..คำมั่น..สัญญา..
By...Jasmine
ตอนที่ 2
เพียงไม่นานหลังจากทั้งคู่กลับถึงบ้าน สองเฒ่าก็ดุด่าบุตรชายที่ไม่เข้าข้างตน
โดยเฉพาะหลี่จงหยวนเขาโมโหโกรธาจนบ้านแทบพังเมื่อหวินหลงยืนยันว่าจะไม่ไปสอบจอหงวน
เมื่อครู่เจ้า ..ว่าอะไรนะ เขาถามบุตรชายอีกครั้ง ขณะที่บ่าวไพร่คนอื่นยืนหลบความพิโรธตามเสาใหญ่
ข้าจะไม่ไปสอบที่เมืองหลวง หวินหลงตอบหนักแน่น แต่ข้าจะไปเปิดสาขาที่จิ้งโจว
เจ้าเสียสติแล้วหรือไร!!! หลี่จงหยวนตะโกนลั่นคฤหาสน์
เจ้า นี่ใกล้กำหนดเดินทางไปสอบแล้ว เจ้าเพิ่งมาบอกว่าจะไม่ไป ..เจ้าลูกโง่!!! เขาด่าเสียงดังลั่นอีกครั้ง
ท่านพ่อ .ท่านทำ ท่านสั่ง แต่ท่านไม่เคยถามข้าสักคำนะว่าข้าอยากเป็นขุนนางหรือเปล่า
เป็นขุนนางมันไม่ดีตรงไหน..หา!! มียศฐาบรรดาศักดิ์ และเชิดชูวงค์ตระกูลด้วย หลี่จงหยวนเสียงอ่อนลงบ้าง
ต้นตระกูลเราขายซาลาเปากินนะท่านพ่อ และข้าตั้งใจจะทำให้ซาลาเปาของบ้านเราเป็นหนึ่งในแผ่นดิน
เจ้ามันลูกอกตัญญู ข้า .ข้า .ข้าจะบ้าตายกับเจ้า หลี่จงหยวนหายใจหอบฮักด้วยความโกรธ
ร่างอุ้ยอ้ายเดินไปมาจนพื้นห้องแทบสึก หวินหลงมองบิดาแล้วนึกกลัวว่าท่านจะเป็นลม
ท่านพ่อ .ข้า ข้าจะไปสอบก็ได้นะ จริงเหรอ หลี่จงหยวนยิ้มตาโตทันควัน
จริง!!หากท่านยินยอมคืนดีกับท่านลุงโจวละก็.. หวินหลงกล่าวเท่านี้ ผู้เป็นบิดาถึงกับเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน
เจ้าหมายความอย่างไร ถ้าข้าคืนดีกับเจ้าเฒ่าโจวได้ เจ้าถึงจะไปสอบ
ก็ข้า . หวินหลงพูดไม่ทันถึงไหน หลี่จงหยวนก็แทรกขึ้นมาว่า
ข้าบอกเจ้าได้เลยว่า ชาตินี้อย่าได้หวัง ให้ข้าตายเสียก่อนเจ้าถึงจะไปญาติดีกับมันได้
คำพูดที่ออกจะหัวดื้อและแล้งน้ำใจทำให้หวินหลงขุ่นเคืองที่สุด
เขาหวังแค่ว่าถ้าสองเฒ่าคืนดีกันได้ เขาคงได้เป็นพี่ชายที่ดีของอันอิงไปชั่วชีวิต แต่บิดายังทิฐิไม่เลิก
ก็ดี งั้นข้าจะไม่ไปสอบ ข้าจะไปจิ้งโจวพรุ่งนี้เลย เขากล่าวอย่างเหลืออด
ไปเลยๆๆ!! ไปแล้วอย่าซมซานกลับมานะ ข้าจะไม่นับเจ้าเป็นลูกอีกต่อไป
หวินหลงมองหน้าบิดา รู้สึกเหมือนลืมหายใจไปชั่วขณะ
ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจนตัวโตกว่าบิดาไม่เคยสักครั้งที่ได้ยินคำตัดรอนรุนแรงเช่นนี้
เขาโกรธและเสียใจที่ตัวเขาไม่มีความหมาย บิดาหัวดื้อยอมหักแต่ไม่ยอมงอสักนิด
ท่านไล่ข้าเองนะ หวินหลงกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความน้อยใจ เขากลับเข้าห้องเก็บเสื้อใส่พกห่อรวดเร็ว
คุณชาย คุณชายอย่าเพิ่งไปเลย นายท่านโมโหมากไปหน่อยเท่านั้น
ใช่ รุ่งเช้าท่านคงอารมณ์ดีไม่ตำหนิคุณชายแน่
บ่าวไพร่ใกล้ชิดต่างพยายามรั้งเอาไว้ หวินหลงไม่พูดไม่จามัดห่อผ้าได้ก็เดินออกมาไม่มองหน้าใคร
ไม่ต้องไปห้ามมัน ไปบอกคนเฝ้าประตูไว้ถ้าออกไปแล้วลงกลอนให้แน่นหนา ต่อให้เคาะเรียกก็ไม่ต้องเปิด
หลี่จงหยวนสั่งบ่าวไพร่ ทุกคนมองได้แต่ก้มหน้านิ่งไม่กล้าออกความเห็นใดๆอีก
ปังงงง!!!เสียงประตูปิดลงดังสะท้อนในความเงียบ และดังในอกหวินหลงจนอดหวั่นใจมิได้
จากนี้ไปเขาถอยหลังไม่ได้แล้ว อนาคตเบื้องหน้ามันดูไม่มั่นคงเสมือนหนึ่งยืนอยู่เรือน้อยในมหาสมุทร
คืนนี้เดือนกลมมนส่องแสงสว่างมองเห็นเงาของตนเอง หวินหลงเงยหน้ามองฟ้าแล้วเอื้อนเอ่ยว่า
