Remember
By..
.Sasa & Cafe

ตอน 1

ภายในห้องสภา เลขานุการประจำสภานั่งทำงานง่วนอยู่บนโต๊ะเป็นเวลากว่าหกชั่วโมงแล้วที่เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน สมาธิยังคงจดจ่อกับเอกสารตรงหน้าไม่ต่างกับต้นชั่วโมง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้เขาละจากกองเอกสารเงยหน้าขึ้นมามอง

"ประธานอยู่รึเปล่าครับ?"

"ไปพบอาจารย์เรื่องคณะกรรมการน่ะ มีอะไรหรือ?" ถามโดยสายตากลับไปจดจ้องกับเอกสารต่อ

"มีเอกสารที่ตกค้างอยู่หกฉบับน่ะครับ ทางคณะกรรมการต้องการวันนี้ผมเลยรีบนำมาให้"

"วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวฉันทำเอง"

"แต่รุ่นพี่ทำงานตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ ถ้ายังไงผมว่า..."

คิวะวางปากกา หันมายิ้มให้รุ่นน้องซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาอีกคน

"ไหนว่ารีบไง ชักช้าเดี๋ยวไม่ทันเปล่าๆ แล้วฉันก็ไม่ได้เหนื่อยอะไร ประธานซะอีกที่วิ่งวุ่นทั้งวัน"

วันนี้เป็นวันตรวจตราความเรียบร้อยประจำปีของโรงเรียน โดยคณะผู้ตรวจการไม่ได้แจ้งล่วงหน้าส่งเอกสารแจ้งความจำนงและรายละเอียดที่ต้องการรับรู้โดยต้องการโดยด่วน ส่งผลให้สภานักเรียนทำงานยิ่งกว่าสนามรบ

สมาชิกสภาคิดอย่างลังเลใจ เอกสารพวกนี้คนที่จะจัดการได้นอกจากประธานแล้วก็มีแต่รุ่นพี่คิวะแต่เด็กหนุ่มก็อดเป็นห่วงรุ่นพี่อัจริยะคนนี้ไม่ได้ เพราะภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นรุ่นพี่คิวะมักทำงานหักโหมเกินตัวจนถึงกับล้มป่วยมาแล้วเนื่องจากไม่กินไม่นอนถึงสองวัน ส่งผลให้ให้ประธานหนุ่มโมโหจัดแต่ดูเหมือนเจ้าตัวยังคงไม่สนใจกับตัวเองเหมือนเดิม

"แต่..." เด็กหนุ่มอึกอัก คิวะจึงเร่งมาอีกจนเด็กหนุ่มจำใจพยักหน้า

"ตกลงครับ แล้วผมจะรีบตามประธานมาช่วย" พูดจบก็ผลุนผันออกไปโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ค้าน

คิวะถอนหายใจ "แล้วคิดว่าฉันมาทำงานเพื่ออะไร"

นั่นสินะ...ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว

++++

"ขอโทษฮะ" เด็กชายเปิดประตูห้องพยาบาลขึ้น

"ตายแล้ว ซากามูจิแผลเต็มตัวเชียว โดนพวกเด็กโตแกล้งมาอีกแล้วซิ แย่จริง! พวกนี้มันน่าลงโทษซะให้เข็ด" ครูพยาบาลสาวพูดหัวฟัดหัวเหวี่ยง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กคนนี้ถูกรุ่นพี่รังแก เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเกือบทุกวันซึ่งนับวันยิ่งรุนแรงขึ้นทุกที

หญิงสาวทำแผลให้ร่างเล็กพลางต่อว่าพวกเด็กเกเรไม่ขาดปาก เด็กชายเพียงนิ่งเงียบใบหน้าไม่แสดงถึงความโกรธหรือเจ็บปวดอะไรทั้งนั้นแต่ยังคงเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอพยาบาลสาวปิดพลาสเตอร์แผ่นสุดท้ายที่แก้มซ้ายเด็กชายก็ลุกขึ้นก้มหัน

"ขอบคุณที่ทำแผลให้เป็นประจำครับ" แล้วก็หมุนตัวออกไป

ครูพยาบาลสาวอ้าปากค้าง เพื่อนสาวอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับหัวเราะคิก

"เพราะกวนอย่างนี้สิถึงโดนรุ่นพี่หมั่นไส้" หญิงสาวพยาบาลพูดฉิวๆ

"แต่น่าสงสารนะ หน้าตาน่ารักมากซะด้วย...ทำไมเธอไม่จัดการอะไรสักอย่าละ?"

