Remember
By..
.Sasa & Cafe

ตอนที่ 2

ร่างเล็กบางยืนอยู่หน้าโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่ง เขามองเข้าไปในโรงเรียนเนื่องจากเป็นเวลาเย็นมากแล้วลานกว้างหน้าตึกเรียนจึงเงียบสงบไร้ผู้คน ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้ดวงตาคู่สวยละจากที่นี่ไปเลย

‘ซารินะเหรอ? น้องชายที่แสนสำคัญของหมอนั่นไงล่ะ’

คิวะกำกระเป๋าในมือนแน่นเมื่อมองเห็นร่างคนสองคนแต่ขนาดร่างกายต่างกันเดินออกมาจากอาคารแล้วอยู่ๆทั้งสองคนก็หยุดกึก ร่างสูงใหญ่หันไปพูดอะไรกับร่างเล็กข้างๆแล้วจึงเดินกลับเข้าไปข้างในอีกครั้ง เขาถือโอกาสนี้เดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กที่นั่งอยู่

ซาริเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นเงาคนยืนเบื้องหน้าเขา ด้วยความเป็นคนอัธยาศัยดีเด็กหนุ่มจึงยิ้มทักทาย

“สวัสดีฮะ…” มองดูชุดนักเรียนอีกฝ่าย “เพื่อนพี่เลโอหรือฮะ?…พี่เลโอเข้าไปหยิบของเดี๋ยวคงออกมา…” ชี้ไปทางอาคาร

“…เปล่า” เสหน้าต่ำลง “ไม่ใช่เพื่อน”

ซาริเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้าขึ้นเล็กน้อย “เอ๋?”

คิวะทรุดตัวลงนั่งข้างๆเด็กหนุ่ม “อิเคยาเมะ ซาริ?”

“ครับ” เด็กหนุ่มมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัยเข้าไปอีก “มีธุระอะไรกับผมหรือฮะ?”

‘ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับซาริ เลโอเป็นอย่างนั้นเสมอแหละ’

คิวะไม่ตอบ ความเงียบทำให้ซาริไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ ดวงตาสีมรกตจึงจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างหาคำตอบ

“ทำไม…ทำไมต้องเป็นประธานนักเรียน…” เสียงหวานพูดแผ่วเบา สายตามองทอดไปเบื้องหน้า

ซาริขมวดคิ้ว เขาไม่แน่ใจว่าประโยคเมื่อกี้ที่ได้ยินหมายถึงอะไร แล้วอีกฝ่ายพูดกับใคร? พูดขึ้นลอยๆหรือพูดกับเขา

“เอ่อ…ผมไม่รู้ว่าพี่หมายถึงใคร” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ มองใบหน้าอีกฝ่ายที่ตอนนี้ก็ยังคงมองไปเบื้องหน้าเหมือนเดิม

“แต่พี่เลโอเคยบอกว่า…ประธานนักเรียนก็เหมือนตัวแทนของนักเรียนทุกคน ต้องมีความเสียสละ อดทนและเข้าใจทุกคนได้ดีที่สุด” ใบหน้าอ่อนเยาว์ยิ้มกว้างน้ำเสียงชื้นชมขึ้นอย่างชัดเจน “พี่เลโออยากเป็นประธานนักเรียนก็เพราะว่า พี่อยากให้โรงเรียนที่เคยเรียนตั้งแต่สมัยเด็กเป็นสถานที่อยู่แล้วมีความสุข มีแต่ความทรงจำที่ดีมอบให้กับทุกคน” ถึงตรงนี้น้ำเสียงกลับสลดลง “แต่เมื่อปีที่แล้ว…ตั้งแต่ที่มีคณะกรรมการเข้ามา พี่เลโอก็บอกว่ามีคนที่ต้องการตำแหน่งสภานักเรียนเพื่อหวังผลประโยชน์อยู่ พี่จึงก้าวเข้าไปเป็นประธานนักเรียน”

ถึงตรงนี้ใบหน้าสวยงามหันหลับมามองดวงตาสีมรกต “แน่ใจว่าพี่เธอเป็นประธานที่ดี?”

“แน่ใจฮะ” เสียงเล็กตอบกลับอย่ามั่นใจ “พี่เป็นประธานนักเรียนที่ดีที่สุด ผมเชื่ออย่างนั้น และก็แน่ใจว่าทุกคนที่โรงเรียนซาวากาดะก็คิดอย่างนั้น” ซาริตอบเสียงสดใสแต่มั่นคง

“…ประธานนักเรียนเป็นงานหนัก” คราวนี้คิวะหันกลับไปมองทิศทางเช่นเคย

“ก็ใช่นะฮะ พี่เลโอมักทำงานดึกบ่อยๆ บางครั้งป่วยหนักก็ยังต้องไปโรงเรียน…บางที่ก็ไม่กลับบ้านเพราะเคลียร์สถานที่จัดกิจกรรม ที่เห็นบ่อยที่สุดก็คือมักมีเรื่องไม่สบายใจ…” ซาริคิดถึงภาพสมัยที่พี่ชายรับตำแหน่งประธานใหม่ๆ ผิดกับพี่ชายที่ขี้เล่นของเขาโดยสิ้นเชิงเปลี่ยนมาเป็นคนที่สุขุมมากขึ้น “ผมเคยขอร้องให้พี่ออกจากตำแหน่งนี้เสีย แต่มีเรื่องนี้เท่านั้นที่ดูเหมือนพี่จะไม่ฟังใคร เพียงแต่ยิ้มและพูดว่า ‘พี่ไม่เป็นไร’ “

ซาริพูดไปเรื่อยๆ ขณะที่คิวะก็ไม่ขัดอะไร

‘เพราะว่าซาริเป็นโรคหัวใจตั้งแต่เกิด หมอนั่นเลยยิ่งห่วงเป็นพิเศษ’

“ผมมักคิดว่า ทำไมพี่ต้องเป็นประธานนักเรียนผมไม่อยากให้พี่เป็นแบบนั้น…แต่ว่านะฮะ…” หันมายิ้มให้ “พี่อยากเป็นประธานนักเรียน…อยากช่วยเหลือส่วนร่วม มันเป็นความต้องการของพี่ คิดอย่างนั้นผมก็อยากให้สิ่งที่พี่หวังเป็นจริง ในตอนนี้ผมดีใจที่พี่เลโอได้เป็นประธานนักเรียน ดังนั้น…เอ่อ…ผมคิดว่าเพื่อนของพี่ก็คงคิดแบบนั้น” ประโยคสุดท้ายหันไปบอกคนที่นั่งฟังเงียบๆ

คราวนี้คิวะหันกลับมามองใบหน้าใสเต็มตา ผมสีน้ำตาลอ่อนซอยสั้นเข้ารับกับใบหน้าและผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนผิวเด็กประกอบกับใบหน้าอ่อนเยาว์ ทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าดูอ่อนจากอายุจริงที่เขารู้ลงไปอีก แต่ที่เด่นที่สุดคงเป็นดวงตาสีมรกตที่น่าดึงดูดนั่น

“…ความหวังงั้นรึ”

“ความหวังของพี่คืออะไรฮะ?” เด็กหนุ่มถามกลับอย่างไร้เดียงสา

คิวะชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตอบเบาๆ “…อยากจะบิน”

“ดีจังนะฮะ” ซาริพยักหน้าหงึกหงัก “จะได้มองวิวที่อยู่บนท้องฟ้า ไปไหนก็ได้ไกลๆคงสนุกมาก ผมก็อยากจะเป็นนักแข่งรถ เวลาที่รถวิ่งออกไปนะฮะมันดูเท่มากๆเลย“ อยู่ๆใบหน้าน่ารักก็หมองลง “แต่ก็เป็นได้แค่ความฝัน”

‘โรคหัวใจงั้นรึ’ คิวะคิดในใจ เพราะสาเหตุนี้เองสินะ

“แต่ฉันพบแล้วล่ะ…คนที่มีปีกน่ะ” เสียงหวานพูดขึ้น ใช่แล้วละปีกที่ขาวสะอาดมาปกป้องเขาไว้ตั้งแต่สิบปีที่แล้ว

ซาริกระพริบตาถี่อย่างไม่เข้าใจความหมายนักแต่ก็กลับมายิ้มร่าเริง “ดีจังนะฮะ ที่นี้ความหวังของพี่ก็เป็นจริงแล้ว”

“…เหมือนจริงๆ” ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก ภายในจิตใจต่างหาก…จิตใจที่แสนอ่อนโยน

“อะไรนะฮะ?”

“ไม่มีอะไร ฉันกลับก่อนล่ะ” ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป ทำให้ซาริหน้าเจือนลง

ร่างบางก้าวออกไปเพียงเล็กน้อยก็หยุดกึก “…ความฝันของเธอต้องเป็นจริงได้แน่” พูดโดยไม่หันมามอง

ซาริยิ้มและหัวเราะเบาๆให้กับตนเอง มองดูอีกฝ่ายจนลับตาไป

“มองอะไรน่ะซาริ?” ถามด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นดวงตากลมโตจ้องไปทางหน้าประตูโรงเรียนตั้งแต่เมื่อกี้

เจ้าของชื่อหันกลับมา “อ้อ เปล่าฮะ…ไม่มีอะไร”

ร่างสูงทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร “เอ้า! นี่หนังสือเรียนที่หลังอย่าลืมไว้อีกละ” เข้ามาขยี้หัวน้องชายจนใบหน้าน่ารักทำหน้างุ้ม

“ก็ผมบอกว่าจะไปหยิบเอง พี่เลโอก็ไม่ยอม” หันมาเถียงกลับ

“ก็แน่ละสิ เราน่ะไม่สบาย แล้วนี่ก็เย็นแล้วเข้าไปในตึกคนเดียวได้ยังไง” พี่ชายส่ายหัวแล้วก้มลงหยิบกระเป๋าอีกฝ่ายขึ้นมา ร่างเล็กจะเอ่ยปากท้วงแต่เสียงทุ้มขัดมาก่อน “พี่ถือเอง กลับเถอะเย็นมากแล้วเดี๋ยวจะไม่สบาย”

ร่างเล็กลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย

“พี่เลโอ….”

“หือม์?”

“เฮ้อ…เอ่อ ผมคิดว่าเย็นป่านี้แล้วแม่จะเป็นห่วงรึเปล่า?” เด็กหนุ่มคิดจะถามเรื่องคนแปลกหน้าเมื้อกี้แต่คิดอีกทีไม่ดีกว่า เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่สมควรจะเล่าให้ใครฟัง จึงเปลี่ยนเรื่องเสียเฉยๆ

“พี่โทรไปบอกแล้วอย่าห่วงเลย” ร่างสูงตอบกลับอย่างอ่อนโยน “ทีหลังอย่าออกกำลังกายในชั่วโมงพละอีก เดี๋ยว…อย่าพึ่งพูด ห้าม! ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น เข้าใจนะ…พี่เป็นห่วง”

++++

เสียงกระแทรกประตูดังโครมเข้ามาอย่างเร่งรีบ เมื่อเห็นบุคคลที่ต้องการอยู่ตรงหน้าจึงรีบเข้าไปหาทันที

“เลโอ!”

“เงียบหน่อย ฉันปวดหัวเมื่อคืนนอนไม่พอ” ประธานหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ

“นี่นายยังใจเย็นอยู่ได้ไง? ถ้านายไม่มีเอกสารส่งพวกคณะกรรมการพรุ่งนี้นายก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

แต่ก่อนที่หัวหน้าผู้คุมกฎระเบียบจะร่ายอะไรมากกว่านั้น ก็มีบุคคลที่สามเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน

“ประธานครับ…” พูดเสียงเครือ “เรื่องเอกสาร…ผมขอโทษครับ ผมไม่ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น…ไม่ต้องการให้ประธาน…ไม่ต้องการให้สภาเดือดร้อนแบบนี้”

มัตซึถอนหายใจเหนื่อยๆ เขาเครียดกับเรื่องนี้เกินกว่าจะพูดอะไรไหว

เลโอเดินมาตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ

“ช่างเถอะ เรื่องนี้ฉันจัดการเอง”

“นายรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกไป?” มัตซึถามขึ้นเมื่อคนที่เป็นตัวการออกไปแล้ว

“ฉันยังสติดีอยู่นะ ไอ้กฎระเบียบข้อที่…อะไรของนาย เมื่อสมาชิกสภาทำผิดต้องได้รับโทษเป็น…”

“สองเท่า!” มัตซึต่อให้ “จริงอยู่ประธานนักเรียนอาจละเว้นกฎระเบียบได้ทุกข้อ แต่ยกเว้นกรณีทำเอกสารหรือทรัพย์สินของโรงเรียนเสียหายจะได้รับโทษเท่ากับสภานักเรียนทุกคน… แล้วตอนนี้นายกำลังโดนข้อหาทำเอกสารโรงเรียนหาย” เสียงกดต่ำ “นายจะถูกไล่ออก”

ร่างสูงเอนตัวลงกับโซฟาหลับตา “แล้วจะให้ฉันโบ้ยเป็นความผิดคนอื่น?”

“เลโอนายไม่ได้ทำ…ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ นายเป็นประธานนักเรียนสำคัญกับสภากับโรงเรียนนี้ จะถูกไล่ออกไม่ได้”

“ทุกคนในโรงเรียนสำคัญเท่ากันหมด!” ประธานหนุ่มขึ้นเสียง เมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนจึงลดระดับเสียงลง

“ผิดแล้ว…มันเป็นความผิดของฉัน เพราะฉันไม่ดูแลผิดที่สะเพร่า ฉันรู้ว่านายเป็นห่วง แต่นายบอกว่าฉันเป็นประธานนักเรียนไม่ใช่รึ? ถ้าฉันช่วยคนอื่นไม่ได้ แล้วฉันจะมาเป็นประธานเพื่ออะไร”

++++

เด็กหนุ่มร่างสูงเหลียวมองหันซ้ายหันขวา ก่อนรีบเข้ามาภายในอาคารเรียนเก่าที่ไม่มีผู้ใดย่างกรายเข้ามา เนื่องจากทางโรงเรียนได้มีโครงการจะทุบตึกนี้ทิ้งเสียสภาพจึงถูกปล่อยทิ้งไว้จนเกือบจะเป็นอาคารร้าง

“สวัสดีครับ รุ่นพี่ไอซาวะ” เสียงแทรกเข้ามาจนเจ้าของชื่อรีบหันกลับไปมองด้วยความตกใจ ด้วยนึกไม่ถึงว่าจะมีบุคคลอื่นอยู่ในที่นี้

“ผมซากามูจิ คิวะ” เด็กหนุ่มร่างบางยิ้มทักทาย

“นายมาทำอะไรที่นี่?” ถามอย่างไม่ไว้ใจ

“ผมรอคุณอยู่” เบนสายตาลงไปยังซองเอกสารสีน้ำตาลปึกใหญ่ที่อยู่ในมือคู่สนทนา “นั่นคงเป็นเอกสารชมรมที่หายไปสินะ”

“นายรู้ได้ยังไง?” พยายามจะอ่านสีหน้าฝ่ายตรงข้าม เรียบ…ไม่มีอะไรผิดปกติ

“รู้ได้ไง…นั่นเป็นเรื่องของผม คุณ ไอซาวะ ซาคาดากะ นักเรียนดีเด่นปีสาม หนึ่งในผู้ที่ลงสมัครประธานนักเรียนครั้งที่แล้ว ถูกมั้ย?”

คงที่ถูกกล่าวหานิ่งอึ้ง

“คุณเจ็บใจที่ถูก อิเคยาเมะ เลโอ แย่งตำแหน่งประธานนักเรียนไป จึงคิดจะนำเอกสารนี้ไปทำลายทิ้งเสียหรืออย่างน้อยก็เก็บซ่อนเอาไว้จนกว่าพวกคณะกรรมการจะมาตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ เมื่อไม่มีเอกสาร อิเคยาเมะก็ต้องถูกลงโทษ แล้วคนที่จะได้ตำแหน่งประธานนักเรียนคนต่อไปก็คือคุณ ผมพูดถูกไหม?”

คราวนี้หน้าซีด มือเริ่มเย็น

“หนึ่งในสภานักเรียนปีหนึ่งคงนำเอกสารไปไว้ในห้องวิทย์ปีสามแล้วคุณอาจจะเห็นตอนที่สภาคนนั้นเก็บมันหรือไม่ก็อาจจะพบโดยบังเอิญ แต่แทนที่คุณจะนำเอกสารนี้ส่งกลับไปให้พวกสภานักเรียน แต่เปล่า…คุณไม่ได้คืน แต่คุณมีความคิดที่จะทำบางอย่าง นั่นคือสิ่งที่คุณกำลังจะทำอยู่ที่นี่ ใช่ไหม?”

ไอซาวะรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามเค้นเสียงตอบออกไป “ไม่จริง! นายกล่าวหาฉัน!”

ใบหน้าสวยเบือนหน้าอย่างเบื่อหน่าย “สิ่งที่คุณถือในมือ คิดว่าผู้รักษากฎคงสามารถอธิบายได้ว่าผมกล่าวหาคุณหรือไม่”

“…ซากามูจิ คิวะ?” ไอซาวะพยายามรวมสติ เขาต้องใจเย็น “ใช่แล้ว!…นักเรียนปีสองที่ย้ายมาใหม่ ฉันได้ข่าวมาว่านายก็ไม่ถูกกับไอ้อิเคยาเมะเหมือนกันนี่ แล้วทำไมเราไม่มาร่วมมือกันล่ะ?”

คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้น “หมายถึงอะไร?”

“ถ้านายไม่พูดเรื่องนี้ เมื่อฉันได้เป็นประธานนักเรียน ฉันจะให้ตำแหน่งนาย…ทั้งเลขานุการสภา…ผู้รักษากฎระเบียบ หรืออะไรก็ได้ที่นายอยากจะเป็น”

คิวะทำท่าคิด “อืม…ตำแหน่งเลขานุการก็เคยมีคนมาเสนอแล้วสิ”

“งั้นอะไรก็ได้…สิ่งที่นายอยากได้ในโรงเรียนนี้ ฉันสามารถให้นายได้ทุกอย่าง” น้ำเสียงกระตื้อรื้อร้นขึ้นเมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่มีท่าจะปฏิเสธ

“…น่าสนใจ” ใบหน้าสวยพยักหน้า “แล้วผมต้องทำอะไรบ้าง?”

“ไม่ต้องทำอะไร แค่รอให้ถึงพรุ่งนี้ก็พอ” เด็กหนุ่มปีสามยิ้มกว้างเมื่อเห็นทุกอย่างดูตกลงง่ายไว้กว่าที่คิด เดินไปข้างตัวร่างบางพิจารณาใบหน้ารูปไข่นั่น “สวย…อย่างที่ลือไว้ไม่ผิด”

“แล้วคุณจะทำยังไงกับสิ่งนั้น?” ปรายตามายังซองสีน้ำตาลเข้ม ทำให้เด็กหนุ่มร่างสูงสะดุดความคิดลง

“ทำลายทิ้งนะสิ แค่นี้เจ้าอิเคยาเมะก็ไม่มีปัญญาจะทำอะไรได้ หาไม่เจอ…ทำขึ้นใหม่ก็ไม่ได้เพราะเอกสารพวกนี้ต้องใช้ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ แล้วมันก็ต้องระเห็จออกจากโรงเรียนนี้อย่างหมาขี้แพ้!” ดวงตาวาวโรจน์อย่างอาคาตแค้น

“…แย่ละสิ” คิวะถอนหายใจ “รุ่นพี่ทำให้ผมโกรธขึ้นมาจริงๆซะแล้ว”

“อะไรนะ?”