จันทร์เอ๋ยจงเป็นพยาน ใจข้าแหลกลาญหมดสิ้นแล้ว
เพียงไม่แคล้วชิดเชยคู่ใจ แค่นี้ขอมากไปหรือไรหนา
หรือสวรรค์จะไร้เมฆตา ให้ได้แค่มองหน้าไร้บุญพาอยู่คู่เคียง
ความปวดร้าวของหวินหลงมากมายเกินกว่าจะเอ่ยออกมาได้หมด เขายืนนิ่งและสูดหายใจลึก
กอกอ นั้นท่านหรือ เสียงที่ประหนึ่งดุจแสงสว่างในยามค่ำคืนเช่นนี้จุดให้ความยินดีลุกโชน
อันอิง หวินหลงร้องเรียกหา ไม่นานประตูบานใหญ่ก็เปิดออก
กอกอ .ดึกดื่นเช่นนี้ไฉนมายืนอยู่นี่ได้ อันอิงถามไถ่สายตาเขาตกมาที่ห่อผ้าบนไหล่
เจ้าเองยังไม่พักผ่อนอีก หวินหลงย้อนถาม ชั่วขณะเขาเห็นความกลัดกลุ้มในดวงตาอันอิงได้
คาดเดาได้ว่าคงเพิ่งถูกตำหนิมา ต่างฝ่ายต่างมองเห็นปัญหาของกันและกันจึงไม่กล้าเอ่ยถามก่อน
ท่านจะไปไหน อันอิงถามเสียงเบาแทบกระซิบ เมืองหลวง คำตอบสั้นๆของหวินหลงทำให้รู้สึกใจหาย
หากฉุกคิดได้ว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะไปสอบเวลานี้ อันอิงพอคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทะเลาะกับท่านลุงหรือ รุนแรงขนาดนี้เชียว
ข้าไม่ทางเลือกแล้ว..ตอนนี้ข้าคิดอย่างเดียวว่าจะเข้าเมืองหลวงทำสัญญาของเราให้เป็นจริง
กอกออันอิงร้องเรียกอย่างสิ้นหวัง เด็กทารกอย่างเขาและหวินหลงจะทำให้ได้ขนาดนั้นมันมิใช่เรื่องง่าย
ข้ารู้ว่าเจ้าคิดยังไง แต่ขอให้อย่ากังวล ข้าเอาตัวรอดได้ หวินหลงเดินถอยห่าง
เขาทนไม่ได้หากมองหน้าอันอิงนานกว่านี้เขาคงอ่อนแอและมิอยากจากไปไหน
อันอิงมองร่างสูงที่รีบเดินจากไปราวกับกลัวว่าเขาจะตามไปด้วย แสงจันทร์ส่องเห็นเงาเขาเลือนลาง
ความกลัวระคนตื่นตระหนกว่าหวินหลงจะไปแล้วไปลับ ฉุดให้เขาร้องตะโกนออกไป
กอกอ ข้าพเจ้าไปด้วย หวินหลงหยุดกึกก่อนหันมามองให้แน่ใจว่าเขาได้ยินไม่ผิด อันอิง
สัญญาของเราต้องมีข้าพเจ้าร่วมด้วยสิ ท่านรอข้าพเจ้าประเดี๋ยว
อันอิงกล่าวแล้วหันกายกลับเข้าบ้านปล่อยให้หวินหลงอ้าปากค้างจะร้องห้ามก็ร้องไม่ออก
ทั้งที่หวาดหวั่นแต่ส่วนหนึ่งในใจก็อดยินดีมิได้ อันอิงเลือกที่ตามเขามากกว่าจะไปสอบจอหงวน
ใบหน้าคมสันยิ้มแย้มแสดงความดีใจออกมา รู้สึกว่ามันเหมือนการหนีตามกันของหนุ่มสาวจริงๆ
อันอิงหอบเสื้อผ้าเพียงน้อยนิดแต่หอบเสบียงกรังมาห่อใหญ่
คุณชาย ท่านจะไปจริงๆหรือขอรับ บ่าวเฝ้าประตูรั้งไว้หวังให้เปลี่ยนใจ
บอกท่านพ่อว่าเจ้าไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน หากท่านพ่อเอาความเงินก้อนนี้คงพอช่วยเจ้าได้
อันอิงยัดเงินหลายตำลึงให้บ่าวไพร่ ทำให้มันพูดไม่ออก
เจ้าเอาจริงหรือนี่ หวินหลงถามทั้งที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ข้าพเจ้าจะปล่อยให้ท่านทำเพียงผู้เดียวได้ฉันใด สัญญาของเราสอง ต้องร่วมแรงจึงจะสำเร็จ
หวินหลงยิ้มแย้มยินดี ทั้งสองเริ่มต้นการเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงด้วยความปรีดา
ชายเสื้อสีขาวดูกระจ่างตาในคืนเดือนสว่าง ไม่ช้าสีขาวก็หายลับไปในความมืดราวกับจะหายไปชั่วนิรันด์
บ่าวไพร่เฝ้าประตูยืนมองคนทั้งสองเดินลับไปอย่างหดหู่ และอดทอดถอนใจมิได้
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป