Project A to Z
(Take Over) Again
By...Viva
อิดร คลีโอ เหลือบมองคนที่นั่งข้างหลัง พลางคิดว่า หน้าบูดได้บูดดีเสียจริง ๆ
ชายหนุ่มถอนใจ เลี้ยว FORD MUSTANG คันโปรดเข้าจอดที่โรงแรมหรูกลางเมืองซึ่งขึ้นชื่อด้านการบริการติดอันดับโลก เขาจอดรถที่หน้ามุขโรงแรมพอดิบพอดี ส่งกุญแจให้พนักงานที่โค้งให้อย่างนอบน้อม จากนั้นก็พยักเพยิดชวนคนที่นั่งเบาะหลังให้ตามไป
ใบหน้าของเด็กหนุ่มตอนนี้หงิกสนิท และอิดรก็ทราบดีว่าเป็นเพราะอะไร น้องคนสุดท้องของตระกูลคลีโอเกลียดการถูกขัดจังหวะตอนที่กำลังอ่านหนังสือที่สุด แต่คราวนี้เป็นเรื่องจำเป็นจริง ๆ ที่ทำให้เขาต้องลากตัวน้องชายมาในงานนี้ให้ได้ ทั้งนี้ก็เพราะงานเลี้ยงในวันนี้เป็นงานวันเกิดของเจ้าตัวเอง แต่เจ้าตัวดูเหมือนจะลืมไปซะสนิท (เวรกรรม --_--;)
เมื่อทั้งสองไปถึงสถานที่จัดงานก็ปรากฏกลุ่มคนกำลังรออยู่ก่อนแล้วประมาณกว่าร้อยคน ส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษา เพื่อน ๆ ของเจ้าภาพ ส่วนหนึ่งเป็นนักธุรกิจที่ติดต่อกับครอบครัวคลีโอมานาน ส่วนที่เหลือเป็นพนักงานแผนกวิจัยและพัฒนาจากบริษัทในเครือคลีโอ ซึ่งเป็นลูกน้องโดยตรงของอดารที
คนกว่าร้อยชีวิตร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับคนๆ หนึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจทีเดียว เด็กหนุ่มเบิกตาโตก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขา ( กรรมจริง ๆ )
หลังจากจบเพลง พี่ๆ ของเขาก็ทยอยกันเข้ามาอวยพรและมอบของขวัญ พี่อิดให้รถอัลฟ่าโรเมโอ 156 รุ่นใหม่ล่าสุด อดารทีต้องยิ้ม เพราะทราบดีว่าพี่อิดคลั่งไคล้รถอิตาเลี่ยนยี่ห้อนี้เป็นพิเศษ พี่ดรให้ตั๋วเครื่องบินกับเงินติดตัวไปเที่ยวอิตาลีที่เขาอยากไปมานาน ส่วนพี่เอกบ้าจี้ซื้ออุปกรณ์ในห้องทดลองส่วนตัวให้เขาใหม่ยกชุด แน่นอนว่าของทั้งสามอย่างนี่คงยกเอามาให้ในที่นี้ไม่ได้ ดังนั้นพี่ ๆ ทั้งสามของเขาจึงแค่มอบซองจดหมายให้ ข้างในมีการ์ดระบุของขวัญซึ่งเขาจะได้รับทันทีเมื่อถึงบ้าน จากนั้นคนอื่น ๆ ต่างก็ทยอยกันเข้ามาอวยพรและมอบของขวัญบ้าง
อดารทีอารมณ์ดีขึ้นมากทีเดียวตอนที่ขึ้นไปกล่าวขอบคุณและเชื้อเชิญให้ร่วมสนุก ทั้งๆ ที่เขาไม่ชอบการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน อิดรอมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนคนหนึ่งของน้องชายตะโกนแซวคนบนเวทีเสียงดัง เจ้าน้องชายสุดที่รักของเขาหน้าแดงก่ำเลยทีเดียว
น้องชายคุณไม่ค่อยเหมือนคุณเท่าไหร่นะ ดร
พี่พัฒน์? มางานด้วยหรือครับ? อิดรเบิกตาโต เขาไม่นึกว่าจะพบอีกฝ่ายในงานวันนี้
คุณเชิญมาเองไม่ใช่รึไง คนพูดหน้าเริ่มบูด ทำให้อิดรชักอารมณ์บูดขึ้นมาบ้าง พักนี้คนรักของเขาขี้หงุดหงิดจนเขารำคาญ
ก็คุณทำท่าเหมือนไม่อยากมา ผมก็นึกว่าคุณจะไม่มาน่ะสิ
ก็คุณต้องมานี่ หนุ่มใหญ่พูด ทำท่าเหมือนจะค้อนจนอิดรต้องหัวเราะ
น่ารักเป็นบ้า!