“กะว่าจะเล่นด้วยสักหน่อย แต่ไม่ไหว…นายพลาดที่พูดแบบนั้น” ทั้งสรรพนามและกริยาเปลี่ยนไปจนอีกฝ่ายแปลกใจ ดวงตากลมโตตวัดขึ้นมองอย่างเย็นชา “ออกจากโรงเรียน? หมาขี้แพ้? นั่นมันนายต่างหากล่ะ”

“เดี๋ยวสิ เราเป็นพวกกันไม่ใช่หรือ?” ผายมือออกแล้วหัวเราะอย่างใจคอไม่ดีนัก

“พวก? ตลก..นายมีค่าพอด้วยรึ? นายมันต่างจากเลโอจนเทียบไม่ได้” ยิ้มอย่างเย้ยหยัน

“พูดเล่นน่า” พยามทำใจดีสู้ แต่เมื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายจึงรู้ว่าไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เด็กหนุ่มปีสามกำมือแน่น “ทำไม! ทำไมทุกคนต้องเข้าข้างมัน! ทั้งๆที่ฉันมาก่อนมันแท้ๆ มันดีกว่าฉันตรงไหน! ทำไมมันต้องได้เป็นประธานนักเรียน ฉันเกลียดมัน…เกลียดจนอยากจะฆ่า!” ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“เงียบซะ! ถ้าไม่อยากทำให้ฉันโกรธมากกว่านี้” คิวะตวาดกลับ สูดหายใจลึกอย่างระงับอารมณ์ “ส่งเอกสารมาให้ฉัน”

ไอซาวะหัวเราะออกมาดังๆ “เอกสาร? ถ้าอยากได้ก็เอาไปสิ!” พร้อมจุดไฟแช็กขึ้นมาเผา เปลวไฟสีแดงลุกลามอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มปล่อยซองสีน้ำตาลออกจากมือ “ดูซิ! ใครจะมีปัญญาช่วยมันอีก”

คิวะยิ้มออกมา ทันทีกับที่พุ่งตัวเอามาปล่อยหมัดไปที่ลิ้นปี่ร่างสูงอย่างแรงก่อนที่ร่างสูงจะไหวตัวทันจนต้องทรุดตัวลง ร่างบางหันกลับมากระแทรกศอกลงที่ท้ายทอยอีกฝ่ายอีกครั้งจนล้มลงนอนไม่ไหวติงอีก

“แล้วนายจะต้องเสียใจ” ดวงตาคู่สวยหลับตานิ่งเพื่อควบคุมสติสักพัก ไม่นึกว่าวิชาที่เขาเรียนเพื่อป้องกันตัว ต้องเอามาใช้ในเวลาแบบนี้ เขารู้สีกโกรธจนการกระทำมันไปก่อนความคิดเสียแล้วทั้งที่ไม่ใช่วิสัยเขาแท้ๆ

เดินไปหยิบซองเอกสารขึ้นมา…เปล่าประโยชน์กระดาษส่วนใหญ่ไหม้ไปหมดแล้วเหลือเพียงส่วนน้อยเท่านั้นแต่มันคงไม่มีค่าอะไรแล้ว คิวะเม้มริมฝีปากอย่างใช้ความคิด

++++

“ก็อกๆ” ร่างเล็กเปิดประตูเข้ามา

“พี่เลโอฮะ แม่ให้เอาของว่างมาให้” วางถาดอาหารไว้ข้างโต๊ะ

“ขอบใจนะ” เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ ยกกาแฟขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนวางลง

“มีงานด่วนหรือฮะ?”

“อืม…ด่วนมาก” ร่างสูงยิ้มอ่อนให้น้องชาย “แล้วเราล่ะทำไมยังไม่นอนอีก? ใส่เสื้อตัวบางอย่างนี้ได้ยังไงเดี๋ยวเป็นหวัดหรอก” พูดจบก็คว้าเสื้อหนาวมาคลุมร่างเล็กให้อีกชั้น

“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่าฮะ?” ซาริยิงคำถามมาตรงๆ เวลาพี่ชายตนมีเรื่องทีไรมักเป็นอย่างนี้ทุกที

คนถูกถามถอนใจ “มีเรื่องที่สภานิดหน่อยน่ะ พี่ไม่เป็นไร”

“ผมไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร แต่ก็เชื่อว่าพี่เลโอจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี…เพราะพี่ของผมเก่งที่สุด”

เลโอยิ้มออกมารู้สึกสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก “ก็เพราะว่าพี่เป็นพี่ของซาริไง”

“อย่าหักโหมนะฮะ…ราตรีสวัสดิ์ฮะ” ก้มลงจูบแก้มใบหน้าคม

“ราตรีสวัสดิ์” หอมแก้มขาวเนียนกลับ

++++

เลโอและมัตซึกำลังเดินไปห้องสภาก็ได้ยินเสียโวยวายมาแต่ไกล

เมื่อเห็นหน้าไกลๆสภานักเรียนปีหนึ่งรีบวิ่งมาที่ประธานหนุ่มทันที “ประธาน…รุ่นพี่มัตซึครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคือ…”

“นายใช่มั้ยที่เอาเอกสารชมรมไป”

เลโอมองเบื้องหน้าเห็นภาพนักเรียนสองคนกำลังรุมนักเรียนร่างเล็กคนหนึ่งอยู่

ร่างเล็กในวงล้อมถอนหายใจ ไม่พูดอะไรเพียงแต่แสดงสีหน้าว่าเบื่อสุดๆ

“มีคนบอกว่าเห็นนายเป็นอยู่ที่โรงเรียนจนเย็นในวันที่เอกสารหาย แถมยังไปด้อมๆมองๆแถวห้องวิทย์ปีสามอีกด้วยทั้งๆที่นายอยู่ปีสองแท้ๆ” หนึ่งในสองคนพูด

“เพราะนายเกลียดประธาน เลยจะแก้แค้นด้วยวิธีนี้งั้นสิ” สภาปีสองที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อสองคนนี้มีเรื่องกันพูดสับทับมาอีก

คิวะเหล่ตามอง “เพราะสภามีคนอย่างพวกนายสินะ ถึงไม่ได้เรื่องสักที”

ก่อนที่สองคนจะอ้าปากโต้กลับก็มีเสียงดังขึ้นมาก่อน

“มีเรื่องอะไร?”

สมาชิกสภาสองคนมองหน้ากันเลิกลัก เพราะไม่คิดว่าประธานจะโผล่มาตอนนี้

“มีคนบอกว่าเห็นซากามูจิ ในวันที่เอกสารชมรมหาย”

เลโอมองใบหน้าสวยงาม ที่มองสบตากลับมาตรงๆ

“ไม่มีหลักฐานจะมากล่าวหาคนอื่นชุ่ยๆแบบนี้ไม่ได้” หันไปบอกทั้งสองคน

“แต่มีรุ่นพี่ปีสามยืนยันได้นะ ว่าเห็นเขามีท่าทางพิรุธ”

“ฉันว่านายควรจะสอบสวนเรื่องนี้หน่อยนะ” มัตซึหันมาบอกเสียงเครียด

ประธานหนุ่มโบกมือ “ไม่จำเป็น…รีบไปเถอะ” แล้วเดินออกไป

“เลโอ!”

“ประธาน!”

ทั้งหมดอุทานพร้อมหัน สภาทั้งสองหันมามองร่างเล็กแวบนึงก่อนวิ่งตาม คนทั้งสองไป

“ทำไมนายไม่สอบสวน เขาอาจเป็นคนร้ายก็ได้” มัตซึขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจและไม่เข้าใจกับการกระทำของเพื่อน

“นายเครียดจนสองฟั่นเฟือนไปแล้วรึไง? งั้นจะบอกให้ หมอนั่นไม่มีทางขโมยเอกสารไป เพราะ หนึ่ง…เขาพึ่งมาที่นี่ได้ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ย่อมไม่รู้โครงสร้างตึกนี้ดี สอง…ปีหนึ่งคนนั้นบอกว่าได้เก็บเอกสารไว้ในห้องวิทย์ปีสาม ซึ่งนอกจากนักเรียนปีสาม และพวกสภาแล้วไม่มีใครสามารถเข้าไปได้แม้ว่าจะอยากเข้าแค่ไหนก็ตาม และสาม…ตู้เก็บเอกสารนั่นถ้าไม่มีกุญแจละก็ไม่มีทางเปิดได้ ถึงแม้ว่าหมอนั่นจะฉลาดแค่ไหนแต่ก็ไม่มีทางดูกุญแจเป็นร้อยๆดอกออกในเวลาไม่มีกี่วันหรอก”

“แสดงว่าคนร้ายต้องเป็นคนในสภาหรือไม่ก็พวกปีสามที่สามารถเข้าออกห้องวิทย์ได้ตามใจชอบและรู้เรื่องกุญแจทั้งหมดที่ใช้เปิดตู้อุปกรณ์ในห้องด้วย” เสียงคนใดคนหนึ่งโพล่งออกมา

“กว้างเกินไป…” หัวหน้าผู้รักษากฎคราง “เราไม่มีทางหาตัวคนร้ายได้ทันเวลาแน่”

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับประธานฉันจะลาออกจากสภา”

“ฉันด้วย”

ประธานหนุ่มพูดเสียงเข้ม “เหลวไหล ยังไงพวกนายก็ต้องดูแลที่นี่ต่อไป” เลิกคิ้วหนาขึ้น “แต่คิดว่าฉันจะยอมโดนไล่ออกง่ายๆหรือไง?”

++++

“เหลือเชื่อ…นายทำได้ยังไง” มัตซึมองเอกสารที่อยู่ในมือด้วยความประหลาดใจและทึ่งจัด “มีทั้งหมดสามสิบหกชมรม”

“ฉันทำได้แต่ชมรมที่นักเรียนของเราเป็นผู้จัดตั้ง ส่วนของทางโรงเรียนต้องใช้รหัสผ่านจึงจะสามารถดูข้อมูลได้”

“ก็ยังดี อย่างน้อยนายก็ไม่ถูกไล่ออก” มัตซึมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย

“แต่คงต้องถูกปลดตำแหน่งใช่มั้ยครับ?” สภานักเรียนปีหนึ่งพูดเสียงเศร้า

“และถ้าประธานไป ไอซาวะคงได้มาเป็นแทน ที่นี้ล่ะ…คงเกิดเรื่องวุ่นแน่” ปีสองพูด

“ผมอยากให้ประธานอยู่” แต่ละคนเริ่มจะสบทบ

เลโอยกมือปราม “เรื่องเล็กน่า ใช่ว่าฉันจะไม่ได้มาเป็นประธานอีกเมื่อไหร่ ปีหน้าพวกนายลงคะแนนให้ฉันใหม่ก็ได้นี่”

“นั่นสินะครับ” สีหน้าทุกคนดีขึ้น ใช่สินะปีหน้าเขาก็จะได้เจอประธานอีกใช่ว่าจะจากกันเลยเสียเมื่อไหร่

มัตซึยิ้ม เข้าใจพูดจริงๆ ทีนี้ก็คงไม่มีสภานักเรียนคนไหนลาออก เพราะสิทธิในการลงคะแนนของพวกสภาสามารถให้คะแนนมากกว่านักเรียนธรรมดาถึงสองเท่า

“นี่”

คนในห้องทั้งหมดหันไปมองต้นเสียง คิวะยืนพิงขอบประตูอยู่ เดินเข้ามาหาประธานหนุ่ม วางกระดาษสีน้ำตาลลงตรงหน้า

“ฉันให้”

เลโอขมวดคิ้วอย่างสงสัย หยิบกระดาษในซองออกมาดู

“เอกสารชมรม!!!” หนึ่งในนั้นชะโงกหน้ามาดูแล้วตะโกนออกมา เลโอมองเอกสารในมือด้วยความตะลึง รูปแบบรายละเอียดทั้งหมด…นี่เป็นเอกสารชมรมจริงๆ แต่ไม่…เป็นเอกสารชมรมที่ทำขึ้นมาใหม่ต่างหาก

มัตซึเองก็ทำสีหน้าประหลาดไม่แพ้กัน เขาว่าเพื่อนของเขาทำเรื่องน่าแปลกใจไปแล้ว แต่เด็กหนุ่มหน้าหวานคนนี้ทำเรื่องแปลกประหลาดข้าไปอีก

เด็กปีหนึ่งหยิบไปดู “ยี่สิบหกชมรม…รวมทั้งหมดหกสิบสอง ครบแล้ว!! เราได้เอกสารชมรมคืนมาแล้ว! ประธานไม่ถูกปลดตำแหน่งแล้ว! เย้!” ตะโกนด้วยความดีใจ ทั้งห้องก็พากันเฮกันสนั่นไปด้วย

คิวะยิ้มเล็กน้อย อาศัยที่ห้องกำลังวุ่นวายหันตัวเดินกลับ

“เดี๋ยว” เลโอวิ่งเข้ามาจับต้นแขนเล็ก “ห้าโมงเย็นมาที่นี่ ฉันมีเรื่องจะคุย”

สบตาสีนิลอีกฝ่าย “ตกลง”

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” หัวหน้าฝ่ายรักษากฎพึมพำ เอกสารชมรมหายทำให้เขากินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน แล้วพอเอาเข้าจริงๆบทจะคืนก็ได้คืนง่ายๆอย่างเงี้ย?

