Take Me Higher
By…คุณชาย

ตอนที่ 1

เช้าตรู่ของวันสอบเอนทรานซ์วันที่ 3 ของนายฐิติพงษ์ วรกุลวงศ์อะไรก็เร่งรีบไปซะหมด ก็อีกแค่ 10 นาทีก็จะเริ่มสอบวิชาแรกของวันแล้วนี่แต่เจ้าตัวยังวิ่งอยู่หน้ามหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์สอบอยู่เลย รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวนวล ใบหน้ารูปไข่สวยงามกระเดียดไปทางเด็กหนุ่มมากกว่าทั้งๆ ที่วัยนี้น่าจะเป็นชายหนุ่มแล้วแท้ๆ ขายาวๆ ที่มักจะเอาไว้วิ่งสุดฝีเท้าเวลาเล่นกีฬากำลังได้ใช้ประโยชน์เต็มที่จนเห็นตึกสอบอยู่ตรงหน้าแล้วร่างโปร่งก็ยิ่งก้มหน้าก้มตาเร่งฝีเท้าสุดชีวิต จนชนใครบางคนเข้าจังเบอเซถลาไป หนังสือที่คว้าลวกๆ มาอ่านก็กระจายลงเต็มพื้นจนเจ้าตัวเริ่มรู้สึกว่าวันนี้ช่างเป็นวันซวยเสียจริง

“ขอโทษครับ ผมรีบ” เด็กหนุ่มรีบเก็บหนังสือโดยเร็วพลางขอโทษขอโพยใครก็ไม่รู้

“ไม่เป็นไรเด็กเตรียมสอบ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นอ่อนโยนไม่เอาเรื่อง

“ขอโทษนะครับ”

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองผู้เคราะห์ร้ายก่อนจะชะงักติงครู่นึง แปลกใจว่าตัวเองได้ชนกับนายแบบเข้ารึเปล่า เพราะใบหน้าคมเข้มสูงเท่ห์ขนาดนี้ แถมแต่งตัวก็ดีแต่นึกอีกทีอาจจะชนกับอาจารย์เข้าก็ได้นี่นาเพราะคนที่จะแต่งตัวดีขนาดนี้ สุภาพขนาดนี้ก็ต้องเป็นคนที่คุมสอบแน่ แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปไกลกว่านี้เสียงออดเริ่มทำข้อสอบก็ดังขึ้นไม่ปราณีคนที่ยังไปไม่ถึง

“เฮ้ย!!!”

ฐิติพงษ์ช็อคสุดขั้ววิ่งหน้าตั้งเข้าตึกทันทีไม่มีอะไรจะทำให้เค้ารู้สึกถึงเวลาโดนหมาวิ่งไล่ฟัดได้ดีกว่าตอนนี้อีกแล้ว

ชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายยืนขำมองเด็กหนุ่มวิ่งถลาไปไม่สนใจใครอย่างกับนักวิ่งทีมชาติสนุกสนาน ชายเสื้อนักเรียนสีขาวตัวโคร่งปลิวออกมาเผยผิวเนื้อขาวไวๆ จนคนที่ขำอยู่ต้องหยุดมองระทึกเพราะชุดนักเรียนชายมันก็ไม่ต่างจากเสื้อคลุมซีทรูของสาวๆ นัก เนื้อหนังมังสาของเด็กผู้ชายมันไม่น่าพิศมัยนักในสายตาของคนทั่วไปจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บรรดาเด็กนักเรียนชายจะมีแค่เสื้อบางๆ ติดตัวแต่กับเค้า…มันไม่ใช่

เด็กหนุ่มคนเดิมนั่งหอบแฮ่กอยู่หน้าข้อสอบของตนไม่เคยทรมานกับอะไรขนาดนี้แท้ๆ รีบแกะแม็ก อย่างรวดเร็วเปิดข้อสอบทำทันทีการตั้งสมาธิหลังจากออกกำลังมันยากเช่นไรเพิ่งได้ประจักษ์ก็วันนี้แหละ จนกระทั่งเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าแต่สำหรับคนอื่นๆ มันคือชั่วโมงครึ่ง บางห้องเริ่มมีคนทยอยออกมากันแล้ว ห้องของฐิติพงษ์ก็เช่นกันแต่คนที่มาสายอย่างเค้าเวลาครึ่งนาทีก็มีความหมาย จนกระทั่งเวลาใกล้หมดเต็มที ถึงแม้จะเป็นวิชาที่ถนัดขนาดไหนแต่ถ้ามาสายต่อให้เทวดาก็ทำไม่ทัน สุดท้ายเสียงออดหมดเวลาก็ดังขึ้นอาจารย์คุมสอบประกาศให้วางมือจากข้อสอบเด็กหนุ่มจึงต้องปลงถอนหายใจแรงๆ

