เทตสึยะไม่ตอบ เขาถือว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องของมาโคโตะเช่นกัน

“อ้อ...อย่าบอกนะว่านี่เป็นแฟนใหม่ของเธอน่ะ ทามากิ”

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องหน่อยเลย เชิญ!” เทตสึยะเดินไปเปิดประตู

“ชั้นไม่กลับจนกว่าจะได้เจอกับทามาฮิโระ”

“นายเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า ทำอะไรลงไป ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรืองัย ถ้าอดอยากนักก็เชิญไปสำส่อนกับคู่ขาของนายสิ” มาโคโตะโกรธจัดที่โดนดูถูกแบบนั้น ตอกกลับด้วยความโมโห

“อย่าลืมนะว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น” พลางนึกขึ้นได้เหลือบตาไปมองเทตสึยะ

“อย่าพูดแบบนั้นกับทามากินะ” เทตสึยะทำท่าจะถลาเข้าไปหา ทามากิเลยกลายเป็นฝ่ายฉุดคนรักไว้

“พอสักที ชั้นแค่ต้องการอยากจะพบกับทามาฮิโระนะ” มาโคโตะตะโกนอย่างเหลืออด เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อทะเลาะกับคนพวกนี้นะ เขาต้องการปรับความเข้าใจกับทามาฮิโระต่างหาก

“ทำไมล่ะ ทำไมต้องเป็นพี่ นายก็มีคู่นอนตั้งมากมาย จะไปทำอะไรกับใครก็ไปสิ ทำไมต้องทำร้ายพี่ด้วย” ร่างเล็กวิ่งเข้าทุบต่อยอีกฝ่ายพัลวัน มาโคโตะพยายามปัดป้อง

“ชั้นไม่ได้อยากจะทำร้ายทามาฮิโระนะ ชั้นรักเค้า”

“รัก นี่มันรักแบบไหนของนายกัน ทำให้พี่ต้องเป็นแบบนี้ ไหนว่าจะให้พี่เป็นคนตัดสินใจเองงัยล่ะ” ทามากิตะโกนทั้งน้ำตา มาโคโตะเงียบ

“กลับไปซะเถอะ มาโคโตะ” เสียงแหบแห้งดังขึ้นเบื้องหลัง ทุกคนหันขวับไปจับจ้องที่ร่างโปร่งด้านหลัง

“ทามาฮิโระ” มาโคโตะทำท่าจะเดินเข้าไปหา

“อย่าเข้ามา” ร่างโปร่งถอยหลัง จิกเล็บลงบนมือตัวเอง เทตสึยะกันทามากิที่ทำท่าจะเดินไปหาพี่ชายไว้

“ขอร้องล่ะ ให้ชั้นพูดอะไรหน่อย” ร่างสูงวิงวอน

“นายจะพูดอะไรล่ะมาโคโตะ แต่ถึงมาชั้นก็ไม่อยากฟังหรอก”

“ทามา...”

“เรื่องนั้น ชั้นจะพยายามลืมไป ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายจะไปยุ่งกับใครที่ไหน ไม่ใช่เรื่องของชั้น แต่เรื่องนายกับทามากิ เป็นเรื่องที่ชั้นจะไม่ให้อภัยนายเด็ดขาด นายกับน้องชายชั้น...” ทามาฮิโระจ้องมองอีกฝ่าย พยายามกลั้นน้ำตา พอรู้ว่ามาโคโตะมีความสัมพันธ์ไปทั่ว ทั้งยังกับน้องชายเขาอีก ทำไมมันถึงเจ็บแบบนี้นะ “ชั้นไม่อยากเห็นหน้านายอีก ออกไปซะ เทตสึยะช่วยที” เทตสึยะดึงมาโคโตะที่ยืนนิ่งพูดไม่ออกออกไปข้างนอก เขาเองก็นึกสงสารมาโคโตะอยู่เหมือนกัน ดูก็พอจะรู้ว่าคิดอย่างไรกันทามาฮิโระ แต่ว่าในเมื่อเขาเรียนผูกก็ต้องรู้จักเรียนแก้ด้วย

“พี่” ร่างเล็กเรียกพี่ชายเสียงแผ่ว ทั้งๆที่เขาไม่อยากให้มีอะไรมากระทบพี่ชายตอนนี้แท้ๆ

“ชั้นก็ไม่อยากเห็นหน้าพวกนายสักพัก ชั้นจะไปนอนแล้วนะ” ทามาฮิโระเดินเซกลับห้อง ทิ้งร่างไร้เรี่ยวแรงลงบนเพียง ก่อนจะสะอึกสะอื้นออกมา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเสียน้ำตาไปเพราะอะไร เพราะถูกมาโคโตะขืนใจ หรือเพราะรู้สึกเสียศักดิ์ศรี หรือเพราะความรู้สึกไว้ใจถูกหักหลัง หรือ...เพราะรู้ว่ามาโคโตะไม่ได้คิดจริงจังกับเขา เขาเองก็เป็น1ในคู่ขาสำส่อนงั้นหรอ

ทามากิร้องไห้จนตาบวม เทตสึยะกอดปลอบคนรักไว้ เท่าที่มองจากสภาพการณ์ เขาพอจะดูออกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ละคนคิดอย่างไร เป็นอย่างไร แต่ว่า ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับมาโคโตะที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่