“ผมจะรีบนำไปให้คณะกรรมการนักเรียนนะครับ” ว่าแล้วก็หอบเอกสารวิ่งปรู๊ดออกไปกันเป็นขบวน(เห่อของใหม่)

“เลโอ เรื่องมันเป็นไงทำเอาฉันงงไปหมดแล้วว่ะ” มัตซึหันกลับไปถามเพื่อน เมื่อพวกสภานักเรียนออกไปกันทั้งห้อง

“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันละว๊อย” ร่างสูงตอบกลับ

++++

คิวะเดินมาหยุดหน้าห้องสภา…16.55 นาที ร่างเล็กมองนาฬิกาบนข้อมือก่อนก้าวเข้าห้องไป ภายในห้องร่างสูงกำลังนั่งอ่านเอกสารที่เจ้าตัวมักทำเป็นประจำอยู่ที่โต๊ะประธานนักเรียน เมื่อได้ยินเสียง เจ้าของหน้าคมเข้มก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากลมโตก่อนที่จะก้มลงไปต่อ

“นั่งก่อนสิ” พูดโดยไม่เงยหน้า

คิวะเลือกที่จะเดินไปยืนพิงพนังห้องทางซ้ายมือ ยืนกอดอกคล้ายจะรอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะเอ่ย

“ซากามูจิ คิวะ…เป็นนักเรียนที่ย้ายมาจากอเมริกา มีความถนัดทางด้านภาษา สามารถพูดได้คล่องแคล่วห้าภาษา…อังกฤษ ญี่ปุ่น อิตาลี อเมริกัน สเปน และ จีนกับไต้หวั่น เพียงเล็กน้อย มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษทางด้านคอมพิวเตอร์” หลังจากร่ายประวัติคนตรงหน้ามาเป็นชุด ก็ชูแผ่นกระดาษขึ้นมาให้ดูราวกับจะบอกว่า…นี่ไงประวัตินาย ถูกไหม?

ใบหน้าสวยงามเพียงแต่เลิกคิ้วขึ้น คล้ายกับจะตอบว่า…แล้วไงล่ะ?

“ฉันอยากรู้เรื่องเอกสารชมรม”

“แล้วนายคิดว่าไงล่ะ?” เสียงหวานใสถามกลับ

ดวงตาสีนิลจ้องใบหน้าสวยสักพัก นึกหนักใจกับนิสัยหมอนี่จริงๆ

“นายไม่เคยเห็นเอกสารชมรมและไม่เคยทำงานสภา เพราะอย่างนั้นการที่จะสามารถทำเอกสารขึ้นมาใหม่ได้โดยอาศัยยข้อมูลและตัวอย่างนั้น นายซึ่งไม่มีโอกาสที่จะทำได้เลยโดยเฉพาะข้อมูลของชมรมที่โรงเรียนจัดตั้งขึ้น” หรี่ตา “สำหรับนายที่เชี่ยวชาญเรื่องคอมแล้วคงไม่มีวิธีไหนนอกจากแฮลก์โปรแกรม”

ริมฝีปากแดงสดแย้มเล็กน้อย แต่ยังไม่พูดอะไร

“ข้อมูลชมรมทั้งหมดถูกจัดทำโดยหัวหน้าชมรมแต่ละชมรม การจะทำได้แต่ละครั้งต้องผ่านการตรวจตราจากทางคณะกรรมการนักเรียนและประธานสภา สามสิบหกชมรมนักเรียนของเรายื่นเรื่องข้อเปิดกิจกรรม ส่วนอีกยี่สิบหกชมรมทางโรงเรียนเป็นผู้ก่อตั้ง…เอกสารชมรมของเราทั้งสามสิบหกนั้นหาไม่ยากนัก หากเรามีเอกสารตัวอย่างเพียงพอเราก็สามารถทำมันขึ้นไม่โดยไม่ยากเย็น…”

“แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย” เสียงหวานขัดออกมา

“มันก็ใช่” ร่างสูงยักไหล่ “ก็แค่ต้องอาศัยข้อมูลจากแฟ้มเอกสารย้อนหลังสักสามปีกับข้อมูลจากประธานชมรมแต่ละคน แต่เอกสารที่นายทำอีกยี่สิบหกนี่สิ มันไม่น่าจะทำได้ด้วยซ้ำ”

“ไม่เห็นยาก ฉันทำพวกนี้ได้แต่ฉันก็ทำส่วนของนายไม่ได้เหมือนกัน” ร่างเล็กเถียงกลับ

“นั่นไม่ใช่ปัญหา การล่วงละเมิดความลับของทางโรงเรียนเป็นความผิด นายรู้ไหม?” ถามหยั่งเชิง

“แล้วไง…นายจะจับฉันส่งผู้รักษากฎ?” ไม่ทันขาดคำเสียงสัญญาณบอกเวลาเลิกกิจกรรมก็ดังขึ้น ทั้งสองคนในห้องต่างเงียบกริบราวกับรอให้เสียงที่ดังกังวานทั่วตึกนั้นหายไปเสียก่อน

“สำหรับประธานสภาก็คงต้องทำอย่างนั้น” เลโอเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้น แล้วก็ลุกขึ้นยืนเดินออกไปทางหน้าต่าง เพ่งสายตาออกไปข้างนอกแล้วความเงียบก็เริ่มปกคลุมอีกครั้ง

นาน…กว่าที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะพูดอะไรออกมา เลโอก็ยังคงมองพวกนักเรียนที่เลิกจากการทำกิจกรรมต่างๆทยอยออกไปสู่นอกโรงเรียนเหมือนไม่มีใครอยู่ในห้องเดียวกับเขา คิวะก็ยังคงจับจ้องร่างสูงเพื่อหาคำตอบและเขาก็เริ่มคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะทำอย่างนี้เป็นประจำทุกวันเป็นแน่

อีกสักพักร่างสูงก็หันมา “ได้ยินเสียงเมื่อกี้นี้แล้วสินะ ตอนนี้ฉันไม่ใช่ประธานสภาแล้วเพราะงั้นเรื่องนี้ถือว่าฉันไม่ได้ยินแล้วกัน” พูดหน้าตาเฉย

คิวะถึงกับขมวดคิ้วกับคำตอบง่ายสุดๆที่ได้รับ

“แต่นายพูดเรื่องนี้ตั้งแต่เสียงสัญญาณยังไม่ดัง” แย้งกลับ

“เหรอ?” ทำท่าคิด “แต่ตอนนี้เลิกงานแล้วนี่ไว้ตัดสินพรุ่งนี้แล้วกัน…แต่ขอบอกไว้อย่างฉันไม่ตัดสินโทษข้ามวันหรอกนะ” ความหมายกลายๆก็คือ ‘พรุ่งนี้ฉันก็ลืมหมดแล้ว’

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอีกด้วยไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะตอบมาได้

“งั้นก็ส่งตัวฉันให้คณะกรรมการนักเรียนเลยสิ”

“ถ้าจะส่งก็ต้องพรุ่งนี้เช้า…ก็บอกแล้วไงฉันไม่ชอบตัดสินโทษข้ามวัน” ร่างสูงส่งสายตาตำหนิมาเมื่ออีกฝ่ายพูดไม่รู้เรื่อง

“งั้นก็วันนี้เลย น่าจะมีพวกคณะกรรมการสักคนเหลืออยู่บ้างล่ะ” คิวะเริ่มอารมณ์เสียขึ้นอย่าไม่มีเหตุผล ไม่สิ…เหตุผลก็มาจากคนตรงหน้าเนี่ยแหละ

“ไม่มี พวกคณะกรรมการจะกลับก่อนสภานักเรียนอีกนะ ทำไม…อยากถูกลงโทษขนาดนั้นเชียว?”

ใบหน้าสวยสะบัดหน้าไปทางอื่น ไม่ใช่ว่าอยากถูกโทษ แต่เพราะคำพูดและหน้าตากวนๆของอีกฝ่ายต่างหากล่ะ ที่ทำให้เขาอยากต่อต้าน

“แต่ฉันไม่เข้าใจอยู่อย่าง นายรู้รึเปล่าว่าฉันจะทำเอกสารชมรมขึ้นมาใหม่?” เปลี่ยนเรื่องเสียเฉยๆ

คิวะถอนหายใจเมื่อคู่สนทนาเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย แต่ก็หันมาตอบ “ฉันเห็นแฟ้มงานที่นายหาก็พอจะรู้ว่านายคิดจะทำอะไร”

เลโอเลิกคิ้ว ในตอนนั้นเขานึกว่าหมอนี่จะมาหาเรื่องเขาเฉยๆซะอีก

“มีอีกเรื่อง นายรู้เรื่องการลาออกของ ไอซาวะ ซาคาดากะ รึเปล่า?”

แต่คราวนี้ใบหน้าสวยกลับทำเฉย ไม่มีคำพูดใดออกมา

“ฉันพอจะรู้ตัวการของเรื่องนี้ เมื่อวันนี้ฉันไปถามปีสามเกี่ยวกับคนที่เข้าออกห้องวิทย์ ได้ว่าไอซาวะเป็นคนเดียวที่เข้าออกตอนที่เอกสารหายไป รวมทั้งเขารู้เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับสภาด้วย แต่มีเรื่องที่ฉันข้องใจอยู่อย่าง

…คนที่ถามเรื่องหมอนั่นไม่ได้มีแต่ฉันคนเดียว ปีสามคนนั้นบอกว่ามีอีกคนที่มาถามเรื่องนี้ตั้งแต่สองวันที่แล้ว นั่นก็คือ…นาย” จับสีหน้าฝ่ายตรงข้าม “แล้วเมื่อวันนี้เขาก็ยื่นใบลาออกตั้งแต่เช้า โดยไม่มีใครรู้สาเหตุ ที่นี้…ฉันอยากจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”

คิวะแอบหัวเราะในใจ ไหนบอกว่าตอนนี้เลิกเป็นประธานนักเรียนแล้ว แต่น้ำเสียงเมื่อกี้ยังกับสอบสวนคนทำผิดก็ไม่ปาน นั่นสินะเมื่อเช้านี้…

‘รุ่นพี่ ผมมีเรื่องอยากจะขอให้ช่วยหน่อย…ลาออกจากโรงเรียนนี้ซะเถอะครับ’ ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ทว่าความหมายกลับไม่ได้ดูน่าฟังเลย

‘นายพูดบ้าอะไร คิดเหรอว่าฉันจะยอมง่ายๆ’

‘แต่ผมไม่ชอบเลยที่เห็นรุ่นพี่อยู่ที่นี่ มันดูรกหูรกตาชอบกล’

ไอซาวะนิ่งอึ้งเมื่อเจอใบหน้าสวยใสด่ามาเต็มๆ

คิวะพยักหน้า ‘ถ้ารุ่นพี่ไม่ยื่นใบลาออกเอง ผมก็มีวิธีการของผมที่จะทำให้รุ่นพี่ออกจากที่นี่ แต่ถ้าอย่างนั้นก็จะมีของแถมให้ด้วย’ ดวงตาสวยมองมาอย่างน่ากลัว ‘รุ่นพี่จะไม่สามารถไปเรียนที่ไหนได้อีก ใบประวัติเสียๆของรุ่นพี่จะถูกส่งไปทุกโรงเรียน อ้อ…อาจจะมีเพิ่มเติมเข้าไปด้วยนะ’

‘นายทำไม่ได้หรอก’ หางเสียงเริ่มสั่น ไม่สิ…ถ้าเป็นหมอนี่อาจจะ….

ใบหน้าสวยเชยตาขึ้น ‘คิดอย่างนั้นจริงๆหรือ?’

“ว่ายังไง?” ประธานหนุ่มถามเสียงเข้มเมื่อเห็นร่างเล็กเงียบไปนาน

“นั่นสินะ…เพราะอะไรล่ะ?” คิวะตอบลากเสียง

“ช่างเถอะ” ร่างสูงทำหน้าเหนื่อยๆ คงเกี่ยวกับหมอนี่แหละ แต่เมื่อไม่อยากบอกก็ไม่อยากคาดคั้นเพราะยังไงก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล(ถึงแม้ว่าอาจจะเกี่ยวกับเขาด้วยก็เถอะ)

“เรื่องสุดท้ายแล้ว เรื่องวันนี้ทำให้พวกสภามาพูดกับฉันเรื่อง…เอ่อ…ที่ว่าอยากจะให้นาย…” เสียงทุ้มพูดตะกุกตะกักด้วยความกลัวจะผิดคำพูดก่อนหน้า หากแต่ใบหน้าสวยคล้ายรู้ทัน ยกนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปากตนเองแล้วยิ้ม

“ตอนนี้ตำแหน่งเลขาสภายังว่างอยู่รึเปล่า? งั้น…ฉันขอสมัครเป็นเลขานุการประจำสภาได้ไหม?”

ประธานหนุ่มยิ้มกว้าง “ตกลง”

++++

เปลือกตาสวยเปิดขึ้น ก่อนกระพริบตาถี่รับแสง ร่างบางยันตัวลุกขึ้นช้าๆ นี่เขาหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อสังเกตเห็นเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลคลุมกายเขา กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยโชยกระทบจมูก คิวะอมยิ้มเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นเจ้าของเสื้อนั่งอ่านหนังสือหันหน้าด้านข้างให้เขาโดยไม่รู้ว่ามีสายตาจับจ้องอยู่ แสงแดดเวลาเย็นลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบผิวหน้าเข็มให้ดูคมน่าดึงดูดยิ่งขึ้น จนคิวะเผลอมองตามอย่างไม่รู้ตัว

เลโอละจากหนังสือเงยหน้าขึ้นมาเห็นเพื่อนสนิทจึงปิดหนังสือถอนหายใจยาว

“ให้ตายเถอะ นี่ทำงานเกินตัวอีกแล้วซิ ฉันให้นายมาเป็นเลขานะโว๊ย ไม่ใช่คนรับใช้ หัดแบ่งงานให้พวกสภาทำซะบ้าง”

“ก็มันงานด่วนนี่หว่า”

“เมื่อคืนไม่ได้นอน?”

“ผิด ตีสามหลับไปสักสิบนาทีเห็นจะได้”

ประธานหนุ่มไม่สนใจกับคำตอบกวนๆ บนอุบอิบนิดหน่อยก่อนก้าวเท้ายาว โน้มตัวลงมาหยิบเสื้อแจ็กเก็ตบนร่างบางที่เขาถอดคลุมไว้ให้ กลิ่นน้ำหอมจากกายร่างสูงกระทบจมูกเลขาหน้าหวานอีกครั้ง คิวะไม่ชอบน้ำหอมแต่แปลกที่เขามักจะสูดกลิ่นกายประธานหนุ่มอยู่เสมอโดยไม่รู้สึกคลื่นไส้ แต่กลับชอบน้ำหอมชนิดนี้เสียอีก เขาเคยถามเรื่องนี้กับเจ้าตัวก็ได้รับคำตอบมาว่า ‘ซาริซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด’ แถมรอยยิ้มครั้งใหญ่เสียอีก

“กลับบ้านได้แล้วจะไปส่ง ขืนให้นายกลับบ้านอย่างนี้บอกตรงๆไม่ไว้ใจในสวัสดิภาพ”

“เป็นห่วงในฐานะประธานหรือไง” คิวะถามล้อๆ ลุกขึ้นนั่ง

“เปล่า แต่ในฐานะเพื่อน”

ร่างสูงจัดการหยิบของใส่กระเป๋า หันหลังให้เลขาหนุ่มโดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มจากเพื่อนสนิทข้างหลัง

“แล้วซาริล่ะ?”

“วันนี้ซาริมีกิจกรรมชมรม เห็นว่าได้โมเดลรถรุ่นเก่ามารึไงเนี่ยแหละ ไม่รู้ของพรรณนั้นน่าสนใจตรงไหน”

คิวะไม่ตอบอะไรแต่ยิ้มในใจถึงเลโอจะบ่นยังไงแต่ก็อดจะตามใจซาริไม่ได้ ถึงกลับหาหนังสือเรื่องนี้มาอ่านทั้งที่เจ้าตัวบ่นไม่ชอบนักไม่ชอบหนา

“ยิ้มอะไร?” ถามเสียงหนัก เมื่อเห็นเลขานุการประจำสภายิ้มบางๆ

คิวะลุกขึ้นบิดกายไล้ความง่วง ตอบกลับไป

“นึกถึงตอนที่เราเจอกันครั้งแรกน่ะ อยู่ๆนายก็เดินเข้ามาบอกให้ฉันมาเป็นเลขาสภาซะเฉยๆ ทั้งที่ตอนนั้นไม่เคยรู้จักกันสักนิด”

“อ้อ…งั้นรึ?” ประธานหนุ่มทำหน้านึกได้

“ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย ฉันเจอนายครั้งแรกที่หน้าตึกประถมซาวากาดะต่างหาก”

คิวะชะงัก เลโอยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงปกติ ยังคงเก็บเอกสารไปเรื่อยๆ

“ตอนนั้นฉันคิดว่าเด็กอะไรอวดดีชะมัดโดนพวกนั้นแกล้วยังทนเฉยอยู่ได้ ฉันเลยทนไม่ไหวต้องเข้าไปยุ่งทั้งที่ไม่ใช่เรื่องแท้ๆ”

คิวะรู้สึกบอกไม่ถูก ทั้งตื่นเต้นระคนแปลกใจ ใบหน้าสวยมีสีจัดขึ้น เรื่องที่เขาไม่คิดว่าเด็กชายเมื่อสิบปีก่อนจะจำได้ ความทรงจำสมัยเด็กที่เขาเก็บไว้ในใจมาตลอด

“แล้วอยู่ๆนายก็ย้ายมาใหม่กลางเทอม ยังคิดว่าหมอนี่หน้าไร้อารมณ์เหมือนเดิมไม่มีผิด อ้อ…เรื่องสภา ฉันฉุนมากเลย คนอะไรเล่นตัวชะมัด” ประโยคหลังเหมือนพึมพำกับตัวเอง

คิวะเม้มริมฝีปากแน่น คำพูดกลืนหายไปในลำคอ เลโอหยิบเอกสารทั้งหมดลงกระเป๋าหันมา

“กลับเถอะ” โยนกระเป๋ามาให้ร่างบาง “แล้วไม่ต้องทำงานอีกแล้วนะ ที่เหลือฉันจัดการเอง เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าถูกประธานกดขี่”

เลขาหน้าหวานแสร้งหัวเราะสะกดความรู้สึกบางอย่าง

“ฉันเป็นเลขานะ ไม่ให้ทำงานแล้วจะทำอะไร?”

“แต่อย่างนายมันเกินไป พวกสภาก็มีคิดจะทำอะไรคนเดียวหมดเลยรึไง ฉันขี้เกียจหามนายส่งโรงพยาบาลนะโว๊ย งบประมาณยิ่งไม่ค่อยมีอยู่”

“ข้อนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าฉันเป็นอะไรรับรองจะไม่ทำให้นายลำบากแม้แต่นิดเดียว อีกอย่างฉันก็เต็มใจทำงาน ฉันอยากช่วยโรงเรียนผิดหรือไง?”

ประธานหนุ่มเลิกคิ้ว

“งั้นหรือ? แล้วที่นายมาแย่งงานฉันทำหมดล่ะ? นายอยากช่วยโรงเรียนฉันไม่ว่า แต่ไม่ต้องมาช่วยฉัน” ประธานหนุ่มเสียงเข้มขึ้น “แต่ที่อยากจะบอกก็คือจะทำอะไรคิดถึงร่างกายซะบ้าง ถ้านายล้มหมอนนอนเสื่อไปสภาจะยิ่งลำบาก”

“ที่แท้ก็กลัวไม่มีใครทำงาน”

“ส่วนหนึ่ง แต่ที่บอกเพราะเป็นห่วงมากกว่า” เดินออกนอกประตู

คิวะเดินตาม

“เดี๋ยวนายจะกลับมารับซาริอีกหรือไง?”

“เออ”

“ถ้างั้นก็ไม่ต้องไปส่งฉันหรอก ลำบากเปล่าๆ”

เลโอทำหน้ารำคาญ “นายเนี่ยนะ…บางทีทำตัวน่ารำคาญยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก ฟังนะ ฉันอยากไปส่งนาย มันไม่ได้ลำบากอะไรสักนิดเดียว แต่ถ้าฉันไม่ไปมันจะลำบากใจ ถ้าอยากให้ฉันสบายใจกลับบ้านไปนอนพักซะ”

เลโอหันหลังเดินก้าวเท้านำหน้าเหมือนไม่ต้องหารฟังคำค้านอะไรอีก คิวะอดยิ้มกับท่าทางของเพื่อนไม่ได้ ก่อนเดินก้าวเท้าตามไปด้วยความรู้สึกเปี่ยมสุข

END

มกราคม 2546

 cats.gif (2782 bytes)

ลืมชี้แจ้งไปว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อจากเรื่อง Brother นะถ้าไม่ได้อ่านเรื่องนี้อาจจะสับสนกับตัวละครค่ะ แนะนำติชมามาได้นะที่ [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1