“หมดเวลาแล้ว”

เสียงทุ้มนุ่มที่รู้สึกเหมือนเคยได้ยินดึงให้ฐิติพงษ์ได้เงยหน้าจากโต๊ะเสียที ไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นก็ผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกเค้าชนเข้าเต็มๆเมื่อเช้านั่นเอง ชายหนุ่มที่เดินมาเก็บข้อสอบพอเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็แปลกใจไม่แพ้กันแต่ก็ยิ้มให้

“ออกไปพักเถอะ มาสายคงยังไม่ได้กินอะไรล่ะสิ”

เหมือนสวรรค์โปรดของฐิติพงษ์ นอกจากจะไม่โกรธที่ถูกชนแล้วยังใจดีถ้าเป็นผู้หญิงซะหน่อยจะตามจีบซะเลย แต่นี่ดันเป็นผู้ชายแถมหล่อกว่าตัวเองอีกตะหาก

“ครับ” ฐิติพงษ์ยิ้มรับก่อนจะออกจากห้องสอบไป

“มีอะไรเหรอจีระ” อาจารย์คุมสอบเดินเข้ามาถามเผื่อมีปัญหา

“เปล่าครับ”

“แล้วยืนยิ้มทำไมคนเดียวล่ะ” พอรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำตัวแปลกๆก็รีบเก็บอาการทันที

“เป็นอะไรรึเปล่าจีระ แม่ไม่สบายเลยเป็นมั่งรึไง”

“เปล่าครับ”

“เปล่าครับอยู่นั่นแหละ ไปกินข้าวกันเถอะไป”

ก่อนที่จะไปชายหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะมองไปที่โต๊ะสอบที่มีบัตรสอบของคนนั่งแปะอยู่ก่อนไป

“ฐิติพงษ์งั้นเหรอ”

“ไอ้โอ๊ค!! ทางนี้”

ฐิติพงษ์หรือนายโอ๊คของเพื่อนๆเดินตรงไปที่โต๊ะอาหารที่มีเพื่อนเป็นฝูงนั่งรออยู่กับอาหารหลายจานจนดูเหมือนโต๊ะจีนในเหลา เพราะเจ้าพวกนี้รวมทั้งฐิติพงษ์เองเป็นพวกกินยิ่งกว่ากรรมกรด้วยซ้ำ ก็เป็นวัยรุ่นกำลังโตนี่นา

“เป็นไงวะมึง ทำจนเค้าไล่ออกมาเลยล่ะสิ” เพื่อนคนหนึ่งทักขึ้นทั้งๆที่ปากเต็มไปด้วยไก่ย่าง

“ไอ้บ้ากูก็ทำจนหมดเวลาก็ออกไม่เหมือนมึงนี่ เข้าไปดูข้อสอบแล้วฝนน่ะถึงได้ออกเร็ว”

“ไอ้ห่านี่ปากดีนักนะมึง จะกินมั้ยข้าวน่ะอุตส่าห์ซื้อมาเผื่อ เดี๋ยวปั๊ดโยนให้หมาแทนซะ”

“ขอโทษค้าบพี่” นายโอ๊คทำท่าอ้อนวอนหยอกเล่นกันสนุกสนาน

“ให้มันรู้ซะมั่ง” เจ้าเพื่อนตัวดีเลยทำเบ่งซะสุดท้ายด้วยความหมั่นไส้ฐิติพงษ์เลยแย่งข้าวมาเลย

“เฮ้ยโอ๊คแล้วเมื่อเช้ามึงมาทันป่าววะ พวกกูรอตั้งชาติก็ไม่มา แม่ไม่ปลุกรึไง”

“แม่ไม่อยู่ว่ะ กูเลยล่อซะสายเลย เมื่อเช้าก็ยังกะหมาไล่ฟัดวิ่งแม่งหูตั้งเลยกู”

“กูว่าแล้ว มึงนี่แม่งนอนทีขี้เกียจสันหลังควาย” เพื่อนอีกคนด่าซ้ำอย่างเคยชิน

“ไอ้นี่ เดี๊ยะมึง ทีมึงนอนตื่นแม่งเย็นกูยังไม่ด่าเลยนะทีงี้ทำมาด่ากูสันหลังควาย”