มาโคโตะยืนเคว้งยืนหน้าห้อง เขาจะทำอย่างไรดี เขาไม่อยากสูญเสียทามาฮิโระไป ไม่ว่ายังงัยก็ตาม เขารักทามาฮิโระ “บ้าชะมัด” ร่างสูงสบถออกมาเบาๆ ทั้งๆที่เขาไม่เคยต้องการใครมากขนาดนี้ ทามาฮิโระเป็นคนแรกที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขามีชีวิตอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดใครเคียงข้าง “ชั้นไม่ยอม ไม่ว่ายังงัย จะไม่ยกนายให้ใครเด็ดขาด นายเป็นของชั้น ทามาฮิโระ” เพราะถ้าไม่มีคุณแล้ว ก็ไม่มีผมเหมือนกัน

ร่างโปร่งลุกขึ้นมาอย่างยากเย็น ปวดหัว ปวดตัวไปหมด ทามาฮิโระเหลือบมองนาฬิกา นี่ก็จะ8โมงแล้ว เขาลางานมาตั้งหลายวันแล้ว ไม่รู้จะเป็นยังงัยบ้าง ทามาฮิโระค่อยๆเดินออกมานอกห้อง ความเจ็บปวดของร่างกายบรรเทาลงไปมาก เพียงแต่เวลาขยับยังรู้สึกแปลกๆยังงัยก็ไม่รู้ ที่สำคัญเขาตาบวมฉึ่ง ขนาดหลับยังเก็บเอาไปฝันจนร้องไห้อีกต่างหาก เฮ้อ โตจนป่านนี้แล้วแท้ๆ ไม่ได้ร้องไห้มาตั้งแต่ตอนที่พ่อกับแม่เสียแล้ว เขาเดินมาที่ตู้เย็นหาอะไรกิน ห้องเงียบกริบ จนน่าขนลุก ทั้งๆที่น่าจะชิน ทามาฮิโระหยิบโจ็กสำเร็จรูปมา1กล่อง แล้วเทน้ำร้อนลงไป เขานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร มาโคโตะจะเป็นอย่างไรบ้างนะ อ๊ะ! ไม่สิ ไปห่วงคนแบบนั้นทำไมกัน เสียงโทรศัพท์ดังจนทามาฮิโระถึงกับสะดุ้งเฮือก ตกใจหมดเลย ใครโทรมาแต่เช้านะ

“ครับ” ร่างโปร่งรับโทรศัพท์ก่อนจะหน้าเสีย

“มิกิ มีอะไรหรอ” เสียงปลายสายต่อว่ามาเล็กน้อย

“ผมขอโทษจริงๆ พอดีมีเรื่องยุ่งๆนิดหน่อย ......แต่ว่า....อืม...วันนี้ผมลางานน่ะ ...โอเค งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ร้านตอน10โมงนะ ครับ บาย” ทามาฮิโระทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เขาลืมไปเลยว่ามิกิกลับมาแล้ว เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำเอาเขาลืมสนิท มิกิรอเขาจนโมโห จึงเรียกรถกลับบ้านไปเอง และที่ไม่โทรมาเพราะโกรธ แต่เขาก็ไม่ได้โทรไปหา เธอจึงเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า จึงเป็นฝ่ายโทรมาหาเขาก่อน เสียงประตูเปิดเข้ามา ทำเอาทามาฮิโระจ้องเป๋งด้วยความตกใจ

“เทตสึยะเอาของวางบนเคานต์เตอร์นะ เดี๋ยวชั้นจะเข้าไปดูพี่” เสียงทามากิมาก่อนตัว ทำให้ทามาฮิโระลุกขึ้นไปดู “อ๊ะ พี่ตื่นแล้วหรอ” ร่างเล็กผละออกห่างจากคนรักอย่างลืมตัว ทามาฮิโระมองทั้งสอง “พี่กินอะไรหรือยัง หิวมั้ย เดี๋ยวผมทำให้” ทามากิพายามเอาใจพี่ชาย

“โจ๊ก” ทามากิมองโจ๊กถ้วยเปล่าๆ

“กินของแบบนี้ได้ยังงัยกัน ไม่มีอะไรเลย เดี๋ยวผมทำให้ดีกว่า พี่นั่งรอแป๊ปเดียวนะ” ร่างเล็กกระตือรือร้นวิ่งเข้าครัว เทตสึยะลังเลว่าควรจะนั่งหรือไปหาทามากิดี

“นั่งสิ จะยืนไปถึงเมื่อไร่” ทามาฮิโระพูดเบาๆ เทตสึยะยิ้มนิดๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ

“ท่าทางนายดูโอเคขึ้นแล้วนะ” ร่างโปร่งไม่ตอบ หันไปมองน้องชาย

“ทำไมนายถึงทิ้งทามากิไปล่ะ ตอนนั้น” เทตสึยะเงียบไปก่อนจะตอบ

“ครอบครัวของชั้น นายก็น่าจะรู้ เพราะสังคมมันทำให้ชั้นกังวลขึ้นมาว่าถ้ามีใครรู้ว่าชั้นรักกับเด็กผู้ชาย ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ยิ่งพวกคุณหญิงคุณนายทั้งหลายแหล่นี่ตัวดีเลย กระจายข่าวกันเร็วนัก พอเริ่มมีข่าวลือขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ชั้นก็เลยคิว่าถอนตัวดีกว่า อีกอย่าง พ่อก็จะให้ชั้นไปเมืองนอกด้วย ชั้นก็เลยขอเลิกกับทามากิ ถึงแม้ชั้นจะยังรักเค้า แต่ชั้นก็คิดว่า เวลาคงทำให้ทุกอย่างดีขึ้น”

