Enarev
By..
.Narcissus

ในชีวิตของฉัน...เดินผ่านผู้คนมากมายเป็นหมื่นพัน แต่ไม่ว่าจะเหลียวมองไปทางไหน...ก็ไม่เจอใครคนนั้นที่ต้องการสักที... เมื่อไหร่นะ...เมื่อไหร่...ฉันถึงจะได้พบคนๆนั้นเสียที

..ตัวตนอีกส่วนหนึ่งของฉัน...

Chapter 1

“แอนดี้ เมสันครับ” ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ของบรรณารักษ์ บอกชื่อและนามสกุลให้บรรณารักษ์ป้อนเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อบันทึกหนังสือที่เขายืมออกมา

“ค่ะ สักครู่นะคะ” บรรณารักษ์หญิงบอกกับแอนดี้แล้วหยิบหนังสือขึ้นมายิงบาร์โค้ด เรียบร้อยแล้วเธอก็ส่งหนังสือคืนให้กับเขา

“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มกล่าวสั้นๆแล้วเดินจากไป

\//////////\\\\\\\\\\/

แอนดี้เดินไปเรื่อยๆตามฟุตบาท ผู้คนหญิงชายต่างเดินไปมากันขวักไขว่ วันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยสดใส ออกเป็นสีเทาหม่นๆ เมฆลอยเอื่อยไปตามแรงลมที่พัดมาเบาๆ ระหว่างที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ สายตาแอนดี้ก็พลันไปเหลือบเห็นเด็กสาวตัวน้อยที่กำลังยืนร้องไห้อยู่คนเดียว ไม่มีใครหันมาสนใจ ใส่ใจซักคนเดียว ในชั่วครู่นั้น... เขารู้สึกเหมือนกับเห็นตัวเองในอดีต ...ร้องไห้คนเดียว ปราศจากใครสนใจ...

“เป็นอะไรจ๊ะ สาวน้อย” ชายหนุ่มตัดสินใจเดินตรงไปยังเด็กน้อยที่ยืนร้องไห้อยู่เดียวดาย เขายกมือลูบศีรษะของเด็กหญิงคนนั้นเบาๆระหว่างถาม

“พ่อ...ฮึก...พ่อของหนู...ไป...ฮึก...ไปสวรรค์แล้วค่ะ...ฮึก...พ่อทิ้งหนูไปแล้ว...ฮึก...” เสียงเล็กตอบกลับมาปนสะอื้น ...ไปสวรรค์... นั่นสินะ เขาเองก็เคยมีญาติมาบอกประโยคนี้ ประโยคที่ฟังดูสวยหรูแต่ทำร้ายจิตใจอย่างมากมาย แอนดี้มองตาแดงก่ำของเด็กหญิงแล้วเอานิ้วปาดน้ำตาให้

“เหรอจ๊ะ...พ่อกับแม่ของพี่เองก็ไปสวรรค์แล้วเหมือนกัน อย่าเศร้าไปเลยนะจ๊ะ อยู่บนสวรรค์ท่านจะมีความสุขแน่เลย ถ้าหนูร้องไห้ ท่านก็จะไม่มีความสุขนะ” แอนดี้ปลอบเบาๆ ขณะนั้นหญิงสาวในชุดดำคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาเลิ่กลั่ก มองซ้ายมองขวาราวกับหาของบางอย่างอยู่ พอเธอมองมาทางเขา ก็วิ่งตรงมาทันที

“อลิซ...อลิซ...โถ่หลาน...อาอยู่นี่แล้วจ๊ะ...อาอยู่นี่แล้ว” เธอโผเข้ากอดเด็กน้อยแน่น ปากพร่ำพูดไม่หยุด แอนดี้เห็นว่าทุกอย่างท่าทางเรียบร้อยดีเขาจึงถอยออกมาแล้วจากไป

\//////////\\\\\\\\\\/

Lying close to you feeling your heart beating

And I'm wondering what you're dreaming

Wondering if it's me you're seeing

Then I kiss your eyes

And thank God we're together

I just want to stay with you in this moment forever

Forever and ever

ชายหนุ่มเดินฮัมเพลงไปเรื่อยๆจนถึงหน้าคอนโดมิเนียม เขาเดินเข้าไปกดลิฟต์ ระหว่างที่ยืนอยู่ในลิฟต์ดูเหมือนความง่วงงุนจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เขาเดินโซซัดโซเซเข้าไปในห้องแล้วเดินไปที่ห้องครัวเพื่อกดกาแฟมาดื่มไล่ความง่วง แล้วหยิบหนังสือที่ยืมมาเปิดอ่านช้าๆ...ช้าๆ...

เป็นครั้งแรกที่เขาอ่านหนังสือแล้วอยากนอนหลับ แอนดี้จึงค่อยๆปิดเปลือกตาลงช้าๆ ปล่อยตัวเองให้ดิ่งสู่ห้วงนิทรารมณ์ ลึกลงไป...ลึกลงไป...ลึกลงไป......