อ้อ เพราะคุณรู้ว่าผมต้องมาแน่ ๆ คุณก็เลยมา? อิดรอมยิ้มยั่วขณะที่มือเริ่มวุ่นวายอยู่กับเนคไทของคนตรงหน้า บริพัฒน์เหลียวมองรอบตัวแล้วก็จับมือซุกซนคู่นั้นมากุมไว้เขิน ๆ
ผมไม่ได้พูดสักคำ บริพัฒน์ปฏิเสธ พยายามทำหน้าเฉย
แต่คุณก็คิด มาเถอะ ครอบครัวผมมาจัดงานที่นี่บ่อย ๆ ผมจำได้ว่าตรงมุมห้องด้านโน้นมีห้องว่างห้องนึง คนพูดหน้าแดงซ่าน เขาจะเชิญชวนออกนอกหน้าไปไหมนะ แต่คนรักของเขาช่างน่ารักเหลือเกินจนเขาอดใจไม่ไหว
ดร! หนุ่มใหญ่ดุ ใบหน้าเป็นสีแดงเข้มขึ้น
มาเถอะ ผมรักคุณนะ ชายหนุ่มพูดเสียงออดอ้อน และเขาก็รู้ว่าคำอ้อนของเขาได้ผล เพราะบริพัฒน์ดันศอกเขาเบา ๆ ให้เดินนำทันที อิดรลอบยิ้ม ประโยค ผมรักคุณ เป็นจุดอ่อนของบริพัฒน์ เขาใช้ทีไรรับประกันได้ผลล้านเปอร์เซ็นต์
ทั้งสองกำลังจะเล็ดลอดเข้าห้องว่างดังกล่าวสำเร็จตอนที่มีมือใหญ่เอื้อมมาคว้าไหล่ของอิดร พร้อมกับเสียงห้าว ๆ พูดภาษาที่บริพัฒน์ฟังไม่เข้าใจ
คนพูดเป็นชายร่างยักษ์ ผิวเข้ม นัยน์ตาลึก ลูกตาสีน้ำเงินเข้มทั้งคมทั้งดุ คิ้วเข้มโค้งยาวจรดหางตา สีดำสนิทเหมือนสีผม และถึงแม้จะสวมสูทสากลแต่ชายตรงหน้ายังคงคลุมศีรษะแบบชายอาหรับทั่วไป เขากำลังพูดรัวลิ้นด้วยท่าทางดีใจอย่างมาก
// ชาคเกอร์!! // อิดรอุทาน ในใจคิดว่า อิ๊บอ๋ายแล้วตู!!
// ดอนนี่ นานมากแล้วนะ นึกว่าเราจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว คุณไม่ติดต่อไปเลย //
// ฉันมีงานยุ่งมาก // อิดรตอบอึกอัก เหลือบตามองคนข้าง ๆ อย่างเกรงใจ // ไม่นึกว่าเธอจะมางานนี้ได้ //
// พี่เอกส่งบัตรเชิญไปให้ผม // เขายิ้มกว้าง ทำให้ดวงตาคมเข้มอ่อนแสงลง ดูค่อยสมกับเป็นใบหน้าของเด็กหนุ่มอายุ 19 หยก ๆ หน่อย
เจ้าเอก!! แสบนักนะ!! อิดรอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่านี่อาจเป็นผลจากการที่ไปกลั่นแกล้งเรื่องความรักของน้องชายเอาไว้มาก เจ้าเอกเลยตอบแทนซะแสบสันต์
หนอย รู้ทั้งรู้ว่าคนอย่างเจ้าชาคเกอร์สลัดได้ยากยิ่งกว่าปลิงบวกตุ๊กแกยังทำกันได้!!