“ทามากิเค้าแย่มากนะช่วงนั้น ชั้นเองซึ่งเป็นพี่ชายกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย”

“ขอโทษ คนที่ผิด คือชั้นเอง ถ้านายจะโกรธจะเกลียดชั้น ชั้นก็ไม่ว่าอะไร” ร่างสูงก้มหน้า

“ชั้นเกลียดนายไม่ได้หรอก ทามากิเป็นน้องของชั้น เค้ารักนาย แล้วชั้นจะทำให้น้องเสียใจได้ยังงัย” ร่างสูงเงยหน้ามองอย่างแปลกใจ

“เพียงแต่ชั้นโกรธตัวเองน่ะ ที่ไม่พยายามเข้าใจ ช่วยอะไรน้องไม่ได้เลย แต่ชั้นไม่กล้าทีจะยอมรับว่าตัวเองไม่ดีน่ะ เลยพาลใส่พวกนาย” ทามาฮิโระยิ้มเฝื่อนๆ “ชั้นอยากให้พวกนายมีความสุข เพราะชั้นรักทามากิ และทามกิก็รักนาย” เทตสึยะกอดเพื่อนรักแน่น

“ขอบใจ”

“อย่าทำให้ทามากิต้องเจ็บปวดอีกนะ เข้าใจมั้ย”

“รับรอง ชั้นไม่มีทางทำแน่นอน ชั้นรักเขามาก ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม ชั้นจะรักเขามากขึ้นเรื่อยๆ” เด็กน้อยร่างเริงสดใส ที่เขารู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบที่ทามาฮิโระแนะนำให้รู้จัก ยิ่งนานเข้า ทามากิก็มีความสำคัญกับเขามากจนกระทั่งพัฒนากลายเป็นความรัก ชั้นจะไม่ทำให้ทามากิเสียใจอีกแน่ๆ

“พี่ เทตสึยะ?” ทามากิแปลกใจเมื่อเห็นพี่ชายนั่งคุยกับเทตสึยะ ทามาฮิโระหันมามองน้องชาย ก่อนจะยิ้มบางๆ ร่างเล็กอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มดีใจทั้งน้ำตา “ขอบคุณฮะพี่ ขอบคุณ” พี่ชายสวมกอดน้อง พลางหัวเราะขำ

“พี่ยังไม่อยากกินข้าวเช้าเค็มๆเพราะน้ำตาหรอกนะ มากินกันเถอะ” ทั้งสามนั่งลง ก่อนจะกินอาหาร บรรยากาศในห้องดูอบอุ่นผิดจากเมื่อครู่ที่ผ่านมา

“พี่จะไปจริงหรอ” ทามาฮิโระสวมรองเท้า

“อืม พี่ไม่เป็นไรแล้วน่า” ทามากิมองอย่างเป็นห่วง จิตใจพี่ยังไม่ค่อยดีนัก เขาไม่กล้าบอกพี่ด้วยซ้ำว่าตลอดที่พี่หลับ มาโคโตะเทียวไปเทียวมาถามถึงอาการพี่ตลอด แต่เขาไม่ยอมให้เข้าบ้าน ร่างเล็กหันไปสบตากับคนรัก เทตสึยะพยักหน้า ทามากิจึงจำใจปล่อยให้พี่ชายไปหามิกิแฟนสาว “เออ จริงสิ ชั้นเห็นโบรชัวร์บ่อน้ำร้อน จะไปไหนกัน”

“ก็ พอดีตอนแรกเทตสึยะชวนผมไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศน่ะครับ แล้วก็จะไปเที่ยวด้วย แต่ว่าคงไม่ไป” ทามาฮิโระยิ้มน้อยๆ

“ถ้าไม่ไปเพราะเป็นห่วงพี่ก็ไม่ต้องหรอกนะ”

“แต่ว่า...”

“เฮ้ๆ ไม่งั้นพี่โกรธจริงๆนะ ไปเที่ยวกันเถอะน่า แล้วก็อย่าลืมของฝากด้วยล่ะ” ร่างโปร่งเดินออกไป เทตสึยะดึงตัวคนรักมากอด

“ให้เขาไปข้างนอกบ้าง ถ้าอยู่เฉยๆ เดี๋ยวก็คิดมาก ทำตามอย่างที่เขาบอกดีกว่า เขาจะได้สบายใจ ทามาฮิโระไม่เป็นไรหรอก”