\//////////\\\\\\\\\\/

แอนดี้สะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้งด้วยแรงกดดัน เขาหูอื้อ หายใจไม่ออก อากาศรอบข้างเย็นเฉียบราวกับอยู่ในน้ำแข็ง ด้านล่างมืดสนิทราวกับไร้ที่สิ้นสุด ชายหนุ่มดิ้นรน...ดิ้นรน...ตะเกียกตะกายหาอากาศหายใจ แต่ไร้ผล สุดท้ายสติอันน้อยนิดก็จะดับวูบไป ช้าๆ...ช้าๆ...

\//////////\\\\\\\\\\/

“อือ...หืม?...” แอนดี้ลืมตาขึ้นอีกครั้งในที่ที่เขาไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย เพดานห้องเป็นสีทองสะท้อนประกายกับแสงจันทร์สีนวลชวนมองนัก อัจกลับแก้วระย้าห้อยอยู่กลางห้องใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูเหมือนจะเป็นของล้ำค่าไปเสียหมด เขาพยายามจะขยับตัวเพื่อลุกไปเดินรอบๆห้องแต่ก็ต้องชะงักไป วัตถุเล็ก เรียวบางวางทับอยู่ที่ช่วงเอว เขาจึงมองเป็นที่ข้างๆตัว ...ผู้หญิง?!...

“เฮ้ย!” เขาอุทานออกมาเบาๆ แล้วพยายามถอยหนีแต่ความเกรงใจเนื่องจากเป็นยามวิกาล และหญิงสาวข้างๆมีท่าทีว่าจะไม่ขยับและตื่นง่ายๆ เขาจึงละความพยายามแล้วจำยอมนอนที่เดิมต่อไปจนเช้า

\//////////\\\\\\\\\\/

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามา ทำให้แอนดี้ที่นอนหลับหันหน้าไปทางหน้าต่างตื่นขึ้น(ลืมไปแล้วว่านอนข้างอะไร) เขานั่งอยู่บนเตียงกระพริบตาปริบๆ เหมือนลืมอะไรบางอย่างไป แอนดี้นั่งมองไปรอบๆห้องอยู่บนเตียงพักใหญ่ จนสายตาไปสะดุดกับร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างเข้า แสงแดดที่ส่องมาทำให้ผิวสีแทนของหญิงสาวตรงหน้าเด่นขึ้น ผมสีเข้ม จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางสวยได้รูปราวกับงานศิลปะชั้นเลิศ เวลาปล่อยให้แอนดี้มองความงดงามของหญิงสาวตรงหน้าไม่นานนัก เธอก็หันกลับ เดินตรงเข้ามาที่เตียง ยิ้มให้แอนดี้แล้วพูดขึ้น

“เอม่า...เอม่า...” แอนดี้มองหน้าหญิงสาวคนนั้นอย่างงงๆ ...เสียงผู้ชาย?... แอนดี้จึงรีบแก้ความเข้าใจของตนเองเสียใหม่...

คำพูดที่เขาพูดก็ฟังดูไม่ค่อยเข้าใจ สำเนียงเหมือนคนอินเดียพูดภาษาอังกฤษอย่างบอกไม่ถูก แต่ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้นทำให้แอนดี้ได้เห็นบางอย่างเพิ่มเติม ชายคนนี้มีดวงตาสีเงินอมฟ้า...

“ค่ะ...ค่ะ...” แล้วแอนดี้ก็ได้รู้ว่านั่นคือชื่อ ชายหนุ่มโล่งใจ ...อย่างน้อยก็คงสื่อกันรู้เรื่องแหละ...

“เดี๋ยวเอาชุดที่เตรียมออกมาให้ด้วย สอนให้เขาใส่ให้เรียบร้อย แล้วพาลงไปพบฉันที่ห้องอาหารตอน 8 โมง” คำสั่งรัวเร็ว น้ำเสียงเด็ดขาด หวานปนแหบแปลกๆ แล้วผู้ชายตัวเล็กคนนั้นก็เดินออกไป ทิ้งให้เอม่าจัดการกับแอนดี้ตามลำพัง ซึ่งเธอก็ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไม่มีบกพร่อง เอม่าเป็นหญิงชรา ผมสีดอกเลาทั่วทั้งศีรษะ เขาเอ่ยประโยคสนทนาเพื่อทำลายความเงียบขึ้น

“ผมหลับไปกี่วันครับ”

“ประมาณ 3 วันค่ะ” เธอตอบ

“แล้วชุดนี่...”