“เอาน่าไว้สอบเสร็จพวกมึงค่อยไปด่ากันให้พอ เฮ้ยรู้ป่าวไอ้โอ๊ค เมื่อเช้าห้องสอบมึงมีอาจารย์เป็นลมด้วยนะเว่ย หามกันยาวเลย”

“จะไปรู้ได้ไงวะไอ้บ้า ป่านนั้นกูยังวิ่งอยู่ไหนก็ไม่รู้”

“กูนี่เลยรู้จริง เพราะกูเป็นคนหามไปเองหนักโคตรๆ ห้องพยาบาลแม่งก็ใกล้ชิบหาย”

“เออ แล้วห้องพยาบาลอยู่ไหนวะ” เพื่อนที่เห็นว่าไอ้นี่ถ้าจะรู้ก็ถามเผื่อป่วยกะเค้ามั่ง

“นู่นเลยมึง มึงวิ่งไปอีก 2 ช่วงตึกแล้วอ้อมหลังตึกคณะบดีอีกรอบมึงก็คงได้เจอ กูแทบเป็นลมตาม”

“น่าสงสารว่ะ” เพื่อนๆ เอ่ยปากปลอบทั้งๆที่สีหน้ายิ้มเยาะเรียกง่ายๆว่าหน้าไหว้หลังหลอก

ในระหว่างที่กำลังสวาปามกันอย่างออกรสเวลาก็ผ่านไปพอสมควรพวกหนุ่มๆ เลยรีบยัดนู่นยัดนี่ใส่ปากเพื่อที่จะได้เหลือเวลาไปทวนวิชาต่อไปครั้งสุดท้าย

ก่อนที่จะเข้าห้องสอบฐิติพงษ์ก็ลังเลก่อนที่จะเข้าห้องน้ำก่อนเพราะไอ้เพื่อนๆ ที่กินอย่างกะอะไรแล้วมาปล่อยให้คนรักสะอาดอย่างเค้าต้องเก็บจานให้จนมือเละไปหมด แล้วก็ถือว่าเป็นโชคที่ได้เจออาจารย์คุมสอบเมื่อเช้ากำลังล้างมืออยู่เหมือนกัน ทั้งคู่มองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนที่ร่างสูงกว่าจะทักขึ้น

“เมื่อเช้าเป็นไงบ้างล่ะ”

“ก็ดีครับ แต่ทำไม่ทัน” เด็กหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มเปิดก๊อก

“งั้นเหรอ คราวนี้คงทำทันแน่เลยนะ โชคดีล่ะ เอ้อ..อยากเข้ามหา’ลัยไหนล่ะเรา”

“ที่นี่แหละครับ ใกล้บ้านดี”

“งั้นก็ไว้เจอกันนะ”

ชายหนุ่มเดินออกไปปล่อยให้ฐิติพงษ์ยืนสาธุรับพรอยู่ก่อนจะเข้าสอบ ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ถ้าเค้าจะได้มีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นคนดีขนาดนี้น่ะ แค่นึกก็อยากให้เอนท์ติดเร็วๆ ซะแล้ว ว่าแล้วก็มีไฟอยากทำข้อสอบขึ้นมา

เวลาล่วงเลยไปจนถึงวันประกาศผลสอบ ฐิติพงษ์แทบร้องไม่เป็นภาษาเมื่อได้มหาวิทยาลัยที่ต้องการโทรไปบอกเพื่อนให้ควั่กไปหมด มีแค่ไอ้โจ้เพื่อนซี้เท่านั้นที่ติดที่เดียวกัน คณะเดียวกันอีกต่างหาก

“เฮ้ยโจ้ แล้วมึงจะทำไงวะ บ้านก็อยู่ตั้งราชบุรี มึงจะอยู่หอกับใคร”

“แม่กูบอกว่าถ้ากูไม่มีเพื่อนอยู่หอก็ให้รอเอนท์ใหม่ว่ะ” เพื่อนซี้ตัวใหญ่กว่าพูดหน้าเศร้า

“งั้นกูอยู่กับมึงเอง”

“มึงจะบ้าเหรอ บ้านมึงอยู่แค่เนี้ยนะจะมาอยู่หอหาห่าอะไรล่ะ”

“หรือมึงจะมาอยู่บ้านกูไอ้โจ้” เพื่อนร่างเล็กกว่าเริ่มหงุดหงิด

“ไม่เอาอะ แม่กูไม่ชอบให้ไปอยู่บ้านคนอื่น”