“ทามาฮิโระ! คุณเป็นอะไรไป เอาแต่เหม่ออยู่นั่นแหละ” หญิงสาวทำหน้ากระเง้ากระงอด ทามาฮิโระยิ้มเซียวๆ เฮ้อ ปกติมาเที่ยวกับมาโคโตะไม่เคยเบื่อแบบนี้เลย ร่างโปร่งชะงัก เอาอีกแล้ว คิดถึงคนๆนั้นอีกแล้ว ทามาฮิโระยืนมองกระจก หน้าโทรมเชียว เขาต้องมานั่งแก้ตัวกับมิกิว่าทำงานหนักจนเป็นแบบนี้ “อ๊ะ ทามาฮิโระดูนี่สิ ตุ๊กตาตัวนี้น่ารักจัง” มิกิชี้ไปที่ตุ๊กตากระต่ายที่โชว์อยู่หน้าร้าน เขายืนมอง ตุ๊กตากระต่าย... มาโคโตะเคยเล่นเกมแล้วได้ตุ๊กตากระต่ายเป็นรางวัล เลยให้เขามาตัวหนึ่ง ซึ่งตอนนี้มันก็โดนยัดเข้าลิ้นชักไปแล้ว “ทามาฮิโระ ทามาฮิโระ! อีกแล้วนะ” มิกิหน้างอ เธอไม่รู้ว่าคนรักของเธอเป็นอะไรไป น่าเบื่อจริงๆ

“อ้อ ขอโทษที” “ชั้นโกรธแล้วนะ” ทามาฮิโระถอนหายใจ

“เอางี้แล้วกัน คุณอยากได้อะไร เดี๋ยวผมซื้อให้นะ” หญิงสาวหันมายิ้มแป้น

“จริงหรอ”

“อืม” ยิ้มกลับ

“งั้น เสาร์นี้นะคะ” เธอพูดเสียงตื่นเต้น

“เอ๋?”

“นี่ๆ ทามาฮิโระ อย่าทำเป็นลืมนะ ก่อนไป คุณบอกว่าพอกลับมา เราจะไปซื้อแหวนหมั้นกันนี่นา พรุ่งนี้นะ ไม่งั้นชั้นไม่ยอมด้วย” ร่างโปร่งใจหายวาบ หมั้น...ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้นะ ตั้งแต่เมื่อไร่ที่ตอนนี้เขาไม่เคยคิดถึงมิกิเลย ตั้งแต่...

“ทามาฮิโระ?” เจ้าของชื่อหันไปมองอย่างงงๆ ก่อนจะหน้าเสีย อีกฝ่ายมองอย่างดีใจ วิ่งรี่เข้ามาหา “ดีจังที่เจอ ทามาฮิโระไม่เป็นไรแล้วนะ ทำไมออกมาเดินที่นี่ล่ะ จะไปไหนหรอ ทามาฮิโระ?” ร่างโปร่งหลบตาวูบ จะถอยก็ขยับไม่ได้ ความรู้สึกทั้งหมดจุกอยู่ที่คอหอย

“ยังโกรธผมอยู่หรอ ทามาฮิโระ” มาโคโตะฉายแววตาเศร้า อยากหนี อยากหนีไปจากตรงนี้ ใครก็ได้ ช่วยด้วย ไม่อยากเจอคนๆนี้

“ทามาฮิโระ” มิกิเดินเข้ามาหาอ่ยงกแปลกใจ พลางมองร่างสูงตรงหน้า

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” มาโคโตะมองอย่างสงสัย ร่างกายก็ไม่ค่อยปกติอยู่แท้ๆ แต่กลับออกมาเที่ยวกับผู้หญิง หรือว่า

“คุณคงเป็นคนรักของทามาฮิโระสินะครับ” หญิงสาวหน้าแดงเล็กน้อย

“สวัสดีฮะ ผมมาโคโตะเป็นรุ่นน้องของทามาฮิโระน่ะครับ”

“ชั้นมิกิค่ะ” ทาฮิโระใจคอไม่ค่อยดี มองมาโคโตะอย่างระแวง ร่างสูงยิ้มเย็น

“ทามาฮิโระเคยเล่าเรื่องคุณให้ฟังบ่อยๆ “

“อุ๊ย หรอคะ เอ..แต่เขาไม่เคยพูดถึงคุณเลย”

“งั้นหรอกครับ แย่จัง ทั้งๆที่เรา ‘สนิท’ กันมากแท้” ร่างสูงย้ำเน้นคำ ทามาฮิโระสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบลากคนรักไป

“ไปเถอะ มิกิ”

“อ๊ะ..ไว้เจอกันใหม่นะคะ” หญิงสาวหันมาต่อว่าแฟนหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะเดินไป ทามาฮิโระเหลือบมองไปข้างหลัง ยังคงเห็นอีกฝ่ายยืนจ้องเขาอยู่ อย่ามองเขาแบบนั้นสิ ร่างโปร่งสูดลมหายใจลึก มันทำให้เขาหวั่นไหวเหลือเกิน

“สรุปไปกันพรุ่งนี้ใช่มั้ย โอเค คืนนี้ไม่กลับนะ พี่จะได้ไม่ต้องรอ ไม่ต้องแวะเข้ามาหรอกน่า พี่อยู่ได้ จ้า บาย” ทามาฮิโระเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากกลับจากที่ทำงาน หยุดไปตั้ง3วัน งานสุมไปหมด ไม่ได้เจอมาโคโตะมาตั้งแต่วันพุธแล้ว 2วันนี้ก็ไม่เจอ เฮ้อ เมื่อไร่จะเลิกสักที ห้องเงียบแบบนี้ ทำให้คิดฟุ้งซ่านอีกแล้ว ทามาฮิโระนั่งกินข้าวไปด้วย ดูทีวีไปด้วย หวังว่าทามากิคงจะไม่กลุ้มใจเรื่องเขาจนหมดสนุกหรอกนะ ร่างโปร่งถอนหายใจออกมาดังๆ เสียงกริ่งประตู ทำให้ทามาฮิโระลุกขึ้นมา ทามากินี่นะ อุตส่าห์บอกว่าไม่ต้องห่วงแล้วแท้ๆ