"ลูกมหาเศรษฐี หน้าตาสวยเหมือนตุ๊กตาแต่ไร้ความรู้สึกเป็นเด็กอัจฉริยะไอคิวหนึ่งร้อยแปดสิบ นี่แน่ะ! ไม่ใช่ว่าฉันไม่ช่วยนะแต่ตบมือข้างเดียวย่อมไม่ดัง ถ้าเจ้าตัวไม่ให้ความร่วมมือฉันก็ลงโทษไม่ได้จะทำได้ก็แต่ตักเตือนเด็กเกเรพวกนั้นเท่านั้น" เธอกล่าวปลงๆ

คิวะเดินออกมาหน้าโรงเรียนแต่ไม่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นประตูก็ต้องเซถลาล้มลงเพราะแรงกระชากจากข้างหลังจนเขารู้สึกจุก เด็กชายเงยหน้ามองคนทั้งสามซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นพวกที่หาเรื่องเขาเป็นประจำนั่นเอง

"หมั่นไส้ว่ะ! แค่นี้ก็ต้องสำออยไปห้องพยาบาล" เสียงเด็กชายท่าทางเป็นหัวหน้าพูดขึ้น

เจ้าลิ้วล้อที่สวมหมวกเข้ามาตบหัวเด็กชายโดยแรงจนหน้าเซไปตามทางที่ตบ

"มองหน้าแบบนี้หมายความว่าไง"

ความจริงคิวะไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย ใบหน้าขาวเนียนน่ารักราวกับตุ๊กตายังเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ขณะนี้แม้แต่น้อย แต่นั่นกลับสร้างความโกรธให้กับเด็กเกเรทั้งสามมากขึ้นไปอีก

"หวา...พวกรุ่นพี่นั้นอีกแล้วคงแกล้งคนอีกอีกตามเคยเรารีบเดินไปเหอะ"

เด็กคนอื่นเดินเข้ามาเห็นภาพตรงหน้าหันไปสะกิดบอกเพื่อนข้างๆ

หัวหน้าเด็กเกเรากระชากเสื้อจนเด็กชายผู้โชคร้ายลอยติดมือขึ้นมา ด้วยขนาดตัวและอายุที่ต่างกันมาก แล้วเหวี่ยงร่างเล็กลงกับพื้นโดยแรง เศษหินกรวดบาดผิวเด็กน้อยตัดกับผิวขาวทำให้เห็นรอยถลอกเลือดสีแดงไหลออกซิบ พวกเด็กโตหัวเราะอย่างหนำใจ แต่ผู้บาดเจ็บกลับไม่ปริปากแสดงความเจ็บปวดสักคำ เด็กเกเรอีกคนเดินเข้ามาหวังจะซ้ำอีกครั้ง แต่ก็ต้องเซไปด้วยแรงกระแทกหนักๆด้านข้างทำให้ล้มลงไม่เป็นท่า

เด็กชายตาคมเข้ามาขวางร่างเล็กแล้วตวาดใส่เด็กเกเรลั่น

“ไอ้นาคตัวเมีย! รังแกคนไม่มีทางสู้นี่หว่า”

“แกเตะฉัน” ไอ้คนที่ล้มลงผุดลุกขึ้นยืนด้วยโทสะ

“ถ้าอยากเจ็บตัวล่ะก็เข้ามาเลย”

คิวะมองคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เด็กชายท่าทางวัยคงไล่เลี่ยกับเขาแต่กลับถลาเข้ามาบังหน้าเขาไว้ และท้าทายเด็กพวกนั้นอย่างไม่กลัวเกรง

ไอ้คนที่โดนแตะกระโจนเข้ามาด้วยความโกรธ เด็กชายผู้นั้นทรุดตัวลงตวัดขาฟาดกลับจนเด็กเกเรคนนั้นเสียหลักล้มลงไป เด็กโตอีกสองคนเมื่อเห็นเพื่อนล้มลงไปก็วิ่งเข้ามาหมายจะแก้แค้น เด็กชายอายุน้อยกว่ากลิ้งตัวหลบลอดด้านข้าง กระโจนขึ้นเตะเจ้าหัวหน้าเต็มแรงจนหัวทิ่ม เขาเบี่ยงตัวหลบแต่ยังช้าไปกว่าศอกที่เหวี่ยงมาจากคนที่สามถากแก้มไปจนเป็นรอยแดงช้ำ พวกมันลุกขึ้นมาความโกรธยิ่งเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากไม่เคยโดนคนอื่นกล้าหือกับมันอีกทั้งยังเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกแค่นี้อีกด้วย คนที่เป็นหัวหน้าง้างหมัดขึ้นมาพอเหมาะกับเด็กชายผู้กล้าเบี่ยงตัวหลบ แล้วทั้งหมดก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงตะโกนมาแต่ไกล

“ครูครับ ทางนี้มีคนถูกแกล้งครับ ทางนี้”

พวกเกเรเมื่อได้ยินเสียงดังนั้นก็ตกใจรีบสลายตัวกระจัดกระจายกันไปคนละทาง เด็กชายผู้กล้าปัดมือไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่ไปตามครูมาคงจะเป็นเพื่อนของเขานั่นเอง

“เฮ้ เป็นอะไรรึเปล่า” เด็กชายแปลกหน้าหันมาถามผู้ถูกรังแกที่นั่งอยู่บนพื้น คิวะไม่ตอบแต่จ้องมองตาคมคู่นั้นกลับ

หญิงสาววิ่งกระหืดหระหอบอย่างรีบเร่ง เมื่อได้รับข่าวจากเด็กตัวน้อยว่ามีเด็กที่ถูกรังแกอยู่หน้าโรงเรียน จากการสอบถามพบว่าลักษณะเหมือนเด็กที่เธอพึ่งทำแผลให้เมื่อกี้นี้เอง เมื่อเห็นถนัดตาปรากฏว่าเด็กคนนั้นคือคิวะจริงๆ หญิงสาวส่ายหน้าอย่างสะท้อนใจกลับภาพที่เห็น แล้วก็สังเกตเห็นเด็กชายตาคมอีกคนยืนอยู่ใกล้ๆด้วยความแปลกใจ

“อิเคยาเมะนายช่วยเขาเอาไว้หรือ?”