“เตรียมตอนคุณยังไม่ฟื้นค่ะ” ...ทำไมถามคำตอบคำอย่างนี้นะ?... แอนดี้นึกในใจ

“อ้อ...” เขาขานอย่างว่าง่าย พอดีกันกับที่ชุดเข้าที่เรียบร้อย เอม่าปล่อยให้แอนดี้ยืนหน้ากระจกอยู่คนเดียว ชายหนุ่มทึ่งกับชุดที่ฟู่ฟ่าขนาดนี้ เรียกได้ว่าตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยใส่ชุดได้เว่อร์ขนาดนี้มาก่อน เสื้อปิดคอสีเข้มหนา กับกางเกงขายาวสีดำ ผ้าคลุมเอวกับไหล่สีดำดูรุ่มร่ามในความคิดของแอนดี้ แต่ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมชุดถึงเป็นอย่างนี้ เมื่อเอม่าพาเขาออกมาจากห้อง อากาศภายนอกหนาวเยือกราวกับไม่เคยต้องแสงอาทิตย์มาก่อน...ทั้งๆที่เขาก็เห็นดวงอาทิตย์อยู่เมื่อครู่นี้เอง

\//////////\\\\\\\\\\/

ทางเดินจากห้องไปยังห้องอาหารค่อนข้างใกล้ แต่ทว่าแอนดี้กลับรู้สึกเหมือนมันอยู่ไกลนับสิบกิโลเมตร อากาศหนาวเยือกตลอดทางทำเอาเขาปากสั่นแม้เสื้อผ้าจะหนาขนาดนี้ก็ตามที

เพียงแค่ประตูห้องอาหารเปิดออก แอนดี้ก็ต้องทึ่งกับความสวยงามของห้องที่ตบแต่งด้วยสีชมพูทั้งชุด อัจกลับแก้วสีชมพูใส ผ้าม่านจับจีบเรียบสีโอรส อาหารหลากชนิดวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะราวกับเตรียมจะจัดปาร์ตี้ขนาดใหญ่ หัวโต๊ะชายร่างเล็กผิวสีแทนนั่งรอเขาอยู่

เขาผายมือออกเป็นการเชื้อเชิญให้นั่งตรงเก้าอี้ข้างๆ แอนดี้รีบตรงเข้าไปนั่งแล้วอ้าปากเตรียมจะถามคำถามนับพันที่วิ่งวนอยู่ในสมองของเขาตอนนี้ แต่ชายคนนั้นยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามเหมือนจะรู้ใจ...ท้องของแอนดี้กำลังร้องเพลงเรียกร้องอาหารมื้อใหญ่ทีเดียว

“ทานอาหารก่อน ดูเหมือนคุณจะหิวหนักทีเดียว” เสียงแหบปนหวานเอ่ยเชิญ ดูเหมือนว่าเขาพยายามพูดให้ช้าลงเวลาคุยกับแอนดี้ แต่พอหันไปสั่งกับคนที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ คำสั่งกลับรัวเร็วเหมือนกับที่สั่งเอม่า แต่ตอนนี้ความหอมหวนชวนรับประทานของอาหารข้างหน้าจะดึงความสนใจของแอนดี้ไปจนหมด ซึ่งชายร่างเล็กก็ปล่อยให้เขาทานจนพอเหมือนกัน เมื่อแอนดี้ทานเสร็จแล้วจึงเงยหน้าขึ้นถามคำถามที่ถูกอาหารบดบังไปแล้วขึ้นมาถามใหม่อีกครั้ง

“ที่นี่ที่ไหนครับ? สวรรค์เหรอ?” พอจบประโยค ชายคนนั้นก็หัวเราะออกมา แต่เอม่าก็เป็นคนสะกิดอยู่ข้างๆ ร่างเล็กจึงเอามือปิดปาก ทำตากลิ้งไปมาแล้วตอบ

“ไม่ใช่... ที่นี่คือโลกคู่ขนานกับโลกที่คุณอยู่ เหมือนโลกพี่น้องเป็นโลกฝาแฝดกัน ...เอนารีฟ...กับ...เอิร์ธ...” คำตอบที่ได้ยังกลั้วเสียงหัวเราะอยู่บ้างแต่ก็จริงจัง “โลกของเรารู้จักกับโลกของคุณ แต่โลกของคุณไม่รู้เลยว่ามีเราอยู่...” ประโยคหลังฟังดูทอดถอนใจ

“แล้ว...พบผมที่ไหน?”

“ที่เอเวอร์ แลนด์ ช่องว่างของเอนารีฟกับเอิร์ธ”

“.................................” แอนดี้อึ้งไปพักใหญ่ พอได้สติก็นึกในสิ่งที่มารยาทดีๆพึงจะทำต่อผู้มีพระคุณ เขาลุกขึ้นยืน ดูเหมือนว่าคนที่นี่จะตัวใหญ่ไปซะทุกคนเว้นเสียแต่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขานี่แหละที่จะตัวเล็ก

“แอนดี้ เมสันครับ”

“มิเชล ราจา เดิร์ม” แล้วก็เขย่งตัวขึ้นหอมแก้มแอนดี้

“ถือว่าแลกกับชื่อฉันก็แล้วกันนะ” ...ชีวิตนี้ยังไม่เคยหอมแก้มใคร ไม่เคยให้ใครหอมแก้มด้วย โอย >_<~ ไม่น้า... โดนมิเชลปล่อยให้จมอยู่กับห้วงความคิดต่อไป...

 cats.gif (2782 bytes)

TO BE CONTINUED

อยากแต่งให้นายเอกเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ผลงานเรื่องแรกในชีวิตที่ผ่านการแก้ซ้ำแล้วซ้ำอีกT-T แทบขาดใจ...แต่ยังไงก็ขอแรงใจด้วยนะคะ... [email protected] ค่ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1