“นี่ พี่บอกว่า...” ร่างโปร่งชะงักกึกเมื่อเห็นว่าใครอยู่หน้าประตูห้อง ทามาฮิโระรีบปิดประตูทันที แต่ช้ากว่าแขนแข็งแรงที่ดันประตูออกอย่างง่ายดาย แล้วแทรกตัวเข้ามาอยู่ในห้อง

“ทามาฮิโระ” มาโคโตะเดินเข้ามาหา ทามาฮิโระทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ถอยกรูด

“ออกไปนะ”

“ถ้าผมไม่ออกไปแล้วงัย คุณจะร้องตะโกนให้ช่วยงั้นหรอ” เขายิ้มขำๆๆเมื่อเห็นอาการตื่นๆของอีกฝ่าย “อย่าทำท่ากลัวแบบนั้นสิ ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า แค่อยากคุยด้วย”

ไม่ทำอะไรงั้นหรอ ความจริงอยากทำใจแทบขาด แต่ขืนทำไปจริงๆ คราวนี้แม้แต่ชื่อคงเรียกไม่ได้เลยมั้ง

“มีอะไร” ทามาฮิโระถามอย่างระแวง ร่างสูงยืนมองสบตา

“เรื่องวันนั้น”

“ชั้นไม่อยากฟัง ลืมไปหมดแล้ว” ทามาฮิโระรีบแทรกขึ้นมา ก่อนจะเดินหนีไปนั่งที่โซฟา ทามาฮิโระเดินตามไป ก่อนจะคุกเข่าด้านหน้า

“ขอร้องฟังหน่อย ทามาฮิโระ เรื่องในวันนั้น ผมรู้ดีว่ามันทำให้คุณต้องเจ็บปวดมากแต่ไหน แต่ว่า สิ่งที่ผมอยากจะบอกมากที่สุดกับทามาฮิโระ เป็นคำที่ผมไม่เคย บอกกับใครเลย ผมรักทามาฮิโระ รักมาก...” ร่างโปร่งใจเต้นแรงเมื่อได้ยิน แต่ก็ไม่กล้าแสดงอะไรออกมา ทำไมกันถึงรู้สึกดีใจขนาดนี้ ทั้งๆที่เราถูกทำลายศักดิ์ศรีอย่างไม่มีเหลือ แต่ทำไมถึงอยากฟังคำๆนี้นัก “อาจจะแปลกสำหรับทามาฮิโระ แต่ว่า ตั้งแต่ที่ผมรู้จักกับคุณ มันทำให้ผมเปลี่ยนไป ในหัวมีแต่เรื่องของทามาฮิโระตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะนึกถึงเสมอ ผมไม่ได้หวังให้ทามาฮิโระให้อภัย แค่อยากให้รู้ความจริงในใจผมเท่านั้น” มาโคโตะมองร่างโปร่งที่นั่งก้มหน้าไร้ปฏิกิริยา ก่อนจะหน้าเสีย ทามาฮิโระไม่ต้องการเขาจริงๆหรือ

“นาย....อย่าทำเป็นพูดดีเลย คงพูดคำนี้กับใครต่อใครมามากสินะ แม้กระทั่งทามากิ” น้ำเสียงที่ฟังดูเจ็บปวดอย่างชัดเจน ทำเอามาโคโตะอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้

“ผมไม่เคยพูดคำนี้กับใครจริงๆ เชื่อผมเถอะ”

“จะให้ชั้นเชื่ออะไรนายได้ นายมีใครต่อใครตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ไปยุ่งกับคนอื่นล่ะ ทำไมต้องมายุ่งกับทามากิ กับชั้น จะไปหาใครก็ได้นี่” ร่างโปร่งขึ้นเสียง แต่มาโคโตะยังคงใจเย็นอธิบาย

“เมื่อก่อนอาจจะใช่ ผมอาจยุ่งกับใครไม่เลือกหน้า แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้ว ผมมีคนที่ผมรัก ผมไม่ยอมเสียเขาไปหรอก ผมจะไม่ยุ่งกับใคร ไม่สนใจใคร ถ้าไม่ใช่เขา “ ร่างสูงใจเต้นตึกตัก แบบนี้มันเหมือนกับทามาฮิโระหึงเขาเลยนี่นา มันต้องคิดอะไรบ้างล่ะ ทามาฮิโระรู้สึกสับสนไปหมด ทั้งที่เขาไม่อยากเห็นหน้า อยากจะโกรธเกลียดมาโคโตะ แต่ว่าลึกๆในใจ กลับอยากเจออยากเห็น อยากให้อธิบาย เขากลัวใจตัวเองเหลือเกิน

“ชั้นไม่รู้ว่านายต้องการอะไรจากชั้น...”