“อย่าเข้าใจผิด ก็แค่ไม่ชอบเห็นใครถูกแกล้งโดยไม่มีทางสู้เท่านั้นเอง”

สายตาคมตวัดกลับมามองคิวะแวบนึง แล้วหันตัวเดินออกไป

“เดี๋ยวอิเคยาเมะ หน้าเธอมีแผลนี่”

“แค่นี้ไม่ตายหรอกน่าป้า”

“เด็กอะไรไม่น่ารักเลยจริงๆ” หญิงสาวบ่นเมื่อร่างนั้นเดินลับไปก้มตัวลงพยุงเด็กน้อยที่บาดเจ็บขึ้น

“ครูขอโทษนะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คราวนี้ครูจะจัดการกับเจ้าพวกนั้นให้เด็ดขาดไปเลย เธอต้องเอาเรื่องพวกนั้นนะ เล่นแรงขนาดนี้เกินไปแล้ว” หญิงสาวพูดหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“คนนั้นใครฮะ”

“หือ...? อ้อ! อิเคยาเมะ เลโอ นายตัวแสบนั้นน่ะเหรอ เขามีแผลแทบทุกวันพอๆกับเธอนั้นแหละแต่คนละกรณี ส่วนมากมักไปหาเรื่องชกกับเขาก่อนประเภทเดียวกับเจ้าสามคนนั้นแหละ นี่คงอยากหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นละสิถึงแกล้งเข้ามาช่วย”

“ไม่เหมือนหรอก...” คิวะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพายบ่า “ต่างกันจนเทียบไม่ได้”

ครูพยาบาลขมวดคิ้วกับน้ำเสียงที่แปลกไปของเด็กชาย ทั้งๆที่เธอไม่เคยเห็นเด็กน้อยใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตาแบบนี้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย แม้จะถูกรังแกสักแค่ไหนใบหน้าสวยก็ยังคงไร้ความรู้สึกอยู่เช่นเดิม หญิงสาวจึงเปลี่ยนเรื่อง

“เธอต้องไปรายงานครูใหญ่กับครูนะ พวกนั้นจะได้ไม่มาตอแยกับเธออีก”

“ไม่จำเป็นหรอกฮะ เพราะผมจะเรียนที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้ว” พูดจบก็หันหลังเดินไป

“หมายความว่ายังไงน่ะซากามูจิ?” หญิงสาวพูดเสียงเบาเหมือนกระซิบ คล้ายกับไม่เชื่อและไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน

“อเมริกา…” คิวะกันมาจ้องหน้าครูสาว “ผมจะไปอเมริกาฮะ” แล้วก็เดินออกไป

ครูสาวพึ่งได้สติ “เดี๋ยวก่อนแล้วแผลเธอล่ะ?”

เด็กชายหันกลับมายิ้ม หญิงสาวแทบไม่เชื่อสายตาเด็กคนนั้นยิ้ม

“แผลแค่นี้ไม่ตายหรอกฮะ”

++++

เสียงนักเรียนในห้องจ๊อกแจ๊กจอแจในห้องเรียนดังสนั่นผิดปกติกว่าทุกวันเนื่องจากหัวข้อสนทนาตกอยู่ที่นักเรียนใหม่ผู้ย้ายมาจากอเมริกา ลือกันว่าเป็นคนสวยบ้างก็ว่าเป็นเด็กหนุ่มรูปหล่อ แต่ที่แน่ๆเป็นอัจฉริยะ เห็นได้ชัดจากผลการสอบกลางเทอมด้วยคะแนนสอบเข้าเต็มทุกวิชา ทำให้คนหมั่นไส้และชื่นชมในขณะเดียวกัน

อาจารย์ประจำชั้นเปิดประตูเข้ามา พวกนักเรียนจึงเริ่มกลับเข้าที่ความเงียบปกคลุมแทนที่เพราะต่างใจจดจ่อกับเพื่อนใหม่ เมื่อเห็นว่านักเรียนในห้องพร้อมใจกันฟังแล้ว อาจารย์สูงอายุก็เอ่ย

“คงรู้แล้วนะว่ามีนักเรียนใหม่ย้ายเข้ามากลางเทอม พวกเธอก็ช่วยแนะนำเขาหน่อยนะ เอ้า! ซากามูจิ เข้ามาสิ”