// ผมคิดถึงคุณแทบขาดใจ ทำไมคุณไม่ติดต่อไปเลย // หนุ่มอาหรับอ้อนต่อ อิดรหน้าซีด แอบเหล่มองคนข้าง ๆ อีกที ถึงแม้ท่าทางของบริพัฒน์จะไม่บอกว่าเขาเข้าใจ แต่สีหน้าของเขาบอกชัดเจนทีเดียวล่ะว่ากำลังเข้าโหมดโมโหจัด
เอ้อ ช ชาคเกอร์ พูดภาษาไทยดีกว่านะ อิดรเสนอ
แล้วก็ปล่อยมือจากเอวเขาด้วย บริพัฒน์เสริมขึ้นเสียงเรียบ
มันแอบมาจับเมื่อไหร่หว่า อิดรคิด เหงื่อแตกซิก
โอ้ ขอโทษที่เสียมารยาทครับ ผมชาคเกอร์ โอมาร์ กุฟสตาฟ ยินดีที่ได้รู้จัก เขาหันไปทักทายบริพัฒน์ด้วยภาษาไทยสำเนียงแปร่ง ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยเอวชายหนุ่ม
ด้วยมารยาท บริพัฒน์จับมืออีกฝ่ายพลางแนะนำตัว จากนั้นก็กัดฟันชมภาษาไทยของเขา แต่อีกฝ่ายกลับตอบมาด้วยประโยคน่าเตะ
ขอบคุณครับ ต้องยกความดีให้กับดอนนี่ที่สอนผมในทุก ๆ เรื่อง คนพูดยิ้มเคลิบเคลิ้ม พาให้คนที่ถูกพาดพิงรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ เมื่อครู่ที่เสียมารยาทเพราะผมดีใจมากไปหน่อย ดอนนี่เป็นคนที่ผมคิดถึงมากมาตลอดสี่ปี
อิดรสะดุ้งเมื่อดวงตาเขียวปัดของคนรักตวัดมาอย่างกล่าวหา เขาห่อไหล่แล้วกระซิบเสียงสั่น อย่ามองผมอย่างนั้นนะ ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักคุณซักหน่อย อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับชาคเกอร์ในแบบที่คุณเข้าใจด้วย
บริพัฒน์ขมวดคิ้ว นิ่งไปพักหนึ่งก่อนที่จะถอนหายใจ เขารู้ดีว่าที่อีกฝ่ายพูดก็มีเหตุผล เขาไม่มีสิทธิ์ไปบังคับให้อิดรอย่าคบกับใคร โดยเฉพาะในเมื่อตอนนั้นทั้งเขาและอิดรต่างก็ยังไม่รู้จักกัน
เอ่อ ชาคเกอร์ เธอยังไม่ได้พบกับเจ้าทีเลยใช่มั้ย? อิดรเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน
จริงสิ หนุ่มอาหรับทำท่าตบหน้าผากตัวเอง ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน เจ้าทียิ่งขี้งอนอยู่ ถ้ารู้ว่าผมมาแล้วไม่ไปทักต้องวีนแตกแน่ ๆ ท้าย ๆ ประโยคเจ้าตัวยังบ่นอะไรเป็นภาษาอาหรับอีกยาวยืด ถึงบริพัฒน์จะฟังไม่เข้าใจแต่ดูจากสีหน้าของอิดรแล้ว คำบ่นพวกนั้นต้องตลกมากแน่ ๆ
แต่เขาไม่ชอบให้อิดรยิ้มกับเรื่องตลกของคนอื่น!
หนุ่มอาหรับโค้งงาม ๆ หนึ่งที เอ่ยคำลาสั้น ๆ ก่อนที่จะจ้ำพรวด ๆ จากไปอย่างที่บอกชัดเจนว่ากลัวถูก วีน ใส่จริง ๆ
เมื่อหนุ่มอาหรับพ้นสายตา นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ก็คว้าต้นแขนคนรักแล้วลากเข้าห้องว่างที่เป็นจุดมุ่งหมายแต่แรก อิดรอุทานเบา ๆ หน้าแดงก่ำเมื่อหันมาทันเห็นชายคนรักปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา
ไม่นานต่อมา หากมีคนเดินเข้ามาใกล้บริเวณนี้มากพอ อาจได้ยินเสียงครวญครางอู้อี้อย่างพึงพอใจของชายสองคน
<><><><><><><><><><>
อิดรเดินสะโหลสะเหลลงจากรถ ทว่าใบหน้าอิ่มเอิบเหมือนจะเปล่งออร่าแห่งความสุขจนเลขาคนสนิทแปลกใจ ตั้งแต่ย้ายที่ทำงานกลับมาอยู่ที่อาคารคลีโอเมื่ออาทิตย์ก่อนตามบัญชาของคุณอดิลย์ เจ้านายของเขาก็กลายเป็นมนุษย์(อารมณ์)บูดสุดขีด นัยว่าสนุกสนานกับที่ทำงานใหม่ที่อาคารบริพัฒนสินมาก เขาสังหรณ์ใจว่าพนักงานที่นั่นคงเสียน้ำตาไปคนละหลายปี๊บ เพราะเขาเองตอนที่เข้ามาทำงานกับคุณดรใหม่ ๆ ก็เป็นเหมือนกัน คนอะไร สรรหาเรื่องมาแกล้งกันได้ทุกวัน แล้วก็ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวนี้จะเลิกนะ -_-;;
ที่น่าแปลกใจคือคุณดรไม่เคยเรียกเขาไปช่วยงานที่บริพัฒน์เลยทั้ง ๆ ที่เคยไว้ใจให้เขาทำงานทุกอย่างแทนแท้ ๆ (ปรกติอู้ตลอด ให้เลขาทำแทน สบายแฮ )
หรือว่าคุณดรจะมี(เลขา)คนใหม่!