“ผมไม่ได้ต้องการอะไร แค่ อยากให้ทามาฮิโระรู้ว่าผมคิดอย่างไรเท่านั้น” ร่างโปร่งลังเล เขาจะทำอย่างไรดี

“นาย...กลับไปเถอะ ชั้นจะไปซื้อแหวนหมั้นกับมิกิพรุ่งนี้” ทามาฮิโระตัดใจบอกไป มาโคโตะมองค้าง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด “คุณจะแต่งกับผู้หญิงคนนั้นจริงหรอ ทั้งๆที่ตัวเองถูกผู้ชายกอดมาเนี่ยนะ” ร่างโปร่งหน้าบึ้ง

“ชั้นถูกขืนใจต่างหาก”

“ทำไมต้องแต่ง คุณไม่ได้อยากจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นแท้ๆ”

“นายรู้ได้งัย” ทั้งคู่เริ่มเสียงดังขึ้น

“รู้สิ เพราะคุณคิดถึงแต่ผม มองแต่ผม ไม่ได้คิดถึงผู้หญิงคนนั้นแม้แต่นิดเดียว”

“ไม่จริง!”

“จริง!”

“โกหก ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ชั้นไม่อยากเห็นหน้านาย ออกไป!” ทามาฮิโระลุกขึ้นผลักอักฝ่ายออกอย่างแรง มาโคโตะเซตามแรงผลัก แต่ไม่ได้ตอบโต้อะไร แววตาที่สับสนทำให้มาโดตะฉุกคิดอะไรบางอย่าง

“คุณจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆใช่มั้ย” ทามาฮิโระอึ้งไป “ถ้าคุณบอกว่าคุณตั้งใจจะแต่งงานจริงๆ ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าผมอีกแน่ ไม่ต้องห่วง” ไม่มาให้เห็นหน้า... ร่างโปร่งใจหาย มาโคโตะผู้ดื้อรั้น ทำไมตอนนี้ถึงยอมถอนตัวง่ายๆล่ะ แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกกลัวมาโคโตะหายไปด้วย

“ชั้น...” ชั้น... “ชั้นรักมิกิ และจะแต่งงานกับเขา” ทามาฮิโระพูดอย่างไม่แน่ใจนัก มาโคโตะยิ้มเศร้าๆ

“ผมยินดีด้วย “ แล้วเดินออกไป ทามาฮิโระยืนค้างอยู่ตรงนั้น มาโคโตะไปแล้ว จะหายไปจากเราตลอดกาล น้ำตารื้นชื้นตาคู่สวย หัวใจราวกับถูกบีบ เจ็บไปหมด ยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก ไม่นะ อย่าไป... ร่างโปร่งเปิดประตูผลัวะจะวิ่งตามไป แต่ทว่าอ้อมแขนแข็งแรงกลับตวัดรัดอีกฝ่ายเข้าหาตัวทันทีที่ทามาฮิโระก้าวพ้นห้อง เขางุงงงอยู่ในอ้อมกอดชั่วครู่ เสียงนุ่มๆกระซิบข้างหูเบาๆ “ขอโทษ ผมโกหก ไม่ว่ายังงัย ผมก็ไม่ยอมเสียคุณไปหรอก ผมจะไม่ยอมแพ้เป็นอันขาด” ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามา ซึมซับเข้าสู่หัวใจที่แห้งเหือดให้ชุ่มชื้นขึ้นมาได้อย่างประหลาด “ผมแอบหวังนะ หวังว่าถ้าทามาฮิโระตามผมออกมาล่ะก็ แสดงว่าคุณก็ต้องมีใจให้ผมบ้าง แล้วคุณก็ออกมาจริงๆ" ร่างโปร่งพูดอะไรไม่ออก เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน พอแค่เห็นว่ามาโคโตะออกไป ยังไม่ทันคิดอะไร ขาเขามันก็วิ่งตามไปแล้ว มาโคโตะมองใบหน้าที่ออกจะซีดเซียวเล็กน้อย พลางยิ้มยินดี แค่นี้เขาก็ดีใจแล้ว เขาก้มลงจูบเส้นผมนุ่มอย่างแผ่วเบา เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้ท้วงหรือหนี ริมฝีปากเรียวก็ไล้มาตามแก้มเนียน

“มา...” ทามาฮิโระคิดจะค้าน แต่ร่างกายกลับปวกเปียกเมื่อได้รับสัมผัสหอมหวานจากริมฝีปาก เขาจะทำอย่างไรดี จะหนีหรือจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ ทั้งๆที่เขายังไม่รู้ใจตัวเองเลย รสจูบที่นุ่มนวลทำให้ทามาฮิโระละความคิดทั้งหมด ช่างมัน...ที่เขาต้องการตอนนี้คือความอบอุ่นจากมาโคโตะ เขารักมาโคโตะหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ว่าในหัวใจของเขากลับซาบซ่านรู้สึกดี เมื่อมีมาโคโตะอยู่ข้างๆ ทามาฮิโระยอมโอนอ่อนตามสัมผัสก่อนจะกอดรัดอีกฝ่ายไว้ มาโคโตะแปลกใจเล็กน้อย แต่มาถึงขนาดนี้ เขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งที่เขาหวังไว้ ได้รับการตอบบสนองแล้ว ร่างสูงดันอีกฝ่ายเข้าห้อง ก่อนจะดึงทึ้งเสื้อกับกางเกงขาสั้น และเสื้อของเขาเรี่ยราดตามพื้น