เด็กหนุ่มร่างบางเดินเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง ใบหน้ารูปไข่ขาวนวลดวงตาคู่สวยแต่คมปราดตวัดขึ้นแสดงถึงความไม่ยอมใคร จมูกรั้นเงยขึ้นนิดๆ พูดด้วยริมฝีปากบางหยักได้รูป

“ซากามูจิ คิวะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

เสียงพูดระงมเซ็งแซ่ขึ้นอีกครั้ง คิวะไม่สนใจกับสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาก้าวเท้าสวบไปหยั่งที่นั่งหลังสุดริมหน้าต่าง หันหน้าเรียวสวยไปทางหน้าต่างเหมือนไม่รับรู้กับสิ่งใดทั้งนั้น

++++

“วันนี้มีนักเรียนใหม่เข้ามาว่ะ สวยชะมัดยาดพวกผู้หญิงในห้องฉันเทียบไม่ติดสักคน”

“แล้วไง”

“ไม่ใช่ ‘แล้วไง’ ฉันบอกว่าโค-ตะ-ระ สวยไง เข้าใจมั้ยครับ? ท่านประธาน”

เลโอเงยหน้าขึ้นจากรายงาน เอนหลังกับพนักเก้าอี้ กอดอกเลิกคิ้ว

“แล้ว-มัน-เกี่ยว-อะ-ไร-กับ-ฉัน-ล่ะ-โว๊ย เขาจะเป็นนางฟ้าลงมาจุติยังไงฉันก็ไม่เกี่ยวนี่หว่า”

“ถามจริงเหอะในชีวิตเคยคิดว่าใครสวยบ้างมั้ย?”

“แน่นอน ก็ซาริไง”

คนถามเอามือกุมศีรษะ ปลงกับคำตอบที่ได้รับ เลโอยังพูดมาเรื่อยๆ

“แล้วก็เลิกซะทีไอ้เรื่องหาคู่ให้ฉันน่ะ หน้าตาดูไม่ได้ซักคน เรื่องมากวุ่นวายก็เท่านั้น”

อีกฝ่ายหรี่ตาลง ความจริงผู้หญิงที่เขาคัดมาให้เพื่อนล้วนแต่หน้าตาจักว่าสวยแล้วทั้งนั้น แต่ก็นั่นล่ะเมื่อเทียบกับซาริย่อมแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน จึงไม่แปลกใจที่เลโอไม่คิดแม้แต่จะเปรยตามองด้วยซ้ำ

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่สิ่งที่ฉันกำลังจะบอกรับองนายต้องสนใจชัวร์ๆ”

“อะไร?”

“คนนั้นเป็นผู้ชาย”

“เนี่ยเหรอที่นายจะบอก? ไอ้เวรคราวที่แล้วก็ผู้หญิงคราวนี้เปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย เห็นฉันเป็นตัวอะไรวะ ไอ้...” พร้อมเหวี่ยงขา

“เดี๋ยวๆๆ! เดี๋ยวสิ! ยังพูดไม่จบ” พลางหลบขาที่เหวี่ยงมาจากเพื่อนตรงหน้า

“หมอนั่นเป็นคนแรกของที่นี่ที่สอบเข้าด้วยคะแนนเต็ม อีกทั้งยังเป็นอัจฉริยะไอคิวร้อยแปดสิบด้วย...” เมื่อเห็นสีหน้าชะงักของผู้เป็นเพื่อน จึงยักคิ้วอย่างเป็นต่อ “ว่าไง? สนใจขึ้นมั้ยท่านประธาน”

++++

“นายมาเป็นเลขาสภาไหม?”

คิวะเงยหน้าขึ้นจากหนังสือตรงหน้ามองมายังต้นเสียง เด็กหนุ่มร่างสูงวัยคงไล่เลี่ยกับเขา ผมสีน้ำตาลเข้มซอยปกต้นคอเด่นสะดุดตา สายตาคมกริบบวกกับใบหน้าคมเข้มที่จัดว่าหล่อมาก...มากที่สุดเท่าที่เขาเคยพบด้วยซ้ำ

ริมฝีปากได้รูปไม่เชิงยิ้มหรือบึ้งย้ำมาอีก “มาเป็นเลขาสภาให้หน่อยสิ”

คิวะสบสายตาคมสีนิลนั่นก่อนกระตุกยิ้ม ทำท่าคิด “อ้อ...เลขาสภา”

“ใช่ นาย...” หันไปหาเพื่อนข้างๆ

“ซากามูจิ...ซากามูจิ คิวะ”

“อ้อ...ซากามูจิ คิวะ คือมันอาจจะกะทันหันไปหน่อย ฉันอิเคยาเมะ เลโอประธานนักเรียนของที่นี่ ส่วนนี่คาวาดะ มัตซึ หัวหน้าฝ่ายรักษากฎระเบียบ”

มัตซึยิ้มให้เมื่อคิวะไล่สายตามามองพร้อมยื่นมือมาทักทาย แต่ร่างบางยังคงกอดอกเฉยทำให้เด็กหนุ่มชักมือกลับเก้อๆ

“ฉันอยากให้นายมาทำงานสภา” เลโอพูด

“ทำไมถึงเป็นฉัน?”