ยิ่งคิดเลขาผู้น่าสงสารก็ยิ่งนั่งไม่เป็นสุข คาดเดาไปต่าง ๆ นานาตามนิสัยมองโลกในแง่ร้าย
(เจ้าอิดรต้องตกนรกแน่ ขนาดมันยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็เหมือนแกล้งเขาแล้ว)
ชายหนุ่มผู้สุดแสนอารมณ์ดีเดินผิวปากเข้าห้องทำงาน เมื่อถึงโต๊ะตัวเก่าก็ลงนั่งอมยิ้มกับจอคอมพิวเตอร์เหมือนคนบ้า ภาพในสมองเตลิดไปไกล ทำให้ใบหน้าน่ารักชักแดงเรื่อขึ้นนิด ๆ
ก็จะไม่ให้สุขได้ยังไงไหว เมื่อคืนนี้เองที่เขากับบริพัฒน์มีความสุขด้วยกันจนถึงเช้า แถมก่อนที่เขาจะออกจากบ้านของบริพัฒน์ ยังถูกกระชากแขนไปประกบจูบดูดดื่มต่อหน้าคนขับรถ เขาก้าวขึ้นรถของตัวเองด้วยแข้งขาสั่นเทา นึกไม่ออกเหมือนกันว่าสามารถพามัสแตงคันโปรดมาถึงที่บริษัทได้โดยปลอดภัยได้ยังไง
ภวังค์ฝันหวานถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสัญญาณโทรศัพท์ ชายหนุ่มกดปุ่มสปีคเกอร์ก่อนที่จะหลับตาพริ้ม พยายามเรียกภาพที่สะดุดไปเมื่อครู่กลับมา
ว่าไง นิรินธน์?
ขอโทษครับ มีโทรศัพท์สายนอกจากมิสเตอร์ กุสตาฟน่ะครับ ไม่ทราบว่าจะให้โอนสาย
ฉันไม่อยู่! อิดรทะลุกลางป้อง ภวังค์หายวับ ภาพบริพัฒน์ถูกตีแตกกระจายด้วยภาพหนุ่มอาหรับนามชาคเกอร์
เอ๋?..แต่ว่า
ฉันไม่อยู่! ไปประชุม! ไปสัมมนา! เข้าห้องน้ำ! อะไรก็ได้!
เลขาผู้น่าสงสารกระพริบตาปริบ ๆ ครับ
อิดรยังไม่ทันถอนหายใจยาวเสร็จสิ้นดีตอนที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากนอกห้อง ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว
เสียงนั้นมัน ?! อิดรกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์คล้าย ๆ อย่างนี้
ใช่ เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว!
ตอนนั้นเขายังอยู่ที่ไคโร ตามคุณพ่อไปเที่ยวพร้อมกับน้องๆอีกสองคน แล้วก็แวะดูงานนิดหน่อย เขาได้พบกับลูกชายของเจ้าพ่อบ่อน้ำมันฮัดซัน กุสตาฟที่นั่น และมันก็กลายเป็นฝันร้ายที่เขาไม่เคยลืมเลือนเลย เจ้าเด็กนั่นตามติดเขาอย่างกับปลิง พอเขานึกรำคาญมาก ๆ เข้าก็ให้คนรับใช้บอกปัดว่าไม่อยู่เมื่อชาคเกอร์มาขอพบ ผลลัพธ์ที่ได้ยิ่งเลวร้าย เด็กบ้านั่นตัดสินใจมารอเขาที่บ้าน เลยได้พบว่าอันที่จริงแล้วเขาไม่ได้ไปไหน เจ้าเด็กนั่นโกรธมาก และก็มาเฝ้าเขาอยู่สามวันสามคืน ช่วงนั้นเขาแทบกลายเป็นคนประสาทเสีย
คราวนี้เขาจะยอมให้ความแตกเหมือนคราวที่แล้วอีกไม่ได้! ตอนนี้เขามีบริพัฒน์อยู่แล้ว แต่ถึงแม้จะไม่มี เขาก็ไม่มีวันยอมคบกับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้าชาคเกอร์เป็นแน่!!
อิดรมองหาที่เหมาะ ๆ สำหรับซ่อนตัว แต่ในห้องสี่เหลี่ยมที่แสนโล่งและได้รับการตกแต่งจากมัณฑนากรฝีมือดี บวกกับความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเลขาเขา มีหรือ ที่จะมีซอกหลืบที่ไหนให้เขาเข้าไปหลบ?
ชายหนุ่มตัดสินใจหนีเข้าห้องน้ำก่อนอื่น แต่เมื่อล็อคประตูแน่นหนาแล้วเขาจึงนึกขึ้นได้ว่า ที่จริงในห้องทำงานของเขามีประตูหนีไฟ!
โธ่! ถ้านึกออกแต่แรกก็หมดเรื่องไปแล้ว!