“งั้นก็ทำที่กูบอก ให้กูมาอยู่กับมึง ไว้มึงได้เพื่อนจะมาอยู่ด้วยกูค่อยไปโอเคปะ”

“แม่มึงไม่ว่ารึไงวะ”

“แม่กูไม่แคร์อยู่แล้ว เพราะกูมันลูกที่ดี ว่าไงมึงจะเรียนหรือจะรอเรียนปีหน้า”

เพื่อนตัวใหญ่คิดซักพักก่อนจะหันมา “เออ กูอยู่กับมึงก็ได้วะ”

ในที่สุดความฝันที่จะได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยนี้ของฐิติพงษ์ก็เป็นจริง แต่คณะของเค้ามันไม่ต่างอะไรจากโรงเรียนชายล้วนนั่นต่างหากที่เป็นข้อเสียของความสุขในชีวิตนักศึกษา ร่างเล็กเดินไปพร้อมกับเพื่อนซี้หิ้วสัมภาระคนละใบเดินเข้าหอไป ที่ชั้นล่างมีพนักงานที่ดูยังไงก็กระเทยแน่ๆ ยืนรอให้ถามหน้ายิ้มแย้มอยู่

“เอ่อ...พี่ครับ” ฐิติพงษ์ถามกลัวๆกล้าๆหลังจากเสี่ยงดวงเป่ายิ้งฉุบแพ้

“อะไรจ๊าหนุ่มน้อย”

ยึ้ย! ฟังแล้วขนลุก ฐิติพงษ์ยื่นใบจองห้องให้มือสั่นน้อยๆกลัวโดนงาบก่อนได้เรียน แต่แล้วมือหนากว่าของคุณแต๋วก็คว้ามือเล็กขาวนวลของเด็กมาใหม่ทันทีจนฐิติพงษ์รีบกระชากมือออกแทบไม่ทัน

“อ๋อ...ห้อง 504 เหรอ เดี๋ยวนะจ๊า” เล็บที่เพนท์ลายมาอย่างดีกรีดกรายเปิดสมุดอย่างชำนาญ

“น้องฐิติพงษ์กับน้องสุทธิโชค” เรียกชื่อพร้อมส่งยิ้มหวานจนเด็กใหม่แทบอ้วก

“คะ...ครับ” สองคนตอบพลางพยักหน้าน้อยๆ เสียวกระเทย

“เชิญเลยจ้ะ ยินดีต้อนรับนะจ๊ะหนุ่มๆ”

สองหนุ่มรีบจ้ำเดินให้พ้นๆ จากกระเทยล่ำน่าสยองทันที

“เฮ้ยไอ้โอ๊ค กูกลัวอีกระเทยควายเมื่อกี้ว่ะ ดึกๆมันจะงาบกูป่าววะ”

“มึงจะบ้าเหรอไอ้โจ้ ถ้าเค้าจะงาบ มึงเสร็จตั้งกะเมื่อกี้แล้ว”

ทางฝ่ายคุณแต๋วที่มีอาหารตาผ่านไปก็สูดดมกระดาษที่ได้จากมือเด็กหนุ่มเมื่อครู่หนึ่งที

“ไอ้หอย”

เสียงเรียกของใครบางคนกรีดใจกระเทยน้อยจนหันไปถลึงตาใส่ดูเหี้ยมเกรียมกว่าชายไทยธรรมดาแต่พอรู้ว่าเป็นใครก็ส่งยิ้มหวานทันที

“แหม! จีเองเหรอจ๊ะ คราวหลังอย่าเรียกอย่างงั้นสิ ชื่อซินดี้เพราะกว่าตั้งเยอะ”

“ไม่ล่ะ กระดากปาก แล้วคนที่บอกให้รอดูมารึยัง”

“อ๋อ...น้องฐิติพงษ์ มาแล้วจ้ะ เพิ่งขึ้นไปเมื่อกี้เอง ห้อง 504 ข้างๆห้องจีเลยจ้ะ”

“เออ ขอบใจไว้จะตอบแทน”

“เอาเป็นอยู่กะจีคืนนึงได้ม้า” คุณแต๋วส่งเสียงอ้อน

“ไม่ ไม่อยากเสียตัวให้กระเทยควายอย่างแก” พูดจบก็จากไปทันทีปล่อยให้คนโดนด่าฟึดฟัดเป็นหมีอยู่คนเดียว ส่วนคนที่เดินออกไปก็ยิ้มมุมปากที่แผนขั้นแรกบรรลุเป้าหมาย

cats.gif (2782 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ E-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1