“เพราะนายฉลาด แล้วก็เป็นผู้ชาย ในที่นี้ฉันหมายถึงไม่จุกจิกเรื่องมากน่ะ แล้วตอนนี้งานสภาก็ยุ่งมากต้องการคนมาช่วยโดยด่วน...เนี่ยแหละเหตุผล”

มัตซึรู้สึกปวดหัวจี๊ดที่สมองขึ้นมาทันทีกับประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่ ไม่น่าให้เลโอพูดเลยแท้ๆ เพราะคำพูดตรงๆที่เหมือนกับนิสัยของเพื่อนทำให้มักมีปัญหาเรื่องการเจรจาบ่อยๆ อาจมียกเว้นกับพวกสาวๆเท่านั้นที่ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดเท่าไหร่แต่เลโอก็ไม่อยากพูดคุยกับพวกผู้หญิงเท่าไหร่นัก เพราะติดนิสัยขี้รำคาญอีกนั่นแหละ

หากใบหน้าสวยใสกลับยิ้มกว้างมากขึ้นผิดความคาดหมาย แต่ในความคิดมัตซึมันเป็นรอยยิ้มที่ดูแปลกๆยังไงไม่รู้

“เพราะว่าฉันฉลาด..เป็นผู้ชาย...และที่สภาขาดคน?”

“ใช่”

“ฉันไม่เป็น” คิวะตอบกลับทันที ทำเอาประธานหนุ่มขมวดคิ้วส่วนหัวหน้าผู้คุมกฎอ้าปากค้าง

“ทำไม?”

“ไม่อยากเป็น”

“ไม่ต้องตอบเดี๋ยวนี้ก็ได้ ฉันให้เวลานายคิดก่อน”

“จะให้เวลากี่วันคำตอบก็เหมือนเดิม”

“ทำไม?” คราวนี้น้ำเสียงเริ่มขุ่น จนบุคคลที่สามเริ่มเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี พยายามยุติการสนทนาของทั้งคู่

“เฮ้อ...ซากามูจิ ไว้เราจะมาถามนายอีกทีละกัน ขอให้นายคิดเรื่องนี้ให้ดีๆนะ ทางสภาต้องการนายจริงๆ...ใช่มั้ยเลโอ?” ประโยคสุดท้ายหันมาพยักเพยิดกับเพื่อนหวังกู้สถานการณ์

ร่างสูงไม่ตอบเพียงแต่มองสบตาดวงตากลมโตคู่สวยนั้นอย่างไม่สบอารมณ์

“ไม่เข้าใจรึไง...” น้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มที่ “ฉันไม่อยากเป็นเลขาสภาอะไรงี่เง่านั่นและก็ไม่อยากทำอะไรเพื่อสภาหรือโรงเรียนด้วย ฉันมาที่นี่ไม่ใช่มาทำอะไรปัญญาอ่อนแบบนั้น”

“ปัง!”

สายตาทุกคู่หันมาทางต้นสียงทันที เนื่องจากเป็นเวลาพักนักเรียนในห้องจึงมีเพียงบางส่วนเท่านั้น เสียงจอแจเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเงียบทันที

เลโอขบกรามแน่นด้วนความโกรธ สายตาคมจ้องมาที่ใบหน้าสวยอย่างกินเลือดกินเนื้อ แต่อีกฝ่ายยังคงนั่งพิงเก้าอี้ด้วยสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว กลับมองสบตากลับอย่างท้าทายด้วยซ้ำ!

“นายกำลังดูถูกสภาและโรงเรียน” ประธานพูดเสียงกร้าว

“ฉันแค่พูดเรื่องจริง”

“นาย!”

ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างเอาเรื่อง แต่มัตซึผู้เป็นทั้งผู้รักษากฎระเบียบและเพื่อนถลาเข้ามาขวางเอาไว้

“หลีก!”

ผู้รักษากฎระเบียบสูดหายใจลึก พูดเสียงจริงจัง

“เลโอ...กฎระเบียบข้อยี่สิบเอ็ด ห้ามนักเรียนมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันภายในโรงเรียนเด็ดขาด”

เลโอกำมือแน่นอย่างระงับอารมณ์ ริมฝีปากเม้มแน่นคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างโมโหจัด ประธานหนุ่มจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่ยอมละสายตา ทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดเว้นแต่จำเลยที่ดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเช่นเคย

ร่างสูงสะบัดตัวหันหลัง พูดรอดไรฟัน

“ในฐานะประธาน ฉันจะไม่มีวันพูดเรื่องนี้กับนายอีก” ก่อนเดินออกไปโดยไม่สนใจ

คนในห้องพากันถอนหายใจหันเป็นแถวรวมถึงมัตซึด้วย ก็รู้ๆกันอยู่ฤทธิ์ท่านประธานน่ะขนาดไหน

“นายไม่น่าพูดอย่างนั้น” มัตซึพูดด้วยความไม่พอใจ

คิวะไม่ตอบหันหน้าไปดูวิวทิวทัศน์ไม่สนใจใคร

อีกฝ่ายถอนหายใจ นี่เขาถอนหานใจเป็นรอบที่สองแล้วของวันนี้แล้ว ไม่นึกว่าการที่เขาแนะนำคนๆนี้ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ เด็กหนุ่มส่ายหัวก่อนเดินออกไป

นักเรียนคนอื่นนึกอยากจะเอ่ยปากถามแต่ก็ต้องหลบไปเมื่อเห็นใบหน้าสวยมองมาอย่างเย็นชาติดโกรธเคือง

ริมฝีปากสีแดงสดเม้มเข้าหากัน “ไม่น่าเลย...ไม่น่าจริงๆ”

++++

เด็กนักเรียนปีหนึ่งหอบแฟ้มเอกสารกองโต เดินมายังห้องสภา แต่ยังไม่ทันจะเปิดประตู มัตซึผู้เป็นหัวหน้าผู้คุมกฎก็ออกมาพอดี

“มาทำอะไรหรือ?”

“เอาเอกสารข้อมูลชมรมปีนี้มาให้ประธานน่ะครับ” ว่าแล้วก็จะเดินเข้าไป แต่รุ่นพี่ที่แสนดีกดไหล่ห้ามไว้ก่อน

“ตอนนี้พายุกำลังเข้าเมื่อกี้ก็พัดพวกสภาวิ่งหน้าตื่นออกมาหมด ขนาดชั้นยังโดนไล่ออกมาเลย นายเข้าไปจะเผ่นออกมาซะเปล่าๆ”

รุ่นน้องกลืนน้ำลายฝืดๆ ก็ท่านประธานน่ะอาละวาดใช่ย่อยที่ไหน ไปที่ไหนก็ต้อง’พัง’เป็นแถบๆ พวกสภาถึงเรียกเวลาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ว่า ‘พายุ’ แต่ก็ใช่ว่าท่านประธานของเราจะเป็นพายุได้ง่ายๆซะที่ไหน นอกจากเกิดเรื่องจริงๆ ว่าแล้ว…เรื่องอะไรล่ะ?

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”

มัตซึผู้เป็นหัวหน้าฝ่ายรักษากฎระเบียบ ยิ้มเล็กน้อยคล้ายจะปลอบใจตนเอง

“เกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะ” เขาไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้ เพราะถึงยังไงคิวะก็ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเรียนใหม่ ถ้ามีเรื่องกับพวกสภาละก็คงไม่ดีแน่ เลโอก็รู้ข้อนี้ดีจึงไม่กล่าวอะไรเรื่องเด็กหนุ่มหน้าสวย(แต่สุดกวน)นั่นอีก

เมื่อเด็กรุ่นน้องได้รับคำตอบแบบนั้น ก็พอจะรู้กลายๆว่าไม่ต้องการจะให้ถามอีกจึงได้แต่ยิ้มแหะๆแล้วเดินจากไป ทั้งทีอยากรู้แทบขาดใจ

“แล้วเอกสารพวกนี้จะไว้ที่ไหนดีวะ” บ่นพึมพำกับเจ้าเอกสารกองโตที่อุ้มอยู่ ก่อนดีดนิ้วเปาะ แล้วตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ตัวเองคิด

++++

หลังจากการปรากฎตัวของเด็กนักเรียนใหม่หน้าหวานได้ไม่กี่วัน ก็เป็นหัวข้อใหญ่ที่ลือสะพัดไปทั่ว โดยเฉพาะพวกเด็กหนุ่มที่ต่างพากันเข้ามารุมล้อมไม่ซ้ำหน้าทั้งปีหนึ่งยันปีสาม แต่เมื่อเห้นสีหน้าเฉยชาบวกกับคำพูดที่สุดจะไม่น่าฟังก็ทำให้ถอยไปหลายรายเหมือนกัน

คิวะเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว จนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ เขาไม่เคยพูดอะไรกับใครเลยยกเว้นจำเป็น(ซึ่งก็ไม่น่าฟังเท่าไหร่)และเวลาตอบคำถามในชั้นเรียนเท่านั้น ทั้งๆที่มีใครหลายคนมักเป็นฝ่ายเขามาพูดคุยก่อนแต่ก็ต้องถอยไปเพราะเหมือนพูดอยู่คนเดียว

“สวย...หยิ่ง แต่น่ารัก” เจ้าหนุ่มหนึ่งในผู้รักษากฎระเบียบพร่ำออกมา

“อ้อ..เหรอ” บัตซึตอบกลับ พลางเหลือบไปมองร่างสูงที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ตรงมุมห้อง สองสามวันมานี่มีทั้งรุ่นน้องและเพื่อนมาเพ้อให้เขาฟังเรื่องนี้จนเริ่มชินซะแล้ว

“โถ...รุ่นพี่ครับ รุ่นพี่ต้องช่วยผมนะ”

“ช่วย? ขนาดเสียงฉันยังได้ยินวันละครั้งแค่ตอนขานชื่อเท่านั้นเอง”

“ที่จริง...เขาก็เป็นคนฉลาดนะครับ แล้วตอนนี้ทางสภาก็ขาดคน ถ้ายังไง...” จงใจพูดเปรยให้คนมุมห้องได้ยิน ถ้าคิวะได้มาเป็นเลขาสภาหนทางสำหรับเขาคงไม่ไกลเกินเอื้อม

“ปึง!” เสียงโยนแฟ้มเอกสาร ทำให้ผู้พูดสะดุ้งเฮือก หันไปทางต้นเสียงก็เห็นสายตาคมจ้องกลับมา

“ปะ...ประธานอารมณ์ไม่ดีหรือครับ” รีบหลบสายตาหันมากระซิบถามรุ่นพี่ ก็เมื่อกี้เห็นดีๆอยู่นี่หว่า

“ ’เพิ่งจะ’ น่ะ” บัตซึนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ประธานอารมณ์แปรปรวนได้ทันที “ทางที่ดี นายอย่าพูดเรื่องนี้อีกดีกว่าเพื่อวามปลอดภัยในชีวิต”

เจ้าเด็กหนุ่มยิ้มแห้ง แล้วก็ใจชื้นขึ้นเมื่อหันไปเห็นท่านประธานหยิบแฟ้มเอกกสารต่อไปมาอ่านเหมือนเดิม

++++

เช้าวันรุ่งขึ้นบัตซึเดินเข้าไปในห้องสภาตามปกติ แต่กลับได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกภายในห้อง

“เกิดอะไรชึ้น?” มัตซึถามเมื่อเห็นพวกสภานั่งหน้าเครียด เสียงทะเลาะเมื่อครู่เงียบลงเมื่อเห็นหน้าของผู้มาใหม่

“เอกสารชมรมหายครับ” เสียงหนึ่งในนั้นตอบ

หัวหน้าผู้รักษากฎทำหน้าเครียดทันที “อะไรนะ?”

“ผม...ผมเอาไปไว้ในห้องวิทย์ปีสามแล้วนะครับ แล้ววันนี้...มันก็หายไป ผมไม่ได้โกหกนะ ผมเก็บเอาไว้จริงๆ” เด็กปีหนึ่งที่เป็นต้นเหตุ พูดเสียงแหบเบาเหมือนกระซิบ ใบหน้าซีดขาว

“ประธานล่ะ?” มัตซึถาม เรื่องใหญ่ขนาดนี้คนที่ต้องรับผิดชอบเต็มๆ ไม่ใช่ใครนอกจากประธานสภา เขาอดนึกเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้

“รู้แล้วครับ ออกไปแล้วด้วย”

“ไปไหน?”

“ไม่ทราบครับ”

มัตซึจิ๊กปากขัดใจ ในสภาตอนนี้วุ่นวายไปหมด ถ้าไม่ทะเลาะกันก็คร่ำครวญเสียใจ เขานั่งกุมขมับบนเก้าอี้ด้วยความเครียดจัด เลโอไปไหน?

++++

“รู้สึกว่าพวกสภาจะทำเอกสารหายนะ” นักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดขึ้น ในขณะที่ห้องเรียนกำลังวุ่นวายเพราะอาจารย์ไม่อยู่

“ไม่จริงน่า...แล้วเลโอจะทำยังไงล่ะ” เพื่อนสาวทำหน้าเบ้ นึกเป็นห่วงเจ้าของใบหน้าคมนั่นทันที

“ไม่รู้สิ แต่เห็นว่าเป็นของสำคัญมากด้วยถ้าส่งคณะกกรมการไม่ทันละก็...หลุดจากตำแหน่งแหงๆ”

“ฉันไม่เอาใครนะ นอกจากเลโอ” เด็กสาวยืนยัน

เพื่อนชายอีกคนจึงพูดแทรก “เลโอพึ่งได้ตำแหน่งประธานเมื่อไม่นานมานี้เอง ถ้าเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้นละก็...ถึงคนทั้งโรงเรียนจะโหวตคะแนนให้อันดับหนึ่ง พวกคณะกรรมการก็ไม่ยอมอยู่ดี รู้ๆอยู่พวกนั้น่ะโหดขนาดไหน” เขาคิดถึงพวกคณะกรรมการนักเรียนที่เป้นผู้ตรวจตรางานโรงเรียนทั้งหมด มีอำนาจยิ่งกว่าอาจารย์ใหญ่ แต่ละคนก็รุ่นราวคราวพ่อแม่ทั้งนั้น ถ้าทำผิดแล้วถึงมือพวกนี้ละก็อย่าหวังว่าจะรอด

“ตอนนั้น...ฉันถูกพวกคณะกกรมการจับได้ว่าโดดเรียน...” เด็กสาวพูดเสียงแผ่ว “เลโออุตส่าห์เข้ามาช่วยไว้ ไม่งั้นฉันต้องออกจากโรงเรียนไปแล้ว”