อิดรเลียริมฝีปาก เอาหูแนบบานประตูเพื่อสืบสถานการณ์ภายนอก บางทีเขาอาจมีเวลาพอที่จะวิ่งไปยังบันไดหนีไฟได้ทัน มันแอบอยู่ข้างชั้นหนังสือตรงผนังด้านตรงข้ามนี่เอง
เงียบ
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว แนบหูชิดกับบานประตูยิ่งขึ้น
คราวนี้เขาได้ยินเสียงแว่วมาเพียงแผ่วเบา จับได้แค่ว่าเสียงหนึ่งที่ออกแววเกรี้ยวกราดกว่าเป็นของเลขาของเขา อีกเสียงที่ฟังดูกวนโอ๊ยนั่นน่าจะเป็นของเจ้าเด็กอาหรับนรก
อิดรเลียริมฝีปากอีกครั้ง ค่อย ๆ แง้มประตูห้องน้ำ ผลจากการสังเกตเป็นที่น่าพอใจปนแปลกใจ เจ้าเด็กนรกนั่นผ่านด่านเลขาคนโปรดของเขาเข้ามาไม่ได้! ทั้งๆ ที่บอดี้การ์ดฝีมือดีปนกะล่อนของเขาที่ไคโรทำไม่ได้นี่นะ?!
ความสงสัยชักมีมากกว่าความกลัว อิดรกระเถิบตัวเข้าชิดหน้าต่างกระจก แอบมองลอดช่องว่างของมู่ลี่ออกไป โถงหน้าห้องของเขาเป็นวงโค้ง ทำให้เขาสามารถเห็นเหตุการณ์ภายนอกได้อย่างง่ายดาย
เลขาของเขากำลังยืนกางแขนเป็นแม่ไก่กางปีกอยู่หน้าประตูห้องเขา ส่วนเจ้าเด็กอาหรับนรกนั่นถึงจะมีทีท่ารำคาญนิด ๆ แต่ก็ไม่คิดจะกำจัดสิ่งกีดขวาง ทั้งที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เพราะขนาดมันผิดกันอย่างกับพ่อกะลูก
ตอนนี้คุณเลขาผู้น่ารักกำลังพูดด้วยท่าทางขึงขัง เจ้าชาคเกอร์ยิ้มเผล่ จากนั้นก็พูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เลขาร่างบางหน้าแดงก่ำ ทั้งสองคนตอบโต้กันอยู่นาน เจ้าชาคเกอร์ก็ดูท่าจะลืมเหตุผลการมาครั้งนี้ซะสนิท
อิดรเผยอรอยยิ้มชั่วร้ายน้อย ๆ สถานการณ์นี้ชักน่าสนใจแล้วสิ
<><><><><><><><><><>
ผมยังไปไม่ได้ พี่อิดก็รู้ว่าผมหงุดหงิด แต่เขาทำเหมือนจะแกล้งงั้นแหล่ะ สงสัยมีของเล่นให้รังแกชิ้นเดียวคงไม่พอ! อิดรกรอกเสียงตอบไปด้วยท่าทางกระเง้ากระงอด ค้อนแท่นวางหูโทรศัพท์เหมือนมันเป็นต้นเหตุกระนั้น แล้วก็ต้องทำปากยื่นเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะมาตามสายเบา ๆ
มีแต่คุณน่ะแหล่ะที่จะแกล้งคนอื่นเขา อย่างคุณอดิลย์ผมไม่เห็นเขาจะมีท่าทางอะไร ปลายสายตอบมาด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
คุณน่ะไม่รู้อะไร ที่ผมโตมานิสัยเสียแบบนี้ก็เพราะเก็บกดที่ถูกแกล้งบ่อย ๆ เมื่อตอนเด็ก รู้มั้ย
อ้อ! เสียงทุ้มกลั้วหัวเราะยิ่งขึ้น อิดรขมวดคิ้วใส่หูโทรศัพท์อย่างหมั่นไส้
ผมพูดจริงจังนะ! ถ้าคุณมาเป็นผมก็จะรู้ดี ตอนเด็ก ๆ น่ะ
You shall not pass!!! (คุ้นๆ นะ อิ อิ)
เสียงแหลมเล็กที่ตวัดมาอย่างเหลืออดทำให้คู่สนทนาทั้งสองแทบสะดุ้ง อิดรปิดกระบอกโทรศัพท์ หันไปถลึงตาใส่ต้นเสียงซึ่งยืนจังก้าอยู่หน้าห้อง แต่แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง ตาโต ชายหนุ่มบอกลากับอีกปลายสายอย่างเร่งร้อน จากนั้นก็วางหูรวดเร็วไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตอบรับ
ช ชาคเกอร์ อิดรครางอย่างหมดแรง มองสีหน้าถมึงทึงของเด็กหนุ่มอาหรับแล้วก็แทบกลั้นใจตาย เมื่อสองชั่วโมงที่แล้วเขาเพิ่งบอกเจ้านี่ไปว่าเขาไม่ว่างคุย และกำลังจะขึ้นเครื่องไปสงขลา ทำให้เจ้านี่ยอมวางหูอย่างสงบ แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะระแวงขนาดตามมาดูเขาถึงที่นี่!