“อืม ทามาฮิโระ” มาโคโตะพรมจูบทั่วใบหน้าเนียน มาโคโตะอุ้มร่างของอีกฝ่ายเข้าห้องนอนของทามาฮิโระ เมื่อหลังของทามาฮิโระสัมผัสกับเตียงนุ่ม มือใหญ่ก็ดึงชั้นในของร่างโปร่งออกทันที มาโคโตะสัมผัสไปทั่วผิว เขาละจากริมฝีปากบางขึ้นมองร่างเปลือยเปล่าอย่างเต็มตา น่าแปลกที่เขาไม่นึกกลัวเหมือนครั้งที่แล้ว ทั้งๆที่มันก็คือเซ็กซ์กับคนๆเดียวกัน แต่ความรู้สึกช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทามาฮิโระหน้าแดง กระถดตัวเพื่อปิดบังร่างกาย แต่มาโคโตะรั้งข้อเท้า ลากขาเรียวมาโอบเอวเขาไว้

“เดี๋ยวๆ มาโคโตะ” ความร้อนรนของอีกฝ่าย ทำให้ทามาฮิโระพลอยรนไปด้วย เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ร่างสูงพยายามปลดกางเกงยีนส์ออก แต่มันค่อนข้างยากเย็นเนื่องจากความร้อนรนบวกกับความตื่นตัวที่คับแน่นภายใต้ผ้ายีนส์ ทำให้ทุกอย่างติดขัดไปเสียหมด พอกางเกงหลุดออกเขาก็เขวี้ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี มาโคโตะจับสะโพกมนขึ้น พยายามดันตัวเองเข้าไป ทามาฮิโระตกใจ กระเถิบหนี มาโคโตะก็ขยับตาม พลางล๊อคแขนอีกฝ่ายไว้ ไม่นะ แบบนี้มันใช้กำลังเหมือนคราวที่แล้ว ไม่เอา “ไม่นะ! มาโคโตะ”

ร่างสูงได้สติ มองร่างข้างใต้อย่างตะลึง ทามาฮิโระน้ำตาคลอ เขาไม่น่าโอนอ่อนปล่อยตัวปล่อยใจเลย คนเรามันเปลี่ยนกันไม่ได้จริงๆด้วย “ปล่อยเดี๋ยวนี่” ร่างโปร่งดิ้นหลุดจากอีกฝ่าย ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดส่วนสำคัญของร่างกาย หน้าอกกระเพื่อมหอบน้อยๆ เขามันโง่เองที่ไปเชื่อ ทามาฮิโระจะลุกขึ้น มาโคโตะรีบผวาเข้าไปกอด

“ขอโทษ ผมขอโทษ” เขาต้องการทามาฮิโระมากจนขาดสติ มัวแต่คิดว่าต้องไปให้ถึงฝั่ง ไม่ทันคิดถึงใจของทามาฮิโระเลย ร่างโปร่งไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่ดูจากสีหน้าก็พอรู้ว่ารู้สึกอย่างไร “ผมขอโทษ” มาโคโตะจูบเบาๆที่ข้างแก้ม พลางดึงให้อีกฝ่ายเอนเข้าหาตัว ทามาฮิโระใจอ่อนยอมปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบ ไม่เข้าใจจริงๆทำไมถึงไม่รู้สึกอยากขัดขืนคนๆนี้เลยนะ ร่างสูงดันทามาฮิโระลงบนเตียงนุ่มก่อนตามทาบทับ จูบที่อ่อนหวานเริ่มต้นอีกครั้ง ร่างโปร่งตัวสั่นนิดๆ เขากลัวจะเป็นแบบเมื่อกี้อีก “ผมรักคุณ”

มาโคโตะกระซิบข้างหู เพียงแค่คำเดียว เขากลับรู้สึกสงบ ช่างเป็นคำที่น่าฟังเหลือเกิน มือใหญ่สัมผัสหนักๆไปทั่วแผ่นอก นิ้วเรียวขยี้ยอดอกจนทามาฮิโระสะดุ้ง มาโคโตะไล้ริมฝีปากไปตามต้นคอเรื่อยมาจนถึงยอกอก แล้วใช้ฟันขบเบาๆซ้ำอีกครั้ง ร่างโปร่งหายใจหอบฮัก มือใหญ่เคลื่อนลงกอบกุมส่วนแข็งขืน นวดเคล้นคลึงอย่างหนักมือ เพื่อกระตุ้นเร้าอารมณ์ ทามาฮิโระแอ่นสะโพกรับตามจังหวะ มาโคโตะสอดปลายนิ้วทั้งสามเข้าปากทามาฮิโระ จนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย แล้วค่อยดันเข้าไปในช่องทางคับแคบ ทามาฮิโระนิ่วหน้าเมื่อนิ้วที่สามเข้าไปยังไม่ถึงครึ่งทาง ร่างกายขมิบเกร็งอัตโนมัตตอดรัดนิ้วของมาโคโตะจนรู้สึกได้ ร่างสูงเร่งจังหวะมือให้อีกฝ่ายผ่อนแรง จนกระทั่งนิ้วทั้งสามเข้าไปหยอกเย้ากับผนังบอบบาง ทามาฮิโระเกร็ง กอปรกับนิ้วที่ไล้วนส่วนหัวยิ่งเขาให้เขารู้สึกปั่นป่วนไปหมด นิ้วเรียวจิกลงบนปลอกหมอน ปลายเท้าจิกเกร็งผ้าปูที่นอน เขาแทบจะสำลักความสุข ถ้าเพียงมาโคโตะไม่หยุดเสียก่อนและถอนนิ้วออก