“ฉันด้วย ตอนนั้นทำอุปกรณ์ในห้องวิทย์แตกแล้วพวกคณะกรรมการมาเห็นเข้าพอดี”

“ฉันก็เหมือนกัน”

ทั้งหมดสบตากันแล้วพากันถอนใจ อิเคยาเมะ เลโอ ประธานนักเรียนคนปัจจุบัน...ถึงแม้จะเลือดร้อน ขี้โมโห หงุดหงิดง่าย เอาตัวเองเป็นใหญ่ แต่ก็มีความเป็นผู้นำสูง มีน้ำใจ และยุติธรรม พวกเขาไม่อยากให้เลโอถูกปลดจากตำแหน่งเลยจริงๆ แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง

คิวะเสมองออกนอกหน้าต่างอย่างเคย แต่ประสาทหูกลับได้ยินเรื่องทั้งหมด ใบหน้างดงามลดลงต่ำ พลางถอนหายใจด้วยเช่นกัน!

++++

ร่างสูงจัดการรื้อเอกสารงานทั้งโรงเรียนตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสาม เขาคลายเน็คไทให้หลวมพร้อมถลกแขนเสื้อเชิ๊ตขึ้น เพื่อง่ายแกการค้นหาและลดอุณหภูมิภายในห้อง ถึงอย่างนั้นใบหน้าคมก็ชื้นไปด้วยเหงื่อ

“อย่าทำอะไรไร้ประโยชน์เลย” เสียงหวานใสดังขึ้น

เลโอเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กที่ยืนเกาะพึงประตู ดวงตาคู่สวยจ้องมาที่เขา

“นายจะพูดอะไร?”

คิวะไม่ตอบ เดินเข้ามาหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาดูแล้วโยนลงพื้น “หาให้ตายนายก็ไม่มีวันเจอ” ร่างเล็กพูดเสียงเรียบเหมือนหน้าตา “ยอมรับซะเถอะว่านายเป็นประธานที่ไม่ได้เรื่อง”

เลโอผุดลุกขึ้นด้วยความโกรธ ทั้งความเครียดและความเหนื่อยทำให้อารมณ์ของเขาพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อยู่แล้ว มือใหญ่กระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มร่างบางจนแทบลอย แต่ใบหน้าสวยกลับไม่แสดงสีหน้าอะไร

“เอาเลยสิ...ประธานนักเรียนสามารถละเว้นกฎระเบียบได้ทุกข้อ ถึงนายจะชกฉัน...ก็ไม่มีความผิด” ใบหน้าสวยหัวเราะ “ตราบใดที่นายยังเป็นประธานอยู่นะ”

“โครม!”

มัตซึกับคณะกรรมการนักเรียนบางส่วนที่อยู่ตรงระเบียงรีบวิ่งเข้ามาดูทันที ภาพที่เห็นคือ คิวะนั้งเช็ดเลือดที่ริมฝีปากและบุคคลที่พวกเขากำลังตามหายืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเต็มที่

“สำหรับคำพูดหมาๆของนาย!” ร่างสูงตวาดใส่ร่างเล็ก

“เกิดอะไรขึ้น?” มัตซึหันมามองหน้าเพื่อนสลับกับใบหน้าหวานแล้วรีบเข้ามาแทรกระหว่างทั้งสอง

คิวะหัวเราะเบาๆ “ก็ท่านประธานที่แสนดีของพวกนาย กำลังจะหลุดจากตำแหน่งไงล่ะ”

“โธ่เว๊ย…แก!”

ร่างสูงทำท่าจะเข้าไปหาร่างเล็กอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้น ก็มีเด็กปีหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมา

“ประธานครับ...มีโทรศัพท์บอว่า...ซาริ...ซาริเป็นลมที่โรงเรียนครับ” พูดทั้งๆที่หอบอยู่

แทบไม่ฟังจนจบประโยคชายหนุ่มสะบัดตัว วิ่งออกนอกห้องอย่างเร็วไปทันที

มัตซึเสยผมขึ้น “ถ้าเรื่องซาริละก็เป็นอย่างนี้ทุกที เอ้า! นายลุกไหวมั้ย? เลือดออกด้วยนี่” ประโยคหลังหันมาพูดกับคิวะ ยื่นมือให้

“...ใคร?”

“หือ?”

ดวงตากลมโตตวัดขึ้นมาอย่างเย็นชาและโกรธเคือง น้ำเสียงหวานเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกจนผู้ฟังรู้สึกได้

“...ซาริคือใคร?”

 cats.gif (2782 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

เรื่องนี้วางโครงเรื่องไว้นานมากแล้วนะคะ แต่เพราะว่าคอมที่บ้านเสียไม่ได้ซ่อมซะที ก็เลยค้างมาแรมปีแบบนี้ อืม…ไม่ได้คิดแค่ตอนนี้ด้วยนะ มีเรื่องที่จะแต่งเต็มไปหมดเลย แต่ก็แค่วางโครงเรื่องไว้เท่านั้นล่ะ ;P ติชมมาได้นะคะยินดีรับทุกความคิดเห็นค่ะ^^(Caf?)

[email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1