มิสเตอร์กุสตาฟ!! ท่านรองประธานไม่ต้องการพบคุณ! และผมก็จะไม่มีวันยอมให้คุณทำเรื่องที่เสียมารยาทต่อท่านเด็ดขาด! ถ้าคุณอยากพบท่านรองประธานก็กรุณาโทรศัพท์เข้ามาแจ้งขอพบอย่างเป็นทางการ จากนั้นก็รอคำ
เสียงตวาดแหวกระตุกเมื่อเด็กหนุ่มร่างยักษ์คว้าตัวเลขาผู้น่าสงสารยกขึ้น แล้วโยนไปไว้อีกทาง ก่อนที่จะก้าวพรวด ๆ เข้าไปหาชายหนุ่มที่ยืนตัวสั่น
// คุณหลอกผมเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วรู้ไหม ดอนนี่?! //
// ส สองมั้ง? // อิดรทำหน้าเจื่อน พยายามยิ้มอย่างไร้เดียงสา
// ห้า!! ครั้งนี้ครั้งที่ห้าแล้วตั้งแต่ผมมาเยี่ยมคุณที่เมืองไทย ถ้าคุณไม่อยากพบผมมากขนาดนั้นก็บอกกันมาตามตรง ผมจะได้ไม่ต้องมารบกวนอีก!! //
อิดรกลืนน้ำลาย เจ้านี่โกรธมากกว่าที่คิดไว้แฮะ และตอนโกรธก็น่ากลัวกว่าที่คิดซะด้วย คงเพราะเขาไม่เคยเห็นหน้าเจ้านี่ตอนโกรธเลยละมัง
ชายหนุ่มถอยกรูดจนชิดโต๊ะทำงาน แต่หนุ่มอาหรับยังเดินตามไม่ลดละ เขายื่นหน้าเข้ามาจนเกือบชิดชายหน้าสวย พูดเสียงหนักแน่น
// ว่าไง บอกผมมาสิ! ว่าคุณไม่อยากพบผมอีกแล้ว! //
// ฉ ฉัน // อิดรอึกอัก ไม่ใช่เพราะลังเล แต่เพราะสงสาร ถึงแม้เด็กหนุ่มจะทำท่าทางจริงจัง และมีหน้าตาโกรธเกรี้ยวอย่างมาก แต่เขารู้สึกสังหรณ์อยู่ลึก ๆ ว่าถ้าเขาพูดประโยคนั้นออกไป เจ้าเด็กนี่คงร้องไห้ออกมาแน่
// พูดออกมาสิ ผมขอร้อง // ตอนนี้เด็กหนุ่มเค้นเสียงออกมาอย่างเว้าวอน เขาทรุดลงนั่งยอง ๆ ก่อนที่จะปิดหน้า หายใจเข้าแรง ๆ หลายครั้ง
อิดรกระพริบตา เขาไม่รู้จะทำยังไงดี แต่รู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะปลอบใจ ชายหนุ่มเสมองไปทางอื่น และสังเกตเห็นเลขาคนโปรดที่กำลังลุกขึ้นนั่งอย่างเงอะงะ ท่าทางยังคิดไม่ตกว่าควรอยู่ทำหน้าที่เลขาที่ดี และเชิญแขกไม่พึงประสงค์ออกไป หรือควรหลบออกไปเงียบ ๆ ดี เพราะที่ทั้งสองคนพูดกัน เขาเข้าใจทุกคำ!
อ เอ่อ นิรินธน์ ช่วยจัดกาแฟให้มิสเตอร์กุสตาฟที่นึงนะ กาแฟสาม น้ำตาลสาม ครีมสอง ชายหนุ่มกระแอม ก่อนที่จะก้มลงประคองเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน และประคองเขาไปนั่งที่โซฟาตรงมุมห้อง ตอนนี้เจ้าเด็กยักษ์ไม่มีลักษณะของคนที่ตัวใหญ่กว่าอิดรเกือบเท่าตัวอีกต่อไปแล้ว
ไม่นานต่อมา กาแฟร้อนกรุ่นก็ถูกยกมาเสิร์ฟให้คนทั้งสอง เลขาหนุ่มหยุดมองเจ้านายตะล่อมเด็กหนุ่มให้ดื่มกาแฟ ก่อนที่จะตัดสินใจเดินจากไป
เดี๋ยว นิรินธน์ ช่วยอยู่เป็นเพื่อนมิสเตอร์กุสตาฟก่อน ผมขอเวลาส่วนตัวสักครู่ พูดจบก็ผละไปโดยไม่รอคำตอบ ทั้งสองได้ยินเสียงประตูห้องน้ำปิดดังโครมใหญ่ ตามด้วยความเงียบสงัด
นิรินธน์สังเกตว่าอีกฝ่ายหนึ่งดื่มกาแฟหมดแล้วจึงคิดจะไปหยิบกากาแฟมาเติมให้ แต่แล้วกลับถูกคว้าข้อมือไว้ทันควัน
เดี๋ยวก่อน อยู่เป็นเพื่อนผม
เรื่องที่อีกฝ่ายพูดภาษาไทยได้ไม่ทำให้เขาแปลกใจได้เท่ากับแววอ้อนวอนในน้ำเสียง ชายหนุ่มตัดสินใจนั่งลงและรออย่างสงบ
<><><><><><><><><><>
ขณะเดียวกัน ชายซึ่งขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำกำลังกดโทรศัพท์มือถือด้วยนิ้วที่สั่นระริก เสียงสัญญาณจากอีกปลายสายดังเพียงครั้งเดียวเจ้าของมือถือเครื่องนั้นก็รับสาย
ดร?