“มาโคโตะ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม พลางผงกหัวขึ้นมอง ทามาฮิโระหน้าแดงเมื่อเห็นความเป็นชายของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน มันกำลังตื่นตัว ร่างสูงก้มลงประทับริมฝีปาก แล้วจับดันร่างกายให้เข้าไปอยู่ในตัวของทามาฮิโระ

“อย่าเกร็ง ผ่อนแรงไว้” มาโคโตะยกสะโพกมนขึ้นเพื่อให้สะดวกต่อการสอดใส่ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบเหมือนเมื่อครู่ ขาเรียวแยกออกกว้างรัดเอวอีกฝ่ายเป็นหลักยึด จนกระทั้งมาโคโตะเข้าไปได้ทั้งหมด เขาผ่อนลมหายใจยาว ร่างโปร่งรู้สึกแปลกๆเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมรุกล้ำ มันคับแน่นไปหมด ร่างสูงขยับเชื่องช้า อีกฝ่ายหลับตาพริ้มกับความสุขที่เกิดขึ้นจากการเสียดสี มืออีกข้างช่วยกระตุ้นให้ร่างข้างใต้อารมณ์พลุ่งพล่านมากขึ้น

“อือ มาโคโตะ” สะโพกแกร่งเคลื่อนไหวเร็วขึ้น แขนเรียวเปลี่ยนจากจิกหมอนมาโอบรอบคอแน่น มาโคโตะเร่งจังหวะรักของตนเอง

“ผมรัก...รักทามาฮิโระ” ทั้งคู่หายใจหอบหนัก ร่างสูงพาอีกฝ่ายทยานไปถึงสรวงวรรค์ ผ่านกลีบเมฆ และท้องฟ้าสีคราม ล่องลอยไปไกล “รัก..อืม..ทามาฮิโระ” “อือ” ร่างข้างใต้ครางเสียงเครือ อารมณ์ที่ขึ้นสูงยากจะดึงกลับ กอดรัดมาโคโตะแน่น แอ่นสะโพกรับจังหวะให้อีกฝ่ายเข้าไปให้ลึกที่สุด มันช่างสุขสมและวาบหวิว ไม่เหมือนในตอนนั้นจริงๆ ขาเรียวเกร็งสะโพกมนถูกดันให้เข้าแนบสนิทไร้ช่องว่างก่อนจะปลดปล่อยความสุขที่ท้วมท้นออกมา ร่างโปร่งกรีดเสียงร้องพร้อมๆกับน้ำรักที่พุ่งเปรอะเปื้อนตนเองและมาโคโตะ ก่อนจะทิ้งตัวหอบอย่างเหนื่อยอ่อน น้ำสีขาวปนเลือดสีแดงเล็กน้อยไหลอาบต้นขา มาโคโตะยังคงกอดอีกฝ่ายแน่น ร่างกระตุกปล่อยความสุขหลายระลอก ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย ทั้งคู่หายใจหอบเหนื่อย แต่มาโคโตะยังจับร่างปวกเปียกพลิกไป ก่อนจะเริ่มต้นบรรเลงเพลงรักอีกครั้งโดยไม่ถาม ทามาฮิโระปล่อยให้มาโคโตะทำตามใจอยากไปเรื่อยๆ ท่าแล้วท่าเล่า เสียงเตียงลั่นจากการเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงดังจวบจนท้องฟ้าภายนอกมืดมิดสนิทไร้แสงดาว

ตี๊ดๆ... แขนเรียวเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์อย่างยากเย็น เหนื่อจริงๆ เมื่อคืนมาโคโตะกว่าจะยอมปล่อยให้เขานอน เขาเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ ริมฝีปากบางพึมพำเบาๆ “มิกิ” จริงสิ วันนี้เขานัดไปซื้อแหวนแต่เช้านี่นา

“อย่า..ได้โปรด ทามาฮิโระ” ร่างสูงกระชับคนในอ้อมกอด ซุกใบหน้าลงในเส้นผมอ่อนนุ่ม “อย่าไป” นัยน์ตาเรียวมีแววลังเล “ชั้นรักทามาฮิโระนะ” มาโคโตะกระซิบข้างหู ริมฝีปากเคลียเคล้าข้างแก้ม

ทามาฮิโระหลับตาอย่างเหนื่อยอ่อน พลางกดปิดเสียงโทรศัพท์ในมือแล้วปล่อยทิ้งไว้ หันกลับไปกอดคนข้างกาย มาโคโตะยิ้มยินดี จูบหน้าผากเนียน แล้วดึงผ้าห่มที่ร่นลงมาให้เห็นผิวเปลือยเปล่าของทั้งสองขึ้นห่มคลุมร่างของพวกเขา ก่อนจะหลับตาลง ไม่นานเสียงหายใจสม่ำเสมอของทั้งสองก็ดังขึ้นเบาๆอีกครั้ง

 cats.gif (2782 bytes)

9/6/2002 

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1