เสียงทุ้มทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้น เขายิ้มทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็น
ผมคิดถึงคุณ
เหลวไหล! อีกฝ่ายดุ แต่อิดรทราบดีว่าคนรักกำลังเขิน จริงสิ เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น ทำไมรีบร้อนวางสาย? ผมกำลังคิดว่าจะโทรไปถามคุณอยู่พอดี
เกิดวิกฤตการณ์นิดหน่อย
ไม่หน่อยล่ะ เสียงโหวกเหวกขนาดนั้น ตอนแรกผมนึกว่ามีสาวที่ไหนไปแหกอกคุณถึงที่ทำงานเพราะไปสลัดรักเขาเสียอีก
อิดรยิ้มกว้างกว่าเก่า บิงโก คุณนี่เดาเก่งเป็นบ้าเลย! ผิดแค่ว่าคนที่มาแหกอกผมเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง
ถ้าเป็นจริงคุณจะทำยังไง
อีกฝ่ายอึ้งไปครู่ใหญ่ คุณไม่ทำหรอก
ขอบคุณ ชายหนุ่มกระซิบตอบ นึกอยากพบหน้าบริพัฒน์ขึ้นมาเดี๋ยวนั้น จะได้กอดให้เต็มอิ่ม
ดร? มีอะไรรึเปล่า เสียงคุณฟังแย่จัง น้ำเสียงอีกฝ่ายมีแววกังวล
ไม่มีอะไร จริงสิ คืนนี้ผมจะไปหาคุณที่บ้านได้มั้ย? ตอนนี้อยากจูบคุณมากเลย
ดร? คราวนี้บริพัฒน์ทั้งเขินทั้งกังวล มีอะไรบางอย่างในน้ำเสียงของอิดรที่ผิดปกติ
พรุ่งนี้ผมอยากอยู่กับคุณทั้งวัน เป็นถึงรองประธานกับที่ปรึกษาคนสำคัญของบริษัท ขาดงานไปสักวันบริษัทคงไม่เจ๊งหรอกน่า
บริพัฒน์ถอนใจก่อนที่จะตอบรับ มาสิ คุณก็รู้ว่าบ้านผมต้อนรับคุณเสมอ
อิดรยิ้มบาง ๆ จากนั้นก็เอ่ยลา
ชายหนุ่มกดวางสาย ตบหน้าตัวเองเบา ๆ ตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญสถานการณ์ต่อไป
ก็ชาร์จแบตฯเต็มแล้วนี่!!
เมื่ออิดรออกมาจากห้องน้ำก็ได้พบภาพน่าแปลกใจ เลขาคนโปรดของเขากำลังนั่งสัปหงก ส่วนหัวทึ่ม ๆ ของเจ้าชาคเกอร์ไม่ทราบไปไงมาไงถึงไปจบลงที่ตักของเลขาเขาได้! ให้ตายเถอะ ไม่อยากจะเชื่อเลย!
ชายหนุ่มตัดสินใจกระแอมดัง ๆ แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น จนอิดรชักหงุดหงิด อุตส่าห์เตรียมใจมารับศึก แต่ดันเจอหลับ เฮ้อ กลุ้ม!
ชายหนุ่มตัดสินใจปล่อยให้ทั้งสองนอนกันไปตามสบาย แล้ววันนั้นทุกคนที่ติดต่อกับท่านรองประธานบริษัทไม่ว่าจะด้วยธุระอะไรก็ตาม ต่างก็ต้องแปลกใจเมื่อได้คุยกับเจ้าตัวโดยไม่ต้องผ่านเลขา
<><><><><><><><><><>
// ผมรักคุณ ดอนนี่ //
อีกสองชีวิตในที่นั้นเกือบสะดุ้งเมื่อได้ยินคำพูดประโยคแรกจากปากของเด็กหนุ่มตรงหน้า
เมื่อสองสามนาทีก่อนอิดรเพิ่งปลุกเลขาคนโปรดและหนุ่มอาหรับเนื่องจากเลยเวลาเลิกงานมาพอสมควรแล้ว และเขาเองก็เพลินกับงานจนลืมทั้งสองไปสนิท แต่คำแรกที่ออกจากปากคนที่เพิ่งตื่นกลับทำให้เขาอยากต่อยมันให้หลับยาวไปอีกครั้ง
// เธอเข้าใจผิด ที่เธอรู้สึกกับฉันเป็นแค่ความคลั่งไคล้แบบเด็ก ๆ เท่านั้น // อิดรอธิบายอย่างอดทน แต่ไม่ยอมสบตาชาคเกอร์ เขารู้สึกลำบากใจเพราะตอนนั้นเขาเองก็หยอกล้อกับเด็กคนนี้มากเกินไปหน่อย จนอาจทำให้เด็กเข้าใจผิด
// คุณจะมารู้ใจผมได้ดีกว่าผมรึไง?! ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ดอนนี่! ผมแยกแยะความรู้สึกของตัวเองเป็น! รู้รึเปล่า ตอนคุณจากมา สัญญาว่าจะกลับไปหาผม ผมรอคุณด้วยความหวังมานานเท่าไหร่ คุณไม่เคยรู้ว่าผม //
// พอที! ฉันขอโทษ! ฉันผิดไปแล้ว! // อิดรหน้าชา รีบเอ่ยขัด
// ผมไม่ต้องการคำขอโทษ ดอนนี่ แต่ถ้ามันสำคัญกับคุณนัก บอกว่ารักผมสิ บอกว่าคุณเองก็คิดถึงผม เหมือนที่ผมคิดถึงคุณ แล้วผมจะยกโทษให้คุณ // เด็กหนุ่มพูด มองชายหน้าสวยด้วยแววตาจริงจัง
อิดรกลืนน้ำลาย เขาพูดคำนั้นกับใครไม่ได้อีกแล้ว! เขารักบริพัฒน์!
ชายหนุ่มลังเลก่อนที่จะตัดสินใจบอกความจริง
// ชาคเกอร์ ที่ฉันขอโทษเพราะว่าฉันมีคนรักอยู่ล //
// อะไรนะ?! //
// ฉ ฉันมีคนรักอยู่แล้ว ชาคเกอร์ ฉันไม่กล้าบอกเธอ //
// คุณไม่เคยพูด // เด็กหนุ่มพูดเป็นกระซิบ สีหน้าฉายชัดถึงความไม่เชื่อถือ
อิดรพยักหน้าหนักแน่น
// คุณแค่ต้องการจะเลี่ยงผม // เด็กหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยสรุป ไม่ยอมมองหน้าชายหนุ่ม เพราะกลัวว่าจะเห็นความจริงจังในสายตาคู่นั้น ทำให้เขาสังเกตเห็นแววตาของเลขาตัวเล็กแทน มันเต็มไปด้วยความเห็นใจ เด็กหนุ่มสะบัดหน้าพรืด ก่อนที่จะฉุดแขนนิรินธน์ให้ลุกขึ้น ผลักออกไปนอกห้องและล็อคประตู อิดรเบิกตาโต มองเด็กหนุ่มอย่างไม่แน่ใจ
// ช ชาคเกอร์? //
// เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง // สีหน้าเด็กหนุ่มฉายแววดื้อดึง อิดรชักเริ่มหงุดหงิด
// เราพูดกันไปแล้ว ชาคเกอร์ ฉันมีคนรักแล้ว และเราก็รักกันมาก // อิดรพยายามอธิบายอย่างใจเย็น เตือนตัวเองว่าเขาเป็นฝ่ายผิดที่ไปให้ความหวังกับเด็กหนุ่มก่อน แต่แล้วเส้นขันติก็เกือบขาดผึงเมื่อเด็กหนุ่มส่ายหน้าช้า ๆ
// ผมไม่เชื่อ! หาหลักฐานมายืนยันสิ! //
ชายหนุ่มฉุนขาด ตัดสินใจกระชากเนคไทออก แกะกระดุมเสื้อสองเม็ดแรก จากนั้นก็แหวกเสื้อให้เด็กหนุ่มเห็นรอยแดงที่หน้าอกของเขาชัด ๆ ชาคเกอร์ถึงกับลมหายใจสะดุดเมื่อเห็นแผ่นอกเนียนขาว แต่แล้วรอยจูบนั้นก็กระชากเขากลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
// รอยนั่น //
// คนรักของฉันทำเอาไว้ไงล่ะ ปกติเขาไม่ค่อยชอบทำ แต่ฉันรบเร้าเขาเอง // อิดรตอบกระชากเสียง ยกมือขึ้นเสยผมโดยไม่สนใจว่าอกเสื้อจะแบะออกขนาดไหน
เด็กหนุ่มมองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง จากนั้นก็เม้มปากแน่นและเดินกระแทกเท้าออกไป

To Be Con...